เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1366 ข้ามาแล้ว...

ตอนที่ 1366 ข้ามาแล้ว...

ตอนที่ 1366 ข้ามาแล้ว...


ในโลกคัมภีร์

เมื่อเย่ว์หยางลืมตาขึ้นเขาพบว่าเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมองดูเขาอย่างกังวล

“สบายใจได้ข้ายังไม่ได้เริ่มโดยตรง เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้คงตรวจไม่พบ” เย่ว์หยางรีบปลอบพวกนาง  “นอกจากนี้ ตอนข้าอยู่ในดินแดนฝันของฝ่าบาทแม้แต่เทียนอี้ก็ยังตรวจไม่พบร่องรอยของข้า”

“ความจริงเทียนอี้ไม่ใช่คนที่ข้ากังวลที่สุด”  เสวี่ยอู๋เสียกังวลเล็กน้อย  “ข้าคิดอยู่เสมอว่าไพ่ในมือของตงฟางไม่ง่ายขนาดนั้น

“ตงฟางเป็นกุญแจสำคัญแน่นอน”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนยังคงเห็นด้วย

“น่าเสียดายที่เราไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับเขามากนักเวลากระชั้นเกินไป มิฉะนั้นเราอาจคิดหาวิธีจัดการกับเขาได้”  สาวมารกฎฟ้าส่ายหน้าถอนหายใจเบาๆ นางคิดว่าพลังของตงฟางไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดแต่กลับคุกคามพวกเขาได้อย่างมากเป็นรองแค่เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้  หากต้องบอกว่าเขาซ่อนตัวอยู่ในประตูเทพฝ่ายเทพทะเลมรณะและจะไม่ทำอะไรเลย นั่นคงเป็นไปไม่ได้”

คำถามก็คือภายใต้เงื่อนไขปัจจุบันจะขุดเอาตงฟางออกมาจากฝ่ายทะเลมรณะและฆ่าเขาได้อย่างไร?

อู๋เหินมองโลกในแง่ดีนางยิ้มปลอบใจทุกคน “บางทีตงฟางอาจเป็นคนดีก็ได้ เขากำลังใช้งานเทียนอี้”

เย่ว์หยางตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าเมืองโล่วฮัวโบกมือพัลวัล “ไม่ เป็นไปไม่ได้ คนทรยศอย่างตงฟางต้องเป็นคนเลวและร้ายกาจมากการกระทำของเขาก็เพื่อสร้างความวิบัติให้หอทงเทียนไม่มีทางเป็นไปได้อย่างอื่นแน่นอน นิสัยคนอย่างเขาไม่มีทางเป็นคนดีไปได้  เขาเป็นคนทรยศและชั่วร้าย เหตุผลที่ตงฟางยังคงซ่อนตัวอยู่ก็เพราะว่ายังไม่ถึงเวลา เมื่อเขาเคลื่อนไหวข้าเกรงว่าจะเป็นการตัดสินขั้นสุดท้าย เขาต้องใช้เทียนอี้ในแผนการ แต่ในทางกลับกัน เทียนอี้จะไม่ใช้เขาเชียวหรือ?”

ในบรรดาสาวๆมีเพียงเย่ว์หวี่เท่านั้นที่สนับสนุนความเห็นของอู๋เหิน

อย่างไรก็ตามพวกนางคิดว่าความเป็นไปได้นี้

ยังไม่น่าเชื่อถือทั้งหมด

แม้ว่าอู๋เหินจะคาดการณ์ในแง่ดีแต่ก็ไม่กล้ายืนยันว่าตงฟางเป็นไส้ศึกให้หอทงเทียน....

“ตงฟางจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญ  แต่การที่ต้องมาสู้กับตงฟางเป็นเรื่องแย่” เย่ว์หยางคิดว่าตอนนี้เขายังอยู่ในช่วงเตรียมตัว ไม่ควรตีตนไปก่อนไข้กังวลจนเกินไปหากชนะการประลองชะตาได้ สถานะเทพราชันย์ไม่หนีไปไหนอย่างแน่นอน  แต่ถ้าแพ้ในสงครามชะตาจะทำให้เทียนอี้ประสบความสำเร็จ และเขาก็คงมีแต่ความเสียใจ

“เราต้องรอสักพักตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุด เจ้าควรออกไปดูก่อน หาทางแทนที่จื้อจุนให้นางเข้ามาก่อน”  เสวี่ยอู๋เสียคิดว่าในช่วงไม่กี่วันมานี้เขาจะกู้วิกฤตหอทงเทียนกลับมาได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเขาจะดำเนินแผนการทั้งหมดอย่างไร

“ระวังด้วยอย่าทำอะไรโดยใช้อารมณ์ส่วนตัว ต้องไม่ประมาท” เย่ว์หวี่รีบกระตุ้นเตือนน้องชาย นางกลัวที่สุดว่าน้องชายจะบ้าพลังจนลืมทำเรื่องที่ควรทำ

“ไม่ต้องห่วง! รับรองได้ว่าข้าจะไม่หลงกลไปตามแผนของตงฟางและเทียนอี้แน่นอน”เย่ว์หยางตบอกรับรอง

แต่หลังจากพูดรับรองแบบนี้ได้ไม่นาน

เขาออกมาจากโลกคัมภีร์เข้าโลกแกนสมดุลโลกก็แทบบ้าทันที

ความโกรธระเบิดขึ้นแรงเป็นแสนเท่าเหตุผลก็ถูกโยนทิ้งไปภายใต้อารมณ์เลือดร้อนเดือดพล่านรุนแรง ตัวเขาแทบจะควบคุมพลังเทพไม่ได้พลังเทพแทบระเบิดออก

ข้างหน้าเขาในตอนนี้สถานการณ์ในสนามรบดุเดือดเลือดพล่านจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อแบกภูเขาศักดิ์สิทธิ์บนไหล่เดินตรงไปที่ทะเลมรณะทีละก้าวสะพานเชื่อมใต้เท้าเขาไกลสุดขอบฟ้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและพังทลายลงภายใต้เท้าของเขาฝ่ายตรงข้ามกับจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อที่มีร่างสูงใหญ่คอยช่วยค้ำและยันไม่ให้จักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อเดินหน้าเข้ามา

จักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อก้าวไปข้างหน้าต้องใช้ความพยายามร้อยเท่าพันเท่า

บนยอดเขาเทพศักดิ์สิทธิ์เจี้ยนจางเซิงที่คอยพยุงแบกโดมท้องฟ้าล้มลงกับพื้นแล้ว เขาไม่สามารถแบกรับได้อีกต่อไปเทพธิดาบุปผาผู้พิทักษ์อยู่แต่ก่อนได้เข้าแทนที่เขา ร่างเทพของนางถูกทำลายก่อนเวลาอันควรและร่างหินศิลาของนางเริ่มแตกสลายมีแต่เพียงรัศมีแห่งจิตวิญญาณและสำนึกเทพสูงสุดของนางที่ช่วยค้ำโดมท้องฟ้าไว้...

เทพมารแห่งค่ายทะเลมรณะกำลังโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

บางคนโจมตีจักรพรรดิไร้เทียมทานบางคนโจมตีเทพธิดาบุปผาผู้พิทักษ์แห่งภูเขาเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งยังโจมตีจื้อจุนที่อยู่บนยอดเขาที่ตอนนี้ทั้งร่างของนางเต็มไปด้วยเลือด

หากไม่มีจื้อจุนวิญญาณของเทพธิดาบุปผาคงถูกทำลายไปนานแล้ว แต่จื้อจุนที่ถูกปีศาจเฒ่ามากมายรุมล้อมจากด้านหน้าต้องใช้ความพยายามไม่ด้อยไปกว่าเทพธิดาบุปผาแต่ยังเบากกว่าจักรพรรดิไร้เทียมทานที่แบกภูเขาเทพศักดิ์สิทธิ์ไว้ทั้งลูก

เขาไม่สามารถถอยหลังได้เพื่อปกป้องจื้อจุนจากด้านหน้า ตลอดทั้งตัวนางเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด

เย่ว์หยางไม่เคยเห็นนางบาดเจ็บหนักอย่างนี้มาก่อน

ในพริบตา

เขาเจ็บปวดใจจนแทบแหลกสลาย

ปีศาจเฒ่าน่ารังเกียจเหล่านี้ไร้ยางอายอย่างคาดไม่ถึงรุมล้อมทำลายผู้เยาว์ที่ยังไม่มีบัลลังก์เทพที่บริบูรณ์

“มังกร,มังกรปีศาจเล่า!” เย่ว์หยางคำรามลั่นราวกับฟ้าร้องเขาอยากรู้ว่ามังกรปีศาจที่อ้างตัวเป็นพี่ใหญ่ของเขากำลังทำอะไรอยู่  เขาทนดูให้เกิดภาพเช่นนี้ได้อย่างไร?

“เด็กน้อยเจ้าออกมาจนได้โชคดีที่ยังพอมีเวลาให้ข้าได้รวบรวมซากสังขาร” ในใต้เหวสะพานงูลอยฟ้าร่างเทพที่แหลกลาญดูแย่ยิ่งกว่าหุ่นไล่การ้องครวญครางอย่างระโหยโรยแรง

เย่ว์หยางตกใจอย่างหนักมังกรปีศาจผู้แข็งแกร่งอยู่ในสภาพพ่ายแพ้แบบนี้ได้อย่างไร?

มีเทพพิทักษ์ทะเลมรณะสองตนในทะเลมรณะหรือ?

เป็นไปไม่ได้!

มังกรปีศาจที่อยู่ในสภาพอาการหนักส่ายหัวและส่งสัญญาณบอกว่าเย่ว์หยางไม่จำเป็นต้องออกมาช่วยตัวเขา  “อย่าสิ้นเปลืองพลังงานเลย ข้ารักษาไม่หายแล้วเจ้าไม่ต้องเปลืองน้ำตาด้วย ตลอดชีวิตของข้าสิ่งที่กลัวที่สุดก็คือปัสสาวะม้าถ้าเจ้ากล้าร้องไห้ข้าคงตายอย่างไม่มีความสุข”

เย่ว์หยางไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาเข้าไปในโลกคัมภีร์ไม่กี่วันการต่อสู้กลับกลายเป็นเช่นนี้ “เกิดอะไรขึ้น?”

มังกรปีศาจแค่นเสียงด้วยความโมโห“เรื่องมันยาวเกินกว่าจะเล่า ข้าขี้เกียจพูด”

จื้อจุนที่บาดเจ็บสาหัสแค่นเสียงโกรธ“คนทรยศตงฟางทำเรื่องงามหน้า ไม่รู้ว่าเขาร้องเรียนที่ไหนบอกว่ามังกรปีศาจได้รับการปล่อยตัวเข้าสู่แดนสวรรค์ก่อเรื่องชั่วร้ายและขอให้มีการลงโทษ เมื่อสามวันก่อนประตูเทพโบราณได้เปิดออกแต่เทพโบราณไม่ได้ปรากฏตัว แต่ค้อนศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ได้ทุบใส่กระดูกสันหลังเจ้าโง่นั่นจนทำให้สนามรบเป็นอย่างนี้เขาต้องออกจากสนามรบ”

“มันน่าขายหน้าข้าเป็นพี่ใหญ่แท้ๆ เสียหน้าหมด!”  มังกรปีศาจรู้สึกอับอายมากแต่เดิมทีเขาคิดว่าสามารถคุ้มกันผู้น้องได้แต่กลับเป็นตัวเขาที่กลายเป็นภาระผู้น้อง

“ทำไมพวกเขาทำชั่วจึงไม่มีใครจัดการเจ้าทำตามแบบอย่างเหลยฟง อุตส่าห์ทำความดีแท้ๆ แต่กลับถูกลงโทษหรือว่าจักรวาลนี้ไม่มีความยุติธรรม” เย่ว์หยางยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห

“เจ้ายังบอกว่าทำเรื่องดีก็ต้องมีผิดพลาด จะเลือกก็ไม่ถูกแล้วมันจะดีได้ยังไง?”  มังกรปีศาจมองเห็นได้ชัดเจนนั่นเป็นบาปในอดีตของเขา การมาของค้อนลงทัณฑ์สวรรค์เป็นการลงทัณฑ์อย่างเคร่งครัดยังดีกว่าดึงเทพเพชฌฆาตมาทำหน้าที่ตัดหัวร้อยครั้งความเสียใจของเขาเพียงประการเดียวก็คือไม่สามารถเข้าร่วมในการประลองชะตานี้ได้เขาต้องการช่วยให้ผู้น้องได้ก้าวไปข้างหน้า แต่เขามีพลังไม่เพียงพอ  “ข้ายังไม่ได้ทำสิ่งดีๆ ในชีวิตเลยแต่น่าเสียดายที่มหาเทพไม่ให้โอกาสนี้แก่ข้า”

“บัดซบนี่มันใจดำเกินไปแล้ว ข้าต้องร้องเรียน!”  เย่ว์หยางแทบกระอักเลือด

“เจ้ารู้จักเบื้องบนด้วยหรือ?”  มังกรปีศาจได้ยินแล้วรู้สึกสะท้านใจ

“เปล่า”เย่ว์หยางพูดอย่างจนใจ

“อย่างนั้นพูดไปก็ป่วยการเปล่าๆ!”  มังกรปีศาจตัดบทไม่มีใครฟ้องร้องเบื้องบนได้ ยิ่งเจ้าไม่มีผู้หนุนหลังที่ดี!

“เลิกพูดเรื่องเหลวไหลได้แล้วเจ้ามาช่วยจิ๋วซื่อเดี๋ยวนี้เลย!”  ในที่สุดจื้อจุนก็ได้พักหายใจได้บ้างถ้าเย่ว์หยางไม่ปรากฏตัวและทำให้เทพที่รุมล้อมตกใจหวาดกลัวชั่วคราวนางไม่รู้ว่าจะทนต่อไปได้หรือไม่

“อะไรนะ?”เย่ว์หยางมองดูเขาเทพศักดิ์สิทธิ์สูงล้านเมตร เขาจะแบกของแบบนี้ได้อย่างไร!

“หรือว่าเจ้าหันไปสู้กับเทพพิทักษ์ทะเลมรณะแทนเล่า”  จื้อจุนให้ทางเลือกเย่ว์หยางแค่สองตัวเลือก

“อย่างนั้นแบกภูเขาก็คงดีกว่า!” เย่ว์หยางไม่เข้าใจว่าแบกภูเขาเทพศักดิ์สิทธิ์หนักหนาแค่ไหน?ต่อให้ต้องย้ายภูเขาก็ต้องรอเคลื่อนไหวช้าๆหลังจากเอาชนะศัตรูก็ได้ไม่ใช่หรือ?  ตอนนี้เทพพิทักษ์แห่งทะเลมรณะอยู่ตรงหน้าเขาเป็นไปได้อย่างไรที่จะเคลื่อนย้าย แม้ว่าเทพพิทักษ์ทะเลมรณะจะมีพวกสองร้อยห้าสิบคนแต่เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเฉยมองดูเหตุการณ์เช่นนี้

“ไม่มีเวลาแล้ว!” มังกรปีศาจตะโกนด้วยพลังทั้งหมดของเขา “ชาวโลกแห่งแกนสมดุลโลกรู้มานานตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้วว่าแกนสมดุลโลกจะกลายเป็นเวทีตัดสินชะตาเมื่อถึงเวลานั้นเจ้าต้องการจะชนะย่อมเป็นไปไม่ได้เลย!  เจ้าสามารถต่อสู้กับกองกำลังอื่นๆได้หรือไม่?  หากต้องการชนะก็ต้องรู้ไว้ว่าภูเขาเทพศักดิ์สิทธิ์จะช่วยลดระดับการระเหยแห้งของน้ำในทะเลมรณะนั่นคือสิ่งที่เทพได้อธิบายไว้

“ฮ่าฮ่า  ภูเขาเทพศักดิ์สิทธิ์ช่วยลดระดับหรือ?ทะเลมรณะระเหยหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า!”  เทพพิทักษ์ทะเลมรณะแหงนหน้าหัวเราะ“เจ้าคิดว่าเป็นไปได้จริงหรือ?  ข้าผู้เป็นเทพยังคงมีพลังความแข็งแกร่งพอและปล่อยให้จิ๋วซื่อแบกภูเขาเทพตอนนี้เขาไม่สามารถถอยหรือวางภูเขาลงได้ และใกล้จะตายเต็มทนยังกล้าคุยโวถึงสิ่งที่เทพอธิบายไว้หรือ?”

“ข้ายังสามารถแบกต่อไปไม่มีใครในโลกหยุดความทะเยอทะยานของข้าจิ๋วซื่อได้  จักรพรรดิไร้เทียมทานก้าวย่างอย่างหนักหน่วงแม้ว่าจะแบกภูเขาไว้บนบ่าและศัตรูอยู่ข้างหน้า แต่ความแข็งแกร่งของเขายังปรากฏให้เห็นบนใบหน้า ”เย่ว์ไตตันตราบใดที่เจ้าจำได้ว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าคือเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้แกนสมดุลโลกและทะเลมรณะนี้ก็ควรจบลงที่ข้า!  นี่คือชะตาที่ข้าแบกรับไว้ ไม่ใช่เจ้าตราบเท่าที่ตัวเจ้าประสบความสำเร็จ แค่นั้นก็พอ!”

“เลิกคิดได้เลยข้าผู้เทพยังมีเวลา แต่จิ๋วซื่อเจ้าจะต้องพ่ายแพ้ตลอดไป!”  เทพพิทักษ์ทะเลมรณะไม่ได้มองดูที่เย่ว์หยางเลย

เขากางแขนทั้งหกยันรับมุมภูเขาเทพศักดิ์สิทธิ์ในทิศทางที่จิ๋วซื่อกำลังก้าวไปข้างหน้า

จักรพรรดิไร้เทียมทานตวาดเสียงทุ้ม

พลังเทพระเบิดออก

เขาทุ่มชีวิตต้านรับไม่ให้อีกฝ่ายก้าวเดินได้แม้แต่ครึ่งก้าว....

การประลองพลังแบบนั้นระหว่างจักรพรรดิไร้เทียมทานและเทพพิทักษ์ทะเลมรณะในช่วงสามวันสามคืนนี้ประลองแบบนี้กี่ครั้งแล้ว

ถ้ามองอย่างผิวเผินจักรพรรดิไร้เทียมทานเดินหน้าได้ตลอดไม่มีใครหยุดห้ามได้แต่เทพพิทักษ์ทะเลมรณะเชื่อว่าชัยชนะสุดท้ายจะต้องเป็นของเขา เพราะภายใต้อุปสรรคขัดขวางอย่างเขาจิ๋วซื่อจะไม่สามารถเดินไปจนถึงขอบทะเลมรณะได้  ในระหว่างเดินทางช่วงครึ่งทางนี้ฝ่ายตรงข้ามผู้มีชะตาเช่นนี้ ใช้พลังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมากเกินไปในที่สุดเขาจะต้องพินาศล้มลงกับพื้นในที่สุด

“เย่ว์ไตตันคู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้าผู้เป็นเทพนี้” เย่ว์หยางหันหน้าไปมองและพบว่าเป็นเทพพิทักษ์แห่งเขากวงหมิงมายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้

“เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”เย่ว์หยางรู้สึกแปลกใจเจ้าผู้นี้ออกมาจากเขากวงหมิงและเข้าประตูเทพโบราณได้ด้วยหรือ?

“ประตูแห่งชะตาได้เปิดออกอย่างเป็นทางการแล้ว...” เทพพิทักษ์เขากวงหมิงมองไปที่มังกรปีศาจและหันกลับมามองเย่ว์หยางอีก“ในเส้นทางโบราณ ข้าผู้เป็นเทพนี้สามารถฆ่าเจ้าผู้มีคุณสมบัติเข้าประลองโชคชะตา  อย่างไรก็ตามถ้าไม่มีการเผชิญหน้าประลองชะตา  เทียนอี้จะได้รับพลังเทพจอมราชันย์ เราผู้เป็นเทพแอบปล่อยให้เจ้าหนีไปพร้อมกับเจ้าโง่มังกรปีศาจเจ้าคิดว่าจะหนีพ้นมือเราผู้เป็นเทพได้จริงๆ หรือ?  เส้นทางโบราณของภูกวงหมิงเป็นที่อยู่ของเทพ  แม้ว่าเจ้าจะมีพลังของหอทงเทียนทั้งหมดแต่คิดจะใช้อุบายภายใต้จมูกข้าผู้เป็นเทพเจ้านึกว่าจะซ่อนพ้นจากสายตาข้าผู้เป็นเทพได้จริงๆ หรือ?

“ทั้งหมดอยู่ในแผนแล้ว”  ตงฟางปรากฏตัวครั้งแรกเขาโค้งคำนับให้จักรพรรดิไร้เทียมทาน จากนั้นยิ้มให้เย่ว์หยาง  “ผู้ที่คู่ควรบัลลังก์แท้ไม่ใช่คนอื่นแต่เป็นผู้อาวุโสจิ๋วซื่อ จากนั้นขอเพียงเขาตาย เพียงแค่นั้นการประลองชะตาของคนรุ่นต่อไปจึงจะเกิดขึ้นได้แค่เพียงเขาตายเท่านั้น หอทงเทียนจะพินาศลง และจะพินาศไปตลอดกาล  เย่ว์ไตตัน เจ้าเองก็ไม่เลว แต่เมื่อเทียบกับจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อเจ้าเป็นรองอยู่บ้าง”

“ฉลาดสมกับเป็นตงฟางจริงๆ”  เย่ว์หยางปรบมือชื่นชมแต่เสียงของเขาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง “อย่างนั้นก็ต้องกลายเป็นหมากที่ถูกทิ้งบ้างใช่ไหม?”

“ไม่”ตงฟางส่ายหัว  “การเล่นหมากรุกจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว   ตอนนี้เจ้าอยากจะเล่น ก็คงเล่นไม่ได้...เพื่อชัยชนะครั้งสุดท้าย ข้าตัดสินใจตาย สำหรับเกมนี้ ถ้าไม่มีคู่ต่อกรด้วยและเจ้าจะเล่นกับใคร?  เจ้าพลาดไปหนึ่งก้าว ตอนนี้ต้องการจะถอยกลับต้องการจะตั้งหมากใหม่ แต่เวลาไม่เพียงพอเสียแล้ว ข้าจะไม่ให้โอกาสนี้กับเจ้าเย่ว์ไตตัน เจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ เรื่องนี้ข้าไม่สงสัยเลยแต่ถ้าพูดถึงเรื่องเล่นหมากรุก นี่คือความร้ายกาจของข้า ตงฟาง”

ตงฟางลอยขึ้นไปในอากาศ

และค่อยๆลอยไปในทิศทางของทะเลมรณะ ชุดคลุมของเขากระพืออยู่ในอากาศคนเล่าสง่างามจนมิอาจพรรณนาได้แต่สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมราวกับว่าเขาคือผู้พลีชีพที่คลั่งไคล้ที่สุดในโลกเพื่ออุดมคติของเขา เขาไม่ลังเลที่จะเสียสละชีวิตตนเอง

“ลาก่อนบ้านเกิดที่ให้กำเนิดข้าและเลี้ยงข้าจนได้ดี ลาก่อนหอทงเทียน ลาขาดตลอดกาล”

“ตงฟางเป็นเพียงเศษธุลีเล็กๆในโลก แต่ข้าก็มาที่นี่แล้วและกลายเป็นดาวตกที่สว่างเจิดจ้าแจ่มจรัสแม้ว่ายากจะสว่างได้ชั่วนิรันดร์ แต่มันก็คือแสงรัศมีของข้า...”

“ไม่มีเวลาของข้าตงฟางอีกต่อไปแล้ว  แต่อย่างน้อยข้าก็ยังแสดงให้เห็นว่าข้าตงฟางมาถึงแล้ว...”

เหมือนกับดาวหางที่พุ่งผ่านจักรวาล

ตงฟางขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของท้องฟ้าก็ร่วงตกลงมา

ทั้งร่างมีเปลวเพลิงลุกโชติช่วงและส่องแสงสว่างบนพื้นผิวทะเลมรณะที่น่ากลัวจากนั้นค่อยสลัวลงๆ หรี่ลงและจมหายไปในส่วนลึกของทะเลมรณะ...

******** ****

จบบทที่ ตอนที่ 1366 ข้ามาแล้ว...

คัดลอกลิงก์แล้ว