- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ผมกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะลูกสาววัยสามขวบ
- บทที่ 15: ความหึงหวงระหว่างหลินจื่อเหยียนและหลิวเหยียน และความฝันของซานซาน
บทที่ 15: ความหึงหวงระหว่างหลินจื่อเหยียนและหลิวเหยียน และความฝันของซานซาน
บทที่ 15: ความหึงหวงระหว่างหลินจื่อเหยียนและหลิวเหยียน และความฝันของซานซาน
บทที่ 15: ความหึงหวงระหว่างหลินจื่อเหยียนและหลิวเหยียน และความฝันของซานซาน
รถโฟล์คสวาเกน เทอรามองท์ ของถังเหรินค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปในสถานีตำรวจ
หลังจากจอดรถ หลิวเหยียนก็ลงจากรถมาช่วยถังเหรินขนหมั่นโถวลง
จ้าวอี้และหลินจื่อเหยียนวิ่งเหยาะๆ ออกมาจากตัวอาคาร แล้วก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสาวสวยยืนอยู่ข้างถังเหริน
ประเด็นหลักคือหลิวเหยียนสวยเกินไปนี่สิ
ตอนที่หลินจื่อเหยียนเห็นหลิวเหยียนครั้งแรก เธอรู้สึกเปรี้ยวๆ ในใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"แหม ผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง เถ้าแก่ถังมีสาวสวยมาคอยดูแลข้างกายซะแล้ว!" จ้าวอี้เดินเข้ามาแซว
"รองฯ จ้าว ผู้หมวดหลิน แนะนำให้รู้จักครับ นี่คือน้องสะใภ้ของซานซาน เธอมากับผมเพื่อไปรับซานซานที่โรงเรียน" ถังเหรินแนะนำให้ทั้งสองรู้จัก
"น้องสะใภ้ของซานซานเหรอ?" จ้าวอี้พิจารณาหลิวเหยียน เธอดูคล้ายหลิวหรงอยู่บ้างจริงๆ แต่สวยกว่า เด็กกว่า และดูใสซื่อกว่าเยอะ
จ้าวอี้หันไปมองถังเหริน "บอกให้เอาหมั่นโถวไปส่งที่โรงพยาบาลไง? ไหงเอามาส่งที่โรงพักล่ะ?"
ถังเหรินยิ้มเจื่อนๆ "วันนี้มันเย็นมากแล้ว ผมคงไปไม่ทัน พรุ่งนี้ค่อยไปตั้งแผงที่โรงพยาบาลครับ"
จ้าวอี้ร้อนรน "คนไข้ที่โรงพยาบาลเขารอกันอยู่นะ! โทรศัพท์โรงพักฉันกลายเป็นสายด่วนช่วยเหลือผู้ป่วยไปแล้วเนี่ย"
ถังเหรินเกาหัวแก้เก้อ "รองฯ จ้าว ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่สร้างความเดือดร้อน แต่ผมสัญญากับซานซานไว้แล้วว่าจะไปรับแกให้ตรงเวลาวันนี้"
หลินจื่อเหยียนดึงแขนเสื้อจ้าวอี้เบาๆ "เอาหมั่นโถวไว้ที่โรงพักก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเราค่อยจัดรถสายตรวจเอาไปส่งให้ที่โรงพยาบาล ก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ"
"อืม! คงต้องทำอย่างนั้นแหละ" จ้าวอี้พยักหน้าเห็นด้วย
จากนั้น จ้าวอี้ก็เรียกตำรวจในโรงพักมาช่วยกันขนหมั่นโถวลงจากรถ
ส่วนหลินจื่อเหยียนดึงถังเหรินไปมุมหนึ่ง แล้วกระซิบถาม "ผู้หญิงคนนี้ หลิวหรงส่งมาแย่งตัวซานซานรึเปล่าคะ? ถ้าใช่ คุณขอความช่วยเหลือจากตำรวจเราได้นะ"
"ผู้หมวดหลิน อย่าเข้าใจผิดครับ เหยียนเหยียนกับหลิวหรงเป็นคนละประเภทกันเลย" ถังเหรินยิ้มอย่างอบอุ่น ซึ้งใจในความเป็นห่วงของหลินจื่อเหยียน
"เหยียนเหยียนของผมแค่จะไปรับซานซานเป็นเพื่อน แล้วก็ไปกินข้าวด้วยกันเฉยๆ ครับ"
หลินจื่อเหยียนพยักหน้า "งั้นก็ดีไปค่ะ!"
"อ้อ จริงสิ คืนนี้คุณคงไม่ไปนอนในรถอีกใช่ไหมคะ?" หลินจื่อเหยียนถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่แล้วครับ วันนี้ขายหมั่นโถวได้ดี คืนนี้เปิดโรงแรมนอนได้สบายครับ" ถังเหรินตอบพร้อมรอยยิ้มซื่อๆ
"ให้ฉันช่วยหาบ้านเช่าให้ไหมคะ เอาแบบใกล้ๆ โรงเรียนซานซานหน่อย?" หลินจื่อเหยียนเสนอด้วยความหวังดี
ถังเหรินรีบโบกมือปฏิเสธ "ผู้หมวดหลิน ไม่ต้องลำบากหรอกครับ เดี๋ยวผมหาเองได้"
หลินจื่อเหยียนพยักหน้า "ก็ได้ค่ะ งั้นถ้ามีปัญหาอะไร ก็ติดต่อพวกเรามานะ"
"รับทราบครับ มีเรื่องเดือดร้อนให้โทรแจ้งตำรวจ!" ถังเหรินหัวเราะร่า
"คุณนี่นะ ไม่เคยจะจริงจังเลย" หลินจื่อเหยียนยิ้มขำ เห็นถังเหรินหัวเราะได้ เธอก็คลายความกังวลไปได้เยอะ
ไม่นาน หมั่นโถวในรถก็ถูกขนลงจนหมด
"พี่เขยคะ เราไปรับซานซานกันได้แล้ว" หลิวเหยียนปรบมือแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
"โอเค ขึ้นรถเลย" ถังเหรินตอบอย่างมีความสุข
"อ้อ เดี๋ยวค่ะคุณถัง หมั่นโถวทั้งหมดกี่ลูกคะ? ฉันจะได้จ่ายเงินให้" หลินจื่อเหยียนรีบวิ่งตามมาถาม
ถังเหรินตอบ "เมื่อกี้ผมมัวแต่เร่งทำ ไม่ได้นับละเอียดหรอกครับ เอาเป็นว่าถุงละสิบลุก ขายได้เท่าไหร่ค่อยมานับยอดกัน ไม่ซีเรียสครับ"
"ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวขายหมดแล้วฉันจะนับยอดโอนเงินให้นะคะ" หลินจื่อเหยียนพยักหน้ารับ
"ขอบคุณครับผู้หมวดหลิน ไว้วันหลังผมเลี้ยงข้าวนะ!"
ถังเหรินขับรถออกไป โบกมือลาหลินจื่อเหยียน
หลิวเหยียนนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ มองหลินจื่อเหยียนที่ค่อยๆ เล็กลงในกระจกมองข้าง แล้วถามว่า "พี่เขยคะ ทำไมหนูรู้สึกเหมือนตำรวจสาวคนนั้นไม่ค่อยชอบขี้หน้าหนูเลย?"
ถังเหรินหัวเราะ "เมื่อกี้เขาเพิ่งถามพี่ว่า หนูมาเพื่อแย่งตัวซานซานรึเปล่า เขาบอกว่าถ้าใช่ จะเรียกตำรวจจับหนู"
พอได้ยินแบบนั้น หลิวเหยียนก็รู้สึกทั้งเปรี้ยวทั้งหวานในใจบอกไม่ถูก
เธอดีใจที่มีคนใจดีคอยเป็นห่วงพี่เขยกับซานซานมากมายขนาดนี้
แต่ที่เปรี้ยวๆ ก็เพราะตำรวจสาวคนสวยคนนี้ดูจะกระตือรือร้นเกินเหตุไปหน่อยไหม?
หรือว่าเธออยากจะมาเป็นแม่เลี้ยงของซานซาน?
พอนึกถึงตรงนี้ หลิวเหยียนก็รู้สึกถึงวิกฤตบางอย่างขึ้นมาแปลกๆ
เหมือนว่าเธอกำลังจะเสียพี่เขยและซานซานไป
"พี่เขยคะ เธอก็สวยดีนะคะ" หลิวเหยียนแกล้งพูดลอยๆ
ถังเหรินพยักหน้า "ใช่ ได้ยินว่าเป็นดาวประจำโรงพักเลยนะ"
"พี่เขยคะ พี่ว่าเธอกับหนู ใครสวยกว่ากัน?" จู่ๆ หลิวเหยียนก็หลุดปากถามออกมา
"หา!?" ถังเหรินไม่คิดว่าหลิวเหยียนจะถามแบบนี้ เขาเหลือบมองหลิวเหยียน เห็นเธอก้มหน้างุดดูเขินอาย
"สวยทั้งคู่นั่นแหละ สวยคนละแบบ"
"เหยียนเหยียนของพี่สวยแบบอ่อนหวาน สง่างาม บริสุทธิ์น่าทะนุถนอม ส่วนผู้หมวดหลินสวยแบบห้าวหาญ เท่ ไม่แพ้ผู้ชาย..."
หลิวเหยียนทำปากยื่น "ถ้าให้เลือกได้แค่คนเดียวล่ะ? ...ใครสวยกว่า?"
หลิวเหยียนรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็รีบแก้เก้อ
หัวใจถังเหรินเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เขามองน้องสะใภ้ขี้อายข้างกาย
มีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่เลือก ผู้ใหญ่อย่างเราไม่เหมาหมดเหรอ?
คิดในใจแบบนั้น แต่ปากก็ยังยิ้มแล้วตอบว่า "แน่นอนว่าต้องเลือกเหยียนเหยียนของพี่สิ!"
"เหยียนเหยียนของพี่เป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยหัวต้า สาวสวยอันดับหนึ่งแห่งเจียงเฉิงเชียวนะ!"
หลิวเหยียนรู้สึกหวานล้ำในใจเมื่อได้ยินพี่เขยพูดแบบนั้น แต่ก็ยังทำปากยื่นแกล้งงอน "พูดเวอร์ไปแล้ว หนูไม่ใช่สาวสวยอันดับหนึ่งของเจียงเฉิงซะหน่อย!"
"พูดดังๆ ไม่อายคนเขาเหรอคะ?"
ถังเหรินทำหน้าจริงจัง "พี่ไม่ได้พูดเวอร์นะ เดี๋ยวพอหนูเริ่มทำงานที่สถานีโทรทัศน์ หนูต้องกลายเป็นพิธีกรที่สวยที่สุดในใจคนดูทั่วประเทศแน่ๆ!"
"ยังไงซะ เท่าที่ผ่านมา พี่ก็ยังไม่เคยเห็นพิธีกรคนไหนสวยเท่าหนูเลย!"
ได้ฟังคำพูดของถังเหริน หัวใจของหลิวเหยียนก็เต้นระรัวเหมือนกวางน้อยตื่นตูม "ตึกตัก... ตึกตัก..." ไม่หยุด!
นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ ใบหน้าสวยหวานของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
...โรงเรียนอนุบาลนานาชาติหงหวงหลานลวี่
พอซานซานเห็นถังเหรินกับหลิวเหยียนมารับพร้อมกัน เธอก็กริ๊ดกร๊าดด้วยความดีใจ!
"ป๊ะป๋า น้าเหยียนเหยียน!"
เธอตะโกนเรียกพลางวิ่งถลาเข้ามาหา โดยไม่สนใจจะหยิบกระเป๋าเป้ใบจิ๋วมาด้วยซ้ำ
เมิ่งชิงชิงวิ่งไล่ตามมา "ซานซาน กระเป๋าลูก"
"อ้อ! อ้อ!"
เจ้าตัวเล็กได้ยินเสียงครูเรียก ก็รีบวิ่งกลับไปเอากระเป๋า
"ซานซาน ดีใจไหมคะที่น้ามารับ?" หลิวเหยียนชูตุ๊กตากระต่ายตัวใหม่เอี่ยมแกว่งไปมาอวดซานซาน
"ดีใจค่า! ซานซานรักน้าเหยียนเหยียนที่สุดเลย!"
ซานซานพูดจบก็กระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของหลิวเหยียน เอาหน้าถูไถแล้วหอมแก้มหลิวเหยียนฟอดใหญ่ไม่หยุด
หลิวเหยียนเองก็กอดซานซานไว้แน่น ระดมจูบเจ้าตัวเล็กด้วยความเอ็นดู
ผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่มารับลูกเห็นภาพนี้ต่างพากันชื่นชม รู้สึกว่าครอบครัวนี้ช่างอบอวลไปด้วยความรักจริงๆ
ถังเหรินไปสตาร์ทรถ ส่วนหลิวเหยียนอุ้มซานซานไปนั่งที่เบาะแถวกลาง
"ซานซาน บอกลาครูเมิ่งหรือยังลูก?" ถังเหรินถาม
เจ้าตัวเล็กชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง โบกมือให้เมิ่งชิงชิง แล้วตะโกนว่า "บ๊ายบายค่ะ ครูเมิ่ง"
"บ๊ายบายจ้ะ ซานซาน" เมิ่งชิงชิงโบกมือตอบ
"ป๊ะป๋า อู๋จื่อเฟิงบอกว่ารถเราเป็นรถกระป๋อง!"
"ป๊ะป๋า รถเราเป็นรถกระป๋องเหรอคะ?"
พอขึ้นรถปุ๊บ ซานซานก็ถามด้วยความตื่นเต้น
หลิวเหยียนกอดซานซานแล้วยิ้มบอกว่า "ซานซาน รถของป๊ะป๋าเรียกว่าโฟล์คสวาเกน เทอรามองท์ ไม่ใช่รถกระป๋องนะลูก มันดีกว่ารถของคนตั้งเยอะ!"
"ดีกว่ารถปอร์เช่ คาเยนน์ ไหมคะ?" ซานซานถามต่อ
"หนูรู้จักรถปอร์เช่ คาเยนน์ ได้ยังไงคะ?" หลิวเหยียนขมวดคิ้วถาม
"อู๋จื่อเฟิงบอกค่ะ! เขาบอกว่าแม่เขาขับปอร์เช่ คาเยนน์ มารับทุกวันเลย!"
"ดูสิคะ นั่นไงอู๋จื่อเฟิงกับแม่เขา แล้วก็รถปอร์เช่สีแดง..."
ถังเหรินกับหลิวเหยียนมองตามนิ้วมือน้อยๆ ของซานซาน
เห็นหญิงวัยกลางคนอายุราวสามสิบกว่า แต่งตัวด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงดูค่อนข้างฉูดฉาด กำลังพาเด็กผู้ชายขึ้นรถปอร์เช่สีแดง
หลิวเหยียนสอนหลานว่า "ซานซาน รถยนต์ก็เป็นแค่พาหนะเอาไว้เดินทางนะลูก"
"ต่อไปหนูอย่าเอาไปเปรียบเทียบกับเพื่อนแบบนี้อีกนะ เข้าใจไหมคะ?"
"อ้อ!" ซานซานพยักหน้า "แล้วถ้าเขามาพูดอวดหนูอีกล่ะคะ?"
ถังเหรินบอก "งั้นหนูก็ไปฟ้องคุณครู"
"อื้อๆ!" ซานซานพยักหน้าหงึกหงัก แล้วถามต่อ "ป๊ะป๋า รถเราแพงน้อยกว่ารถแม่ของอู๋จื่อเฟิงใช่ไหมคะ?"
"ใช่จ้ะ แต่เดี๋ยวพอป๊ะป๋าหาเงินได้เยอะๆ ป๊ะป๋าจะซื้อคันที่เจ๋งกว่าของพวกเขาอีก" ถังเหรินตอบ
หลิวเหยียนตีเบาะหลังที่นั่งถังเหรินเบาๆ "พี่เขย อย่าสอนให้ซานซานเปรียบเทียบสิคะ!"
"อ้อๆ!" ถังเหรินรับคำ
หลิวเหยียนกอดซานซานแล้วสอนว่า "ซานซาน จำคำน้าไว้นะลูก อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อน การเปรียบเทียบเป็นนิสัยที่ไม่ดีนะคะ"
"รถป๊ะป๋าก็ดีมากๆ แล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
"อื้อ! หนูว่ารถเราคันใหญ่กว่ารถของอู๋จื่อเฟิงอีก!" ซานซานพูดด้วยสีหน้าจริงจังและน้ำเสียงภูมิใจแบบเด็กๆ
ถังเหรินคิดในใจ น้องสะใภ้จ๋า หนูทำพี่เสียโอกาสรวยทางลัดซะแล้ว
ถ้าซานซานพูดออกมาว่าอยากได้รถหรูที่ดีกว่าของอู๋จื่อเฟิง ความฝันรถหรูของซานซานและของเขาอาจจะเป็นจริงเดี๋ยวนี้เลยก็ได้
เฮ้อ เสียดายจัง
แต่ช่างเถอะ ระบบจับเขาขังเดี่ยวอยู่ ต่อให้ซานซานพูดออกมา ก็คงไม่ได้รางวัลอยู่ดี
ชีวิตยังอีกยาวไกล ยังมีเวลาและโอกาสอีกเยอะ ความฝันต้องเป็นจริงสักวันแหละน่า
ปล่อยให้กระสุนแห่งโชคชะตาทำงานของมันไปก่อน...
จบบท