- หน้าแรก
- แผนร้ายฉบับตัวรัก แผนรักฉบับตัวร้าย
- บทที่ 18: ทำลายระบบของผู้ถูกเลือก และแผนการพิชิตใจนางเอก
บทที่ 18: ทำลายระบบของผู้ถูกเลือก และแผนการพิชิตใจนางเอก
บทที่ 18: ทำลายระบบของผู้ถูกเลือก และแผนการพิชิตใจนางเอก
บทที่ 18: ทำลายระบบของผู้ถูกเลือก และแผนการพิชิตใจนางเอก
โจวไฉ่ขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายตามระบบนำทางในทันที สถานที่นัดหมายคือบริษัทแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเขานัก
ทว่าในตอนนั้นเอง เขาพลันสังเกตเห็นว่ารถยนต์บนท้องถนนเริ่มหนาตาขึ้น ความเร็วของรถแต่ละคันค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ
"รถติดเหรอ?" โจวไฉ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ ในตอนแรก รถข้างหน้ายังพอขยับได้ทีละนิด แต่ต่อมากลับนิ่งสนิทไม่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
ถนนทั้งสายกลายเป็นอัมพาต!
"ทำไมฉันถึงซวยขนาดนี้เนี่ย?" ใบหน้าของโจวไฉ่มืดมนลง เขาเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์รถติดแหง็กบนทางยกระดับของมหานครเป็นครั้งแรก! เขาเหลือบมองกระจกหลังด้วยความจนใจ ทั้งข้างหน้าและข้างหลังมีแต่รถยนต์จอดเรียงรายกันเต็มไปหมด
โจวไฉ่ทำได้เพียงเฝ้ามองเวลาทำภารกิจของระบบที่ค่อยๆ ลดน้อยลงจนกลายเป็นศูนย์
[ติ๊ง! ภารกิจล้มเหลว!]
[บทลงโทษจากการทำภารกิจล้มเหลว: รับการบำบัดด้วยไฟฟ้าเป็นเวลาสิบวินาที]
"อะไรนะ?" โจวไฉ่ตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำภารกิจพลาด เขาไม่คิดเลยว่าหากภารกิจล้มเหลวจะต้องเจอกับบทลงโทษด้วย!
"เดี๋ยว..." ในความตื่นตระหนก เขากำลังจะอ้าปากประท้วง แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยค กระแสไฟฟ้าแรงสูงก็พุ่งพล่านออกมาจากร่างกายของเขาในทันที!
มันลามไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว โจวไฉ่รู้สึกว่าร่างกายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ! ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เขาอ้าปากค้างดวงตาเหลือกโปน ร่างกายบิดเกร็งและสั่นเทาอย่างบ้าคลั่ง! เขาอยากจะกรีดร้องออกมา แต่กลับพบว่าต่อให้อ้าปากกว้างเพียงใดก็ไร้ซึ่งเสียง!
หลังจากอาการชักกระตุกอย่างรุนแรงผ่านไป ร่างที่ตึงเครียดของโจวไฉ่ก็พ่นควันดำออกมาจากปาก เส้นผมของเขาชี้ฟู มีละอองควันสีขาวลอยกรุ่นออกจากตัว สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน
[จิตใจของตัวเอกโจวไฉ่สั่นคลอน ค่าตัวร้าย +456]
[...]
เมื่อสติค่อยๆ กลับคืนมา โจวไฉ่ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขยาด!
เจ็บ! มันเจ็บปวดเหลือเกิน! ความเจ็บปวดที่หยั่งลึกเข้าไปในจิตวิญญาณนี้ทำให้เขาขวัญผวา จนถึงขั้นมีความคิดที่จะตัดขาดจากระบบ! ทว่าหลังจากลังเลอยู่พักใหญ่ เขาก็ส่ายหน้าล้มเลิกความคิดนั้นไป
ระบบคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาพลิกชีวิตได้ เขาไม่อยากทิ้งโอกาสนี้ไปง่ายๆ อีกอย่าง ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำภารกิจพลาดเลย ความจริงแล้วเวลาที่ระบบให้นั้นถือว่าเพียงพออย่างแน่นอน ครั้งนี้มันเป็นเพราะโชคไม่ดีที่มาเจอรถติดพอดี!
ใช่แล้ว มันเป็นแค่เรื่องของดวงซวยเท่านั้น!
เมื่อสติเริ่มแจ่มชัดและอารมณ์ค่อยๆ สงบลง โจวไฉ่ก็พยายามปลอบใจตัวเองเพื่อขจัดความกลัวในใจออกไป จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ข้างกายเขาก็สว่างขึ้นพร้อมข้อความแจ้งเตือน
— คำสั่งซื้อถูกยกเลิก คะแนนความน่าเชื่อถือของบัญชีลดลง
มุมปากของเขาตระตุก แต่โจวไฉ่ยังไม่ยอมแพ้ เขาพบว่าหลังจากภารกิจล้มเหลวไปแล้ว ถนนข้างหน้าก็เริ่มขยับตัวได้อีกครั้ง เมื่อขับต่อไปจึงได้รู้ว่าสาเหตุของรถติดคืออุบัติเหตุรถชนต่อท้ายกันหลายคัน
เมื่อการจราจรกลับสู่สภาวะปกติ โจวไฉ่ก็ผ่อนลมหายใจยาว เขาเปิดแอปพลิเคชันเพื่อกดรับงานต่อ แต่ดูเหมือนว่าโชคร้ายจะยังไม่ยอมปล่อยมือจากเขา เพราะหลังจากนั้นเขาก็เจอปัญหาถาโถมเข้ามาไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นรถติด หรือลูกค้ากดยกเลิกงานกลางคัน!
ตลอดทั้งเย็นจนถึงเวลาสามทุ่มที่ผู้คนเริ่มบางตาลง เขากลับทำไม่สำเร็จแม้แต่ออเดอร์เดียว! ในระหว่างนั้นเขาถูกระบบลงโทษด้วยไฟฟ้าช็อตไปอีกสองครั้ง! มิหนำซ้ำ บัญชีของเขายังถูกระงับชั่วคราวเนื่องจากทำงานไม่สำเร็จหลายครั้งติดต่อกัน!
โจวไฉ่แทบจะกระอักเลือดด้วยความโมโห แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายทำได้เพียงขับรถกลับไปยังห้องเช่ารูหนูของเขา โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า มีรถยนต์สีดำคันหนึ่งแอบสะกดรอยตามเขาอยู่ไม่ไกล...
ณ วิลล่าตระกูลเฉิน เฉินเทียนหมิงเฝ้ามองสภาพปัจจุบันของโจวไฉ่พลางลูบคางอย่างใช้ความคิด
"ถ้าภารกิจล้มเหลว จะถูกระบบลงโทษงั้นเหรอ?" มุมปากของเขาหยักลึกเป็นรอยยิ้ม
เขานึกไม่ถึงเลยว่าระบบของบุตรแห่งโชคชะตาคนนี้จะแก้ทางได้ง่ายดายขนาดนี้ ขอเพียงเขาส่งคนไปขัดขวางไม่ให้โจวไฉ่ส่งของได้สำเร็จ เขาก็สามารถทำให้ระบบของหมอนี่กลายเป็นขยะไร้ค่าได้ทันที
ใช่แล้ว สาเหตุที่วันนี้โจวไฉ่ส่งของไม่สำเร็จเลยแม้แต่งานเดียว เป็นเพราะแผนการเบื้องหลังของเฉินเทียนหมิงนั่นเอง
ขณะที่เฉินเทียนหมิงกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น เขาหันไปมองก็พบว่าเป็นเจ้าเสวี่ยเสวียนที่เพิ่งเลิกงานกลับมา ในตอนนี้เธอยังอยู่ในชุดทำงานที่ส่งเสริมออร่าประธานสาวผู้เย็นชาอย่างเต็มเปี่ยม ทว่าเมื่อเห็นเฉินเทียนหมิง แววตาของเธอกลับฉายแววหวาดหวั่นออกมาโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... คุณเรียกฉันมามีอะไรคะ..."
มุมปากของเฉินเทียนหมิงยกยิ้มขึ้น... สองชั่วโมงต่อมา...
เจ้าเสวี่ยเสวียนนอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเฉินเทียนหมิงราวกับกระ่ายน้อยที่ตื่นตระหนก ใบหน้าสวยคมแดงซ่านด้วยความเขินอาย
เฉินเทียนหมิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พนักงานที่ชื่อฉือหว่านเกอที่ฉันให้คุณไปตรวจสอบเมื่อกลางวัน ผลเป็นยังไงบ้าง?"
เจ้าเสวี่ยเสวียนสีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น ก่อนจะกระซิบตอบว่า "เรียบร้อยดีค่ะ" เธอสรุปข้อมูลที่หามาได้ให้เขาฟังคร่าวๆ
เฉินเทียนหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรจึงกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้นก็เลื่อนตำแหน่งให้เธอซะ ให้เธอไปรับหน้าที่ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ก่อน" พูดถึงตรงนี้เขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา "คุณหึงงั้นเหรอ?"
ร่างของเจ้าเสวี่ยเสวียนแข็งทื่อ! เธอไม่คิดว่าเฉินเทียนหมิงจะอ่านใจเธอออกได้ง่ายดายขนาดนี้ แต่เธอก็ยังปากแข็งตอบไปว่า "จะเป็นไปได้ยังไงคะ?"
เฉินเทียนหมิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอแต่ไม่ได้ตอบอะไร เขาพลิกตัวเข้าหาเธอ และแน่นอนว่าพายุแห่งความปรารถนาก็เริ่มตั้งเค้าขึ้นอีกครั้ง...
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากจัดการเรื่องเจ้าเสวี่ยเสวียนเรียบร้อย เฉินเทียนหมิงก็ตื่นขึ้นมาโทรหาลั่วเหยียนอวิ๋นและเกาจือม่าน เขามอบ 'หญ้าคืนเยาว์' ที่สุ่มได้ก่อนหน้านี้ให้แก่หญิงสาวทั้งสอง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้หาเวลามอบให้อาชีไปแล้วเช่นกัน
สรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ของมันทำให้ทั้งคู่ตกตะลึงอย่างยิ่ง! และแน่นอนว่าหลังจากนั้นเฉินเทียนหมิงก็ต้องรับการแสดงความขอบคุณจากพวกเธอ
สี่ชั่วโมงต่อมา...
เฉินเทียนหมิงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากโรงแรม เขามุ่งหน้าไปยังร้านหนังสือที่ชื่อว่า "ทูมอร์โรว์" ทันทีที่เขารู้ว่านางเอกคนนี้ชอบอ่านหนังสือ เขาก็ส่งคนไปสืบจนรู้ว่าเธอชอบไปร้านไหนและไปเวลาใดบ้าง
เขาพบว่านางเอกคนนี้มักจะมาที่ร้านทูมอร์โรว์ในวันอาทิตย์ ช่วงเวลาประมาณบ่ายสองโมงโดยรถโดยสารสาธารณะ เพื่อมาซื้อหนังสือหรือไม่ก็พกหนังสือของตัวเองมานั่งอ่านริมหน้าต่าง และเล่มที่เธออ่านค้างอยู่ตอนนี้คือ "แนวรบด้านตะวันตกเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง" ซึ่งเป็นนิยายต่อต้านสงคราม
เฉินเทียนหมิงมาถึงร้านหนังสือก่อนเวลา เพื่อความแนบเนียนและให้เข้าถึงตัวฉือหว่านเกอได้ง่ายขึ้น เขาไม่ได้ขับรถสปอร์ตเอ็มเพอเรอร์ เอส มา แต่เลือกใช้รถตู้สีดำที่ดูเรียบง่ายธรรมดาแทน
ฉือหว่านเกอยังมาไม่ถึง เขาเดินไปยังชั้นหนังสือแล้วหยิบนิยายเล่มนั้นออกมาพลิกอ่านอย่างรวดเร็ว ในฐานะนักสู้ขอบเขตพลังแจ้ง พลังจิตของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปมาก แม้จะยังไม่ถึงขั้นจดจำได้ทุกตัวอักษรจากการมองเพียงครั้งเดียว แต่การจำเนื้อหาหลักและประโยคคลาสสิกบางตอนในเวลาอันสั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก
"— สุสานกลายเป็นซากปรักหักพัง โลงศพและศพเกลื่อนกราดไปทั่ว พวกเขาถูกสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกร่างที่แตกสลายเหล่านั้นได้รักษาชีวิตของเราไว้"
เขาอ่านเนื้อหาในใจเงียบๆ หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาก็เดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างที่ฉือหว่านเกอชอบนั่งประจำ แสร้งทำเป็นกำลังตั้งใจอ่านหนังสือและค่อยๆ พลิกกระดาษไปทีละหน้า
หลังจากนั่งลงได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น คนที่มาถึงคือฉือหว่านเกอ แม้เฉินเทียนหมิงจะไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่เขาสัมผัสได้ถึงการมาของเธอ และรู้สึกได้ว่าทันทีที่เธอเดินเข้าร้านมา สายตาของเธอก็จดจ้องตรงมาที่เขาในทันที