เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 - เปลี่ยนเหล่าทาสให้เป็นสัตว์ที่ดุร้าย!

ตอนที่ 15 - เปลี่ยนเหล่าทาสให้เป็นสัตว์ที่ดุร้าย!

ตอนที่ 15 - เปลี่ยนเหล่าทาสให้เป็นสัตว์ที่ดุร้าย!


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

----------------------------------------------------------------------------------------------------

“ใครอยากจะสู้อีก?”

เสียงของเย่เทียนดูใจเย็นแต่เหมือนกับมีความองอาจและอำนาจที่อยู่เหนือกว่าสิ่งใดในโลกจะเทียมอยู่.

ความสง่างามของเขานั้นได้เหนือกว่าความภาคภูมิของนักรบสปาตั้นไปแล้ว.

เพราะความแข็งแกร่งของเขาที่บดขยี้ทั้งพวกนักรบและความกล้าหาญที่พวกเขาภาคภูมิใจที่สุด ด้วยท่าทางดุดันนั่น เย่เทียนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั้นไม่สามารถต่อกรด้วยได้เลย.

ทาสสปาตั้นที่เหลือ9คนปิดปากเงียบ เพราะพลังต่อสู้และความสามารถเมื่อเทียบกับทาสที่แพ้นั่นแล้ว ถือว่าเท่าเทียมกันเลย. เพราะเย่เทียนขยี้หนึ่งในพวกเขาไปแล้ว เขาก็คงจะขยี้คนอื่นได้ง่ายๆเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าขายหน้าตัวเองด้วยการต่อสู้กับเย่เทียนอีกต่อไป.

“จะว่าไป, พวกเจ้าอยากจะสู้ต่อหรือไม่? บนสนามรบน่ะ!”

เพราะไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด เย่เทียนรู้แล้วว่าก้าวแรกของเขานั้นสำเร็จไปด้วยดี!

“ในฐานะกลาดิเอเตอร์หรือขอรับ?”

หนึ่งในพวกนั้นถามด้วยความด้อยค่าของตัวเองในดวงตา และเสี้ยวหนึ่งของความเศร้าจากก้นบึ้ง. ความภาคภูมิใจในการต่อสู้ของพวกเขาได้กลับกลายมาเป็นเครื่องมือรับใช้เหล่าโรมันซะอย่างงั้น.

“ไม่ใช่กลาดิเอเตอร์ แต่เป็นนักรบ! ทาสนักรบ! ทาสนักรบของข้า!”

เย่เทียนส่ายหัวและพูดเบาๆ.

“นักรบหรือ?”

มีประกายแสงแห่งเกียรติยศแว่บขึ้นมาในดวงตาของทาสทหารสปาตั้นผู้นั้น.

แทนที่จะเป็นทาสทำงานในฟามหรือไม่ก็คอยเอ็นเตอเทนพวกชั้นสูงในกรงยักษ์ พวกเขายอมอยู่ในสนามรบดีกว่า ต่อให้พวกเขาเป็นแค่ทาส แต่พวกเขาก็อยากใช้ชีวิตให้มีเกียรติกว่านี้.

“ใช่ ในฐานะทหาร ไม่ใช่ในฐานะตัวตายในสนามรบ. พวกเจ้าจะสู้เพื่อข้าเพียงคนเดียว ไม่ใช่เพื่อโรม!”

เย่เทียนพูดอย่างใจเย็น ทำให้ประกายในดวงตาของพวกทาสสปาตั้นสว่างขึ้นมาอีกครั้ง.

“ภักดีต่อข้า แม้ว่าพวกเจ้าจะเป็นแค่ทาส แต่ข้าก็จะไม่ขายพวกเจ้า! แล้วก็ หากพวกเจ้าเข้าร่วมในสงครามและรอดกลับมาได้ ข้าสามารถคืนนามสกุลให้ เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ใช้ชื่อที่แท้จริงและสกุลของเจ้า!”

เย่เทียนอธิบายต่อ หลังจากกลายเป็นทาสแล้ว ชื่อและตัวตนของพวกเขาถูกริดรอนไป ด้วยกฏเพียงข้อเดียว.

“จริงรึ!!?”

ทาสทั้ง10คนตื่นเต้นมาก. ในตาของเย่เทียน ค่าความภักดีของพวกเขาได้เปลี่ยนจากติดลบเป็นบวกแล้ว และพวกเขาก็ไม่ต่อต้านเย่เทียนอีกต่อไป.

“จริงหรือไม่ พวกเจ้าจะมั่นใจได้เองเมื่อพวกเจ้าเหยียบเข้าไปในสนามรบและรอดมาได้ในกาลหน้า เพราะข้าไม่สามารถพิสูจน์สิ่งที่ข้าพูดไปตะกี้ได้ ใช่หรือไม่? แต่พวกเจ้าควรจะรู้ว่าตอนนี้ควรทำเช่นไร?”

เย่เทียนยิ้ม และพูดช้าๆโดยไม่ต้องอธิบายมาก.

“ข้าเจอนายของข้าแล้ว!”

“ข้าเจอนายของข้าแล้ว!”

………….

ทาสสปาตั้นทุกคนมองหน้ากันแล้วตัดสินใจ, จากนั้นรีบพากันเคารพเย่เทียน ค่าความภักดีของพวกเขาพุ่งขึ้นมา50ทันที.

“เฉพาะหลังจากที่พวกเจ้ารอดมาได้ พวกเจ้าจะได้สิทธิ์ที่จะใช้ชื่อและตัวตนจริงๆของเจ้า, เพื่อที่จะได้สร้างคุณงามความดี! โรมไม่สามารถจดจำคุณงามความดีของเจ้าได้ แต่ข้าจำได้!”

(ผมขออภัยนะครับ คุณสมบัติที่แปลในตอนที่5นั้น ผมแปลผิด จริงๆแล้วเป็นคุณงามความดีต่างหาก ผมจะแก้ตอนที่5ในวันพรุ่งนี้นะครับ)

“หากเจ้าได้รับคุณความดี, ในก้าวแรกนั้นข้าสามารถปลดโซ่ที่คล้องคอพวกเจ้าออกให้ได้. แน่นอนว่าหากพวกเจ้ายังภักดีเสมอต้นเสมอปลายล่ะนะ ในก้าวที่สอง ข้าสามารถอณุญาตให้พวกเจ้าแต่งเมียได้ ส่วนก้าวที่สามนั้น ให้รักษาคุณความดีไว้แล้วจะเปลี่ยนนามสกุลของพวกหล่อนเจ้าก็ทำได้

ก้าวที่สี่นั้นคือสามารถปลดโซ่ที่คล้องคอเมียของพวกเจ้าเพื่อความภักดีและคุณความดีได้.”

“หลังจากสำเร็จทั้งสี่ก้าวแรกแล้วนั้น พวกเจ้าก็จะมีคุณสมบัติพอที่จะมีลูกของตัวเองได้. แต่ทว่า ก่อนลูกๆของพวกเจ้าจะเข้า10ขวบ พวกเจ้าต้องสร้างคุณความดีและภักดีต่อข้าให้มากขึ้น เพื่อที่ข้าจะได้ไม่สวมปลอกคอหรือตีตราทาสใส่พวกลูกชายของเจ้า!”

“มีคำกล่าวว่าแม้เจ้าจะไม่สามารถปลดตัวเองจากการเป็นทาสได้ แต่ตราบใดที่เจ้าภักดีต่อข้าและกล้าสู้ กล้าฆ่าศัตรูเพื่อความสำเร็จแล้วล่ะก็ ลูกชายรุ่นที่สองของเจ้าอาจได้กลายเป็นพลเรือนธรรมดา, ทายาศรุ่นที่สามอาจได้กลายเป็นชาวเมือง, ส่วนรุ่นที่4นั้นอาจได้กลายเป็นชนชั้นสูง. ทั้งหมดนี้เพียงแค่เจ้าสู้สุดใจ เพื่อที่ครอบครัวของเจ้าจะได้มีโอกาสทำให้โลกทั้งใบส่องประกาย ...”

เสียงของเย่เทียนเบานัก แต่เขาก็ได้วาดฝันที่ยิ่งใหญ่ไว้ให้ทาสสปาตั้นทั้ง10คน เปิดทางสว่างแด่โลกที่มืดมัวของพวกเขา ให้พวกเขาได้เห็นแสงแห่งความหวังจากอนาคต.

พวกเขาแสดงออกมั้ง ความตื่นเต้น,ช้อค, โหยหาย, ความหนักแน่น และแม้แต่รอยน้ำตาพร้อมหายใจอย่างแรง!

“เจ้านายขอรับ, หากพวกเราโชคร้ายตายไประหว่างที่พวกเรามีลูกเล็กล่ะขอรับ?”

หนึ่งในพวกเขายั้งความตื่นเต้นไว้ในใจและถามเย่เทียนด้วยเสียงสั่นเทา. การสืบทายาทเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต และมนุษย์นั้นห่วงใยทายาทสืบสายเลือดของตนมากกว่าสิ่งใด.

เป็นไปไม่ได้เลยที่ทาสจะแต่งเมียและมีลูก แต่เย่เทียน, นายทาสหนุ่มผู้นี้, ให้คำมั่นแก่พวกเขาและทายาทของพวกเขา ว่าพวกเขาไม่เพียงแต่สามารถกำจัดสถานทาสออกไปได้ แต่ยังรวมไปถึงชีวิตที่ดีกว่านี้.

“หากเจ้าตายอย่างน่าอนาถ ข้าเสียใจว่าลูกของพวกเจ้าจะเป็นทาสต่อไป แต่เราจะฝึกฝนให้พวกเขาได้กลายเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า และคุณความดีของพวกเจ้าจะเจริญขึ้นไปเพราะพวกเขา. พวกเขาจะสืบทอดและเติมเต็มหน้าที่ของพวกเจ้า. ตราบใดที่เจ้ามีลูกอยู่ สายเลือดและสกุลของเจ้าจะสืบต่อไป….”

เย่เทียนพูดช้าๆ เพิ่มความหวังให้พวกเข้าอย่างไม่สิ้นสุด.

มีความเชื่อว่าเมื่อพวกทาสนักรบสู้เพื่อลูกๆและสืบทอดสายเลือดของพวกเขาต่อไปล่ะก็ ต่อให้ในสนามรบมีความน่ากลัวใดๆอยู่ก็ตาม พวกเขาก็จะสู้สุดกำลัง ดุร้าย ราวกับเสือโคร่งหรือหมาป่า พวกเข้าจะเปลี่ยนร่างเป็นเสือที่ดุร้ายที่สุดหรือไม่ก็ฝูงหมาป่าที่ดุร้ายที่สุด.

เย่เทียนวางแผนนโยบายนี้ไว้นานแล้ว แต่สิ่งที่เขาไม่ได้คิดไว้ด้วยก็คือ , เมื่อบททดสอบมาถึงจริงๆ กองทัพที่เขาจะสร้างนั้นจะน่ากลัวแค่ไหนกันนะ.

‘นโยบายเปลี่ยนเหล่าทาสให้กลายเป็นสัตว์ที่ดุร้าย!’

นี่แหละ ผลการประเมินของนักประวัติศาสตร์ในอนาคตในเรื่องการจัดการนโยบายของกองทัพทาส!

จบบทที่ ตอนที่ 15 - เปลี่ยนเหล่าทาสให้เป็นสัตว์ที่ดุร้าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว