- หน้าแรก
- เลือกเพื่อนสนิทแล้ว จะมาร้องไห้ทำไมตอนผมไป
- บทที่ 3 สะบั้นรักสาวมารยา แล้วพาโฉมงามไปทำแผล
บทที่ 3 สะบั้นรักสาวมารยา แล้วพาโฉมงามไปทำแผล
บทที่ 3 สะบั้นรักสาวมารยา แล้วพาโฉมงามไปทำแผล
อยากรู้วิธีทำให้แฟนสาวโกรธจนควันออกหูไหม ง่ายนิดเดียว... แค่เอ่ยปากชมผู้หญิงคนอื่นว่า 'สวย' ต่อหน้าเธอก็พอ
"กู! เจ๋อ!"
ใบหน้าของซ่งอี๋หานซีดเผือด ราวกับว่าบาดแผลทางใจของเธอนั้นสาหัสสากรรจ์ยิ่งกว่าต้วนหมิงตงที่ยืนหน้าบวมปูดอยู่ข้างๆ เสียอีก
กูเจ๋อปรายตามอง "มีอะไร?"
ซ่งอี๋หานกระทืบเท้าด้วยความโมโห "ฉันก็แค่ลืมวันครบรอบของเรา จำเป็นต้องชมผู้หญิงคนอื่นให้ฉันได้ยินด้วยเหรอ!"
"นึกถึงจิตใจฉันบ้างไหม ฉันยังเป็นแฟนของนายอยู่นะ!"
กูเจ๋อแค่นเสียงหัวเราะ "หึ... เธอยังจำได้ด้วยเหรอว่าเป็นแฟนฉัน?"
แววตาของเขาเย็นเยียบและเฉียบขาดจนซ่งอี๋หานเริ่มใจคอไม่ดี ตลอดปีกว่าที่คบกันมา เขาไม่เคยใช้สายตาแบบนี้มองเธอเลย
กูเจ๋อยกมือชี้หน้าต้วนหมิงตงที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ด้านหลังซ่งอี๋หาน "บางทีฉันก็นึกว่าพวกเธอสองคนเป็นผัวเมียกันซะอีก!"
เมื่อเห็นว่าครั้งนี้กูเจ๋อโกรธจริง ซ่งอี๋หานจึงรีบแก้ตัวพัลวัน "กูเจ๋อ นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย ฉันกับหมิงตง..."
กูเจ๋อยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้เธอหุบปาก
"พอเถอะ ฉันไม่อยากฟังเรื่องเน่าเฟะระหว่างเธอกับไอ้... ตัวอะไรก็ช่างนี่อีกแล้ว"
"ตลอดหนึ่งปีมานี้ เธอเลือกไอ้สิ่งที่เรียกว่า 'เพื่อนสนิท' นี่มากี่ครั้งแล้ว แต่น่าเสียดาย... ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะเลือกฉัน"
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ ต่อไปเธอก็ไม่ต้องลำบากใจเลือกอีกแล้ว"
"ซ่งอี๋หาน เราเลิกกัน นับจากวินาทีนี้ไป เธอกับฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก"
พูดจบ กูเจ๋อก็หันไปกวักมือเรียกหลินนั่วเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีสบายๆ
"ไปกันเถอะ!"
หลินนั่วเอ๋อร์ที่เมื่อครู่ยังบู๊ล้างผลาญรับมือชายฉกรรจ์สองคนได้อย่างสูสีถึงกับยืนงง... บ้าจริง ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงได้เท่บาดใจขนาดนี้นะ
แต่ปากเจ้ากรรมดันพูดออกไปว่า "อ้าว ไม่กระทืบพวกมันต่อเหรอ?"
กูเจ๋อทั้งฉุนทั้งขำ เดินเข้าไปคว้าข้อมือเธอแล้วลากออกมาทันที
"จะกระทืบหาพระแสงอะไร! ไม่เห็นรึไงว่าขาตัวเองเจ็บอยู่!"
"ถ้าเป็นแผลเป็นขึ้นมา เดี๋ยวก็ได้เสียใจไปตลอดชีวิตหรอก!"
เขาจูงมือหลินนั่วเอ๋อร์เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองซ่งอี๋หานที่ยืนน้ำตาคลอเบ้าแม้แต่หางตา
ซ่งอี๋หานมองแผ่นหลังของทั้งคู่ด้วยความไม่อยากเชื่อ
เธอ... โดนทิ้ง?
ผู้ชายที่แสนดี ขี้เกรงใจ และยอมเธอมาตลอดอย่างกูเจ๋อเนี่ยนะจะทิ้งเธอ?
เธอแค่ลืมวันครบรอบแล้วไปดูหนังกับเพื่อนสนิทเองนะ!
กูเจ๋อทำกับเธอแบบนี้ได้ยังไง!
ในขณะที่ซ่งอี๋หานกำลังจมอยู่กับความสับสน ต้วนหมิงตงที่โดนผู้หญิงอัดจนน่วมก็ทนความอับอายไม่ไหว รีบกระตุกแขนเสื้อเธอ
"หานหาน กลับหอกันเถอะ คนเยอะแยะ เดี๋ยวเป็นขี้ปากชาวบ้านเปล่าๆ"
ซ่งอี๋หานเดินตามต้วนหมิงตงกลับหอพักชายทั้งน้ำตา ใช่แล้ว... ปกติเธอก็ต้องเป็นคนเดินมาส่ง 'เพื่อนสนิทผู้ต้องการการดูแล' คนนี้กลับหอเป็นประจำอยู่แล้ว
"หมิงตง... หรือว่าเราจะทำเกินไปจริงๆ ผู้ชายเขาไม่ถือเรื่องเพื่อนสนิทชายกันจริงๆ เหรอ"
ต้วนหมิงตงเช็ดน้ำตาให้เธออย่างรู้ใจ "แน่นอน! ผู้ชายอกสามศอกเขาไม่คิดเล็กคิดน้อยหรอก!"
ซ่งอี๋หานเอ่ยเสียงเครือ "แต่ถ้ากูเจ๋อมีผู้หญิงอื่นบ้าง ต่อให้เป็นแค่เพื่อนธรรมดา ฉันก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน!"
ต้วนหมิงตงรีบแย้งอย่างมั่นใจ "โธ่ หานหานของผม คุณแค่แคร์กูเจ๋อมากไป เขาเลยได้ใจไง! ที่บอกเลิกวันนี้ก็แค่แกล้งถอยเพื่อรุก หวังจะปั่นหัวให้คุณยอมรับยัยหลินนั่วเอ๋อร์นั่นแหละ!"
หลินนั่วเอ๋อร์จะมาอยู่ข้างกายกูเจ๋อ?
ซ่งอี๋หานกัดฟันกรอดด้วยความโมโหเมื่อนึกภาพนั้น แต่พอได้ยินทฤษฎี 'แกล้งถอยเพื่อรุก' ของต้วนหมิงตง เธอก็เริ่มมีความหวังขึ้นมา
"งั้นเขาก็ไม่ได้อยากเลิกจริงๆ ใช่ไหม? เขายังชอบฉันอยู่ เดี๋ยวก็คงกลับมาง้อใช่ไหม?"
ต้วนหมิงตงพยักหน้าทำท่าลึกลับ "ใช่สิ หานหานเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ ผมยังรู้สึกเป็นเกียรติเลยที่ได้อยู่ใกล้คุณ!"
"กูเจ๋อทำบุญมาแปดชาติแล้วถึงได้เป็นแฟนคุณ!"
ซ่งอี๋หานอารมณ์ดีขึ้นทันตา "ฮึ ต้องเป็นยัยหลินนั่วเอ๋อร์เสี้ยมสอนแน่ๆ แฟนชาวบ้านแท้ๆ จะมายุ่งทำไม! น่ารำคาญชะมัด"
"เดี๋ยวกูเจ๋อมาง้อเมื่อไหร่ ฉันจะสั่งให้เขาเลิกคบยัยนั่นทันที! ดูสิ ทำคุณเจ็บขนาดนี้..."
ต้วนหมิงตงทำเก่ง "ไม่เป็นไรนะหานหาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะเผชิญหน้าไปด้วยกัน!"
หารู้ไม่ว่าต้วนหมิงตงผู้กล้าหาญในตอนนี้ กำลังจะได้เผชิญหน้ากับเจ้าสี่และเดอะแก๊งของกูเจ๋อที่ดักรอสหบาทาอยู่ที่หน้าหอพักเรียบร้อยแล้ว
และงานนี้... ซ่งอี๋หานคงช่วยรับตีนแทนไม่ไหวแน่ๆ
...
"ไอ้สารเลวสองคนนั้น ฉันเหม็นขี้หน้ามานานแล้ว!"
"ไอ้ต้วนหมิงตงนั่นคิดจะลอบกัดฉันด้วยนะ! แต่ระดับนี้แล้ว ฉันระวังตัวอยู่ตลอดแหละ"
"หมัดนุ่นๆ แบบนั้น ฉันรับ ปัด สวน แล้วตบกลับหลังหันจนมันร่วงลงไปกองกับพื้นเลย..."
หลินนั่วเอ๋อร์โม้เรื่องวีรกรรมการต่อสู้ของตัวเองตลอดทาง ราวกับว่ายิ่งเล่า ต้วนหมิงตงก็ยิ่งโดนกระทืบซ้ำไปเรื่อยๆ
จู่ๆ กูเจ๋อก็หยุดเดินแล้วหันมามองหลินนั่วเอ๋อร์
ต่อให้เป็นคนเก่งกล้าแค่ไหน ก็ย่อมต้องแพ้พ่ายให้กับสายตาของคนที่ตัวเองแอบชอบ เมื่อถูกจ้องมองอย่างจริงจัง กำแพงที่สร้างไว้ก็พังทลายลงในพริบตา
"เอ่อ... ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?"
"เจ้าเจ๋อน้อย ฉันรู้นายไม่ชอบให้มีเรื่อง แต่ฉันทนไม่ไหวจริงๆ วันนี้"
"แล้วฉันก็รู้นายรักซ่งอี๋หานมาก ตัดใจทำร้ายเธอไม่ลงหรอก ที่ฉันบอกจะตบเธอก็แค่ขู่ให้กลัวเฉยๆ ไม่ได้จะทำจริงสักหน่อย"
"ไม่งั้นระดับฉันจะไปพลาดท่าให้ไก่อ่อนสองคนนั้นจนเจ็บตัวได้ยังไง!"
กูเจ๋อใจกระตุกวูบ
เขาเพิ่งจะสงสัยอยู่ว่าขาโหดประจำคณะอย่างเธอ ไปทำอีท่าไหนถึงได้แผลกลับมา
ที่แท้ก็เป็นเพราะเขา... เพราะเกรงใจเขา จึงไม่กล้าทำร้ายซ่งอี๋หาน
ความใส่ใจนี้ทำให้เขานึกย้อนไปถึงตัวเองในอดีต ตอนนั้นต่อให้เขาโมโหจนอยากจะซัดหน้าต้วนหมิงตงสักแปดร้อยรอบ เขาก็ต้องข่มใจไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าเพียงเพราะเห็นแก่หน้าซ่งอี๋หาน
เมื่อมองเห็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิดในดวงตาของหญิงสาวจอมแก่นตรงหน้า ความรู้สึกปวดใจก็แล่นพล่านไปทั่วอก
ความรักบางประเภทที่เคยเจียมเนื้อเจียมตัวจนแทบจะจมดิน...
บัดนี้ถึงเวลาที่มันควรจะเบ่งบานเสียที
"ยังเจ็บอยู่ไหม?"
หลินนั่วเอ๋อร์เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนกูเจ๋อดุ
เพราะในสายตาเธอ กูเจ๋อรักซ่งอี๋หานมาก คงไม่มีทางเลิกกันได้ง่ายๆ
แต่คำพูดของกูเจ๋อกลับอ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ
"คะ?"
กูเจ๋อส่ายหน้ายิ้มๆ อย่างจนใจ ก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าหลินนั่วเอ๋อร์
"ขึ้นมาสิ เดี๋ยวฉันแบกไปส่งห้องพยาบาลเอง"