เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 นักวิทยาศาสตร์

บทที่ 12 นักวิทยาศาสตร์

บทที่ 12 นักวิทยาศาสตร์


บทที่ 12 นักวิทยาศาสตร์

ระบบเหนื่อยหน่ายจนเลิกบ่นถึงพฤติกรรมออกนอกลู่นอกทางของหลินอี้ และเริ่มจะชินชาไปเองอย่างช่วยไม่ได้

ทางเข้าป่าซิงโต้วในครั้งนี้เป็นเส้นทางใหม่ โชคดีที่พื้นที่รอบนอกส่วนใหญ่มีแต่สัตว์วิญญาณอายุสิบปีและร้อยปี แม้แต่ระดับพันปีก็ยังหาตัวจับยาก

ต่อให้โชคร้ายไปเจอสัตว์วิญญาณพันปีเข้าจริงๆ ด้วยความสามารถประหลาดๆ ของปิปีตงและโฮสต์ การจะหนีเอาตัวรอดก็คงไม่ใช่ปัญหา

ระบบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ทันใดนั้น พวกเขาก็ประจันหน้าเข้ากับสัตว์วิญญาณระดับหมื่นปี

ระบบ: "..."

เวรเอ๊ย!

ดวงจะซวยอะไรขนาดนี้?!

มันตะโกนก้องในหัวของหลินอี้ "โฮสต์ หนีเร็ว!"

หลินอี้มองดูดักแด้หนอนไหมยักษ์ตรงหน้าแล้วกระพริบตาปริบๆ เขาจำได้ลางๆ ว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาลเคยแอบกินขนมแล้วเขาไปเจอเข้า

ตอนนั้นสิ่งที่ผู้อำนวยการแอบกินดูเหมือนจะเป็นดักแด้ทอด

เจ้าตัวตรงหน้านี้ตัวใหญ่กว่าที่ผู้อำนวยการกินตั้งเยอะ รสชาติต้องเด็ดกว่าแน่นอน

คิดได้ดังนั้น หลินอี้ก็ถูมือไปมาด้วยความถูกใจแล้วพุ่งตัวเข้าไปหา

"บ้าเอ๊ย!"

ระบบสบถลั่น "นั่นมันสัตว์วิญญาณนะ สัตว์วิญญาณระดับหมื่นปีเชียวนะ!"

หลินอี้ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม เขาพุ่งเข้าไปประชิดตัวดักแด้ยักษ์ ถลกแขนเสื้อขึ้น เตรียมจะอุ้มมันกลับบ้าน

เจ้าดักแด้บิดร่างกายอวบอ้วนของมันอย่างอุ้ยอ้าย แต่กลับแผ่คลื่นพลังจิตที่มองไม่เห็นออกมาโจมตีใส่หลินอี้

ทว่า คลื่นพลังจิตอันน่าสะพรึงกลัวนั้นกลับสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันทีที่สัมผัสถูกตัวหลินอี้

ดักแด้ยักษ์: "?"

ระบบ: "หือ?"

หลินอี้แบกดักแด้ขึ้นบ่าเดินตัวปลิว เจ้าดักแด้ผู้น่าสงสาร มันคือสัตว์วิญญาณระดับหมื่นปี แถมยังเป็นสายพลังจิตที่หายากยิ่ง อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในป่าซิงโต้วแห่งนี้แท้ๆ แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับหลินอี้ มันกลับกลายเป็นแค่อาหารมื้อหนึ่ง

ปิปีตงยังหาวงแหวนวิญญาณที่เหมาะสมไม่ได้ แต่เพราะหลินอี้เอาแต่ร้องจะกินดักแด้ทอด เธอจึงจำต้องพักเรื่องหาวงแหวนไว้ก่อน แล้วลงมือก่อไฟตั้งหม้อที่ชายป่าด้านนอก

เมื่อทอดจนดักแด้เหลืองกรอบน่ากินไปทั้งตัว วงแหวนวิญญาณสีดำเลือนรางวงหนึ่งก็ลอยออกมาจากร่างของมัน

ปิปีตงตะลึงงัน เธอเป็นคนทอดมัน ก็เท่ากับว่าเธอเป็นคนฆ่ามัน นั่นหมายความว่าเธอสามารถดูดซับวงแหวนวิญญาณวงนี้ได้

แต่ทว่า... เธอจะรับมือกับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีไหวเหรอ?

ปิปีตงหันไปขอความเห็นจากหลินอี้ หลินอี้ตบหน้าอกตัวเองดังป้าบด้วยความมั่นใจ "ไม่ต้องห่วง วิญญาณยุทธ์ของลูกพ่อได้รับการเสริมแกร่งด้วย 'เคล็ดวิชาฝังเข็มมหาอุตม์' ของพ่อแล้ว รับรองว่าไม่มีปัญหา"

ระบบ: "..."

มันอยากจะแย้งอะไรสักอย่างตามสัญชาตญาณ แต่พอคิดดูอีกที ก็ตัดสินใจเงียบปากไว้

มันเหนื่อยแล้ว จะเป็นไงก็ช่างหัวมันเถอะ!

ดังนั้นปิปีตงจึงเริ่มดูดซับวงแหวนวิญญาณ ส่วนหลินอี้ก็แคะเนื้อดักแด้ออกมา แบ่งครึ่งหนึ่งแจกจ่ายให้ชาวบ้าน และเก็บอีกครึ่งไว้รอปิปีตงตื่นมากิน

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ปิปีตงลืมตาขึ้นแล้วร้องบอกอย่างดีใจ "พ่อจ๋า หนูทำสำเร็จแล้ว!"

ระบบ: "มันทำได้จริงดิ?"

หลินอี้พยักหน้ามองดูปิปีตง ในจังหวะนี้เอง เธอได้ปลดปล่อยวงแหวนวิญญาณออกมา วงแรกเป็นสีม่วงเข้ม ลักษณะทึบตันเหมือนจานดิสก์

ส่วนวงที่สอง เป็นวงแหวนสีดำโปร่งตามปกติ

หลินอี้มองวงแหวนที่สองด้วยความไม่พอใจแล้วบ่นพึมพำ "ไว้วันหลังพ่อจะหาอะไรมาถมให้มันเต็มนะ"

ดวงตาของปิปีตงโค้งลงเป็นรูปจันทร์เสี้ยว "ค่า~"

ระบบ: "..."

วงแหวนวิญญาณบ้านไหนเขาทึบตันกันบ้างห๊ะ?

นี่เขาไม่เข้าใจความหมายของคำว่า "แหวน" หรือไง?

หลังจากกินดื่มกันจนอิ่มหนำ ปิปีตงก็กลับเข้าไปในป่าซิงโต้วอีกครั้ง จัดการอัดสัตว์วิญญาณสิบปีจนน่วมเพื่อให้ชาวบ้านคนอื่นได้จัดการปิดฉากและได้รับวงแหวนวิญญาณของตัวเอง

สุดท้าย ปิปีตงล่าหมูป่าหนึ่งตัวเพื่อนำกลับไปเป็นเสบียงสำหรับไม่กี่วันข้างหน้า จากนั้นขบวนของพวกเขาก็เดินทางกลับหมู่บ้าน

"อ้อ จริงสิโฮสต์ คุณยังไม่ได้ถามปิปีตงเลยว่าทักษะวิญญาณที่สองของเธอคืออะไร?"

หลินอี้จึงเอ่ยถาม

"พ่อจ๋า ทักษะที่สองของหนูคือ [ตรวจสอบ] พอกดใช้ปุ๊บ ทุกเสียงกระซิบและความเคลื่อนไหวรอบตัวจะปรากฏขึ้นมาในหัวหนูหมดเลย~"

ระบบถามต่อ "แล้วทักษะวิญญาณที่สองของโฮสต์ล่ะครับ?"

หลินอี้ตอบสวนกลับ "นายนี่น่ารำคาญจริงๆ"

ระบบ: "..."

...

ณ สำนักวิญญาณยุทธ์

เชียนสวินจี๋ขมวดคิ้วมุ่น กู่เจียและกู่อี้หายไปนานเกินไปแล้ว หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกเขา?

แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง!

ทั้งกู่เจียและกู่อี้ต่างก็เป็นถึงปรมาจารย์วิญญาณระดับ 40 ขึ้นไป อย่าว่าแต่รับมือกับหลินอี้คนเดียวเลย ต่อให้ชาวบ้านหมู่บ้านเซี่ยอวิ๋นทั้งหมดมัดรวมกันเข้ามา ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา

แล้ว... มันเกิดผิดพลาดตรงไหนกันแน่?

เชียนสวินจี๋คิดยังไงก็ไม่เข้าใจ จึงตัดสินใจส่งคนไปสืบดูที่หมู่บ้านเซี่ยอวิ๋น

"ฉินเหยียน"

"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ"

"กู่เจียกับกู่อี้ขาดการติดต่อไปที่หมู่บ้านเซี่ยอวิ๋น เจ้าจงไปสืบดูว่าเกิดอะไรขึ้น... แล้วก็ ห้ามทำร้ายเด็กผู้หญิงที่ชื่อปิปีตงเด็ดขาด"

"รับทราบ"

...

หลินอี้ค้นพบวิธีใช้งานรถไถรูปแบบใหม่ นั่นคือการไถนา

เพียงแค่ติดตั้งคันไถไว้ด้านหลังรถไถ แล้วให้ชาวบ้านเป็นคนบังคับ ประสิทธิภาพในการไถนาก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

ชาวบ้านต่างตัวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นภาพนี้ ช่างตีเหล็กและช่างไม้แห่งหมู่บ้านพากันมากอดขาหลินอี้แล้วอ้อนวอน "พวกเราขอชำแหละวิญญาณยุทธ์ของท่านเพื่อศึกษาได้หรือไม่?"

พลังวิญญาณของพวกเขาแตะระดับ 12 แล้ว ตั้งแต่ที่หลินอี้จับพวกเขาฝังเข็ม วิญญาณยุทธ์ขยะก็ไม่ใช่ข้อจำกัดสำหรับชาวบ้านอีกต่อไป ขอแค่ขยันฝึกฝน พวกเขาก็สามารถเป็นวิญญาจารย์ได้เช่นกัน

ตอนนี้หลินอี้กำลังเห่อของเล่นใหม่และหมกมุ่นอยู่กับการทำนาทุกวี่วันจนถอนตัวไม่ขึ้น เขาไม่ได้ฟังสิ่งที่ช่างตีเหล็กกับช่างไม้พูดให้ชัดเจน จึงโบกมืออนุญาตไปส่งๆ

ดังนั้น ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา รถไถจึงกลายสภาพเป็นกองชิ้นส่วน

ช่างตีเหล็กขมวดคิ้ว "ชิ้นส่วนพวกนี้ละเอียดอ่อนเกินไป ต่อให้ข้าตีขึ้นมาได้ ก็ไม่รับประกันว่าจะประกอบเข้ากันได้สนิท"

ช่างไม้เอ่ยขึ้น "เรื่องความละเอียดปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง ข้าจะขัดแต่งให้เอง"

"ตกลง"

ทั้งสองมองตากัน ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังถึงอนาคต

ขั้นตอนต่อไปคือ... ต้องประกอบรถไถกลับคืนสภาพเดิมให้ได้ก่อน

หลังจากประกอบรถไถเสร็จ ช่างตีเหล็กและช่างไม้ก็ถือแบบแปลนที่วาดไว้วิ่งกลับบ้านทันที พวกเขามีลางสังหรณ์ว่า พวกเขากำลังจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ไปตลอดกาล

...

"โฮสต์ โฮสต์ที่รัก ได้โปรดเถอะ บอกผมหน่อยว่าทักษะวิญญาณที่สองของคุณคืออะไร!"

ระบบเก็บความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่ไหวจริงๆ มันพล่ามอยู่ในหัวหลินอี้มาหลายชั่วโมงแล้ว หลินอี้เองก็มีความอดทนสูงส่ง เขาทำเมินเฉยใส่ระบบโดยสิ้นเชิง จนกระทั่งระบบวาดแผนที่ขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง

บนแผนที่มีจุดสีแดงปรากฏขึ้น ระบบพูดด้วยความตื่นเต้น "โฮสต์ ปรมาจารย์วิญญาณอีกคนโผล่มาแล้ว!"

"อ้อ"

หลินอี้ไม่มีเจตนาจะออกไปหาปรมาจารย์วิญญาณคนนั้น เขาฝังเมล็ดพันธุ์เม็ดสุดท้ายลงดิน ลูบท้องที่กำลังร้องจ๊อกๆ แล้วหันหลังวิ่งกลับบ้าน

ระบบ: "..."

...

ฉินเหยียนมองดูหมู่บ้านเซี่ยอวิ๋นที่อยู่ไม่ไกล เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา วงแหวนวิญญาณที่สามสว่างวาบ ร่างกายของเขาค่อยๆ เลือนหายไป

ทักษะวิญญาณที่สาม: ล่องหน

ยังไงเสียเขาก็มาเพื่อสืบข่าว ไม่สมควรทำอะไรเอิกเกริก การซ่อนตัวในเงามืดเท่านั้นที่จะช่วยให้ค้นพบความจริง

ในเมื่อองค์สังฆราชกำชับถึงชื่อปิปีตงเป็นพิเศษ งั้นการหายตัวไปของกู่เจียและกู่อี้ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับเธอ เขาจะไปหาเธอก่อนเพื่อดูลาดเลา...

จบบทที่ บทที่ 12 นักวิทยาศาสตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว