- หน้าแรก
- เลือกเพื่อนสนิทแล้ว จะมาร้องไห้ทำไมตอนผมไป
- บทที่ 21 เธอมีเพื่อนชายคนสนิท ฉันก็มีพี่น้องหญิง
บทที่ 21 เธอมีเพื่อนชายคนสนิท ฉันก็มีพี่น้องหญิง
บทที่ 21 เธอมีเพื่อนชายคนสนิท ฉันก็มีพี่น้องหญิง
บทที่ 21 เธอมีเพื่อนชายคนสนิท ฉันก็มีพี่น้องหญิง
ดวงตาของซ่งอี๋หานเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
เธออุตส่าห์ปูทางสร้างสถานการณ์มาตั้งนาน จู่ๆ เรื่องราวกลับจบลงดื้อๆ แบบนี้เนี่ยนะ?
ภาพของชายหญิงสองคู่ที่กำลังยืนโต้เถียงกันกลางโรงอาหาร แถมสามในสี่คนนั้นยังหน้าตาดีโดดเด่น ดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี สายตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องมาที่จุดนี้เป็นตาเดียว
เดิมทีทุกคนแค่กะจะมามุงดูเรื่องสนุกหน้าร้านชานม แต่ไม่คิดเลยว่าการมาซื้อชานมไข่มุกแก้วเดียว จะได้ของแถมเป็นละครฉากใหญ่ขนาดนี้
ซ่งอี๋หานพยายามเรียบเรียงความคิดในหัว แม้จะโกรธจนตัวสั่น แต่สติของเธอยังไม่กระเจิดกระเจิงไปเสียทีเดียว สิ่งที่เธอรู้สึกมากกว่าความโกรธคือความประหลาดใจและความรู้สึกแปลกแยกที่มี่ต่อกูเจ๋อ
ต้องรู้ก่อนว่า กูเจ๋อคนเดิมไม่มีทางปฏิบัติต่อเธอแบบนี้เด็ดขาด
เพียงเวลาไม่กี่วัน กูเจ๋อเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน และตัวแปรสำคัญของเรื่องทั้งหมดนี้ ย่อมหนีไม่พ้นคนคนเดียว...
หลินนั่วเอ๋อร์
ซ่งอี๋หานบีบน้ำตา ปั้นหน้าเศร้าสวมบทบาทผู้ถูกกระทำทันที
"กูเจ๋อ ถ้านายไม่พอใจอะไรฉัน หรือความสัมพันธ์ของเรามีปัญหา เราก็ควรจะเคลียร์กันแค่สองคนสิ"
"ทำไมนายต้องดึงคนนอกเข้ามาเกี่ยวด้วย? การที่นายยืนดูเฉยๆ ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้มารุมด่าว่าฉัน ทำร้ายจิตใจฉัน นายมีความสุขมากนักหรือไง?"
ช่างเป็นคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
น่าเสียดาย ที่กูเจ๋อคนนี้ไม่หลงกลมุขตื้นๆ แบบนี้อีกต่อไปแล้ว
"ซ่งอี๋หาน ฉันไม่อยากเสียเวลาอีกแล้วนะ ฉันจะบอกเธอเป็นครั้งสุดท้าย"
"เราจบกันแล้ว ตอนนี้เธอกับฉันต่างคนต่างอยู่ สถานะโสดทั้งคู่ เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของฉัน"
ท่าทีเย็นชาไร้เยื่อใยของกูเจ๋อทำเอาซ่งอี๋หานสติหลุดไปวูบหนึ่ง
"ก็ได้ กูเจ๋อ ฉันไม่มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องของนาย แล้วทำไมยัยนี่ถึงมีสิทธิ์ยุ่งเรื่องของนายล่ะ?"
คำถามของซ่งอี๋หานทำให้สมองของหลินนั่วเอ๋อร์แล่นเร็วประดุจสายฟ้าฟาด
"ก็เพราะฉันเป็น 'พี่น้อง' ที่ดีของกูเจ๋อไงล่ะ!"
"อะไรนะ?"
วันนี้นับไม่ถ้วนแล้วที่ซ่งอี๋หานต้องอุทานออกมาด้วยความช็อก
หลินนั่วเอ๋อร์ยกกำปั้นขึ้นมาชนกับกำปั้นของกูเจ๋ออย่างเป็นธรรมชาติ
"ฉันรู้จักกูเจ๋อมานานกว่าเธอ และเข้าใจเขาดีกว่าเธอเยอะ พวกเราเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน และแน่นอนว่าฉันต้องยุ่งเรื่องของพี่น้องฉันอยู่แล้ว!"
"ใครมารังแกพี่น้องฉัน ฉันก็ต้องออกหน้าปกป้องมันเป็นธรรมดา!"
นาทีนี้ หลินนั่วเอ๋อร์รู้สึกว่าตัวเองช่างฉลาดปราดเปรื่องเสียจริง
เธอไม่เพียงแต่แก้ต่างคำถามของซ่งอี๋หานได้ แต่ยังสร้างสถานะที่ชอบธรรมในการอยู่ข้างๆ กูเจ๋อได้อย่างแนบเนียน
ในขณะเดียวกัน กูเจ๋อก็ได้แต่ยืนอึ้ง
หลินนั่วเอ๋อร์... แม่สาวน้อย เธอนี่มันอัจฉริยะจริงๆ
วนไปวนมา สุดท้ายเราก็กลับมาเป็น 'พี่น้อง' กันอีกแล้วสินะ?
เมื่อเห็นกูเจ๋อกับหลินนั่วเอ๋อร์ส่งสายตารู้กัน ซ่งอี๋หานก็กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
"ไม่มีทาง! ผู้ชายกับผู้หญิงจะเป็นพี่น้องกันได้ยังไง? พวกเธอสองคนต้องมีซัมติงกันแน่ๆ!"
หลินนั่วเอ๋อร์ยักไหล่ "เธอนี่ตลกชะมัด ทีเธอกับต้วนหมิงตงยังเป็น 'เพื่อนชายคนสนิท' กันได้เลยไม่ใช่เหรอ?"
"เขาเป็นเพื่อนชายคนสนิทของเธอ ส่วนฉันก็เป็น 'พี่น้องหญิง' ของกูเจ๋อไง ถ้าเธอยอมรับสถานะเพื่อนชายคนสนิทได้ ทำไมโลกนี้จะมีสถานะพี่น้องหญิงไม่ได้ล่ะ?"
มุมปากของซ่งอี๋หานกระตุกยิก สีหน้าแทบจะคุมไม่อยู่ ความน่าสงสารที่ปั้นแต่งไว้มลายหายไปจนหมดสิ้น
"'เพื่อนชายคนสนิท' มันมีกันเยอะแยะ! ใครๆ เขาก็มีกัน แต่ฉันไม่เคยได้ยินคำว่า 'พี่น้องหญิง' มาก่อนในชีวิต!"
ซ่งอี๋หานรู้ตัวว่ากำลังพาล แต่เธอรับไม่ได้จริงๆ ที่เห็นหลินนั่วเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างกูเจ๋ออย่างสง่าผ่าเผยแบบนั้น
นี่คือการดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
กูเจ๋อลูบคางทำท่าครุ่นคิด "เธอหมายความว่า... โลกนี้มีเพื่อนชายคนสนิทได้ แต่มีพี่น้องหญิงไม่ได้ งั้นสิ?"
"ใช่!"
กูเจ๋อหันไปฉีกยิ้มกว้างให้หลินนั่วเอ๋อร์
"งั้นได้เลย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันขอแต่งตั้งตัวเองเป็น 'เพื่อนชายคนสนิท' ของเธอแล้วกันนะ"
วินาทีนั้น ระบบประมวลผลในสมองของซ่งอี๋หานแทบจะไหม้จนลัดวงจร
เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินกลับมาถึงหอพักได้ยังไง
จนกระทั่งต้วนหมิงตงยื่นแก้วชานมให้เธออย่างกล้าๆ กลัวๆ ที่หน้าหอพักหญิง สัมผัสเย็นเฉียบของแก้วชานมจึงเรียกสติของซ่งอี๋หานให้กลับคืนมา เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า... วันนี้เธอแพ้อย่างราบคาบ
หรือพูดให้ถูกคือ ชัยชนะทุกครั้งในอดีตที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะเธอเก่งกาจอะไร แต่เป็นเพราะกูเจ๋อยอมอ่อนข้อให้ด้วยความรักและความอดทนต่างหาก
สิ่งที่ทำให้เธอเปล่งประกาย ไม่ใช่คุณงามความดีในตัว แต่เป็นความรักพิเศษที่กูเจ๋อมอบให้
เมื่อความรักนั้นจางหายไป ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่จืดชืดไร้ค่า
"หานหาน ดื่มชานมหน่อยนะ ร้านนี้คิวยาวมากเลยนะกว่าจะซื้อได้"
ต้วนหมิงตงรู้ตัวว่าเมื่อครู่เขาทำตัวขี้ขลาดเกินไป จึงรีบซื้อชานมมาเอาใจ
แต่เวลานี้ ซ่งอี๋หานจะมีอารมณ์มาดื่มชานมได้ยังไง?
ต้วนหมิงตงพยายามยัดเยียดแก้วชานมใส่มือเธอหลายครั้ง แต่ซ่งอี๋หานก็ไม่ยอมรับ
สุดท้าย ด้วยความไม่ระวังของทั้งคู่ แก้วชานมจึงหลุดมือร่วงลงพื้น
แพ็กเกจจิ้งชานมสมัยนั้นไม่ได้แข็งแรงอะไรนัก ทันทีที่กระแทกพื้น มันก็แตกกระจายสาดกระเซ็นไปทั่ว
น้ำชานมที่เหนียวเหนอะหนะเปรอะเปื้อนถุงน่องและรองเท้าหนังราคาแพงของซ่งอี๋หาน ความเย็นเยียบและความเปียกชื้นนั้นกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของเธอขาดผึง
ซ่งอี๋หานระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
"นี่! นายจะมีประโยชน์อะไรบ้างไหมเนี่ย? เวลาคับขันพึ่งพาอะไรไม่ได้สักอย่าง ดีแต่พูดสวยหรูแต่ไม่เคยทำได้จริง ไม่กล้าตัดสินใจ พอเกิดเรื่องก็มุดหัวหนี! บางทีฉันก็สงสัยนะว่านายใช่ลูกผู้ชายหรือเปล่า!"
ปกติแล้ว อารมณ์โกรธและความเอาแต่ใจของซ่งอี๋หานมักจะมีกูเจ๋อเป็นคนรองรับ
ส่วนต้วนหมิงตงมักจะโผล่มาแค่ตอนกินดื่มเที่ยวเล่นสนุกสนานกับเธอเท่านั้น
ตอนนี้พอกูเจ๋อไม่อยู่แล้ว ซ่งอี๋หานถึงเพิ่งตาสว่างและได้เห็นว่า ไอ้สิ่งที่เรียกว่า 'เพื่อนชายคนสนิท' คนนี้ แท้จริงแล้วก็แค่คนร่วมสุขแต่ไม่ร่วมทุกข์
พอถึงเวลาต้องพึ่งพาจริงๆ เขาก็ทำได้แค่หลบอยู่ข้างหลังและหาข้ออ้างฟังไม่ขึ้นมาแก้ตัว
"หานหาน ผมไม่ได้ตั้งใจ หานหาน! หานหานฟังผมก่อน!"
ซ่งอี๋หานไม่สนใจเสียงเรียกของต้วนหมิงตง เธอสะบัดหน้าเดินหนีเข้าหอพักหญิงไปทันที
ต้วนหมิงตงมองตามแผ่นหลังของซ่งอี๋หานไป พร้อมกับกำหมัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
กูเจ๋อ...
ตอนนี้จุดอ่อนของเขาถูกกูเจ๋อกุมไว้ด้วยวิธีการบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้
พวกเขายังอยู่แค่ปีสอง แถมยังเรียนคณะเดียวกัน
ยังไงก็ต้องเดินชนกันไปอีกนาน เขาคงทนใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาความหวาดระแวงกูเจ๋อแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแน่
จนถึงวินาทีนี้ ต้วนหมิงตงก็ยังไม่คิดโทษความขี้ขลาดและความไร้ความสามารถของตัวเองที่ทำให้ซ่งอี๋หานมองเขาในแง่ลบ
ความผิดทั้งหมด... มันเป็นของไอ้กูเจ๋อคนเดียว!
เขาไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้าตรงๆ และเขาก็กลัวเจ็บตัวเกินกว่าจะไปท้าต่อยตีตัวต่อตัว
เรื่องความสามารถและการเรียนเขาก็สู้ไม่ได้ แถมเรื่องส่วนตัวยังเน่าเฟะไม่มีชิ้นดี
คนพรรค์นี้ก็เหมือนขยะสังคมที่ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง และทนเห็นคนอื่นได้ดีกว่าไม่ได้
สำหรับคนประเภทนี้ ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือวิธีสกปรก
ต้วนหมิงตงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหารายชื่อผู้ติดต่อจนเจอมารายชื่อหนึ่งที่เมมไว้ว่า 'พี่เฉียง'
เขาต้องหาวิธีทำลายชื่อเสียงของไอ้หมอนั่นให้ป่นปี้จนไม่มีที่ยืนให้ได้!