เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1349 ผนึกประตูชีวิตนิรันดร!

ตอนที่ 1349 ผนึกประตูชีวิตนิรันดร!

ตอนที่ 1349 ผนึกประตูชีวิตนิรันดร!


“ประลองตัดสินขั้นสูงสุดคือโอกาสที่ไม่อาจถามหาได้”

“กล่าวอีกอย่างหนึ่งแดนสวรรค์หรือแดนสวรรค์บนจะมีผู้มีคุณสมบัติสองคนที่จะได้เป็นเทพจอมราชันย์  แต่เทพจอมราชันย์เป็นได้แค่คนเดียว ทั้งสองจะต้องประลองตัดสินชะตาที่ไม่เหมือนใคร  ผู้ชนะในหมู่พวกเขาจะได้เป็นเทพจอมราชันย์และผู้แพ้จะกลายเป็นรองเท้าให้เทพราชันย์  ความพยายามความสามารถของเขาจะกลายเป็นสง่าราศีของผู้อื่นไปชั่วนิรันดร! การต่อสู้ประลองแบบนี้น่าเศร้ายิ่งกว่าการตายอย่างเด็ดขาดไม่มีทางถอยและไม่มีทางเลือกที่สองนั่นคือการประลองตัดสินเทพจอมราชันย์

“ในการประลองชะตาครั้งนี้  ต้องชนะเท่านั้น ห้ามแพ้!”

“เจ้าเห็นไหมว่าเทพพิทักษ์ภูเขากวงหมิงโจมตีเราทั้งคู่  แต่เทียนอี้เจ้าตำหนักสูงสุดไม่ปรากฏตัวขึ้นคำอธิบายประการเดียวสำหรับเหตุผลนี้ก็คือเขากำลังเตรียมตัวขั้นสุดท้ายและละทิ้งทุกอย่างจากโลกภายนอกรวมทั้งทุกอย่างที่ดูเหมือนจะมีประโยชน์!” ยิ่งมังกรปีศาจพูดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีความเข้าใจมากขึ้นในที่สุดเขามองไปทางเย่ว์หยางอย่างจริงจัง

ในที่สุดเขาระงับความตื่นเต้นในใจเขามองเย่ว์หยางด้วยความกระตือรือร้น

น่าเสียดายที่เย่ว์หยางในตอนนี้ไม่มีเวลาสนองตอบ

โดยไม่รู้ตัว

“ถ้าอย่างนั้นเราจะรออะไรรีบไปหาจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อกัน!” เย่ว์หยางเมื่อได้ยินเช่นนี้เขาดีใจทันที เขาคาดว่าวันเวลาดีๆ ของเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้กำลังจะสิ้นสุดลงผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาจะต้องพบกับยอดฝีมือไร้เทียมทานระดับโลกเช่นผู้ที่กักตัวอยู่ในเจดีย์ดำรอคอยโอกาสมาหลายหมื่นปีอย่างจักรพรรดิไร้เทียมทาน

“ใครบอกกันเล่าว่าผู้มีคุณสมบัติประลองชะตาคือจิ๋วซื่อ!”  มังกรปีศาจมึนงง

“เทียบกับจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อแล้วใครมีประสบการณ์ดีกว่า?”  เย่ว์หยางคิดว่าผู้มีคุณสมบัตินี้ไม่น่าจะใช่นางพญาเฟ่ยเหวินหลีกระมัง?  คิดดูแล้ว นางพญาเฟ่ยเหวินหลีก็อาจจะใช่เช่นกันนางพญาผู้พิชิตเฟ่ยเหวินหลีสามารถพิชิตแดนสวรรค์ทั้งหมดสามารถทำให้กำลังหนุนตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ต้องปรากฏตัวในที่สุด

“เป็นเจ้านั่นแหละ เจ้าเด็กโง่!” มังกรปีศาจตีหน้าผากเย่ว์หยาง เขาคิดว่าอยากจะตบเจ้าเด็กนี่ให้หมดสติจริงๆ  “ถ้าเจ้าไม่ใช่คู่ประลองตัดสินชะตาเด็กน้อยอย่างเจ้าจะฝึกฝนได้รวดเร็วอย่างนี้เชียวหรือ?เจ้ามีการผจญภัยมากมายและได้รับคำแนะนำมากมายใช่หรือไม่?  เจ้ามองดูอสูรศึกและสมบัติของเจ้าและลองมองไปที่คนอื่น เจ้าไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน บางทีเจ้าอาจเกิดมาในโลกนี้เพราะเจ้าต้องการที่จะเอาชนะเทียนอี้เจ้าตำหนักสูงสุดและกลายเป็นเทพจอมราชันย์ไม่ใช่หรือ?  ข้าก็เป็นอัจฉริยะเช่นกัน ทำไมเจ้าถึงใช้เวลาฝึกฝนเพียงเล็กน้อยก็ตามทันเล่า?  นั่นเป็นเพราะเจ้าคือเทพจอมราชันย์ในอนาคตอยู่ภายใต้การจัดเตรียมของโชคชะตา!”

“ข้าน่ะหรือ?” เย่ว์หยางตะลึงงมงาย

“สีหน้าเจ้าเล่ห์อย่างเจ้าอย่าทำให้ข้าอิจฉาและแสดงความรุนแรงกับเจ้าได้ไหม?”  มังกรปีศาจเกลียดจนคันฟันเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้มีคุณสมบัติคนอื่นๆที่จะเข้าประลองตัดสินเทพจอมราชันย์ถึงต้องเป็นเจ้าเด็กปากเหม็นผู้นี้  พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อและนางพญาผู้พิชิตเฟ่ยเหวินหลีนั้นไม่เลวเลยและการฝึกฝนอย่างหนักของคนอื่นก็สามารถชนะได้ แต่เจ้าเด็กนี่มีเส้นทางให้เลือกมากมาย!

“จบกัน ถ้าต้องเป็นข้า  อย่างนั้นศึกนี้แพ้แน่” เย่ว์หยางไม่รู้สึกเลยว่าเขาจะสามารถฆ่าเทียนอี้ได้ในตอนนี้

งั้นก็ปล่อยให้เทียนอี้ฆ่าเจ้า

มันเป็นการท้าทายไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติก็ได้!

ถ้าพวกเขาทั้งสองขึ้นเวทีประลองตัดสินชะตาแม้แต่เย่ว์หยางเองก็ไม่กล้าเดิมพันว่าตนเองจะชนะ โธ่เอ๊ย..ระดับพลังห่างกันเกินไป เจ้าตำหนักสูงสุดฝึกฝนมากี่ปีแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้นว่ากันว่าบุรุษคนนี้ยังบ้าฝึกฝนทุกวี่วันไม่เคยวางมือฉะนั้นเขาจึงเป็นบุรุษอันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์

ในการประลองตัดสินชะตาอัตราการเอาชนะได้จะถึงหนึ่งในพันล้านได้หรือไม่?

“เจ้าไม่ต้องสนใจว่าแพ้หรือชนะ  เจ้ามีหน้าที่ต่อสู้เท่านั้น!” ตอนนี้มังกรปีศาจสงบใจได้มากแล้ว ถ้าเด็กคนนี้คือผู้มีคุณสมบัติอีกคนในการประลองชะตาเทพจอมราชันย์จริงแล้วก็สมเหตุสมผลสำหรับปริศนามากมายก่อนหน้านี้ว่าทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงได้มีความสามารถที่ผิดปกติ?  ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงมีอสูรพิทักษ์มากมาย?ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงมีของวิเศษมากมาย? ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงได้มีเรื่องผจญภัยมากมาย? ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว?  ทำไมเจ้าเด็กนี่จึงสามารถเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งที่ไม่สามารถเอาชนะได้?  ตอนนี้ทุกอย่างมีคำตอบแล้ว...  เพราะเขาคือเทพจอมราชันย์ในอนาคต!

บางทีอาจถูกลิขิตไว้ตั้งแต่เกิด

เป็นเรื่องที่แน่นอน!

นี่อาจเป็นไปได้ว่าเป็นการตัดชุดวิวาห์เพื่อคนอื่นและในที่สุดผลลัพธ์สุดท้ายจะไม่มีใครรู้จนกว่าจะมีการประลองกัน!

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เจ้าเด็กผู้นี้ไม่เหมือนกับคนที่พบกับโศกนาฏกรรมเหมือนตอนที่ใส่ชุดแต่งงานของคนอื่น  บางทีคนที่กลายเป็นศิลารองเท้าเพื่อให้ทำลายชื่อเสียงและก้าวข้ามไปอาจเป็นเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ผู้ที่ไม่เคยถูกผลักลงจากบัลลังก์นานนับหมื่นปี!

“เด็กน้อย มีข้าคอยคุ้มครองเจ้าจะต้องชนะแน่นอน!” มังกรปีศาจตบหน้าอกรับรองด้วยความมั่นใจ “ข้าจะช่วยให้เจ้าไปถึงตำแหน่งสุดยอดแม้ว่าข้าจะต้องตายก็ตาม!  น้องเราข้าคาดไม่ถึงว่าเจ้าจะเป็นเทพจอมราชันย์ ข้ารู้สึกเหมือนฝันจริงๆยิ้มได้แม้กระทั่งจนตื่น! ใจเย็นๆ เจ้าไม่ต้องลนลานไปเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ไม่ยอดเยี่ยมเท่าไหร่ ก็แค่ฝึกมาก่อนเจ้ามาหลายหมื่นปีเท่านั้น เป็นคนบ้าที่เอาแต่ฝึกทุกวี่วัน ไม่เป็นไรมีข้าคอยคุ้มครองเจ้า เจ้าจะต้องชนะได้ในที่สุด  ทำไมทำหน้าแบบนั้น?  เจ้าบังอาจสงสัยฝีมือของข้าหรือ?  ใช่หรือเปล่า?”

“เรายังคงหาที่ซ่อนตัวกันก่อน!”  เย่ว์หยางนึกถึงปัญหาร้ายแรงขึ้นมาได้กะทันหัน  หากเทพพิทักษ์ของภูเขากวงหมิงกลับมาอย่าว่าแต่ประลองตัดสินเทพจอมราชันย์เลย เขาอาจถูกสังหารได้ในไม่กี่วินาที

“เออ, จริงด้วย”มังกรปีศาจก็คิดถึงเทพยักษ์เจ้าเล่ห์ได้  กระดองเต่าของเจ้าผู้นี้แข็งเกินไปยากจะเอาชนะในตอนนี้ได้

“รีบหนีเร็วเข้า ถ้าเจ้าไม่รีบหนีมันจะสายเกินไป..” เย่ว์หยางรู้สึกว่ายังเร็วเกินไปที่จะประลองตัดสินชะตา

“จะตื่นเต้นไปทำไม...ข้ารู้จักอยู่ที่หนึ่ง” มังกรปีศาจร้อนรนและเขาได้แรงบันดาลใจอีกครั้ง  ทันใดนั้นเขาจำสถานที่แห่งหนึ่งได้เขารีบคว้าไหล่เย่ว์หยาง  “ข้าไม่รู้ว่าจะไปที่นั่นถูกหรือเปล่าบางทีอาจเป็นการทำร้ายเจ้า บางทีอาจเป็นการจัดการของโชคชะตาก็ได้เจ้าต้องตัดสินใจในที่สุด จะรอดหรือตายเจ้าเป็นคนเลือกเองและเมื่อถึงเวลานั้นอย่ามาโทษว่าข้าบอกไม่ชัดเจน!”

“จริงจังนักหรือ?  อย่างนั้นสถานที่นั้นอยู่ไหน?  ยอดเขากวงหมิงตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า? เจ้ารู้เส้นทางลับหรือไม่?” เย่ว์หยางจำได้ว่าตอนที่คนจากสำนักใหญ่ทั้งหกปิดล้อมนิกายหมิงเจี้ยว [เม้งก่า] (เข้าใจว่าอ้างอิงจากเรื่องดาบมังกรหยกตอนหกสำนักใหญ่บุกเม้งก่า)จะมีทางลับนำไปสู่ยอดเขากวงหมิง สถานที่อันตรายที่สุดคือที่ปลอดภัยที่สุดหรือ?

“วุ่นวายจริงๆ... ที่ๆเราจะไปคือประตูแห่งชะตา!” โชคดีที่มังกรปีศาจไม่รู้ว่าเย่ว์หยางพูดถึงยอดเขากวงหมิงมิฉะนั้นเขาคงได้คลั่งใจตายแน่นอน

“ประตูแห่งชะตา?”  เย่ว์หยางเมื่อได้ยินแล้วรู้สึกไม่ค่อยดี

“นั่นคือประตูเทพโบราณ ผู้ท้าทายจะต้องฟันฝ่าชะตากรรมถึงจะออกมาได้ตอนนี้พาเจ้าไปที่นั่นบางทีอาจเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด  เจ้าตัดสินใจเอง!”  นั่นคือตัวเลือกที่มังกรปีศาจให้เย่ว์หยาง

“จะเป็นโชคหรือคำสาปก็คงเลี่ยงไม่ได้”  เย่ว์หยางพร้อมจะเสี่ยงทุกอย่าง

แม้ว่าจะรู้สึกผิดมาก

แต่เด็กหนุ่มจากโลกอื่นกล้าที่จะทำ

ทันทีที่เขากัดฟันเขาตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีหรือไม่ดี ทุกอย่างจะถูกกำหนดโดยการทำงานอย่างหนักและด้วยความเพียรทำงานอย่างหนักมุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จที่ขัดต่อเจตจำนงของสวรรค์ได้การเปลี่ยนแปลงกระแสความสำเร็จของเหตุการณ์นั้นงดงามมาก ส่วนผลอื่นๆ เขาไม่ต้องคิดชั่วคราวทุกย่างก้าวที่ท่านสามารถทำงานหนักด้วยมือของตนเองเพื่อผลสำเร็จ...ทำให้ดีที่สุด เด็กหนุ่มจากโลกอื่นไม่รู้สึกเสียใจ

มังกรปีศาจกล่าวชม“นี่แหละคือความกล้าของเทพจอมราชันย์ในอนาคต!”

ด้วยวิธีนี้สองพี่ใหญ่น้องเล็กไม่ควรถูกฆ่าในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดนี้ในที่สุดพวกเขาเริ่มใช้ปัญญาตัดสินใจเลือกอย่างถูกต้อง

เมื่อเสี่ยวเหวินหลีพาเย่ว์หยางและมังกรปีศาจเข้าไปในแสงศักดิ์สิทธิ์และหายตัวไปในเส้นทางโบราณนักสู้ฝีมือยอดเยี่ยมของเจ้าตำหนักสูงสุด จื้อไจ้เทียน ฮ่วนเล่อเทียนและเทียนฉวงเข้ามาถึงในสนามรบทันที

ถ้าช้าไปสักหนึ่งนาที ไม่สิต้องครึ่งนาที

ผลลัพธ์ที่ออกมา

อาจจะกลายเป็นอีกอย่างหนึ่ง

จื้อไจ้เทียนที่ดูเป็นหัวหน้าได้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของสนามรบและตัดสินได้“การต่อสู้ที่น่าสยดสยองเกิดขึ้นที่นี่ เย่ว์ไตตันที่หายไปคงหนีมาที่นี่แน่นอน

“เย่ว์ไตตันแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ?”  เทียนฉวงอดไม่ได้ที่จะแสดงความสงสัย

“มีบางคนช่วยเขา!” คำพูดนำของฮ่วนเล่อเทียนแม่นยำกว่า “แม้ว่าที่นี่จะมีรอยแตกสลายไปทุกที่แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังของเทพชั้นสูงสามคนได้ ต้องเป็นเทพพิทักษ์ที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของศัตรูและปรากฏตัวออกยับยั้งพวกเขาอยู่ที่นี่และมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือด แม้ว่าจะไม่ทราบผลการต่อสู้ในขณะนี้ แต่มั่นใจได้ว่ามีศัตรูที่มีพลังใกล้เคียงกับเทพพิทักษ์มาพบกับเย่ว์ไตตัน”

“มังกรปีศาจ!” จือไจ้เทียนตอบสนองทันที “เมื่อตงฟางบอกว่าเย่ว์ไตตันมีสุดยอดนักสู้คอยคุ้มครองเขามังกรปีศาจถือว่าเป็นมือสังหารอันดับหนึ่งของแดนสวรรค์เบื้องบนคงปลดปล่อยเขามาให้คุ้มกันเย่ว์ไตตันเป็นการไถ่โทษ”

“นี่นับว่ามีเหตุผล...”  เทียนฉวงเห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนี้

“แม้แต่ท่านเทพพิทักษ์ก็ไม่สามารถฆ่าเย่ว์ไตตันได้หรือนี่?  ดูเหมือนว่ามีบางคนแยกหนีจากไป”  ในใจของฮ่วนเล่อเทียนสัมผัสได้ถึงรอยฉีกขาดของมิติในเส้นทางโบราณ

“ถ้าเทพพิทักษ์ลงมือแม้ว่าจะไม่สามารถฆ่าได้ทันที แต่ศัตรูคงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน”   เทียนฉวงสรุปอย่างดีใจ

หลังฟังแล้วจื้อไจ้เทียนตัดสินใจทันที  “เรารีบไล่ตามพวกเขาเถอะ!”

ตราบเท่าที่เย่ว์ไตตันยังมีชีวิต

อย่างนั้นการไล่ตามต้องไม่หยุด

ทั้งสามกลายเป็นแสงเทพพุ่งหายไปในเส้นทางโบราณ

ขณะนั้นเองบนสะพานลอยฟ้าของแกนสมดุลโลกจื้อจุนต่อสู้อย่างหนักคู่ต่อสู้ของนางไม่ใช่เจี้ยนจางเซิงที่กระหายการต่อสู้อีกต่อไป  นางเปลี่ยนคู่ต่อสู้หลายครั้งตอนนี้คู่ต่อสู้ของนางชื่อว่าฉวนคงซ่างเป็นปีศาจเฒ่าที่มีความแข็งแกร่งอย่างมาก

ฉวนคงซ่างผู้นี้ตัวดำสนิทเหมือนหมึก

เป็นไปไม่ได้ที่แสงใดๆในโลกจะฉายถูกร่างของเขา ไม่ใช่การกลืนกิน แต่เป็นการปฏิเสธ

จื้อจุนเคยใช้ระเบิดแสงมาแล้วแต่ไม่สามารถใช้ได้กับฉวนคงซ่างผู้นี้ นี่คือปีศาจเฒ่าที่ไม่มีใครเอาชนะได้ด้วยพลังแสงใดๆ  แม้แต่ดวงอาทิตย์ที่มีพลังสูงสุด พลังเหล่านั้นไม่สามารถทิ้งร่องรอยไว้บนร่างของเขา หากจื้อจุนไม่พบว่าฉวนคงซางยังคงกลัวพลังดับสุริยาอยู่สามส่วน อย่างนั้นนางไม่รู้ว่าจะใช้อะไรรับมือกับศัตรูเจ้าเล่ห์ผู้นี้

“เอาไม้ตายออกมาใช้ให้หมด  เจ้ามีวิชาลับต้องห้ามอะไรก็จงเอาออกมาใช้มิฉะนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จะจบลง!” หลุมดำอย่างฉวนคงซ่างทรงพลังมากกว่าเจี้ยนจางเซิงก่อนหน้านี้แต่จื้อจุนสู้กับนักสู้ก่อนหน้านั้นจนแทบไม่เหลือแรงยืนแล้ว

“ไม่เลวเลย สามารถสู้ได้จนถึงบัดนี้เป็นสาวน้อยที่ยอดเยี่ยม” สตรีเสียงยั่วยวนแสยะยิ้ม

“สู้ได้ดี น่าตื่นเต้นมากแต่คงจะดีกว่านี้ถ้าเจ้าสู้ได้นานกว่านี้ ตอนนี้บางคนยังดูไม่พอ จิ๋วซื่อ! เจ้าไม่สนใจดูรุ่นอาวุโสของเจ้าและปล่อยให้ฉวนคงซ่างฆ่านางโดยไม่ช่วยเหลือใช่ไหม?”  มีอีกเสียงคอยยั่วยุจักรพรรดิไร้เทียมทานจากระยะไกล  จะลงมือบ้างไหม? เราผู้เฒ่าคันมือเล็กน้อยมาเถอะน่า เราผู้เฒ่าจะให้โอกาสล้างแค้น!”

“ข้ายังไม่ตาย!”  จื้อจุนยืนขึ้นทันทีนางยืนตัวตรงอย่างภาคภูมิใจภายใต้ผลกระทบจากพลังเทพของฝ่ายตรงข้าม ลึกๆในดวงตานางยังมีความดื้อรั้นใจสู้ “ข้าไม่ยอมแพ้!”

ท่านแม่ ท่านดูอยู่บนสวรรค์หรือไม่?

ท่านก็รู้

ข้าแข็งแกร่งที่สุดข้าฝึกฝนมาอย่างหนักโดยตลอด วันนี้จะให้ท่านได้ดูผลของการฝึกฝนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เมื่อสติสัมปชัญญะของจื้อจุนขาดหายพลังเทพรอบตัวนางมีการเปลี่ยนแปลงที่มิอาจจินตนาการภาพแปลกประหลาดปรากฏต่อหน้าทุกคนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

วังวนดำและขาวหมุนเกี่ยวพันกันรวมเป็นโลกเดียวในนั้นมีแต่สีดำและขาวเท่านั้นไม่มีอะไรอื่น

มันหมุนอยู่นอกร่างของจื้อจุนความเร็วช้ามาก แต่ลึกลับไม่สิ้นสุดราวกับว่าเป็นมาตั้งแต่กำเนิดโลก

“อันตราย!” สตรีเสียงยั่วยวนร้องลั่น ไม่เพียงแต่ฉวนคงซ่างเท่านั้นแต่เจี้ยนจางเซิงที่สังเกตอยู่ในระยะไกลสังเห็นการต่อสู้ครั้งนี้รวมทั้งคู่ต่อสู้คนอื่นที่ได้สู้มาก่อนพวกเขายังให้ความสนใจเต็มที่กับสัญญาณเตือน ทันทีที่โลกใบเล็กลึกลับงดงามนี้ปรากฏทุกคนมีความรู้สึกราวกับว่าพวกเขาจะถูกปิดผนึกไว้ภายในตลอดไปไม่มีวันออกมาได้

ไม่ว่าจะเป็นการวางเท้าในสนามรบหรือการซ่อนลักษณะตนเองอยู่ในท้องฟ้า

ผลย่อมเหมือนกัน

ทุกคนต่างรีบเร่งอย่างบ้าคลั่งหวังว่าจะหยุดการหมุนของโลกที่น่ากลัวในช่วงสุดท้ายนี้ได้ตราบใดที่ยังปล่อยให้เป็นไป ทุกคนจะต้องตาย หรืออย่างน้อยจะถูกผนึกตลอดไป...

“ผนึกประตูชีวิตนิรันดร!” จื้อจุนชูนิ้ว ฉวนคงซางระเบิดพลังสูงสุดเช่นเดียวกับควันไฟที่ถูกดูดซับโดยโลกใบเล็กไม่ได้รับผลกระทบจากพลังงานแสงใดๆ แม้แต่พลังดับสุริยาก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับร่างกายของเทพทำลายล้างโดยตรงได้  ภายใต้สายตาของทุกคนวิญญาณในร่างเทพส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน อ้อนวอนดิ้นรนอย่างสิ้นหวังแต่ไร้ประโยชน์วิญญาณของฉวนคงซางถูกดึงออกมาโดยตรงโดยเจตจำนงสูงสุดที่มิอาจต้านทานได้และถูกผนึกอยู่ในโลกใบเล็ก

เจี้ยนจางเซิงและคนอื่นที่มองดูล้วนหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

พวกเขาไม่คิดไม่ฝันว่าเด็กผู้หญิงข้างหน้าจะมีพลังเจตจำนงและพลังกฎที่น่ากลัวขนาดนี้

ถ้ารู้เรื่องนี้แต่เนิ่นๆแม้ว่าจะได้เปรียบมาก พวกเขาจะไม่ทำอะไรเด็กสาวตัวน้อยผู้นี้ มันน่ากลัวมากนักสู้อย่างฉวนคงซ่างต่อให้ดิ้นรนต่อสู้ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายร่างเทพโดยตรงในที่สุด  นางฝึกฝนพลังนี้ได้อย่างไร?

โชคดีที่เป้าหมายไม่ใช่พวกเขาแต่เป็นฉวนคงซ่างที่สู้อยู่ในสนามต่อสู้

มิฉะนั้น ที่นี่จะไม่มีใครรอด

“ยอมแพ้,ข้าไม่ต้องการสู้กับคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวนี้!” เจี้ยนจางเซิงกลัว เขาตัดสินใจไม่สู้กับจื้อจุนอีก และตลอดไป

“.....”ไม่มีใครในกลุ่มคนดูหัวเราะเยาะเขา เพราะนี่ไม่ตลกเลยแม้แต่น้อย  เมื่อมองดูฉวนคงซ่างในอากาศหัวใจทุกคนหนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยก้อนหินหนัก

“เด็กสาวนั่นดูเหมือนจะเป็นลมหรือเปล่า?” สตรีเสียงยั่วยวนร้องเตือนอีกครั้ง และนางพบว่ามีสิ่งผิดปกติ

จื้อจุนล้มลงกับพื้น

สติค่อยๆ เลือนรางท่ามกลางความสับสนดูเหมือนว่านางเห็นแม่และป้านั่งยิ้มอยู่บนท้องฟ้า น้องสาวนางยกกระโปรงวิ่งตามนางตะโกนเรียกนางอย่างมีความสุขฯลฯ... ห่างออกไปมีเด็กหนุ่มจอมซนเสียงดังมาพร้อมกับพวกพ้องของเขา

จะใช่เขาหรือไม่?

ท่านแม่!  ใช่เขาหรือเปล่า?เขาคือน้องชายที่ท่านมองหาอยู่หรือเปล่า?”

*** *** ***

จบบทที่ ตอนที่ 1349 ผนึกประตูชีวิตนิรันดร!

คัดลอกลิงก์แล้ว