- หน้าแรก
- เลือกเพื่อนสนิทแล้ว จะมาร้องไห้ทำไมตอนผมไป
- ตอนที่ 27 สยบความผยองของคนหนุ่ม
ตอนที่ 27 สยบความผยองของคนหนุ่ม
ตอนที่ 27 สยบความผยองของคนหนุ่ม
ตอนที่ 27 สยบความผยองของคนหนุ่ม
กลับมาที่ฝั่งนักศึกษาวิศวกรรมซอฟต์แวร์
เฉินกวงเสวี่ยโบกมือให้กู้เจ๋อ "เอาล่ะ ถ้าไม่กระทบการเรียน เธอจะจัดสรรเวลายังไงอาจารย์ก็ไม่ขัดข้อง"
"แต่ถ้าเป็นไปได้ อาจารย์เฉินก็หวังว่าจะได้เห็นหน้าเธอในห้องเรียนบ่อยขึ้นนะ"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องเรียน บรรยากาศความตึงเครียดระหว่างกู้เจ๋อกับเฉินกวงเสวี่ยสลายไปในพริบตา
กู้เจ๋อยังไม่รีบร้อนที่จะแสดงสิ่งที่เตรียมมาให้เฉินกวงเสวี่ยดู เอาไว้รอหลังเลิกเรียนก็ยังไม่สาย
บ่อยครั้งเรามักได้ยินนักศึกษาบ่นว่ามหาวิทยาลัยของตัวเองไม่ได้เรื่องอยู่บ่อยๆ
แต่แท้จริงแล้ว มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่คือสถาบันแบบครบวงจรที่รวมเอาทั้งการศึกษา การบ่มเพาะ การวิจัย และการผลิตเข้าไว้ด้วยกัน ในมุมที่นักศึกษามองไม่เห็น ศักยภาพด้านการวิจัยและการต่อยอดผลงานวิจัยสู่ความเป็นจริงของทางมหาวิทยาลัยนั้น อาจเหนือกว่าจินตนาการของนักศึกษาไปไกลลิบ
มิฉะนั้นแล้ว สถาบันการศึกษาขนาดใหญ่เช่นนี้จะอยู่รอดได้อย่างไรหากต้องพึ่งพาเพียงงบประมาณที่จัดสรรมาจากเบื้องบนและรอคอยฟ้าฝนเป็นใจเพียงอย่างเดียว?
ดังนั้น จึงมักเกิดปรากฏการณ์อย่างหนึ่งขึ้น
ยิ่งคนที่มีความสามารถสูงเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยยอดฝีมือมากเท่านั้น
เพราะสิ่งที่เขาได้สัมผัส ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ในระดับสูง
ส่วนคนที่ธรรมดาสามัญ ก็จะยิ่งรู้สึกว่าทุกสิ่งที่ตนสัมผัสนั้นแสนจะธรรมดา
เพราะความเคยชินที่ปล่อยตัวไหลไปตามกระแสน้ำ จึงทำได้เพียงเก็บขยะที่ลอยมาอยู่ปลายน้ำเท่านั้น
กว่ากู้เจ๋อจะตระหนักว่าพลังของมหาวิทยาลัยที่ดูเหมือนธรรมดาเหล่านั้นน่ากลัวเพียงใดในมุมที่มองไม่เห็น ก็เป็นตอนที่เขาเรียนจบและได้ร่วมงานเชิงลึกกับสถาบันวิจัยภาคอุตสาหกรรมของมหาวิทยาลัยหลายแห่งในภายหลังแล้ว
"เอาล่ะ กู้เจ๋อ เชิญนั่งได้ เรามาเริ่มเรียนกันเถอะ"
ทว่าในจังหวะนั้นเอง กลับมีเสียงขัดจังหวะดังแทรกขึ้นมา
"ช้าก่อนครับอาจารย์เฉิน!"
"เมื่อกี้กู้เจ๋อคุยโวไว้ก่อนเข้าเรียนว่าโปรเจกต์ที่เขาทำจะช่วย 'เปิดหูเปิดตา' อาจารย์เฉินครับ!"
"แถมยังบอกอีกว่าอาจารย์ต้องไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนแน่ๆ!"
"ถ้าอาจารย์ไม่ให้เขาพรีเซนต์ ผมกลัวว่าเพื่อนกู้เจ๋อเขาจะไม่พอใจเอานะครับ!"
ต้วนหมิงตงอดรนทนไม่ไหว จึงพูดโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชันใส่เฉินกวงเสวี่ย
เฉินกวงเสวี่ยเลิกคิ้วสูง
แน่นอนว่าเขามีทิฐิและความภูมิใจในแบบของตัวเอง
สมัยหนุ่มๆ เขาเคยเขียนระบบให้กับสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเครือธุรกิจอาหารข้ามชาติมาแล้ว
ต่อมาเพราะเบื่อหน่ายความกดดันและการเมืองภายในองค์กร จึงเลือกผันตัวมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
คำว่า 'เปิดหูเปิดตา' นั้น นับว่าเป็นคำพูดที่โอหังไม่เบาเลยทีเดียว
จ้าวซื่อผุดลุกขึ้นจากที่นั่งทันที "เฮ้ย ไอ้ต้วน อย่ามาใส่ร้ายพี่เจ๋อ! พี่เจ๋อไปพูดแบบนั้นตอนไหนวะ?"
ต้วนหมิงตงถือดีว่ามีอาจารย์อยู่ จึงใจกล้าหน้าด้านขึ้นมา
เขาไม่เชื่อหรอกว่าจ้าวซื่อจะกล้ากระทืบเขาต่อหน้าอาจารย์
"อาจารย์ครับ ก็ตอนพักก่อนเข้าเรียนนี่แหละ! ใครๆ ก็ได้ยินกันทั้งนั้น!"
"พี่เจ๋อเคารพอาจารย์จะตายไป เขาจะไป..."
ปัง!
เฉินกวงเสวี่ยกระแทกแปรงลบกระดานลงบนโต๊ะหน้าชั้นเรียนเสียงดังสนั่น ใบหน้าเคร่งขรึมจนน่ากลัว
"นี่มันห้องเรียนนะ! เห็นที่นี่เป็นอะไร? ตลาดสดหรือไง? เอะอะโวยวายอะไรกันนักหนา"
เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินกวงเสวี่ย ต้วนหมิงตงก็แอบยิ้มเยาะในใจ
แผนสำเร็จแล้ว ไฟโทสะของเฉินกวงเสวี่ยที่เพิ่งมอดไปถูกเขาจุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
"กู้เจ๋อ ถ้าเธอเตรียมมาพร้อมแล้ว ก็แสดงให้เพื่อนๆ ดูหน่อยเถอะ"
"อาจารย์เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผลงานของอัจฉริยะอย่างเธอจะเป็นยังไง"
เฉินกวงเสวี่ยเดินลงจากโพเดียม เจตนาชัดเจนว่าจะยกเวทีนี้ให้กู้เจ๋อ
ต้วนหมิงตงมองดูกู้เจ๋อที่เดินถือแล็ปท็อปขึ้นไปบนเวทีอย่างใจเย็นด้วยความสะใจ ก่อนจะกระซิบข้างหูซ่งอี้หานเบาๆ
"ฮิฮิ ฮันฮัน ดูสีหน้ากู้เจ๋อสิ! ในใจมันคงกำลังเดือดปุดๆ แน่ เรามารอดูมันขายหน้ากันเถอะ!"
ทว่าซ่งอี้หานกลับไม่ได้รู้สึกสนุกเหมือนที่ต้วนหมิงตงคิด
แม้แววตาที่เธอมองกู้เจ๋อจะมีความรำคาญใจเจือปนอยู่ แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือความกังวล
ต้วนหมิงตงหันไปสบเข้ากับสายตาอันคมกริบภายใต้กรอบแว่นของเฉินกวงเสวี่ยพอดี
ชั่วพริบตานั้น ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังของต้วนหมิงตง
ราวกับว่าเล่ห์เหลี่ยมตื้นเขินของเขาถูกอาจารย์มองทะลุปรุโปร่งจนหมดเปลือก
เฉินกวงเสวี่ยจ้องมองต้วนหมิงตงอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปจับจ้องที่หน้าจอโปรเจกเตอร์ของกู้เจ๋อ
ในเวลานั้นเอง ที่นอกห้องเรียน ร่างเล็กปราดเปรียวราวกับลูกแมวสองร่างก็ย่องเงียบเข้ามาทางประตูหลัง
หลินนั่วเอ๋อร์กับซูหยามาถึงก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีแล้ว
เดิมทีพวกเธอตั้งใจจะแอบดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ นอกประตู แต่เหตุการณ์ในห้องเรียนช่างเข้มข้นเร้าใจเหลือเกิน หลินนั่วเอ๋อร์ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว จึงลากซูหยาเข้ามาชมการถ่ายทอดสดแบบติดขอบสนาม
"กู้เจ๋อของเธอนี่หาเรื่องเก่งจริงๆ! ฉันรู้สึกว่าอาจารย์จงใจจะดัดนิสัยความอวดดีของกู้เจ๋อนะเนี่ย!"
ซูหยากระซิบข้างหูหลินนั่วเอ๋อร์
นาทีนี้หลินนั่วเอ๋อร์ที่กำลังเป็นกังวลไม่มีอารมณ์จะมาคอยจับผิดคำพูดของซูหยา เธอกำหมัดแน่น ในใจนึกอยากจะบุกไปลากคอไอ้คนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างต้วนหมิงตงออกมาซ้อมให้รู้แล้วรู้รอด
"ไอ้สารเลวนั่น ตั้งใจจะทำให้เสี่ยวเจ๋อจื่อขายหน้าชัดๆ!"
ซูหยากลับดูจะสนุกกับเรื่องราวตรงหน้า เธอโบกมือเบาๆ "เอาน่า ไม่ต้องรีบร้อน ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่ากู้เจ๋อของเธอเก่งจะตาย แถมยังดูถูกโปรเจกต์กระจอกๆ ของพวกเราอีก"
"งั้นฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าเขาจะเขียนอะไรที่มันวิเศษวิโสออกมาได้"
หลินนั่วเอ๋อร์จำใจคลายหมัดลง
สถานการณ์แบบนี้ คนนอกคงช่วยอะไรไม่ได้มาก ต้องขึ้นอยู่กับตัวกู้เจ๋อเองแล้ว
กู้เจ๋อบนหน้าชั้นเรียนไม่ได้มีท่าทีขัดเขินแม้แต่น้อย เขายิ้มพลางพูดกับเพื่อนร่วมชั้น
"เดิมทีผมตั้งใจจะขอคำชี้แนะจากอาจารย์เฉินเป็นการส่วนตัวหลังเลิกเรียนครับ"
"แต่ในเมื่อตอนนี้ต้องมารบกวนเวลาเรียนของทุกคน ก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ"
พูดจบ กู้เจ๋อก็เปิดโปรแกรมเขียนโค้ดขึ้นมา นิ้วมือพรมลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว
ภาพนิ้วมือของกู้เจ๋อที่ขยับขึ้นลงราวกับกำลังบรรเลงเปียโน ทำให้ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคน
'เชี่ย... เร็วชิบหาย'
ความเร็วในการพิมพ์ระดับนี้ ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์รุ่นเก๋าชั้นเซียนเท่านั้นถึงจะทำได้!
เฉินกวงเสวี่ยยืนกอดดอกมองหน้าจอที่กะพริบเปลี่ยนไปมาอย่างต่อเนื่องด้วยความรู้สึกหลากหลาย
หน้าต่างอินเทอร์เฟซที่แบ่งสัดส่วนชัดเจน นิสัยการกดเซฟแทบทุกวินาทีโดยสัญชาตญาณ การจัดหมวดหมู่โปรเจกต์และฟังก์ชันอย่างเป็นระเบียบ... ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นนิสัยของโปรแกรมเมอร์ผู้ช่ำชองประสบการณ์
โดยเฉพาะการเขียน Header File บางส่วน แทบจะถอดแบบมาจากสไตล์ของเฉินกวงเสวี่ยเปี๊ยบ
แต่สิ่งที่ทำให้เฉินกวงเสวี่ยสะเทือนใจที่สุด คงจะเป็นความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากตัวของกู้เจ๋อ
ความเชื่อมั่นที่ว่า... เขาสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ด้วยโค้ดในมือ
น่าเสียดายที่ในโลกแห่งความเป็นจริง แค่ความสามารถอย่างเดียวนั้นไม่เคยเพียงพอที่จะทำให้ความฝันเป็นจริง
เฉินกวงเสวี่ยในวัยหนุ่มก็เคยมีความมั่นใจเช่นนี้ และเคยสร้างความสำเร็จมามากมาย
แต่สุดท้าย เพราะความเย่อหยิ่งและใจร้อนตามประสาคนหนุ่ม จึงทำให้ต้องเจ็บตัวอย่างสาหัส
กู้เจ๋อ... กู้เจ๋อ เธอห้ามเดินซ้ำรอยฉันเด็ดขาดนะ