เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: หลินจื่อเหยียน: ตอนนั้นคุณไปหลงผู้หญิงพรรค์นั้นได้ยังไงคะ?

บทที่ 10: หลินจื่อเหยียน: ตอนนั้นคุณไปหลงผู้หญิงพรรค์นั้นได้ยังไงคะ?

บทที่ 10: หลินจื่อเหยียน: ตอนนั้นคุณไปหลงผู้หญิงพรรค์นั้นได้ยังไงคะ?


บทที่ 10: หลินจื่อเหยียน: ตอนนั้นคุณไปหลงผู้หญิงพรรค์นั้นได้ยังไงคะ?

ภายในรถเทอรามองท์

หลินจื่อเหยียนกวาดตามองสัมภาระที่อัดแน่นอยู่ในรถ พลันรู้สึกเจ็บปวดใจลึกๆ โดยเฉพาะเมื่อสายตาไปหยุดอยู่ที่คาร์ซีทของซานซาน

พอคิดว่าสองพ่อลูกคู่นี้ต้องนอนในรถทุกคืน ในขณะที่คู่ชายชู้หญิงชู้บนรถตำรวจข้างหน้านั่นกลับใช้ชีวิตเสวยสุขอย่างไร้กังวล แถมยังเป็นความสุขบนกองหนี้สินคนอื่นอีกต่างหาก... เธอก็อดยอมรับไม่ได้ว่าโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

ทำไมคนดีๆ ถึงต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำและรับกรรมอยู่ร่ำไป?

ทำไมกฎหมายถึงไม่ลงโทษคนชั่วให้สาสม?

หลินจื่อเหยียนนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ ส่ายหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยถามขึ้น "ผู้หญิงข้างหน้านั่นคืออดีตภรรยาของคุณจริงๆ เหรอคะ?"

"ใช่ครับ ทำไมเหรอ?" ถังเหรินถามพลางขับรถไป

"ตอนนั้นคุณไปหลงผู้หญิงพรรค์นั้นได้ยังไงคะ?" หลินจื่อเหยียนถามด้วยความสงสัยสุดขีด

ถังเหรินออกจะหล่อเหลา จิตใจดี แถมตอนนั้นยังเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เขาหาผู้หญิงดีๆ ไม่ได้เลยหรือไง?

ทำไมถึงเลือกแม่เสือสาวนมโตแต่สมองกลวงคนนั้นมาเป็นคู่ชีวิต?!

"เอ่อ!" ถังเหรินรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย คิดในใจว่า "ถ้าบอกว่าตอนนั้นหลงขาอ่อนกับหน้าอกหน้าใจเธอ คุณจะดูถูกผมไหมเนี่ย?"

ก็แหม หลิวหรงสูงตั้ง 172 เซนติเมตร หุ่นนางแบบ แถมคัพ D เชียวนะ!

"อย่าบอกนะว่าคุณแค่หลงรูปร่างหน้าตาเธอน่ะ?" หลินจื่อเหยียนเห็นถังเหรินเงียบไป เลยลองถามเลียบเคียงดู

ถังเหรินรีบส่ายหน้าปฏิเสธ "ผมไม่ได้ตื้นเขินขนาดนั้นสักหน่อย!"

"ถ้าผมบอกว่า ตอนเธอเรียนจบใหม่ๆ มาสมัครงานเป็นพนักงานต้อนรับที่บริษัทผม เธอทำตัวใสซื่อบริสุทธิ์และจิตใจดีมาก คุณจะเชื่อไหม?"

หลินจื่อเหยียนพยักหน้า "เชื่อค่ะ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงแอ๊บใสกันเยอะแยะจะตายไป"

"ถ้าฉันเดาไม่ผิด เธอเป็นฝ่ายจีบคุณก่อนสินะ!"

"แล้วคุณก็ทำเธอท้องก่อนแต่ง จนมีน้องซานซานออกมา!"

"สุดท้ายคุณก็เลยแต่งงานกับเธอเพราะเห็นแก่ลูก ใช่ไหมล่ะ?"

"แม่เจ้า! ผู้หมวดหลิน คุณเป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์ เหรอครับ? เรื่องมันเป็นอย่างนั้นเป๊ะเลย" ถังเหรินอุทานด้วยความทึ่ง

หลินจื่อเหยียนเม้มปาก คิดในใจว่า "ละครน้ำเน่าพล็อตตลาดแบบนี้ต้องใช้เชอร์ล็อก โฮล์มส์มาสืบด้วยเหรอไง?"

โธ่เอ๊ย ใครๆ ก็เดาได้ทั้งนั้นแหละ

มีแต่ผู้ชายหน้ามืดตามัวเพราะความรักอย่างคุณนั่นแหละที่ดูไม่ออก

แต่ก็โทษไม่ได้หรอกนะ ผู้ชายจีบผู้หญิงเหมือนปีนเขา แต่ผู้หญิงจีบผู้ชายเหมือนแค่เปิดผ้าคลุมหน้า!

ด้วยหน้าตาและหุ่นอย่างหลิวหรงมาตามจีบ แถมเพิ่งจบใหม่ ไฟแรง เสน่ห์สาวสะพรั่งเหลือล้น ผู้ชายคนไหนเจอแบบนี้ก็ต้องไปไม่เป็นกันทั้งนั้นแหละ

ต้องบอกว่าหลิวหรงเสแสร้งเก่งเกินไป ถึงวิธีจะไม่ได้แยบยลอะไรมาก แต่หน้าตาและหุ่นมันพาไปจริงๆ!

หลินจื่อเหยียนไม่อยากตอกย้ำให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจไปมากกว่านี้ เลยเลือกที่จะเงียบ

แต่ในใจลึกๆ เธอยิ่งรู้สึกสงสารถังเหรินจับใจ

ชีวิตเขามันเหมือนกับหวังเป่าเฉียง (ดาราตลกชื่อดังของจีนที่โดนเมียสวมเขา) ในวงการบันเทิงไม่มีผิด... รถขับมาถึงสถานีตำรวจอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในห้องไกล่เกลี่ยตึงเครียดขึ้นทันตาเห็น

กรณีพิพาทระหว่างซ่งจี้กับหลิวหรงแทบไม่ต้องไกล่เกลี่ยอะไรมาก พวกเขามันก็แค่คนเลวที่ศีลเสมอกัน ผีเน่ากับโลงผุ

หลิวหรงแค่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ตอนนี้พอได้เห็นธาตุแท้ของซ่งจี้ เธอก็คงเลิกเพ้อฝันไปเอง

ทั้งคู่ลงไม้ลงมือตบตีกัน และเนื่องจากหลิวหรงเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แถมยังมีกล้องวงจรปิดของบริษัทเป็นหลักฐานมัดตัว

ทั้งสองจึงทำได้แค่ยอมความกันไป

แต่ปัญหาที่แท้จริงคือข้อพิพาทเรื่องหนี้สินระหว่างถังเหรินกับซ่งจี้

นี่เป็นครั้งที่สองของวันที่ถังเหรินต้องมาโรงพัก

ทุกคนที่นี่รู้สถานการณ์ของเขาดี โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าที่ถังเหรินต้องตกระกำลำบากแบบนี้ก็เพราะฝีมือของซ่งจี้และหลิวหรง

ตำรวจทั้งโรงพักต่างอยากจะช่วยถังเหรินทวงหนี้คืนใจจะขาด

ซ่งจี้นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าอยู่บนเก้าอี้ พูดอย่างรำคาญว่า "ถ้าพวกคุณตำรวจไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ก็ปล่อยผมไปเถอะ อย่ามาเสียเวลาทำมาหากินผมแถวนี้"

ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองของเขา ทำเอาแม้แต่จ้าวอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังทนไม่ไหว

จ้าวอี้พูดขึ้นว่า "เถ้าแก่ซ่ง การทำธุรกิจต้องยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้งนะ"

"การเป็นหนี้แล้วต้องใช้คืนเป็นเรื่องถูกต้องตามครรลอง สัญญาและใบแจ้งหนี้ในมือคุณถังเหริน ทางตำรวจเราตรวจสอบแล้วว่าเป็นของจริง"

ซ่งจี้ทำหน้าเหยียดหยาม "แล้วไง? ถ้าผมไม่จ่าย พวกคุณจะทำอะไรผมได้?"

"เป็นหนี้มันผิดกฎหมายอาญาตรงไหน? พวกคุณตำรวจเป็นผู้พิพากษาเหรอไง?"

"หรือพวกคุณตำรวจกลายเป็นนักทวงหนี้ไปแล้ว? งั้นทำไมตำรวจไม่ไปเปิดบริษัททวงหนี้ซะเลยล่ะ!"

กร่าง. กร่างชิบหาย!

ตำรวจในโรงพักโกรธจนตัวสั่น อยากจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนไอ้สารเลวนี่ให้รู้สำนึก

หลินจื่อเหยียนเองก็เดือดดาลไม่แพ้กัน ไม่คิดว่าจะมีคนหน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้อยู่บนโลก!

ถังเหรินพูดขึ้น "ซ่งจี้ อย่าให้มันมากนักนะ!"

"วันนี้แกต้องให้คำตอบฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะไปป่วนที่บริษัทแกทุกวันจนกว่าแกจะอยู่ไม่เป็นสุขเลยคอยดู!"

ซ่งจี้หัวเราะในลำคอ "ถ้าแกกล้ามา ฉันก็จะแจ้งตำรวจข้อหาก่อกวนการทำธุรกิจ"

"งั้นคงต้องรบกวนให้คุณตำรวจแวะไปเยี่ยมเยียนผมทุกวันแล้วล่ะครับ!"

ทั้งตำรวจและถังเหรินตระหนักได้ทันทีว่า พวกเขาเจอตอเข้าให้แล้ว เจอคนพาลสันดานหยาบของจริง

หลินจื่อเหยียนหันไปพูดกับถังเหริน "คุณถังคะ ฉันแนะนำให้คุณดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายดีกว่าค่ะ หลักฐานของคุณแน่นหนาขนาดนี้ ศาลต้องสั่งบังคับคดีให้ชำระหนี้แน่นอน!"

"ได้! งั้นเดี๋ยวผมจะไปหาทนายฟ้องมันเดี๋ยวนี้แหละ!" ถังเหรินประกาศกร้าว

ซ่งจี้แสยะยิ้มเยาะ "แค่นักขายหมั่นโถวกระจอกๆ คิดว่าฉันจะกลัวแกเหรอ?"

"ฟ้องเลย ฉันจะสู้คดีให้ถึงที่สุด!"

"การฟ้องร้องมันต้องใช้เงินนะเว้ย ต่อให้ศาลชั้นต้นตัดสินแล้ว ก็ยังมีอุทธรณ์ ฎีกา อีกยาวๆ ดูกันซิว่าแกจะมีปัญญายื้อได้นานแค่ไหน"

น้ำเสียงของเขาโอหังสุดขีด จนตำรวจในโรงพักอดขมวดคิ้วไม่ได้

จ้าวอี้ที่นั่งดูอยู่ รู้สึกหมั่นไส้ท่าทางของซ่งจี้เป็นอย่างมาก

เขาจงใจพูดขึ้นลอยๆ ว่า "เถ้าแก่ซ่งทำธุรกิจใหญ่โต ครอบครัวก็มีหน้ามีตา ไม่กลัวเมียที่บ้านจะอาละวาดเอาเหรอครับ ที่มาแอบกินตับพนักงาน แถมยังไปแทรกแซงชีวิตคู่ชาวบ้านเขาแบบนี้?"

คำพูดของจ้าวอี้เหมือนจะแซวเล่น แต่จริงๆ แล้วแฝงนัยบอกใบ้ให้ถังเหรินรู้ว่า ในเมื่อทวงเงินจากซ่งจี้โดยตรงไม่ได้ ก็ลองเล่นงานผ่านทางครอบครัวของซ่งจี้ดูสิ

พอได้ยินจ้าวอี้พูดแบบนั้น ซ่งจี้ก็ของขึ้นทันที "คุณพูดบ้าอะไร? นี่มันใส่ร้ายกันชัดๆ! ผมจะฟ้องโรงพักพวกคุณแน่!"

จ้าวอี้ตอบกลับอย่างใจเย็น "ผมกำลังทำคดีของคุณและไกล่เกลี่ยความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีอยู่นะครับ"

"คุณก็แค่ตอบมาสิว่า หลิวหรงเป็นพนักงานของคุณใช่ไหม? แล้วเธอเคยเป็นภรรยาของคุณถังเหรินใช่ไหม?"

"ข้อเท็จจริงมันทนโท่ ผมแค่พูดตามเนื้อผ้า"

"หลิวหรงเป็นพนักงานผมจริง แต่เธอไม่ใช่เมียถังเหรินแล้ว พวกเขาหย่ากันแล้วโว้ย!" ซ่งจี้ตะคอก

"แต่ในบันทึกการไกล่เกลี่ยระหว่างคุณกับหลิวหรงเมื่อกี้ ระบุว่าพวกคุณมีความสัมพันธ์กันมาปีกว่าแล้วนี่ครับ! ตอนนั้นหลิวหรงยังไม่ได้หย่ากับคุณถังเหรินเลยนะ!" จ้าวอี้สวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว

"ผมจะฟ้องพวกคุณ! นี่มันหมิ่นประมาทชัดๆ!"

จ้าวอี้ตอบอย่างไม่ยี่หระ "เชิญตามสบายครับ ในโรงพักมีกล้องวงจรปิดทุกมุม เราปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส"

"คุณซ่งอยากจะฟ้องก็เชิญ โรงพักเราพร้อมสู้คดีถึงที่สุด"

สุดท้าย การไกล่เกลี่ยก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ซ่งจี้และหลิวหรงเดินออกจากโรงพักไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

หลินจื่อเหยียนมองถังเหรินแล้วแนะนำว่า "คุณถังคะ ฉันคิดว่าคุณควรดำเนินคดีตามกฎหมายจริงๆ นะคะ"

"ถ้าคุณไม่มีเงินจ้างทนาย ฉันช่วยติดต่อฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมายให้ได้ค่ะ มีทนายอาสาฟรีให้บริการ"

"ถ้าคุณสะดวก รบกวนถ่ายเอกสารหลักฐานทั้งหมดนี่ให้ฉันหน่อย เดี๋ยวฉันจะส่งต่อให้ทนายอาสาจัดการให้ค่ะ"

"ด้วยหลักฐานที่ครบถ้วนขนาดนี้ รับรองว่าคุณชนะคดีใสๆ"

ถังเหรินมองหลินจื่อเหยียนด้วยความซาบซึ้งใจ พยักหน้ารับ "ขอบคุณมากครับ! ผู้หมวดหลิน เดี๋ยวผมจะเอาเอกสารไปถ่ายสำเนาให้ ลำบากคุณแย่เลย!"

"การรับใช้ประชาชนคือหน้าที่ของตำรวจอย่างพวกเราอยู่แล้วค่ะ" หลินจื่อเหยียนพูดพลางรับเอกสารจากมือถังเหรินเพื่อไปถ่ายเอกสารให้

ระหว่างนั้น หลินจื่อเหยียนจงใจทำสำเนาบัตรประชาชนของซ่งจี้ร่วงลงพื้น แล้วพูดว่า "คุณถังคะ ช่วยเก็บเอกสารให้ฉันหน่อยสิคะ ลองดูซิว่าเป็นสำเนาบัตรของใคร"

ถังเหรินเข้าใจความนัยทันที เขาก้มลงเก็บเอกสารขึ้นมาโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน

ที่อยู่บ้านของซ่งจี้ปรากฏหราอยู่บนนั้นอย่างชัดเจน

ถังเหรินเงยหน้าสบตาหลินจื่อเหยียน เธอพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย

ช่วยกันขนาดนี้แล้ว ต่อให้ถังเหรินโง่แค่ไหนก็ต้องรู้แล้วว่าจะทำยังไงต่อ

ถังเหรินเดินออกจากโรงพักไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หันกลับมาถามผู้หมวดหลิน "ผู้หมวดหลินครับ ผมขอถามเป็นความรู้หน่อย ถ้าพวกทวงหนี้เอาสีสเปรย์สีแดงไปพ่นคำว่า 'คืนเงิน' ที่ประตูบ้านลูกหนี้ แบบนี้ผิดกฎหมายไหมครับ?"

หลินจื่อเหยียนทำหน้าขรึมตอบว่า "พฤติกรรมแบบนี้ ต่อให้เป็นหนี้จริง คนทวงก็มีโทษจำคุกไม่เกินห้าวัน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยหยวนค่ะ แถมยังเสี่ยงโดนลูกหนี้ฟ้องกลับด้วย"

"ตำรวจเราสนับสนุนการทวงหนี้อย่างมีอารยะและสมเหตุสมผลค่ะ และเราจะกวาดล้างวิธีการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด!"

"แต่ว่านะ ทางตำรวจเรามักจะเจอคดีแบบนี้บ่อยๆ ที่กล้องวงจรปิดจับภาพหน้าคนร้ายได้ไม่ชัดเจน สุดท้ายเรื่องก็เงียบไป"

ถังเหรินยิ้มอย่างรู้ทันเมื่อได้ยินดังนั้น

"อ้อ จริงสิครับ เดี๋ยวผมจะทำหมั่นโถวมาส่งให้ก่อนพวกคุณเลิกงานนะครับ!" ถังเหรินพูดด้วยรอยยิ้ม

"เยี่ยมเลยค่ะ ขอบคุณนะคะคุณถัง" หลินจื่อเหยียนโบกมือลาถังเหริน

จังหวะที่ถังเหรินหันหลังจะขึ้นรถ หลินจื่อเหยียนก็ส่งไฟล์วิดีโอเข้าเครื่องเขา

มันคือคลิปวิดีโอการสนทนาระหว่างซ่งจี้กับจ้าวอี้เมื่อครู่ ที่พูดถึงเรื่องการนอกใจ ซึ่งเธอแอบบันทึกไว้ในโรงพัก

ถังเหรินเปิดดูคลิปในมือถือแล้วก็เข้าใจเจตนาของหลินจื่อเหยียนแจ่มแจ้ง

หลังจากออกจากสถานีตำรวจ ถังเหรินแวะไปร้านถ่ายเอกสารเพื่อปริ้นใบแจ้งหนี้ออกมาปึกใหญ่ ซื้อสเปรย์สีแดงกระป๋องหนึ่ง และหาชุดไรเดอร์ส่งอาหารมาใส่

เขาหยิบหมั่นโถวถุงหนึ่ง สวมเสื้อกั๊กไรเดอร์ ใส่หมวกกันน็อกและหน้ากากปิดบังใบหน้า แล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านหรูที่ซ่งจี้อาศัยอยู่

ถังเหรินจอดรถไว้แล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้าน

รปภ. หมู่บ้านไม่ได้เรียกตรวจ เพราะเห็นว่าเป็นไรเดอร์ ถังเหรินเดินลัดเลาะไปตามทางในหมู่บ้านตามที่อยู่ที่ได้มา จนกระทั่งเจอตึกที่ซ่งจี้พักอาศัย

เขาถือถุงหมั่นโถวเดินเข้าลิฟต์ไป

บรรยากาศในตึกเงียบสงัดจนน่าอึดอัด แต่หัวใจของถังเหรินกลับเต้นระรัว

เมื่อมายืนอยู่หน้าประตูห้องพักของซ่งจี้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยกมือขึ้น แล้วกดกริ่ง...

จบบท

จบบทที่ บทที่ 10: หลินจื่อเหยียน: ตอนนั้นคุณไปหลงผู้หญิงพรรค์นั้นได้ยังไงคะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว