เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1382 โปรดเรียกข้าว่าเด็กดี!

ตอนที่ 1382 โปรดเรียกข้าว่าเด็กดี!

ตอนที่ 1382 โปรดเรียกข้าว่าเด็กดี!


โลกแกนสมดุล

เย่ว์หยางซึ่งอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราดทุบตีเทพพิทักษ์ภูเขากวงหมิงอยู่ครึ่งชั่วโมงก่อนจะค่อยๆ ได้สติฟื้นคืนจากความโกรธ

เทพพิทักษ์แห่งเขากวงหมิงเคยต่อสู้กับกับยอดฝีมือเทพระดับสูงอย่างจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อมังกรปีศาจ เย่ว์หยางและจื้อจุน เขาเหนื่อยล้าแล้ว ที่สำคัญสถานการณ์ต่อสู้เปลี่ยนไปอย่างมากเพื่อจะฝ่ากำแพงปราณออกไปเขาถูกกฎสวรรค์ทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าและได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันที  หลังจากใช้พลังต้องห้ามแล้วเขาถูกจื้อจุนใช้พลังรุ้งสามสีโจมตีอย่างหนักเทพพิทักษ์แห่งเขากวงหมิงแม้จะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตามความอดทนของเขาก็มาถึงขีดจำกัดได้  เพลิงอมฤตอาวุธเทพชะตา บวกกับเย่ว์หยางไล่ทุบเขาอย่างบ้าคลั่ง

ตอนนี้ร่างเทพของเขาหมองประกายลงและบัลลังก์เทพพลังทลายไปนานแล้ว เขาสามารถยึดร่างป้องกันเส้นทางโบราณข้างหน้าไว้ได้

นับเป็นปาฏิหาริย์!

แม้แต่เย่ว์หยาง

หลังจากสติสัมปชัญญะกลับคืนมา เขาอดถอนหายใจกับปณิธานป้องกันของเขาไม่ได้

“คนผู้นี้เก่งกว่าข้า แม้ข้าไม่อยากจะยอมรับก็ตามแต่ข้าก็ต้องยอมรับ” มังกรปีศาจไม่ค่อยชื่นชมผู้อื่นแต่เขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถทำอย่างเทพพิทักษ์แห่งเขากวงหมิง  ร่างกายของเขาถูกทุบตีเล่นงานอย่างหนัก  แต่เจตจำนงของเขายังคงป้องกันไม่ให้เสวี่ยอู๋เสียผนึกปิดเส้นทางโบราณ

“ไม่ธรรมดา เย่ว์ไตตัน, มีพลังระดับเดียวกับจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อ”เจี้ยนจางเซิงเสียงสั่น เขารู้สึกว่าเขาละอายใจจริงๆ  เขาเป็นผู้สูงอายุที่อยู่มานานแล้วยังกล้าทำหยิ่งยโสได้อย่างไร?

“เจ้ายังพลาดเทพพิทักษ์ทะเลมรณะและเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ไปได้อย่างไรและยังมีมารดาของเย่ว์ไตตัน....” ชี่ตันจื้อไม่อาจทนได้

เขาไม่เคยเห็นยอดฝีมือมากมายหลายคนมาก่อนในชีวิต

ก่อนนั้นเขาคิดว่าตนเองค่อนข้างเก่ง แต่ไม่ว่าใครก็ตามเอามาเปรียบเทียบแล้วกลายเป็นตัวตลก!

มังกรปีศาจพยักหน้าและเขาเห็นด้วยที่ว่าคนพวกนี้ผิดปกติธรรมดาแต่จู่ๆ เขาถึงตาใส่เจี้ยนจางเซิงและชี่ตันจื้อด้วยความโกรธ  “ไม่ใช่แล้ว ทำไมไม่มีชื่อข้า?  ข้าไม่น่ากลัวหรือ?  ข้าไม่เหมือนคนที่เหนือธรรมดาหรือ?”

เจี้ยนจางเซิงและชี่ตันจื้อหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

และมีสีหน้าเจื่อน

อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องดีที่ทำให้มังกรปีศาจซึ่งเป็นมือสังหารอันดับหนึ่งของแดนสวรรค์โกรธ  และเขาเรียกตัวเองว่าเป็นพี่ใหญ่ของเย่ว์ไตตัน “ใช่แล้วเป็นไปได้อย่างไร? ท่านนั่นแหละไม่ธรรมดาที่สุด!ความไม่ธรรมดาของท่านไม่มีใครเทียบได้!เย่ว์ไตตันผู้ไม่ธรรมดาก็ยังเรียกท่านว่าพี่ใหญ่ นั่นถูกต้องแล้ว ถ้าท่านไม่ธรรมดาและใครที่ไหนเล่าที่ไม่ธรรมดา? แน่นอนว่าท่านไม่เพียงแต่ไม่ธรรมดาเท่านั้นเป็นความธรรมดาที่ไม่มีใครคัดค้านแน่นอน”

มังกรปีศาจหลังจากได้ฟังคำเยินยอนี้แล้วเขามีความสุขในหัวใจ เขาคือพี่ใหญ่ในนั้น

แต่หลังจากคิดไตร่ตรองแล้วดูเหมือนไม่ปกติ

แต่เขาหาไม่เจอ

เจี้ยนจางเซิงและชี่ตันจื้อมีอาการสนองตอบพวกเขาหลั่งเหงื่อเยียบเย็น เกรงว่ามังกรปีศาจจะจับปมได้พวกเขารีบตะโกนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจทันที “อา..อันตราย!”

ฮุยไท่หลางถูกจื้อไจ้เทียนจับได้และกดปากขนาดใหญ่ของมันกดลงและไถลไปกับพื้นเป็นหมื่นเมตรมันไม่สามารถหลุดออกมาได้อีกด้านหนึ่งอาหมันที่ใช้ค้อนเทพชะตาและอาหงตกอยู่สภาพอันตรายมากกว่า  ทั้งคู่รับมือฮั่วเล่อเทียนผู้มองโลกในแง่ร้ายแต่พลังมิได้ด้อยกว่าถ้าไม่ใช่เพราะเสวี่ยอู๋เสียและเจ้าเมืองโล่วฮัวคอยช่วยจากภายในกำแพงแก้วเป็นระยะๆเกรงว่าพวกนางคงรับมือได้ไม่ถึงสิบวินาที

มีแต่เพียงเจ้าแม่จันทราที่ได้เปรียบ

ที่นางสู้ด้วยตอนนี้ก็คือเทียนฉวงหรือจิวจื้อเทียนที่ชอบลอยตัวอยู่ในส่วนสูงสุดของท้องฟ้าและมีพลังโจมตีที่โหดร้าย

แม้แต่จิวจื้อเทียนเองก็ยังเชื่อว่าเขามีพลังที่เหนือกว่าสหายทั้งสองและเขาเลือกเจ้าแม่จันทราผู้แข็งแกร่งที่สุดเป็นคู่ต่อสู้ด้วยความมั่นใจแต่หลังจากสู้ไปแล้วเขาเสียใจเล็กน้อย

เพราะเจ้าแม่จันทราเป็นศัตรูที่สู้ได้ยาก

จิวจื้อเทียนใช้กลยุทธ์เป็นหมื่นๆอย่าง แต่ละอย่างล้วนเป็นกลยุทธ์สังหารที่ร้ายกาจโจมตีทำร้ายได้ไม่มีที่สุด

อย่างไรก็ตามฝ่ายตรงข้ามไม่ประสบผลสำเร็จในการสังหารนี่คือศัตรูที่แข็งแกร่งที่เชี่ยวชาญในพลังนิรันดร์และมีพลังเทพชะตาจิตสังหารไม่สามารถส่งผลต่อพลังจันทรา ต่อให้มีเมฆครึ้มปกคลุมดวงจันทร์ก็ตามมันสามารถหลุดออกมาจากเมฆได้ ดวงจันทรามีความสว่างเป็นนิรันดรไม่มีอำนาจพลังในภายนอกมาทำลายล้างได้ จิวจื้อเทียนเห็นว่า จื้อไจ้เทียนสู้ได้อย่างสบายๆ ก็อดบ่นด้วยความไม่พอใจ“จื้อไจ้เทียน มาแลกคู่ต่อสู้กันเถอะ จิตสังหารของข้าสามารถฆ่าเจ้าสุนัขเถื่อนนั่นได้แต่เจตจำนงผ่อนคลายของเจ้าสามารถสู้กับพลังจันทรานี้ได้แน่...”

“ก็ได้”จื้อไจ้เทียนไม่คัดค้านเขารู้แต่แรกแล้วว่าจิวจื้อเทียนเลือกเจ้าแม่จันทราเป็นคู่ต่อสู้นั้นเป็นการเลือกที่ผิด แต่เพื่อความกลมเกลียวสามัคคี เขาไม่พูดตรงๆตอนนี้ได้โอกาสที่ดีแล้ว

“ทำไมข้าจะแลกกับเจ้าไม่ได้เล่าเจ้าหมาป่าล้างโลกตัวนี้ มันอันตรายมาก”  ฮั่วเล่อเทียนไม่พูดตรงๆ เรื่องที่จิวจื้อเทียนสู้กับฮุยไท่หลาง

“เจ้าหมายความว่ายังไง?”  จิวจื้อเทียนรู้สึกว่าเขาถูกดูหมิ่นโดยตรง

“ก็แค่เสนอไม่ต้องใส่ใจนักหรอก” พลังของฮั่วเล่อเทียนไม่ด้อยไปกว่าจิวจื้อเทียน  เพียงแต่เขาเกรงใจสหายผู้นี้เมื่อเห็นหน้าของจิวจื้อเทียนผิดปกติ เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที ไจ้จื้อเทียนมองดูที่เทพพิทักษ์แห่งเขากวงหมิงและเห็นว่าเขายังคงปกป้องเส้นทางโบราณได้อย่างมั่นคงและเย่ว์หยางหยุดไม่ได้โจมตีต่อ เขาจึงเสนอเปลี่ยนกับจิวจื้อเทียนด้วยตนเอง

“ไอ้หมาจรจัด  ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว!” จิวจื้อเทียนในตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับฮุยไท่หลาง  ความหยิ่งความมั่นใจกระจายอยู่เต็มในใจของเขา

“เมี้ยววว!” ฮุยไท่หลางเผลอทำเสียงน่ารัก

“เจ้ากำลังหาที่ตาย!” จิวจื้อเทียนเห็นว่าตาสุนัขของฝ่ายตรงข้ามไม่เหลือบมองตัวเขา ทำให้เขาอดโมโหไม่ได้  “ข้าจะต้องเปลี่ยนเจ้าจับทำเนื้อสุนัขหม้อไฟถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเรียกข้าเป็นจิวจื้อเทียนเทพสังหารอันดับหนึ่งแห่งตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์”

เทพสังหารอันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์?ฮุยไท่หลางใช้เล็บแคะขี้หู

เขากำลังโม้กับใคร?

เจ้าอ้วนงี่เง่าคนหนึ่งอ้างว่าตนเองเป็นคนที่หล่อที่สุดในหอทงเทียนเป็นผู้ที่เทพเจ้าทั้งจักรวาลต้องอิจฉาตลอดกาล!

ฮุยไท่หลางเมื่อเห็นเจ้านายคืนสติ  มันหยุดสู้และรีบพุ่งไปหาเจ้านายทันที ประจบเจ้านายเป็นงานสำคัญกว่าการต่อสู้กับนักฆ่าอันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความเข้าใจถึงสถานการณ์นี้เย่ว์หยางเตะมันลอยละลิ่วถึงเก้าชั้นฟ้า เจ้าหมาบ้า บังอาจมาขวางทางเราคุณชาย

เขารีบพุ่งไปที่ข้างหน้าเจ้าแม่จันทราทันที

ทันใดนั้นร่างกายของเขาอ่อนปวกเปียกไปทั้งตัว

เหมือนกับถูกถอดกระดูกออกไปเขาล้มกับพื้น สีหน้าเฉยเมย แต่หน้าของเขาไม่หดหู่อีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความสุข

เจ้าแม่จันทรามองมาที่เขาอย่างอธิบายไม่ถูกและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อมองไปที่เด็กหนุ่มนี้ดูเหมือนเขาจะมีน้ำตาแห่งปีติเล็กน้อย ทันใดนั้นในใจนางรู้สึกเหมือนกับเป็นมารดานางโอบกอดเขาไว้แน่น  “ไม่ต้องกลัวข้ายังอยู่ ข้าจะไม่จากเจ้าไป ตอนนี้เจ้าคงเข้าใจผิดแน่นอน!”

“เข้าใจผิด?” เย่ว์หยางรู้สึกเสียใจเป็นระยะๆเขาจำได้ว่าเทพพิทักษ์เขากวงหมิงยิงรังสีพิพากษาอุกฤษใส่จื้อจุนอย่างชัดเจนไม่ใช่หรือ?

“นางได้รับบาดเจ็บแต่ไม่มีอันตรายถึงชีวิตและกลับไปพักแล้ว เพราะนางมีบัลลังก์เทพราชา ไม่เพียงแต่ควบคุมความเป็นของศัตรูเท่านั้น  แต่ยังควบคุมชีวิตตัวนางเองด้วย! นางมีความเข้าใจชีวิตอย่างถ่องแท้ จากเป็นสู่ความตาย จุติจากความตาย  จากประตูเป็นตาย ประกายเทพบัลลังก์เทพและกฎสวรรค์เปลี่ยนเป็นควบคุมความเป็นความตายได้อย่างอิสระ  ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไปเมื่อครู่นี้เป็นเพียงความเข้าใจผิด...” เจ้าแม่จันทราพูดอย่างนี้ เย่ว์หยางหน้าแดงด้วยความอายทันที

ดูเหมือนเขากังวลมากเกินไปเมื่อเขาเห็นอาการของจื้อจุนเป็นอย่างนั้น ทำให้เขาโกรธและบ้าคลั่งทันที

เขาคิดไม่ถึงเลยว่านางเข้าใจวิถีแห่งความเป็นความตายดีแล้ว

เขาเห็นเสวี่ยอู๋เสียและคนอื่นๆถูกกั้นออกจากกันด้วยกำแพงแก้วและดูเหมือนว่าอาหมันและอาหงมองผิวเผินเหมือนกำลังถูกไล่ต้อนแต่ในความเป็นจริงพวกนางลอบให้ความสนใจทางด้านนี้โดยเฉพาะสาวน้อยผู้ซุกซนอย่างเป่าเอ๋อ เขาตีหน้าไม่ถูกหัวเราะแก้เก้อและรีบผละออกจากอ้อมกอดของเจ้าแม่จันทราทำเป็นเหมือนกับว่า ‘เหนื่อย แค่ขอพักเท่านั้นเอง’ เพื่อปกปิดอาการเก้อเขิน

เสวี่ยอู๋เสียและคนอื่นๆแสร้งทำเป็นไม่เห็น พวกนางหันไปให้ความสนใจอาหมันและอาหง ทั้งสองต่อสู้อย่างรัดกุมมากขึ้น  อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์แผนการบและเพื่อความปลอดภัยของพวกนาง  พวกนางไม่สามารถออกไปแบ่งเบาแรงกดดันและความกังวลด้วยตนเองได้

เจ้าแม่จันทราฉวยโอกาสจากการที่เสวี่ยอู๋เสียและคนอื่นไม่สนใจรีบจูบเย่ว์หยางเหมือนแมลงปอแตะผิวน้ำ

นางงับหูเขา“ครั้งต่อไปเมื่อนางหลับก็ลองทำอย่างอื่นบ้างดูเหมือนมีท่าอีกมากมายที่ข้ายังไม่ได้เรียนรู้!  เด็กหนุ่มผู้กล้าหาญเจ้าจะต้องได้รับความสุขเป็นรางวัลแน่!”

“เฮ้,โปรดเรียกข้าว่าเด็กดี! ข้ามีอุดมการณ์เป็นเด็กดีและกล้าหาญ!” เย่ว์หยางพยักหน้าจริงจัง

บุรุษที่หน้าหนาราวกับกำแพงเมืองและไม่รู้จักอายอย่างเขาเหมือนเป็นยาชูกำลัง

ความอายหรือคุณธรรมถูกวางทิ้งไว้ก่อนแล้ว

ฮุยไท่หลางแกล้งทำเป็นหูหนวกมันฉลาดฟังความจริงปล่อยให้เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา มิฉะนั้นมันจะตกอยู่ในอันตรายและอาจกลายเป็นสุนัขหม้อไฟรสจัดจ้านได้...ก่อนที่มันจะมีเวลาชูนิ้วหัวแม่มือเพื่อยกยอเจ้านายที่หล่อเหลา ก็ถูกจิวจื้อเทียนคว้าคอและเหวี่ยงออกไปหมื่นเมตรจากแรงระเบิดขนาดใหญ่ฮุยไท่หลางถูกยั่วโมโหก็กระโดดออกมาและไล่ตามจิวจื้อเทียนโดยไม่ยอมให้อภัย  ให้ตายเถอะ, กลั่นแกล้งรังแกหมา  ก็ได้หมาตัวนี้จะสู้กับเจ้า!

จื้อจุนไม่ตาย

ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งนี้ทำให้เย่ว์หยางที่ร้องไห้อย่างสิ้นหวังหดหู่ใจและหวังจะให้โลกเปลี่ยนแปลงกลับเป็นเหมือนเดิมรู้สึกสบายใจทันที

แต่ความตั้งใจต่อสู้ในใจของเขาเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นเท่า

เพื่อปกป้องสาวๆอันเป็นที่รัก

ไม่ว่าใครมาก็ไม่มีประโยชน์

ไม่ว่าจะเป็นเทพพิทักษ์แห่งเขากวงหมิง?หรือเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้

ใครก็ตามที่กล้าขวางทางแห่งความสุขของเขาเขาจะถล่มให้เละ... ดีล่ะ ถ้ามีความคิดแบบนี้ก็ให้คู่ต่อสู้ประลองชะตาอีกฝ่ายเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้รู้กันไปเลย เกรงว่าจะทำให้เขาตกตะลึง เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ยอมตัดอารมณ์และละความปรารถนาทุกอย่างในโลกเพื่อความก้าวหน้า  ยอมทุ่มเทเพื่ออนาคตนี้  แต่คุณชายสามตระกูลเย่ว์ยังคงทำตัวเป็นผู้กล้ามีความรักลึกซึ้งระหว่างบุรุษสตรีเขาไม่ได้สนใจว่าวันใดที่ต้องแบกความรับผิดชอบอันหนักหน่วงต้องแก้ไขปัญหาเพื่อความอยู่รอดและฟื้นฟูสามเผ่าพันธุ์ใหญ่ของหอทงเทียน

ชีวิตของเย่ว์หยางมีเป้าหมายเดียวเสมอ

นั่นคือเป็นตัวของตัวเองทำให้สาวๆ มีความสุขทุกวี่วัน เขาคิดง่ายๆ แค่นี้เอง!

เย่ว์หวี่กอดเจี้ยงอิงที่อ่อนแอมากและรักษาอาการบาดเจ็บของนางอย่างอดทนค่อยๆ บรรเทาอาการบาดเจ็บและปล่อยให้ร่างนางฟื้นตัวทีละน้อย“คราวหน้าอย่าเพิ่งหมดหวังเราทุกคนรู้ว่าเจ้าต้องการพยายามอย่างหนักและต้องการสนับสนุนเขา แต่การเปลี่ยนแปลงที่อันตรายเกินไปจะทำให้เขากังวลมาก  แค่นี้เขาก็แทบบ้าแล้วและเจ้าคงไม่ต้องการให้เขาบ้าเลือดมีแต่ความคิดเข่นฆ่า!”

“ข้าขอโทษจริงๆ”  สาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิงแค่พยายามพิสูจน์ตนเองแต่ผลที่ตามมาทำให้นางต้องเสียใจภายหลัง

“เจ้าปลอดภัยแล้วข้าอยากจะออกไปข้างนอก แต่เสวี่ยอู๋เสียและเชี่ยนเชี่ยนไม่ยอมให้ไป”  เย่ว์หวี่ต้องการออกไปช่วยน้องชายให้ความช่วยเหลือนาง แต่นางเป็นมนุษย์ ไม่ใช่อสูรพิทักษ์ที่สามารถฟื้นคืนชีพได้หลังจากตายแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกศัตรูจับได้ หรือถูกฆ่าซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการประลองชะตาของเย่ว์หยางเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจึงตัดสินใจว่าในขณะนี้ทุกคนสามารถอยู่ในกำแพงแก้วนี้เท่านั้นจนกว่านักสู้ที่ดีที่สุดจะมาพวกนางค่อยออกไปต่อสู้ตามแผนและทุ่มเทพลังให้มากที่สุด

“อย่าวิ่ง! มาใส่เสื้อผ้าก่อน” หลิวเย่ขี่กวางทะลุมิติ แต่นางไม่สามารถไล่ตามเทพธิดาบุปผาน้อยที่ไม่นุ่งผ้าวิ่งซุกซนไปรอบๆ

“ตั่วตั่วนางสูญเสียความทรงจำก่อนหน้านี้ไปอย่างสิ้นเชิงหรือ?”  เซี่ยอีถามราชันย์ปีศาจใต้ที่อยู่ใกล้ๆอย่างกังวล

“เป็นไปได้ยังไง?”  เจ้าเมืองโล่วฮัวกรอกตาเมื่อได้ยิน

“แล้วทำไมเจ้าถึงไม่ใส่เสื้อผ้า?”เซี่ยอีคิดว่าตั่วตั่วดูเหมือนเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“เธอไม่ได้กลับไปเป็นเด็กนานแล้วคงจะคิดถึงมาก!” สุ่ยอู๋เหินเข้าใจคนอื่นได้ดี

“เจ้าจะถูกตีนะถ้าไม่ใส่เสื้อผ้า อย่าดื้อ นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ห้ามเลียนแบบ!” จุ้ยมาวอี้ยกตัวอย่างนี้ให้ลูกสาวของนาง แพนด้าน้อยหนิวหนิวเธอเป็นเด็กดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะเธอตั้งใจฟังคำพูดมารดาของเธอ เธอทำตาโตมองไปที่เย่ว์หยางที่นอกกำแพงแก้วเมื่อเห็นเขามองเข้ามาก็โบกมือให้เขาอย่างตื่นเต้น

“เจ้าไม่รู้สึกเครียดเลยนะ...”ปรากฏว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกังวลจนกลัวจะพลาด อดบ่นไม่ได้

พี่น้องนี่มันคือการประลองของเทพจอมราชันย์!

จริงจังกว่านี้ได้ไหม?

อย่างไรก็ตามนี่นับว่าดีเหมือนกัน

ถ้าฝูงชนกลัวตายเอาแต่ร้องไห้เสียใจตีอกชกหัว นั่นคงเป็นเรื่องแย่

**** *** ****

จบบทที่ ตอนที่ 1382 โปรดเรียกข้าว่าเด็กดี!

คัดลอกลิงก์แล้ว