- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ผมกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะลูกสาววัยสามขวบ
- บทที่ 1: หย่าตัวเปล่าแล้วกลายมาเป็นเจ้าหนี้ชู้รักของเมียเก่า
บทที่ 1: หย่าตัวเปล่าแล้วกลายมาเป็นเจ้าหนี้ชู้รักของเมียเก่า
บทที่ 1: หย่าตัวเปล่าแล้วกลายมาเป็นเจ้าหนี้ชู้รักของเมียเก่า
บทที่ 1: หย่าตัวเปล่าแล้วกลายมาเป็นเจ้าหนี้ชู้รักของเมียเก่า
... "ประธานหวัง บริษัทผมเจ๊งแล้ว ผมหย่ากับเมีย ออกจากบ้านมาตัวเปล่า ไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว"
"แถมผมยังต้องเลี้ยงลูกสาวอีก คืนนี้แม้แต่ที่ซุกหัวนอนก็ยังไม่มี"
"คุณช่วยดูหน่อยเถอะว่าจะพอคืนเงินผมได้บ้างไหม? ไม่งั้นผมคงต้องพาลูกสาวมานอนที่ออฟฟิศคุณแล้วล่ะ"
ถังเหรินนั่งอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของประธานหวังเซิ่งฟาน พูดพลางมองดูหวังเซิ่งฟานที่กำลังสูบบุหรี่มวนต่อมวน
"เฮ้อ..." หวังเซิ่งฟานถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะบี้บุหรี่ลงในที่เขี่ย
"น้องชาย นายก็รู้ว่าเศรษฐกิจช่วงสามปีมานี้มันเป็นยังไง"
"คนอย่างฉัน เหล่าหวัง เป็นคนประเภทเบี้ยวหนี้เหรอ?"
"ตอนนี้อย่าว่าแต่บริษัทนายเจ๊งเลยน้องชาย ฉันเองก็ใกล้จะไปหวันอยู่รอมร่อแล้ว"
"บริษัทฉันก็มีหนี้สูญกองพะเนินเทินทึกเก็บไม่ได้เหมือนกัน!"
"ดูสิ กองสัญญาแล้วก็ใบลูกหนี้นี่ รวมๆ กันแล้วปาเข้าไปสิบล้านกว่าหยวน!"
"น้องชาย ถ้าฉันทวงคืนมาได้สักเศษเสี้ยวเดียว ฉันคงไม่ไม่มีปัญญาจ่ายคืนนายหรอก!"
"พนักงานของฉันก็ไม่ได้รับเงินเดือนมาสามเดือนแล้ว ฉันจะไปร้องเรียนกับใครได้ล่ะ?"
"เอาอย่างนี้ไหม นายลองหยิบไปสักใบสิ ไปลองทวงดู ถ้าทวงได้ เงินนั่นก็เป็นของนายไปเลย"
พูดจบ หวังเซิ่งฟานก็โยนปึกใบเสร็จและสัญญาเก่าคร่ำครึสีเหลืองซีดออกมาอย่างลวกๆ ทั้งหมดล้วนเป็นใบแจ้งหนี้ ที่ออกโดยคู่ค้าทางธุรกิจของเขา
ถังเหรินมองใบแจ้งหนี้บนโต๊ะด้วยความรู้สึกหมดหนทาง เขารู้ดีว่าหวังเซิ่งฟานเป็นคนยังไง
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ร่วมงานด้วยมานานขนาดนี้หรอก!
บริษัทของหวังเซิ่งฟานติดหนี้เขาอยู่ 950,000 หยวน ถ้าได้เงินก้อนนี้คืนมา เขาอาจจะพอตั้งตัวเริ่มต้นธุรกิจใหม่และกลับมาผงาดได้
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
"ประธานหวัง หนี้ค้างชำระเยอะขนาดนี้ คุณไม่คิดจะฟ้องร้องพวกเขาบ้างเหรอ?" ถังเหรินถามพลางกวาดตามองกองใบแจ้งหนี้
หวังเซิ่งฟานส่ายหน้าแล้วตอบว่า "ตอนเริ่มก่อตั้งบริษัท ทุกคนที่ทำธุรกิจด้วยกันก็พี่ก็น้องกันทั้งนั้น"
"เหมือนนายกับฉันนี่แหละ"
"นายเองก็เหมือนกัน ยอมปล่อยให้บริษัทเจ๊งดีกว่าจะฟ้องฉันไม่ใช่เหรอ!"
"น้องชาย ไอ้กองนี้มันไม่ใช่แค่หนี้ แต่มันคือไมตรีจิต"
"ถ้าไมตรีจิตยังอยู่ ความสัมพันธ์ก็ยังยั่งยืน ขืนฟ้องร้องขึ้นมาจริงๆ ต่อไปก็มองหน้ากันไม่ติด เป็นคนแปลกหน้ากันพอดี"
"อีกอย่าง ถึงฟ้องไปก็ใช่ว่าจะได้เงินคืน"
ได้ยินคำพูดของหวังเซิ่งฟาน ถังเหรินก็รู้สึกจุกในอกและจนปัญญา
ขณะที่พลิกดูปึกใบเสร็จและสัญญาตรงหน้าไปมาอย่างส่งเดช สายตาของถังเหรินก็ไปสะดุดเข้ากับใบแจ้งหนี้และสัญญาฉบับหนึ่งจากบริษัทซ่งเจี๋ย!
เวรเอ๊ย นั่นมันบริษัทที่เมียเก่าเขาทำงานอยู่ไม่ใช่เหรอ?
"ประธานหวัง บริษัทซ่งเจี๋ยก็ติดเงินคุณด้วยเหรอ?"
พอหวังเซิ่งฟานได้ยินชื่อนี้ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว "ซ่งเจี๋ย!? ไอ้ระยำซ่งจี้น่ะเหรอ?"
"มันติดเงินฉันอยู่ล้านกว่า ขับรถปอร์เช่ร่อนไปร่อนมาหลีสาวได้ทุกวี่ทุกวัน แต่สามปีมานี้ไม่ยอมจ่ายหนี้ฉันสักแดงเดียว!"
"ในบรรดาลูกหนี้ทั้งหมด ไอ้สารเลวนี่แหละที่เบี้ยวหนี้หน้าด้านที่สุด"
"พับผ่าสิ ถ้ามันไม่มีตระกูลฉินหนุนหลังอยู่ ฉันฟ้องมันไปนานแล้ว!"
ถังเหรินครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดเสียงขรึม "ถ้าอย่างนั้น คุณโอนหนี้ของมันมาให้ผมไหมล่ะ?"
หวังเซิ่งฟานได้ยินดังนั้นก็หันมามองถังเหรินแล้วพูดว่า "น้องชาย อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ หนี้ก้อนนี้อาจจะทวงไม่ได้นะเว้ย เดี๋ยวจะมาหาว่าเหล่าหวังคนนี้หลอกเอานาย"
"ต่อให้ฟ้องร้องแล้วได้เงินคืน นายก็จะอยู่ในวงการนี้ต่อไม่ได้อีก นายก็รู้กฎของวงการนี้ดี..."
ถังเหรินโบกมือ แสดงท่าทีไม่ยี่หระ แล้วพูดว่า "ถ้าคุณโอนหนี้ของมันมาให้ผม หนี้ที่คุณติดผมอยู่ก็ถือว่าหายกัน"
"ส่วนเรื่องจะทวงหนี้ได้หรือไม่ นั่นมันเรื่องของผม"
ถังเหรินยื่นคำขาดอย่างหนักแน่น
บ้าเอ๊ย เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอก เขาแค่ต้องการระบายความแค้นนี้ต่างหาก!
ยังไงซะหวังเซิ่งฟานก็ไม่มีเงินจ่ายคืนอยู่แล้ว พอประกาศล้มละลาย เงินของเขาก็สูญเปล่าอยู่ดี
สู้โอนหนี้ไปที่ซ่งจี้เพื่อความสะใจยังจะดีกว่า
ต่อให้ไม่ได้เงินคืน เขาก็จะทำให้ไอ้ชายชู้ซ่งจี้กับนังแพศยาหลิวหรงต้องชดใช้อย่างสาสม!
"ตกลง มันติดหนี้บริษัทฉันอยู่ 1.18 ล้านหยวน ฉันจะโอนหนี้ทั้งหมดไปให้นาย ส่วนต่างที่เกินมาถือซะว่าเป็นสินน้ำใจที่ฉันติดค้างนาย แล้วก็เป็นดอกเบี้ยตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ก็แล้วกัน"
หวังเซิ่งฟานไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย เขาจัดการให้ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายการเงินทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องหนี้ พร้อมทั้งส่งมอบใบเสร็จและสัญญาตัวจริงทั้งหมดให้กับถังเหรินทันที
ตอนที่ถังเหรินเดินออกมา หวังเซิ่งฟานยังส่งอั่งเปามาให้เขาทางวีแชตอีกด้วย
"น้องชาย ฉันทำให้ผิดหวังจริงๆ!"
"นี่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันพอจะช่วยนายได้"
ถังเหรินกดเปิดอั่งเปาดู: 168 หยวน
(เลขมงคลพ้องเสียงว่า "รวยตลอดทาง")
ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ถังเหรินตอบกลับไปว่า "ขอบคุณ" ก่อนจะหันหลังกลับ แล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอนุบาลนานาชาติหงหวงหลานลวี่ เพื่อไปรับลูกสาว ถังจื่อซาน...
ในเวลานี้ ท้องฟ้าเทฝนลงมาอย่างหนัก เม็ดฝนขนาดใหญ่กระหน่ำตีใส่กระจกรถจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆ ราวกับว่ามันพยายามจะฟาดฟันโลกทั้งใบให้แตกเป็นเสี่ยงๆ
ถังเหรินนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ มือทั้งสองกำพวงมาลัยแน่นจนข้อข้อนิ้วซีดขาว ร่างกายสั่นเทิ้มเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธ หรือเพราะความสิ้นหวังและความไม่ยินยอมพร้อมใจที่อัดแน่นอยู่เต็มอก
ขณะขับรถออกจากบริษัทของหวังเซิ่งฟาน เขาบังเอิญขับผ่านสำนักงานเขตพอดี
สถานที่แห่งนี้ ซึ่งสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้เขาอย่างแสนสาหัส เป็นที่ที่เขาไม่อยากจะเหยียบย่างมาอีกเลยชั่วชีวิต
ป้ายสำนักงานเขตมองไม่เห็นในกระจกมองหลังอีกแล้ว แต่ตัวอักษรเย็นชาเหล่านั้นกลับทำให้เขารู้สึกด้านชา
บันไดแต่ละขั้น เป็นพยานที่เฝ้ามองความหวานชื่นของงานแต่งงานนับไม่ถ้วน และการหย่าร้างที่แตกหักดราม่ามากมายด้วยสายตาอันเย็นชา
เมื่อเช้านี้ ถังเหรินและหลิวหรงก็จัดอยู่ในประเภทหลัง
บนเบาะที่นั่งข้างคนขับ นอกจากสัญญาหนี้ ใบเสร็จ และใบแจ้งหนี้ที่เพิ่งได้มาจากหวังเซิ่งฟานแล้ว ยังมีใบสำคัญการหย่าสีแดงสดวางอยู่อีกด้วย...
และยังมีบันทึกข้อตกลงการหย่าที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของถังเหรินที่เวลานี้แหลกสลายและเต็มไปด้วยบาดแผล
น่าเสียดายที่ใบสำคัญการหย่าดันเป็นสีแดงเหมือนกัน
นึกย้อนไปเมื่อเช้านี้ ในห้องโถงบริการอันหนาวเหน็บของสำนักงานเขต หลิวหรงแต่งหน้าจัดเต็ม สวมรองเท้าส้นสูงจิมมี่ ชู เดินกรีดกรายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
ราวกับว่าการต้องทนอยู่กับถังเหรินต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว นำมาซึ่งความรำคาญและความรังเกียจเดียดฉันท์สำหรับเธอ
ผู้หญิงคนนี้ไม่แม้แต่จะปรายตามองถังเหรินเป็นครั้งที่สอง เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่ายืนยันจะหย่าหรือไม่ เธอตอบสวนทันควันว่า "ยืนยัน!" โดยไม่ลังเล
สำหรับเธอแล้ว ช่วงเวลาคูลลิ่งออฟหนึ่งเดือนนั้นมันนานเกินพอ เธอไม่เต็มใจที่จะรออีกแม้แต่วินาทีเดียว
ตอนที่รับใบสำคัญการหย่ามา ถังเหรินเห็นกับตาว่าเมียเก่าของเขาเดินลงจากรถเทอรามองท์ของเขา แล้วก้าวขึ้นรถของไอ้ชู้รักไป
นั่นคือซ่งจี้ เจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่
บริษัทซ่งเจี๋ย, ซ่งจี้!
หึหึ ฉันพนันได้เลยว่าแกคงนึกไม่ถึงหรอกว่า ตอนนี้ฉันกลายมาเป็นเจ้าหนี้ของแกแล้ว
ทันใดนั้น ถังเหรินก็สังเกตเห็นไฟเตือนน้ำมันกะพริบวาบขึ้นบนแผงหน้าปัด แสงสีแดงนั้นสะท้อนความวิตกกังวลในใจของเขา
ลูกสาวของเขาเพิ่งจะสามขวบ หลิวหรงมีงานมีการทำและมีรายได้ ในขณะที่บริษัทของเขาล้มละลายและตัวเขาเองก็ถังแตก
ในมุมมองของอนุญาโตตุลาการ 99% สิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกสาวย่อมตกเป็นของหลิวหรง
เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกสาว ถังเหรินจำต้องยอมออกจากบ้านตัวเปล่า และทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่เรียกร้องค่าเลี้ยงดูใดๆ จากหลิวหรงในภายหลัง ไม่ว่าด้วยเหตุผลหรือข้ออ้างใดก็ตาม
หลิวหรงถึงยอมยกสิทธิ์การเลี้ยงดูหนูซานซานให้ถังเหรินแต่โดยดี
รถเทอรามองท์ที่เขาขับมาห้าปี เป็นทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียวในตอนนี้ที่หลิวหรงไม่ได้เอาไป
ตลกร้ายชะมัด ที่หลิวหรงไม่เอาไปก็เพราะเธอรังเกียจคำว่า "โฟล์คสวาเกน" (รถประชาชน)
เธอคิดว่ามันเป็นรถที่คนจนขับกัน และเธอบอกว่าถังเหรินเหมาะที่จะขับรถกระจอกๆ แบบนี้ไปตลอดชีวิต
ในรถอัดแน่นไปด้วยสัมภาระของเขาและลูกสาว พวกเขายังต้องหาที่ซุกหัวนอนสำหรับคืนนี้
แต่ตอนนี้ น้ำมันรถดันใกล้จะหมดซะอีก
ส่วนเงินที่เขามี: บัตรเครดิต -153,845.25 หยวน; ฮวาเป่ย (สินเชื่อ) -142,145.12 หยวน;
ยอดเงินคงเหลือในวีแชต: 389.16 หยวน
เงินสดเหรอ? เสียใจด้วย เขาไม่มีแม้แต่กระเป๋าสตางค์ ถึงจะมีเหรียญตกอยู่ในรถสองเหรียญก็เถอะ
บัตรเครดิตและฮวาเป่ยถูกระงับการใช้งานไปแล้ว เพราะค้างชำระงวดผ่อน
รถเคลื่อนตัวไปอย่างยากลำบากท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ ที่ปัดน้ำฝนแกว่งไปมาไม่หยุดแต่ก็ไม่อาจปัดน้ำที่เทลงมาให้พ้นสายตาได้
ถังเหรินมองภาพถนนที่พร่ามัวนอกหน้าต่าง หัวใจเต็มไปด้วยความขมขื่น
เขาไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับชีวิตในวันข้างหน้ายังไง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเลี้ยงดูซานซานเพียงลำพัง
เขารู้แค่ว่าเพื่อลูกสาว เขาต้องเข้มแข็ง ไม่ว่าชีวิตจะยากลำบากแค่ไหน เขาจะยอมให้ซานซานต้องลำบากแม้แต่นิดเดียวไม่ได้
ถังเหรินกัดฟัน ค้นหาปั๊มน้ำมันราคาถูกในแผนที่อ้ายเต๋อเต๋อ แล้วเติมน้ำมันเบนซิน 95 ไป 200 หยวน!
หลังจากจ่ายเงิน 200 หยวนผ่านวีแชต เขาเหลือเงินติดตัวเพียง 189.16 หยวน
เอาล่ะ สมบัติทั้งหมดที่เขามีเหลืออยู่บนโลกใบนี้ ก็คือเงินในวีแชตแค่นี้กับเหรียญสองอันในรถ
นี่คือนิยามของคำว่าหมดตูดของจริง
ระหว่างเติมน้ำมัน ถังเหรินก็คิดไปพลางว่า หรือต่อไปเขาควรจะเปลี่ยนไปเติมเบนซิน 92 ดีนะ
มันถูกกว่ากันเกือบหยวนต่อลิตรเชียวนะ!
แต่ตอนนี้ หึหึ แม้แต่ 92 เขาก็ยังไม่มีปัญญาเติม
บางทีทีหลังเขาอาจจะต้องเติมน้ำเปล่าแทนแล้วมั้ง... พอเติมน้ำมันเสร็จ ฝนก็หยุดตกพอดี
【ติ๊ง! ระบบยอดคุณพ่อผู้ตามใจลูกสาว เปิดใช้งานแล้ว!】
ถังเหรินตะลึงงัน นึกว่าตัวเองหูฝาด แต่เสียงในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง!
【ติ๊ง ความปรารถนาของลูกสาวซานซาน: ป๊ะป๋า รีบมารับหนูเร็วๆ หน่อย】
【รางวัลความรักของพ่อ: ไปรับลูกสาวที่โรงเรียนอนุบาลภายในครึ่งชั่วโมง มอบรางวัลให้โฮสต์เป็น: บัตรเติมน้ำมันไม่จำกัดของแผนที่อ้ายเต๋อเต๋อ 1 ใบ!】
เชี่ยเอ๊ย!?
พี่ระบบตัวจริงเสียงจริงนี่หว่า!
ฉันก็มีระบบกับเขาเหมือนกัน! นี่สินะที่เขาเรียกว่าสวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนขยัน
สามสิบปีฝั่งตะวันออก สามสิบปีฝั่งตะวันตก จริงๆ ด้วย!
แต่รางวัลบ้านี่มันอะไรกัน?
นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ?
ถ้ารู้ก่อนนะ ฉันเติมน้ำมันแค่ 50 หยวน แล้วรีบไปรับลูกสาวจากโรงเรียนก่อนค่อยกลับมาเติมก็ดีหรอก
พับผ่าสิ พอคนเรามันจนเข้าหน่อย แม้แต่ระบบก็น่ารังเกียจไปด้วยหรือไง
แบบนี้มันเกินไปแล้วนะ!
จบบท