เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 - ซาตาน, เจ้าแห่งปีศาจ!

ตอนที่ 37 - ซาตาน, เจ้าแห่งปีศาจ!

ตอนที่ 37 - ซาตาน, เจ้าแห่งปีศาจ!


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“จะ….เจ้าเอาอะไรให้ข้ากิน?!”

 

เกลเบอร์ลนลานมาก. เขากลัวหัวหดจริงๆ. ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาทำตัวไม่น่าไว้ใจเลย.

 

“อั่ก…”

 

วินาทีต่อมา, เกลเบอร์เอามือทาบอกทันทีแล้วส่งเสียงออกมาอย่างบ้าคลั่ง, กลิ้งไปมากับพื้น แล้วใช้นิ้วจกไปอย่างแรงราวกับว่าอยากจะควักหัวใจออกมา.

 

“เอานี่ ยาถอนพิษ…”

 

เย่เทียนไม่คิดเลยว่าฤทธิ์ของพิษกลืนทรวงจะแรงมากถึงกับทำให้เกลเบอร์เจ็บปวดขนาดนี้. หลังจากเกลเบอร์ได้รับรู้ความเจ็บปวดที่ไม่จบสิ้นนั้น เย่เทียนเลยให้ยาแก้พิษไป.

 

“กรึ่บบบ.”

 

พอได้ยินว่าเป็นยาถอนพิษ, เกลเบอร์ไม่คิดอะไรมาก รีบกลืนมันลงไปทันที.

 

ในที่สุดความเจ็บปวดที่หัวใจของเขาที่ราวกับถูกแมลงทุกสายพันธุ์กัดพร้อมๆกัน ก็ได้หายไป. แต่ทว่าตอนนี้ร่างของเกลเบอร์เหงื่อแตกพลั่ก. น้ำถ้วยนึงที่เขาดื่มไปเมื่อตะกี้ได้ไหลออกมาหมดแล้ว. เขามองมาทางเย่เทียนราวกับว่ามองปีศาจ นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความกลัว.

 

ไม่สิ!

 

ในตาของเกลเบอร์นั้นเย่เทียนน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจซะอีก.

 

“เอ่อ...ฤทธิ์ของยาถอนพิษมันช่วยเจ้าได้แค่เดือนเดียวนะ. หลังจากเดือนนึงผ่านไป หากเจ้าไม่ได้รับยาถอนพิษ เจ้าก็จะเจ็บแบบนั้นไป3วันและอาม่าเจ้าก็จะมากวักมือเรียก….”

 

เย่เทียนยิ้มแล้วอธิบายอย่างช้าๆ.

 

“ปีศาจ, เจ้ามันปีศาจ..”

 

พอได้ยินดังนั้น, ด้วยความกลัวและความสิ้นหวังอันไร้ขีดจำกัดของตัวเอง เกลเบอร์เลยตะโกนใส่หน้าเย่เทียนไป.

 

“ไม่ใช่, ข้าคือซาตาน, เจ้าแห่งปีศาจ!”

 

เย่เทียนส่ายหัวแล้วยิ้มด้วยอย่างมีความสุข.

 

“เจ้าต้องการอะไรกันแน่ห้ะ?”

 

เกลเบอร์ถามเย่เทียนด้วยความสั่นกลัว. เขาไม่รู้ว่าเย่เทียนจะทำอะไร.

 

“ถ้าเจ้าอยากมีชีวิตต่อ, ก็ต้องมาเป็นหมารับใช้ของข้า! ไม่งั้นหลังจาก1เดือนเจ้าจะได้เจ็บแบบนั้นอีก!”

 

เย่เทียนพูดอย่างไม่แยแส.

 

“เจ้า…”

 

หัวใจของเกลเบอร์นั้นชาไปแล้ว.

 

“เพี๊ยะ!”

 

เย่เทียนไม่พูดอะไร แล้วตบเขาไปเต็มๆ มันทำให้หน้าเขาบวมยิ่งไปกว่าเดิม.

 

“เจ้านาย…..”

 

รอบนี้ เกลเบอร์ก็ทำตัวดีขึ้น. เขาซ่อนความเกลียดชังในดวงตาไว้และเรียกเย่เทียนว่าเจ้านาย.

 

“ดีมาก. ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดข้า. ข้าไม่สน. ตราบใดที่เจ้าเชื่อฟัง, ทำงานให้กับข้าและไม่ทำอะไรที่มันต่อต้านข้า, แค่นั้นก็พอแล้ว! แน่นอนว่า เจ้าจะคิดว่าข้าโกหกก็ได้ แต่เดือนนึงผ่านไปแล้วเจ้าไม่ได้ยาถอนพิษเจ้าก็จะรู้เอง. และในเวลาเดียวกัน เจ้าก็ควรภาวนาให้ข้ามีชีวิตที่ยืนยาวกว่าเจ้านะ ไม่งั้นถ้าข้าตาย ข้าจะเอาเจ้าไปด้วย…”

 

พอรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังของเกลเบอร์ที่มีต่อเขา เย่เทียนก็ไม่สนใจเลย. เขาไม่เชื่อว่าหมอนี่จะไม่กลัวตาย.

 

“เจ้านายครับ, ข้าไม่บังอาจ…”

 

เกลเบอร์ใกล้จะร้องไห้แล้ว, ร่างกายของเขาสั่นไปหมด. เขาไม่กล้าคิดถึงชีวิตอันมืดมนในอนาคตแล้ว.

 

“อย่ามองโลกในแง่ร้ายนักสิ. ข้าไม่รังแกเจ้าหรอก. พอข้าปล่อยเจ้ากลับไป เจ้าก็กลับไปใช้ชีวิตลูกคุณหนูเหมือนเดิมซะ. เจ้าจะทำอะไรก็ได้. ทุกๆเดือน ข้าจะส่งคนไปมอบยาถอนพิษให้เจ้าตรงเวลา!”

 

เย่เทียนตบที่ไหล่และปลอบเขา แต่ไม่นานหน้าของเย่เทียนก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง. เขาพูดว่า “แต่ก่อนที่ข้าจะปล่อยเจ้ากลับไป, เรามีเรื่องต้องเคลียกันก่อน!”

 

ใจของเกลเบอร์ที่เพิ่งได้หยุดพักก็สั่นรัวขึ้นมาอีกแล้ว.

 

“เจ้ากล้าดียังไงมาแตะผู้หญิงของข้า? บอกมา, เจ้าจะชดใช้ยังไง?”

 

เย่เทียนยิ้มอย่างเยือกเย็น. มีความชั่วร้ายแฝงอยู่ในความเยือกเย็นของเขา, ซึ่งมันทำให้เกลเบอร์มีรู้สึกไม่ดีในหัว.

 

“ถ้างั้น ใช้อิลลิธายเออร์ของเจ้าแก้ปัญหาของเราเป็นไง!”

 

เย่เทียนพูดอย่างร่าเริง, ซึ่งมันทำให้ตัวของเกลเบอร์สั่นรัวมาก.

 

อิลลิธายเออร์เป็นผู้หญิงที่สวย. เธอเกิดมาด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนและเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นนายหญิงจริงๆ.

 

“เจ้านาย, ข้าเข้าใจแล้ว. ข้าจะล้มงานหมั้นกับนางทันทีที่กลับไป…”

 

เพื่อที่จะรักษาชีวิตเขาไว้ เกลเบอร์ทำได้แค่ข่มความขมขื่นในใจขณะที่พูดกับเย่เทียน.

 

“ไม่! เจ้าห้ามล้มงานหมั้นกับนางเด็ดขาด แต่เจ้าต้องไม่แตะต้องนาง ไม่แม้แต่ผมเส้นเดียว! ถ้าหากมีโอกาสล่ะก็ พานางมาหาข้า….ห้ามตุกติก. ข้ารู้แน่ถ้าเจ้าปี้นางแล้ว…”

 

เย่เทียนพูดอย่างสุขุม.

 

เย่เทียนจำได้ว่าตระกูลอัลบินุสค่อนข้างมีอำนาจ. อิลลิธายเออร์เป็นลูกสาวคนเดียว และพ่อของนางก็อยู่ในสภาด้วย.

 

ถ้าหากเกลเบอร์และอิลลิธายเออร์ล้มงานหมั้นกัน, นางจะต้องแต่งงานกับลูกขุนนางคนอื่นเป็นแน่. ซึ่งแปลว่าเย่เทียนจะไม่สามารถครองตัวเธอได้.

 

สาธารณะรัฐโรมันนั้นใช้ระบบคู่ครองเดียว. แม้ว่าผู้ชายจะมีเมียหลายคนได้, แต่ผู้หญิงนั้นจะต้องเป็นทาสหรือพวกอีตัวเท่านั้น. ถ้าหากพวกเขาต้องการมีภรรยาที่มีสถานะเป็นชนชั้นสูงอีกคนล่ะก็, พวกเขาก็ต้องหย่ากับภรรยาคนแรกก่อน.

 

เย่เทียนนั้นมีลูกสาวของตระกูลจูเลียสชื่อเคธี่เป็นคู่หมั้นของเขาแล้ว. ถ้าจะพูดเรื่องสถานการณ์ตอนนี้คือเขาไม่สามารถแต่งกับลูกสาวของชนชั้นสูงผู้อื่นได้.

 

ไม่มีชนชั้นสูงคนไหนอยากให้ลูกสาวตัวเองไปเป็นเมียน้อยของคนอื่นหรอก.

 

ดังนั้นในประวัติศาสตร์ของสาธารณะรัฐโรมัน เพื่อประโยชน์สุขของตระกูลพวกเขาแล้ว, มีหลายคนที่ได้ประสบกับการแต่งงานและหย่าร้างมาแล้วมากมาย.

 

เย่เทียนนั้นสามารถควบคุมเกลเบอร์ได้ ฉะนั้นก็แปลว่าเขาสามารถครอบครองอิลลิธายเออร์ได้เช่นกัน.

 

นอกจากจะได้สมหวังกับความบ้าก้ามของตัวเองแล้ว เขาก็ยังได้แก้แค้นเรื่องที่เกลเบอร์ทำไว้ด้วย. นอกจากนั้นเมื่อเขาได้พิชิตอิลลิธายเออร์แล้ว เขาก็จะมีอีกตระกูลที่คอยหนุนหลังเขาไว้. เพราะอิลลิธายเออร์เป็นทายาทคนเดียวของตระกูลอัลบินุสนั่นเอง.

 

นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นก3ตัวนี่หว่า!

“เจ้า….เจ้า….เจ้า…!”

 

หน้าของเกลเบอร์มืดมนไป, เป็นการดูหมิ่นน้ำใจจริงๆ. เย่เทียนบอกให้เขาส่งตัวคู่หมั้นของเขาให้เย่เทียนมาบู้ยี้บู้ยำเล่นอย่างจริงจัง แถมเขายังแตะเธอไม่ได้แม้แต่ผมเส้นเดียว.

 

“เหะเหะ… เจ้าจะปฏิเสธก็ได้นะ. แต่พอผ่านไป1เดือน, เจ้าจะไม่เหลืออะไรทั้งนั้น. ไม่มอบอิลลิธายเออร์ให้ ชีวิตเจ้าก็จะไม่เหลือเช่นกัน….”

 

เย่เทียนลูบหน้าบวมๆของเกลเบอร์เบาๆแล้วพูดด้วยสีหน้าเยาะเย้ย “นี่แหละคือบทลงโทษที่เจ้าบังอาจมาหยามข้า!”

 

“ภายใน1เดือน พาอิลลิธายเออร์มาที่นี่. ถ้าเจ้าไม่ทำเจ้าก็คงต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วยนะ!”

 

เย่เทียนลูบหน้าเขาอีกครั้ง แล้วเตือนเขาเบาๆ. จากนั้นเขาตะโกนหาทหารสปาตั้นที่ยืนอยู่ไม่ไกลว่า “ปล่อยพวกมัน แล้วโยนมันออกไป!”

 

หลังจากนั้นเย่เทียนก็จากไป.

 

“อ้าก…”

 

ไม่นานจากนั้น เย่เทียนก็ได้ยินเสียงคำรามจากในประตู.

 

“ซาตาน….!!!”

 

ตาของเย่เทียนลุกโชนขึ้นด้วยไฟพิโรธ แต่ไม่นานไฟก็หมอดลงราวกับบอลลูนฟีบ.

 

เขาไม่อยากจะรู้สึกความเจ็บปวดแบบนี้อีกแล้ว.

 

ดังนั้นทางเลือกของเขาก็คงจะชัดเจน.

จากผู้แปล: โหดมากครับ นี่แหละที่ผมหมายถึง.

หลังจากตอนนี้ไป ผมจะไม่เปิดให้อ่านฟรีแล้วนะครับ ขอบคุณที่สนับสนุนครับผม

จบบทที่ ตอนที่ 37 - ซาตาน, เจ้าแห่งปีศาจ!

คัดลอกลิงก์แล้ว