- หน้าแรก
- เลือกเพื่อนสนิทแล้ว จะมาร้องไห้ทำไมตอนผมไป
- บทที่ 13 ฉันเชื่อใจกูเจ๋อ!
บทที่ 13 ฉันเชื่อใจกูเจ๋อ!
บทที่ 13 ฉันเชื่อใจกูเจ๋อ!
บทที่ 13 ฉันเชื่อใจกูเจ๋อ!
กูเจ๋อมองดูศีรษะที่ผงกขึ้นลงอย่างภาคภูมิใจของหลินนั่วเอ๋อร์ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ดวงตาสุกใส ฟันขาวสะอาด และแววตาที่สะกดคนมอง
เธอช่างงดงามเหลือเกิน
งามราวกับนางในวรรณคดีที่หลุดออกมาจากภาพวาด
ทำไมเมื่อก่อนเขาถึงไม่เคยสังเกตเลยนะว่าเธอน่ารักขนาดนี้?
ดูเหมือนหลินนั่วเอ๋อร์จะสัมผัสได้ว่าสายตาของกูเจ๋อเริ่มร้อนแรงขึ้น ประกอบกับมีเพื่อนนักศึกษาเดินผ่านไปมาเป็นระยะ เธอจึงรู้สึกขัดเขินเล็กน้อยและรีบเปลี่ยนเรื่องคุย
"อะแฮ่ม! ในเมื่อนายไม่ยอมรับเงินค่าข้าว งั้นสุดสัปดาห์นี้เราไปหาอะไรกินกันเถอะ"
"กินข้าว? เธอจะเลี้ยงเหรอ?"
หลินนั่วเอ๋อร์ตอบอย่างมั่นใจ "แหงสิ! เจ้าเจ๋อน้อย นายซื้อข้าวมาส่งฉันตั้งนานแล้ว ฉันเลี้ยงคืนบ้างมันก็สมควรไม่ใช่เหรอ?"
กูเจ๋อพยักหน้าพลางเอ่ยอย่างใช้ความคิด "ถ้าอย่างนั้น เราก็หายกัน"
ไม่รู้ทำไม หลินนั่วเอ๋อร์ที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกับกูเจ๋ออย่างสนุกสนาน เมื่อได้ยินประโยคนั้น จู่ๆ อารมณ์ของเธอก็ดิ่งวูบลงอย่างน่าประหลาด
หายกันงั้นเหรอ...?
ภาพเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วย้อนกลับมาในหัวของหลินนั่วเอ๋อร์อีกครั้ง กูเจ๋อมักจะทุ่มเททุกอย่างให้ซ่งอี๋หานเพียงคนเดียว สำหรับคนอื่นเขาไม่อยากติดค้างบุญคุณใคร และไม่อยากให้ใครมาติดค้างเขา
ราวกับว่านอกจากซ่งอี๋หานแล้ว เขากลัวที่จะต้องมีความผูกพันลึกซึ้งกับใครคนอื่น
"ฉันไม่อยากให้เราหายกันแค่นี้สักหน่อย..."
หลินนั่วเอ๋อร์พึมพำแผ่วเบา เหมือนพูดกับกูเจ๋อ และเหมือนพูดกับตัวเอง
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหญิงสาวดูหม่นหมองลง กูเจ๋อก็ระบายยิ้มออกมา "โอเคๆ ไม่หายกันก็ได้"
"คราวหน้าเธอเลี้ยง คราวต่อไปฉันเลี้ยง แล้วคราวต่อๆ ไปเธอก็เลี้ยงอีก วนลูปไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด! แบบนี้เราก็จะได้กินข้าวด้วยกันไปตลอดไง!"
"พรูด!"
คำพูดติดตลกของกูเจ๋อทำให้หลินนั่วเอ๋อร์หลุดขำออกมาทันที
หลังจากยืนคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง กูเจ๋อก็ขอตัวกลับไปก่อน หลินนั่วเอ๋อร์ยืนเกาะรั้วหน้าหอพักมองส่งกูเจ๋อจนลับสายตา ตั้งแต่เขาเดินเลี้ยวตรงหัวมุม ขึ้นบันได จนกระทั่งแผ่นหลังนั้นหายวับไปในความมืด เธอถึงยอมตัดใจเดินกลับเข้าห้องพักไปจัดการมื้อเย็น
พอนึกถึงคำพูดของกูเจ๋อเมื่อครู่ที่บอกว่าระหว่างเราจะ 'วนลูปกันไปเรื่อยๆ' ความสุขก็เอ่อล้นออกมาจากหัวใจจนกลั้นไม่อยู่
เหมือนจู่ๆ ก็นึกเรื่องดีๆ ขึ้นได้ จนเผลอยิ้มแก้มปริหุบยิ้มไม่ลง
รูมเมททั้งสามคนมองอาการ 'คลั่งรัก' ของหลินนั่วเอ๋อร์แล้วหันมาสบตากันด้วยความกังวล สถานการณ์ตอนนี้ดูท่าจะไม่ดีเสียแล้ว... สุดท้าย ซูหยาจึงจำต้องรับบทนางมารร้ายเอ่ยปากถามขึ้น
"นั่วเอ๋อร์ อาการแกตอนนี้... กำลังมีความรักชัวร์?"
พอโดนจี้จุด หลินนั่วเอ๋อร์ก็สะดุ้งโหยงเหมือนกระต่ายตื่นตูม ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันควัน
"หอ? เสี่ยวหยา พูดอะไรเนี่ย! ฉันกับกูเจ๋อก็แค่เพื่อนกันย่ะ!"
ซูหยากลอกตาอย่างระอาใจ "ถามจริง แกเชื่อคำพูดตัวเองป่ะเนี่ย นั่วเอ๋อร์? แกจำเรื่องสมัยปีหนึ่งไม่ได้แล้วหรือไง"
ถึงอย่างไรซูหยาก็เป็นเพื่อนรักของหลินนั่วเอ๋อร์ ความกังวลของเธอมีเพียงเหตุผลเดียวคือไม่อยากเห็นเพื่อนเจ็บ
แววตาของหลินนั่วเอ๋อร์ฉายความสับสนวูบหนึ่ง แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างรวดเร็ว
"เจ้าเจ๋อน้อยบอกฉันแล้วว่าเขาจะขีดเส้นแบ่งและตัดขาดกับผู้หญิงคนนั้น และเจ้าเจ๋อน้อยก็บอกเลิกผู้หญิงคนนั้นไปแล้วด้วย"
"ฉันเชื่อใจเจ้าเจ๋อน้อย!"
น้ำเสียงหนักแน่นของเธอเปรียบเสมือนคำประกาศศักดาว่า 'ฉันพร้อมจะเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกเพื่อเธอ' เมื่อเห็นหลินนั่วเอ๋อร์ดื้อรั้นหลงผิดขนาดนี้ ซูหยาก็เริ่มร้อนรน
"หลินนั่วเอ๋อร์! คนทั้งรุ่นเขารู้กันหมดว่ากูเจ๋อทุ่มเทให้ซ่งอี๋หานขนาดไหน"
"จู่ๆ ท่าทีเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้ แกไม่เคยเอะใจสงสัยบ้างเลยเหรอว่าทำไม?"
หัวใจของหลินนั่วเอ๋อร์กระตุกวูบ
นั่นสินะ...
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่าทีของกูเจ๋อที่มีต่อเธอ... เธอชอบมัน เธอดื่มด่ำไปกับมัน และจมดิ่งอยู่ในความสุขนั้น จนมองข้ามพฤติกรรมที่ดูแปลกประหลาดบางอย่างของเขาไป
คนคนหนึ่งจะตัดใจจากคนที่ตัวเองแอบชอบมานานได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ?
คงจะ... เป็นไปไม่ได้หรอก
เพราะตัวหลินนั่วเอ๋อร์เองคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
เมื่อเห็นสีหน้าสับสนงุนงงของเพื่อน ซูหยาจึงถอนหายใจพลางยื่นโทรศัพท์ให้หลินนั่วเอ๋อร์ดูแชทไลน์ที่อาจารย์ที่ปรึกษาแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมโปรเจกต์มาให้
"เรื่องนี้ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ"
"แต่ในเมื่อคณะส่งชื่อกูเจ๋อไป เจ้าตัวก็ต้องตกลงและรู้เรื่องแล้ว แต่ช่วงนี้กูเจ๋อเคยพูดเรื่องนี้กับแกบ้างไหม?"
หลินนั่วเอ๋อร์ถือโทรศัพท์มือถือไล่อ่านข้อความในแชทด้วยความสับสน
ไม่เลย...
ไม่มีเลยสักคำ
เวลาอยู่กับเธอ กูเจ๋อทำตัวเหมือนไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยสักนิด
ปฏิกิริยาของหลินนั่วเอ๋อร์คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด รูมเมทอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ ต่างก็รู้สึกเดือดดาลแทน
"ไม่ไหว กูเจ๋อคนนี้แสดงละครเก่งชะมัด! คงคิดว่าพวกเรายังไม่รู้ข่าว เลยแกล้งมาทำดีด้วยที่นี่!"
"แล้วพอข่าวประกาศออกมา เขาก็คงแกล้งทำเป็นว่ามันบังเอิญ! เขาแค่กลัวว่าพวกเราที่เป็นแกนหลักของโปรเจกต์จะเขี่ยเขาทิ้ง ไม่ยอมให้เขาเข้าร่วมทีมง่ายๆ น่ะสิ!"
"ตายจริง แผนสูงชะมัด น่ากลัวจริงๆ ผู้ชายคนนี้!"
ในมุมมองของคนนอก เหตุผลที่กูเจ๋อเปลี่ยนท่าทีแบบพลิกฝ่ามือย่อมเป็นเพราะต้องการผลประโยชน์จากโปรเจกต์นี้แน่ๆ จะโทษซูหยาที่คิดแบบนี้ก็ไม่ได้ เพราะพวกเธอไม่ได้คิดมากไปเองเสียทีเดียว
พรึ่บ!
หลินนั่วเอ๋อร์ทนฟังต่อไปไม่ไหว เธอลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที
"พอได้แล้ว!"
"ห้ามพูดถึงเขาแบบนั้นอีกนะ!"
"ฉันกับเจ้าเจ๋อน้อยรู้จักกันมาตั้งกี่ปี ฉันรู้ดีที่สุดว่าเขาเป็นคนยังไง เขาไม่มีวันทำเรื่องพรรค์นั้นเด็ดขาด!"
เมื่อเห็นใบหน้าที่เริ่มบึงตึงของหลินนั่วเอ๋อร์ ซูหยาก็รีบเข้าไปโอบไหล่เพื่อนรักแล้วกดตัวให้นั่งลงอย่างนุ่มนวล
"นั่วเอ๋อร์ พวกเราเข้าใจความรู้สึกแกนะ จู่ๆ มารู้เรื่องแบบนี้ใครจะไปตั้งรับทัน"
"ถ้าแกเจอคนดีๆ พวกเราก็พร้อมจะอวยพรแกอยู่แล้ว"
"แต่กูเจ๋อคนนี้... เขาเคยรักซ่งอี๋หานปานจะกลืนกิน แล้วจู่ๆ ก็มาทำดีกับแก"
"สมมตินะ... ฉันแค่สมมติว่าถ้าเขามีเจตนาแอบแฝงจริงๆ แกจำไว้นะว่าพวกเราจะอยู่ข้างแกเสมอ!"
หลินนั่วเอ๋อร์มองดูเพื่อนรักตรงหน้า และหันไปมองรูมเมทอีกสองคนที่รักใคร่กลมเกลียวกันมาตลอด ท้ายที่สุดแล้ว พวกเธอก็แค่พี่น้องที่เป็นห่วงกลัวเธอจะเสียใจ
หลินนั่วเอ๋อร์คืนโทรศัพท์ให้ซูหยา แววตายังคงแน่วแน่มั่นคง
"ขอบใจนะที่บอกเรื่องนี้"
"แต่ว่า... ความคิดของฉันก็ยังเหมือนเดิม"
"กูเจ๋อบอกฉันเองว่าเขาเลิกกับซ่งอี๋หานแล้ว"
"ฉันเชื่อใจกูเจ๋อ!"
"เรื่องนี้มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ!"