- หน้าแรก
- ระบบหาเรื่องตายในหัวฉัน
- ตอนที่ 170 ระหว่างบรรทัด
ตอนที่ 170 ระหว่างบรรทัด
ตอนที่ 170 ระหว่างบรรทัด
วันที่ 1 พฤษภาคม อากาศแจ่มใส
ข่าวลือเรื่องฉันกับเขาในโรงเรียนยิ่งแพร่กระจาย คนรอบข้างเริ่มพูดกันโจ่งแจ้งว่าฉันไม่รู้จักอาย เป็นผู้หญิงไร้ค่า เป็นผู้หญิงต่ำตม
ทั้งหมดนี้ฉันทนได้ แต่สิ่งเดียวที่ทนไม่ได้คือการได้ยินคนอื่นพูดถึงเขาในแง่ร้าย พอใครปากเสียขึ้นมาฉันก็อดไม่ได้ที่จะเถียงกลับ
วันที่ 3 พฤษภาคม อากาศมีฝนตกปรอย ๆ
ฉันไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว ฝนพรำข้างนอกยิ่งทำให้อารมณ์มืดหม่น เหมือนเขาตั้งใจหลบหน้าฉัน
วันที่ 8 พฤษภาคม
ผู้คนรอบข้างเริ่มทำให้ฉันหวาดกลัว ไม่ว่าทำอะไร ก็มักจะถูกเพ่งเล็งแกล้งแหย่ พวกเขาเริ่มพูดเรื่องฉันกับเขาแบบไม่สนใจว่าฉันอยู่ตรงนั้นหรือไม่ กระทั่งเล่นตลกใส่อย่างจงใจ
วันที่ 14 พฤษภาคม
เขาถูกพักงานแล้ว
วันที่ 15 พฤษภาคม
ตอนกลางคืนเขามาหาฉัน บอกให้ฉันพักการเรียนหนึ่งปี รอให้กระแสซาไปแล้วค่อยกลับมาเรียนต่อ แต่ถ้าฉันพักกลางคันแบบนี้ ครอบครัวที่เลี้ยงฉันมาด้วยความยากลำบากคงผิดหวังมากแน่ ๆ
วันที่ 28 พฤษภาคม
วันนี้ฉันถูกผู้ชายกลุ่มหนึ่งรังแก พวกเขาด่าทอฉัน แต่ฉันก็ยังพยายามอดทน
วันที่ 3 มิถุนายน
ฉันจะฆ่าพวกมัน ฆ่ามันทั้งหมด! ฆ่า! ฆ่าให้ตาย!
ทันทีที่ซุยเจี้ยนอ่านถึงตรงนี้ ทุกคนก็สะดุ้ง ใจหวิววูบ แม้เวลาผ่านมานาน แต่ตัวหนังสือที่ขีดกดลึกแทบทะลุกระดาษ ทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความอาฆาตรุนแรงเกินบรรยาย ความเกลียดชังที่แม้แต่มู่หรงเจี้ยนกั๋วซึ่งปกติเป็นคนกล้า ๆ ยังอดสะท้านใจไม่ได้
“ข้างหลังไม่มีแล้ว” ซุยเจี้ยนพลิกต่อแต่ก็พบว่า หน้ากระดาษถูกฉีกทิ้งไปอย่างหยาบ ๆ ร่องรอยชัดว่าผู้เขียนน่าจะคิดว่าไม่ควรเก็บไว้ เลยฉีกออกไปเอง
เขาสรุปเบา ๆ “สมุดเล่มนี้ไม่ได้เขียนทุกวัน แต่จะจดเฉพาะเวลามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเท่านั้น”
ทุกคนต่างหน้าเคร่งเครียดอยู่นาน ต้วนมู่โก่วตั้นค่อย ๆ เอ่ยขึ้น “ดูท่าก่อนตาย ไป๋เซวี่ยน่าจะเจอเรื่องกระทบใจอย่างรุนแรง อาจมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมห้อง เลยทำให้พวกนั้นพลั้งมือถอดเสื้อผ้าแล้วโยนเธอขึ้นดาดฟ้า ถึงได้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนั้น”
มู่หรงเจี้ยนกั๋วเลยถามต่อ “แล้วจริง ๆ สาเหตุมันคืออะไร?”
ซุยเจี้ยนคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนตอบ “น่าจะเป็นเรื่องอาจารย์คนนั้น ดูจากระหว่างบรรทัดจะเห็นว่าทุกอย่างวนกลับไปหาเขาเสมอ ไป๋เซวี่ยไม่เคยเขียนชื่อออกมาเลย แต่ก็ชัดว่าเป็นต้นเหตุสำคัญ คงเพราะมีนักศึกษาคนอื่นพูดถึงอาจารย์คนนั้นในแง่ร้าย เธอเลยทนไม่ได้ ต้องออกหน้าเถียง แล้วถึงได้เขียนบันทึกสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแบบนี้”
เส้าโปถอนหายใจหนัก “เฮ้อ…นี่มันบาปชัด ๆ กว่าจะผลักผู้หญิงคนหนึ่งไปถึงขนาดนั้นได้ ต้องโหดร้ายขนาดไหนกัน พวกที่เคยแกล้งเธอจนตาย ตอนหลังโดนเคราะห์กรรมเล่นงานก็ตายกันหมด ก็คงสมควรแล้ว”
ต้วนมู่โก่วตั้นพยักหน้าช้า ๆ “น่าสงสารจริง ๆ เด็กสาวในวัยสดใส กลับต้องถูกสังคมในยุคนั้นเหยียบจนพังยับ ถ้าเป็นสมัยนี้ เรื่องครูคบกับนักศึกษา ถึงจะถูกนินทาว่าไม่เหมาะสมบ้าง แต่ถ้าทั้งคู่ยินยอมก็คงไม่ถูกประณามถึงตายหรอก”
เขาถอนหายใจต่อ “แต่เมื่อสามสิบปีก่อน ความคิดผู้คนยังปิดกั้นเกินไป เรื่องที่จริงแค่ความรัก กลับถูกตีตราเป็นเรื่องต้องห้ามจนจบลงด้วยโศกนาฏกรรม”
เส้าโปก็เสริม “ว่าแต่…รูโบ๋ใต้เตียงมันเห็นชัดขนาดนั้น ทำไมสมุดเล่มนี้ยังอยู่ในนั้นได้ล่ะ?”
ต้วนมู่โก่วตั้นตอบ “ดูจากรอยแล้ว น่าจะมีใครเอามาซ่อนทีหลังมากกว่า”
พวกเขาพูดคุยต่ออีกครู่ แต่ก็หาข้อสรุปไม่ได้ สุดท้ายเลยแยกย้ายกันล้มตัวลงนอน ความตึงเครียดจากการลุยตึกผีเมื่อคืนยังไม่คลาย ต่างก็พูดคุยกันไปเรื่อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เผลอหลับไป
เช้าวันต่อมา ราวแปดเก้าโมง ซุยเจี้ยนถึงค่อย ๆ ลุกจากเตียง มองเพื่อนทั้งสามที่ยังหลับสนิทแล้วส่ายหัวเบา ๆ <เมื่อคืนยังร้องไห้จนน้ำตาท่วมมุมห้องอยู่แท้ ๆ ตื่นเช้ามานอนอืดอย่างกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น>
เขาล้างหน้าล้างตาเงียบ ๆ ก่อนคว้าดาบยาวออกไปซ้อมตามปกติ แต่ระหว่างแกว่งดาบ ความคิดกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดแปลก
“ฉันเห็นนายใจลอยอยู่นานแล้ว ยังคิดไม่ตกอีกเหรอ?”
เสียงใสแฝงหงุดหงิดดังขึ้นจากด้านหลัง ซุยเจี้ยนหันกลับไป เห็นหลิวเหมิงในชุดวอร์มสีเทา มัดผมหางม้า กอดดาบยาวพิงต้นไม้ มองเขาด้วยสายตาคาดคั้น
ซุยเจี้ยนเกาศีรษะ หัวเราะเก้อ ๆ “เอ่อ…คุณยังไม่รู้ข่าวเหรอ?”
“ข่าวอะไร?” หลิวเหมิงเลิกคิ้ว
“ก็เรื่องที่ฉันถูกแนะนำให้เข้าสู่วงการยุทธ์น่ะสิ”
หลิวเหมิงขมวดคิ้วทันที “ใครเป็นคนแนะนำ นายต้วนมู่ยี่ หรือว่ามู่หรงเจี้ยนกั๋ว?”
ดูจากน้ำเสียงที่เรียกชื่อเต็มแบบห้วน ๆ ก็รู้แล้วว่าเธอหงุดหงิดไม่เบา
ซุยเจี้ยนรีบส่ายหัว ตอบตามตรง “ไม่ใช่…เป็นหงป้า”
สีหน้าหลิวเหมิงเปลี่ยนทันที เธอตวาดเสียงเข้ม “นายไม่รู้เหรอว่าถ้าให้หงป้าเป็นคนแนะนำ ต่อไปทุกคนจะมองว่านายอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา?”
ซุยเจี้ยนยักไหล่ “ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก แต่พอกลับมาห้องเพื่อน ๆ ถึงได้อธิบายให้ฟังทีหลัง”
หลิวเหมิงกัดริมฝีปากแน่น แต่สุดท้ายก็ยังอดเตือนออกมาไม่ได้ “หงป้าน่ะเป็นพวกสุดโต่ง ถึงจะไม่ได้แบ่งแยกแบบมารหรือเซียน แต่พลังที่พวกเขาฝึกมันขยายกิเลสในใจ ทำให้คนพวกนั้นอารมณ์รุนแรง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ยากจะคาดเดา โดยเฉพาะระดับสูง ๆ ที่เจนจัดแล้ว มักจะมีจิตใจลึกลับน่ากลัว ถ้าเขาไม่บอกเหตุผลตรง ๆ นายก็ไม่มีวันเดาได้เลยว่าแท้จริงเขาต้องการอะไร”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเปลี่ยนเป็นพูดเสียงเบาลง “แต่หงป้าเองยังพอไว้ใจได้บ้าง อย่างน้อยถ้าไม่ไปขัดเขาตรง ๆ เขาก็ไม่ทำอะไร”
ซุยเจี้ยนพยักหน้ารับ “อืม ฉันจำไว้แล้ว”
เห็นเขายอมรับง่าย ๆ หลิวเหมิงก็ถอนหายใจ แต่ยังอดถามไม่ได้ “แล้วทำไมถึงเลือกเขาล่ะ?”
ซุยเจี้ยนลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตอบตรง ๆ
…
【จบตอนที่ 170】