เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1319 ราชันย์ไร้พ่าย

ตอนที่ 1319 ราชันย์ไร้พ่าย

ตอนที่ 1319 ราชันย์ไร้พ่าย


มีแสงสว่างวาบขึ้นที่ขอบฟ้า

ตอนแรกเป็นแสงสว่างจาง

แต่จากนั้นก็ค่อยๆ สว่างขึ้น และในที่สุดก็สว่างพอกับดวงอาทิตย์จนไม่มีใครสามารถมองดูตรงๆได้

แสงสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ในโลกกระดานหมากรุก แม้แต่จักรพรรดิอสูรผู้มีตาทิพย์ก็ยังต้องเอามือป้องบังเอาไว้สำหรับคนอื่นรู้สึกประหลาดใจจนตาโต

พลังกดดันราวกับภูเขาทับถม

หินที่อยู่ใต้เท้าของเย่ว์หยางปูดขึ้นและแตกออกสิ่งนี้ไม่ได้ถูกควบคุมไว้โดยเจตจำนงของตงฟาง แต่มาจากพลังเทพไร้เทียมทานของคนอื่น พลังกดทับราวกับภูเขาลูกใหญ่  ตั้งแต่ตอนที่พลังเทพไร้พ่ายได้ครอบคลุมศีรษะของเย่ว์หยางโลกแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเป็นการแสดงออกรูปแบบใหม่ที่ถูกต้องและสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทุกอย่างผิดปกติ....

บุรุษคนหนึ่งมีร่างเปล่งรัศมีแพรวพราวราวกับดวงอาทิตย์ค่อยๆปรากฏตัวจากท้องฟ้า

เขามีรูปร่างงดงามจนยากจะพรรณนา

สมบูรณ์แบบเจิดจรัสยิ่งกว่าเทพในตำนาน  ใครก็ตามที่เหลือบมองก็อดถอนหายใจจากก้นบึ้งหัวใจไม่ได้คนที่ไม่มีเจตจำนงราชันย์อดจะหวั่นไหวและรู้สึกอับอายมิได้

อย่างคนที่สังเกตมองดูเช่นมังกรสองหัวกู่อั๋งและราชินีว่านกูซูและคนอื่นรู้สึกตื่นตะลึงกับบุรุษที่อยู่ข้างหน้าและอยากจะคุกเข่าลงต่อหน้าบุรุษผู้นี้กอดต้นขาพยักหน้าสมัครใจอาสารับใช้จนกว่าจะตายมีแต่เด็กหนุ่มอสูรหัวดื้อเท่านั้นที่สามารถรักษาสติสัมปชัญญะดั้งเดิมของเขาได้เขาถ่มน้ำลายลงพื้นแสดงอาการดูถูก... ปีศาจหมีดำและปีศาจหมูป่านักสู้ระดับราชาจากแดนสวรรค์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างต่อเนื่องเพราะการกระทำเช่นนั้นพวกเขาแทบจะไม่สามารถต้านทานผลด้านลบต่อสถานะระดับต่ำของตนได้

พวกสมาชิกเผ่าเก้าหัวคนอื่นๆ หลบสายตากันหมดไม่กล้ามองหน้าบุรุษที่อยู่ในสนามรบ

พวกเขากลัวการสบตาฝ่ายตรงข้าม

พวกเขากลัวว่าจิตใจของพวกเขาจะถูกพลังเทพของฝ่ายตรงข้ามโจมตี

“ราชันย์ไร้พ่าย!”  จักรพรรดิอสูรสีหน้าจริงจังและเย็นชา  “เจ้าช่างภูมิใจจริงๆจากบันทึกของนักสู้แดนสวรรค์ระดับเทพ เจ้าคือเทพผู้ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ แต่เจ้ากลับถูกตงฟางผลักดันออกมากลายเป็นหมากลับของคนอื่นได้ข้ามองคนผิดไปหรือเปล่า?”

“ยังดีกว่าคนที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นหมากลับไม่ใช่หรือ?”  คนที่เพิ่งมาถึงลูบผมยาวสลวยบนไหล่เบาๆเขายิ้มอย่างเป็นกันเอง

“นอกจากเจ้าแล้ว หมากลับอีกสองคนเป็นใคร?ราชันย์ไร้ใจและเจ้าตำหนักใหญ่เทียนอี้หรือเปล่า?”  จักรพรรดิอสูรขมวดคิ้วเล็กน้อย

“อยากรู้จริงๆ หรือ? ง่ายมาก, ก็แค่ปราบข้าผู้เป็นเทพนี้ให้ได้!” ราชันย์ไร้พ่ายทำท่าสง่างามมองดูข้างหน้าแล้วหัวเราะตรงๆ เขากลั่นควบพลังเทพไร้ที่สิ้นสุดเปลี่ยนสภาพเป็นเกราะรบที่งดงาม  จากนั้นค่อยๆ แตะพลังเทพที่เหลือกลายแปลงเป็นพิณสีทองประณีตงดงามพิณนั้นสามารถเล่นบรรเลงเองได้โดยเขาไม่ต้องลงมือเปล่งเสียงธรรมชาติอ่อนโยนราวกับทิพยดุริยางค์เหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ

เย่ว์หยางมองดูและอดขมวดคิ้วไม่ได้

จักรพรรดิอสูรที่มักวางตัวเป็นกลางเสมอเตือนเขา  “ระวัง บันทึกไร้พ่ายนั้นเป็นของจริง”

หลังจากตะลึงไปครึ่งวินาที เย่ว์หยางถาม  “ไร้พ่ายตั้งแต่เลื่อนเป็นระดับเทพหรือไร้พ่ายตั้งแต่เกิด เป็นพลังกฎสวรรค์ หรือทักษะแฝงเร้น?”

จักรพรรดิอสูรพยักหน้าช้าๆ   “น่าจะเป็นทักษะแฝงเร้น...แม้แต่เจ้าตำหนักสูงสุดและราชันย์ไร้ใจจะมีระดับพลังที่สูงกว่าแต่คู่ต่อสู้ที่อยู่ข้างหน้าเจ้า เป็นนักสู้ระดับเทพที่ไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อนในชีวิตและจะเป็นเช่นนั้นไปตลอดไม่ว่าเขาจะสู้กับใครก็ตาม”

จางเว่ยหัวเราะดีใจ “เจ้าแค่พูดง่ายๆ ว่ายี่ห้อไร้พ่ายก็พอแล้วแค่ราชันย์ไร้พ่ายปรากฏตัวในสนามรบ ศึกนี้จะต้องชนะแน่นอนนี่เป็นไปไม่ได้ที่จะมีพลังเปลี่ยนแปลง

สีหน้าของจักรพรรดิอสูรดูเคร่งขรึม  “แม้ว่าจะดูหยิ่งผยองแต่การพูดยืนยันเช่นนี้เป็นความจริง”

มังกรสองหัวและผู้ชมดูคนอื่นได้ยินคำพูดที่เหลือเชื่อของจักรพรรดิอสูร

พากันตกใจกลัว

ไม่อยากเชื่อหู

เป็นไปได้อย่างไร

ตั้งแต่เกิดจนโต จนเลื่อนเป็นนักสู้ระดับเทพเขาผ่านประสบการณ์การรบมากี่ครั้ง?

ใครกันสามารถต่อสู้ได้โดยไม่พ่ายแพ้?ราชันย์ไร้พ่ายไม่เคยพบศัตรูที่น่ากลัวในการต่อสู้มาตลอดชีวิตหรือ?แม้ว่าความแข็งแกร่งจะเท่ากันแต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุความไร้พ่ายได้สำเร็จ ทักษะและยุทธวิธีในการรู้แจ้งของนักรบแต่ละคนแตกต่างกัน การเติบโตของคัมภีร์อัญเชิญและอสูรศึกเปลี่ยนแปลงไปมาก บางทีวันหนึ่งอาจพบกับคู่ต่อสู้ที่มีคุณสมบัติแตกต่างและมีความสามารถ ความล้มเหลวแทบเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้... ราชันย์ไร้พ่าย  ยังรักษาสถิติไร้พ่ายได้หรือ?

หลังจากได้ยินจักรพรรดิอสูรพูดแล้วเย่ว์หยางรู้สึกละอายเล็กน้อย

พูดให้ถูกก็คือความเร็วในกระบวนการฝึกฝนเติบโตของเขามีพอแต่เขาได้พบเจอศัตรูที่แข็งแกร่งบ่อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเสวี่ยอู๋เสียและคนอื่นๆ ให้ความช่วยเหลืออยู่เรื่อยมีเทพธิดากระบี่ฟ้าคอยหนุนหลังเขา คอยคุ้มกันอยู่เงียบๆเกรงว่าเขาคงตายไปเป็นร้อยครั้งพันครั้งแล้ว

การบ่มเพาะฝึกฝนดีพอๆ กับเย่ว์หยาง

คนจิตใจชั่วร้ายอย่างตงฟางเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูแข็งแกร่งเขาเกลียดชังการต่อสู้และล้มเหลว

เหตุใดราชันย์ไร้พ่ายถึงสามารถไร้พ่ายได้ตลอด?ไม่ใช่เป็นคนจอมปลอมหน้าซื่อใจคดหรือเปล่า?

เย่ว์หยางอดไม่ได้ รู้สึกสะอิดสะเอียนในใจการต่อสู้กับอุบายสกปรกของตงฟางผู้มากเล่ห์เหลี่ยมก็นับว่ายากทนทานแล้ว...ตอนนี้มีราชันย์ไร้พ่ายที่ไม่เคยแพ้มาก่อนในชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นแม้เจ้าผู้นี้จะพลาดท่าพ่ายแพ้ก็ยากจะรับประกันได้ว่าจะมีหัวหน้าที่ไม่ธรรมดาโผล่มาอีกสองนั่นคือราชันย์ไร้ใจและเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้

เฮ้อ, ความยากในการผ่านด่านครั้งสูงมากเกินไป

เป็นด่านที่มีความยากระดับดับฝันร้ายไม่สามารถผ่านได้ด้วยการสู้อย่างธรรมดา  ตอนนี้เขาต้องผ่านด่านคนเดียว?  นี่สวรรค์ต้องการเล่นงานเราคุณชายคนเดียวหรือ?

“ทั้งชีวิตของเจ้าต่อสู้มากี่ครั้งแล้ว?” เย่ว์หยางยังคงมีร่องรอยแห่งโชคอยู่ในใจของเขา  หากตลอดทั้งชีวิตราชันย์ไร้พ่ายสู้มาไม่กี่ศึกและชนะได้เด็ดขาดก็ยังไม่เป็นไร คาดว่าคงไม่ได้พบกับศัตรูที่ทรงพลังอย่างแท้จริงดังนั้นได้ชื่อว่าไร้พ่าย

“ไม่ถึงแสน และข้าเชื่อว่าน่าเก้าหมื่นเก้าพันศึก”  จักรพรรดิอสูรบอกความลับอีก “ราชันย์ไร้พ่ายเป็นนักสู้ระดับเทพที่ชอบท้าทายคู่ต่อสู้”

“บ้าไปแล้ว!”เย่ว์หยางได้แต่สบถ

“อย่าพูดให้คนอื่นกลัวเกินไปได้ไหม?”  ราชันย์ไร้พ่ายยิ้มเห็นริมฝีปากและฟันขาวเขาเห็นว่าคำสรรเสริญของจักรพรรดิอสูรมีประโยชน์

“เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้บอกว่าเขาล้มเหลวมาร้อยครั้งในชีวิตหลังจากขึ้นมาเป็นนักสู้ระดับเทพก็ต้องพบกับการต่อสู้ที่คุกคามชีวิตถึงสิบครั้งจนถึงกับต้องหลบหนีแม้ว่าราชันย์ไร้ใจจะไม่ค่อยแสดงออกเท่าไหร่ แต่เท่าที่ข้ารู้เขาล้มเหลวมาแล้วอย่างน้อยสามครั้ง เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟาง ก่อนจะเข้าสู่ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ ก็แทบไม่พ่ายแพ้เลย หลังจากเลื่อนเป็นเจ้าตำหนักใหญ่ก็มีพลังอำนาจระดับสูงแต่เขามีประสบการล้มเหลว คำนวณผิดพลาดจนเกือบตายก็มี...”  มือสังหารเทพถูซื่อเปิดเผยข้อมูลที่โลกไม่รู้  หลังจากหยุดชั่วขณะ เขาถอนหายใจอีกครั้ง “มีเพียงราชันย์ไร้พ่ายเท่านั้นที่ตั้งแต่เปิดตัวมาสู้กับผู้คนมาเป็นพันครั้งยังไม่มีศึกที่เสมอเลยอย่าว่าแต่พ่ายแพ้!”

ไม่เสมอด้วยหรือ?

เด็กหนุ่มอสูรผู้ดื้อด้านสีหน้าเปลี่ยนเป็นตกใจ

ต้องบอกว่าไม่เคยพ่ายแพ้ ถ้าเก่งในเรื่องหลบหนีอาจเป็นเพราะมองเห็นท่าไม่ดีก็เผ่นหนีไปห้าร้อยลี้ได้แต่ถ้าบอกว่ายังไม่มีใครเสมอได้ อย่างนั้นเป็นเรื่องบ้าเกินไป!

ราชันย์ไร้พ่ายต้องแข็งแกร่งแค่ไหนถึงมีสถิติเช่นนี้

เย่ว์หยางคิดอยู่ครู่หนึ่งในท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัดจู่ๆ ก็ถามทันใด “ทักษะแฝงเร้นของเจ้าคือรับรู้ล่วงหน้าใช่ไหม?”

ราชันย์ไร้พ่ายเลิกคิ้วบางสีทอง “แน่นอน,เย่ว์ไตตันเจ้าเข้าใจถูกแล้ว สาเหตุหลังที่ข้าไร้พ่ายก็มาจากทักษะแฝงเร้น  อย่างไรก็ตามต่อให้เจ้าเดาถูกก็ไม่มีประโยชน์  เจ้าไม่ใช่คนแรกที่เดาถูก และไม่ใช่คนสุดท้ายตราบใดที่เจ้าสู้กับข้าผู้เป็นเทพ เจ้าจะต้องแพ้แน่นอนนี่คือกฎเหล็กที่อยู่เหนือทุกอย่าง!”

เขาใช้นิ้วที่งดงามขีดเขียนในท้องฟ้าเป็นรูปอักขระรูนที่งดงาม

ไม่ใช่คัมภีร์อัญเชิญ

แต่ราชันย์ไร้เทียมทานสร้างคัมภีร์อัญเชิญด้วยพลังเทพและภาพอักขระรูนจากความว่างเปล่าโดยมันไม่มีความสามารถของคัมภีร์อัญเชิญ แต่สามารถปรากฏออกมาได้เหมือนคัมภีร์อัญเชิญคนที่อยู่ในที่นั้นทั้งหมดสามารถสังเกตได้

ทักษะแฝงเร้นไร้พ่าย : เจ้าของคัมภีร์มีความสามารถพิเศษในเรื่องลางสังหรณ์  เมื่อเขาสัมผัสได้จะมองเห็นอนาคตของการต่อสู้และกำหนดผลลัพธ์สุดท้ายโดยทักษะแฝงเร้นนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากภายนอกแต่อย่างใดทักษะแฝงเร้นระดับสิบ ผสานกับพลังเทพของร่าง นักสู้ระดับเทพประกายเทพของราชันย์ไร้พ่ายเกิดขึ้น และใครก็ตามที่บังอาจปฏิเสธกฎนี้จะได้รับการเตือนทางใจอย่างเร็วที่สุด

เมื่ออ่านจบแล้ว

ทุกคนพบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

เข้าใจแล้วว่าความจริงเป็นเช่นนี้

ราชันย์ไร้พ่ายไม่ใช่นักสู้อันดับหนึ่งในแดนสวรรค์บนเขานำหน้านักสู้ระดับเทพนักสู้ระดับเทพที่มีพลังตรวจจับ  ใครก็ตามที่สามารถเอาชนะเขาได้ ราชันย์ไร้พ่ายสามารถรู้ได้เร็วและหลบได้ก่อน  ดังนั้นไม่ว่าการต่อสู้ใดๆ ก็ตามจะไม่เกิดการคุกคามเขาทุกรูปแบบ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะเขา  ราชันย์ไร้พ่ายสามารถปลอดภัยจากการโจมตีสู้ได้ถอยได้ตามต้องการมิน่าเล่าถึงได้ไร้พ่ายมาตลอดชีวิต

แน่นอนว่าการมีทักษะแฝงเร้นไร้พ่ายที่ผิดธรรมดาเช่นนี้นับเป็นผลประโยชน์ใหญ่ของชีวิต

แม้แต่เย่ว์หยางผู้เกิดมาพร้อมกับทักษะแฝงเร้นสองอย่างยังอดอิจฉาไม่ได้

“บางทีเจ้าคงยังไม่ได้สังเกตรายละเอียด”  หลังจากเงียบมานาน ในที่สุดตงฟางก็พูดขึ้น “การปรากฏตัวขึ้นของราชันย์ไร้พ่ายหมายความว่ากระไร?  นั่นคือชัยชนะ!  กล่าวอีกนัยหนึ่ง การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ว่าเย่ว์ไตตันจะต่อสู้อย่างไร เจ้าก็จะต้องพ่ายแพ้อย่างมิต้องสงสัย เพราะเหตุนี้ราชันย์ไร้พ่ายถึงมาด้วยตนเองโดยการมองผ่านผลลัพธ์ที่เห็นในอนาคตของราชันย์ไร้พ่ายนี่คือกฎที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เย่ว์ไตตัน เจ้าคือคู่ต่อสู้ที่ข้าตงฟางรอคอยดูซิว่าเจ้าจะตอบสนองอย่างไร?   เจ้าทำให้ข้าทึ่งได้!  ยิ่งกว่านั้นข้าอยากรู้อารมณ์ของเจ้าในขณะนี้จริงๆ!”

“น่าปวดหัวเป็นบ้า, เราคุณชายอยากโทรไปร้องเรียนไอ้บริษัททำเกมยิ่งนัก!” ไม่มีใครเข้าใจคำพูดของเย่ว์หยาง  เพราะเขาพูดว่าเขารำพึงถึงนักพรตเต๋าซึ่งเขาสงสัยว่าอาจเป็นเจ้าของบริษัทเกมเทพ

ไม่มีใครเขาเล่นกันแบบนี้!

รีบส่งหลานสาวคนสวยมาช่วยอุ่นเตียงเร็วๆมิฉะนั้นเรื่องปวดตับปวดใจอย่างนี้คงเยียวยาไม่หายเป็นแน่

ปัจจุบันเย่ว์หยางตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายและกำลังเผชิญกับหายนะยังอุตส่าห์คิดถึงสาวน้อยที่น่ารักอกโตอื่นๆ ได้ ต้องบอกว่าเส้นประสาทของเจ้าผู้นี้เหมือนทำจากลวดจริงๆเมื่อครู่นี้จางเว่ยองครักษ์อันดับหนึ่งแห่งตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ยังกลัวเย่ว์หยางแทบตายแต่ตอนนี้เขาปรบมือหัวเราะดีใจ “เริ่มพูดไร้สาระ นี่ตกใจกลัวจนเสียสติไปแล้วหรือ?  ฮ่าฮ่าฮ่า ตงฟาง!  เจ้าก็เกินไปถ้าเจ้าเด็กนี่ถลกกางเกงด้วยความตกใจกลัวนั่นจะทำให้ผู้อาวุโสแห่งหอทงเทียนขายหน้าไม่ใช่หรือ?  ตงฟาง เจ้ารังแกเด็กเกินไปถ้าคนอื่นทนไม่ได้และร้องไห้ขึ้นมาจะทำอย่างไร? ฮ่าฮ่าฮ่า!”

แม้โดยผิวเผินผู้ชมดูจะไม่ได้พูดอะไร แต่พวกเขาทุกคนอยากจะชูนิ้วกลางให้เจ้าผู้นี้  เมื่อตอนที่เจ้ากลัวเย่ว์ไตตันจนหน้าซีดทำไมเจ้าไม่พูดอย่างนี้บ้าง?

ในเวลานี้จักรพรรดิอสูรดูเคร่งขรึมเป็นพิเศษเขาเตือนเย่ว์หยาง “ถ้าการต่อสู้เริ่มต้นโดยการชักนำของราชันย์ไร้พ่ายเจ้าจะไม่มีทางเอาชนะเขาได้ กฎสวรรค์ของประกายเทพจะไม่มีทางผิดพลาดเจ้าต้องหาวิธีอื่นเอาชนะการต่อสู้ครั้งนี้!”

เย่ว์หยางเงียบ ทำไมเขาจะไม่รู้

ถ้าไม่มีโลกกระดานหมากรุกของตงฟางคอยหนุนอยู่เขาจำเป็นต้องฆ่าราชันย์ไร้เทียมทาน แม้ว่าจะไม่ง่าย แต่เขายังสามารถคิดหาได้วิธีหนึ่ง

แต่ตอนนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะโลกกระดานหมากรุกของตงฟางอนุญาตให้สู้อย่างเดียว กฎของที่นี่ปฏิเสธการช่วยเหลือแม้แต่อสูรพิทักษ์ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้านายก็ยังไม่สามารถปรากฏได้ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ เขายังจะมีความคิดอะไรอีก?

ขณะที่เย่ว์หยางยังคิดอะไรไม่ออก  จู่ๆ มีแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ในโลกกระดานหมากรุก

เบามาก

แต่ทุกคนรู้สึกได้

“หือ...” เสียงสั่นสะเทือนเบามา ส่งผ่านมิติเวลาเป็นระยะๆ โดยไม่รู้ว่าอยู่ไกลแค่ไหนเหมือนกับยักษ์ที่ถือค้อนพุ่งเข้าทุบภูเขาใหญ่ที่ไม่หวั่นไหว  ใครกัน? ที่โจมตีอยู่นอกโลกกระดานหมากรุกอย่างดุเดือด? เป็นกำลังช่วยเหลือเย่ว์ไตตันหรือ?

แต่คนที่สนับสนุนเย่ว์ไตตันไม่ได้เสียสละตายไปแล้วหรือ?

ใครกำลังมา ใครกันแน่?

*** *** ***

จบบทที่ ตอนที่ 1319 ราชันย์ไร้พ่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว