เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1314 วิชาประตูล่องหน

ตอนที่ 1314 วิชาประตูล่องหน

ตอนที่ 1314 วิชาประตูล่องหน


จางเว่ยโมโหมาก

ไม่เคยมีใครทำให้เขาต้องอับอายถึงขนาดนี้แม้แต่เจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ ก็ไม่มีวันโจมตีที่น่าอับอายอย่างนี้กับเขา

บึ้มบึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม...... แสงเทพนับพันสายระเบิดออกมาจากร่างของจางเว่ยและแสงเทพทั้งหมดนั้นรวมตัวกลายเป็นดาบเทพที่คมกล้าไม่มีใดเทียบป้องกันตัวได้โดยอัตโนมัติ ร่างเดิมสีทองของจางเว่ยขยายอย่างบ้าคลั่งมีการเปลี่ยนแปลง พลังเทพที่เก็บกักไว้ในส่วนลึกของร่างถูกปลดปล่อยเพราะความโกรธสุดขีดเปลี่ยนเป็นร่างรูปแบบที่สองต่อ

เขาขนาดใหญ่โค้งบิดและเขี้ยวแหลมคมเหมือนมีดสั้นยาวยื่นออกมาจากริมฝีปากของเขา

ดวงตาสีฟ้าแฝงแววกระหายเลือดเหมือนคลื่นสึนามิ

กรงเล็บขนาดยักษ์ฉีกได้ทุกอย่างยืดยาวออกมาจากเท้า

ผมขนตามร่างแหลมแข็งเหมือนหนามเม่น

ปลายชี้ตรง

ด้วยกฎพลังหนุนเสริมโลกกระดานหมากรุกของตงฟาง พลังเทพที่ถูกปลดผนึกได้เสริมเพิ่มพลังให้กับอสูรร้ายโดยจิตใจไม่มีการเปลี่ยนแปลง  การเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีสิ้นสุดก็คือความเกลียดชังที่มีต่อเย่ว์หยางคู่ต่อสู้คนนี้

มันตวัดกรงเล็บในอากาศตามปกติ

มิติที่กรงเล็บกรีดผ่านแตกเป็นเสี่ยงๆและสิ่งที่ตามมาก็คือบานประตูที่มองไม่เห็นด้านบนจารึกสลักลวดลายเครื่องหมายหลุมศพดูลึกลับ

ประตูหนักที่มองไม่เห็นค่อยๆเปิดออก มีแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและรวมลงในร่างของจางเว่ยในร่างอสูรร้ายแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าอาทิตย์ยามเที่ยงวันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้จางเว่ยอีกสิบเท่าในทันทีก่อนที่เย่ว์หยางจะได้โจมตี ผลกระทบที่เสียหายสลายไปทันทีกระดูกสันหลังที่เย่ว์หยางเพิ่งเหยียบใส่มีหนามแหลมงอกยาวขึ้นกลายเป็นเกราะหนาม  ด้านนอกประตู พลังเทพพุ่งออกมาจากในประตูและรวมกับพลังโลกกระดานหมากรุกชั่วคราว เจตจำนงเทพของจางเว่ยและตงฟางกลายเป็นโซ่เทพที่ไม่สั่นคลอน

“หือ?”จู่ๆ เย่ว์หยางพบสิ่งผิดปกติ

ถูอี้จางหลางและจางหู่ที่กลายเป็นหุ่นเชิด ทาสสงครามที่อยู่ห่างออกไปหลายพันเมตรออกมาจากประตูที่มองไม่เห็นทีละตัวๆ

หลังจากที่ผ่านประตูที่มองไม่เห็นนั้นออกมาพลังของพวกมันเพิ่มขึ้น

แม้ว่าจะไม่มากถึงสิบเท่าเหมือนกับจางเว่ยแต่อย่างน้อยพลังเพิ่มขึ้นสามถึงห้าเท่า

นี่คือประตูแบบไหนกัน?ไม่ใช่อาวุธเทพ ไม่ใช่อสูรสมบัติ ไม่ใช้ทั้งทักษะแฝงเร้น  ไม่ใช่สนามพลังคัมภีร์อัญเชิญมันคือของใดกันแน่? เย่ว์หยางสามารถยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าเทพประตูมังกรจางเว่ยต้องเกี่ยวข้องกับประตูที่มองไม่เห็นนี้

หลังจากประตูเปิดออกคนแรกที่เริ่มโจมตีไม่ใช่จางเว่ย

แต่เป็นถูอี้

สัตว์ประหลาดทาสสงครามนี้ไม่มีความคิดเป็นของตนเองอีกต่อไปหนอนน่าสมเพชนี้แม้แต่บิดาของเขาก็ยังทิ้งให้เป็นเหยื่อของคนอื่นต่อ

ถูอี้จมลงไปกับพื้นเมื่อลุกขึ้นมาอีกครั้งกลับมีร่างเหมือนเพิ่มขึ้นมาอีกสองร่าง เนื่องจากทั้งสามร่างมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก  คนอื่นๆจึงไม่สามารถบอกได้ว่าร่างใดเป็นร่างหลัก ร่างใดคือร่างแยก มีแต่สัตว์ประหลาดที่แยกร่างได้ทั้งสามที่น่ารังเกียจดูเหมือนหุ่นที่ทำจากดินโคลนนี้อยู่ต่อหน้าเขา ถูอี้และร่างแยกทั้งสองพุ่งเข้าหาเย่ว์หยางพร้อมกันด้วยความเร็วไม่มากนัก   แต่ในโลกกระดานหมากรุกก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ผ่านระยะทางหมื่นเมตรถึงหน้าเย่ว์หยาง  และส่งผลอิทธิพลต่อเย่ว์หยาง  เขาไม่สามารถถอยหนีได้  ระยะห่างจากศัตรูเพียงก้าวเดียวแต่ไม่สามารถกำจัดมันได้

“ไสหัวไป!”

เย่ว์หยางพบว่ากฎของโลกกระดานหมากรุกยังใช้ได้เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ต่อไป

เขายื่นมือซ้ายเบาๆ

และงอนิ้ว

พลังระเบิดกลมพุ่งออกไปไวกว่าแสงและพุ่งใส่ศีรษะของหุ่นร่างเหมือนหนึ่งในสามที่กำลังวิ่งเข้ามาหากระเด็นออกไปเป็นกิโลเมตร

หุ่นดินโคลนไม่ได้รับความเสียหายเพียงแต่ไม่มีหัว แต่มีพลังสะท้อนอย่างหนึ่ง เหมือนกับมีเข็มแหลมคมทิ่มแทงร่างกาย  หลังจากที่เย่ว์หยางโจมตีเขาเจ็บปวดทันที  สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือหลังศีรษะของเขาเหมือนถูกหวดอย่างแรงด้วยค้อนหมื่นตัน  ดวงตาวิงเวียนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เย่ว์หยางยื่นมือออกมาแตะหลังศีรษะอย่างช่วยไม่ได้และพบว่าหลังศีรษะของเขามีบาดแผลเล็กๆ เกิดขึ้นไม่รู้เมื่อไหร่  ราวกับว่าถูกเทพผู้ทรงพลังโจมตีบาดแผลที่ปรากฏนั้นทำให้เขาอดสับสนไม่ได้

ฉวยโอกาสขณะที่เย่ว์หยางอยู่ในอาการมึนงงช่วงสั้นๆ  ตุ๊กตาดินโคลนอีกสองตัวโบกแขนที่น่าเกลียดร่ายรำอย่างบ้าคลั่งโจมตีเย่ว์หยางที่อยู่ข้างหน้า

“เจ้าคือถูอี้ตัวจริง!” เย่ว์หยางใช้จักษุญาณทิพย์โดยถอยเขาจับหมัดที่ต่อยออกมาจากร่างถูอี้ตัวจริงได้

เผียะ

ตุ้บ

อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางรั้งหมดกลับก็พบว่าร่างของเขาเหมือนกับต้องคำสาปที่ร้ายกาจอันตรายบางอย่างที่ไม่สามารถขับออกไปได้ความอ่อนแอแผ่ไปทั่วที่เอวและขา เขาไอสองครั้งก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง  สายลมพัดเฉื่อยเดิมทีให้ความสดชื่นเหมือนลมพัดในฤดูร้อน แต่ในเวลานี้เย่ว์หยางกลับรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกมีดที่มองไม่เห็นเฉือนอาการเจ็บป่วยนั้นยิ่งกว่าคนป่วยติดเตียงสิบเท่าที่ถูกลมหนาวพัดใส่

อย่าว่าเย่ว์หยางที่ถูกสาปแม้แต่คนดูการต่อสู้ก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เย่ว์หยางฝืนถอยและหลบการโจมตีของร่างเหมือนอีกร่างหนึ่งของถูอี้

ที่น่าประหลาดใจคือจางเว่ยยืนอยู่ด้านหลังของเขา

จางเว่ยที่ปลดปล่อยพลังของตนทั้งได้รับพลังสนับสนุนพิเศษผสานเข้ากับโลกกระดานหมากรุกได้อย่างสมบูรณ์  เขาไม่ได้เริ่มโจมตีอย่างรีบเร่ง แต่มองไปที่เย่ว์หยางที่อ่อนแอมากและหลั่งเหงื่อมากมาย แม้จะยืนตัวตรงก็ตามราวกับนายพรานมองดูเหยื่อที่ติดกับ

“เย่ว์ไตตัน! ข้าไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะ แต่สิ่งที่ข้าอยากจะบอกก็คือเจ้ายังอ่อนด้อยเกินไป!”กรงเล็บยักษ์ของจางเว่ยกระแทกใส่หลังเย่ว์หยาง ขณะเดียวกันมันส่งเสียงตะคอกจริงจัง“เจ้าได้รับการเลื่อนชั้นเพราะการเสียสละของสหายและหมู่ญาติอย่างเดียว  แต่เจ้ารู้วิธีใช้พลังเทพอย่างแท้จริงหรือ? เจ้าเข้าใจถึงธรรมชาติที่แท้จริงของพลังเทพหรือไม่?  เจ้าไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้เลยไม่มีเวลาทำความเข้าใจ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายพันปี ไม่ว่าเจ้าจะฉลาดแค่ไหนก็ตาม โดยพื้นฐานแล้ว เจ้าเป็นแค่มดแมลงเจ้าเล่ห์เจ้าไม่ใช่นักสู้ระดับเทพ เป็นแค่นักรบหอทงเทียนผู้โกรธเกรี้ยวแต่อ่อนแอเหมือนกับเจ้าตอนนี้!”

ทั้งร่างของเย่ว์หยางปลิวออกไปเหมือนกับดาวตก

ในโลกกระดานหมากรุก

ท้องฟ้าและโลกไม่เปลี่ยนแปลงแต่เส้นทางการพุ่งบินมีภูเขาสูงตระหง่านนับไม่ถ้วนขวางอยู่ข้างหน้า ยอดเขาทั้งหมดถูกเย่ว์หยางชนกระแทก

“นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น!” ความกระหายเลือดและอำมหิตไม่สิ้นสุดปรากฏอยู่ในดวงตาของจางเว่ย

อสูรร้ายเข้ามาจากประตูที่มองไม่เห็นและแปลกประหลาด

เดี๋ยวก่อน

วินาทีต่อมาเขามาหยุดยืนบนยอดเขาที่เย่ว์หยางชนกระแทกและหยุดอยู่

ขณะที่เขาพร้อมจะใช้ความแข็งแกร่งในร่างทำลายสันเขาในขณะที่เย่ว์หยางยังไม่รู้สึกตัวและกลายเป็นง่อย จ้าวภูผาที่กำลังสังเกตการณ์ร้องเตือนขึ้นทันที  “ระวัง นั่นไม่ใช่เย่ว์ไตตัน!”

พอได้ยินเช่นนั้นจางเว่ยขมวดคิ้ว

เขารั้งกรงเล็บที่เริ่มจะโจมตีกลับทันทีและตั้งท่าระมัดระวัง

สันเขาที่เย่ว์หยางพุ่งชนกลายเป็นภูเขาไฟปะทุเถ้าถ่านลาวาเป็นล้านๆตันขึ้นในท้องฟ้าทันทีหินก้อนใหญ่เท่าโรงโม่หินลอยขึ้นในอากาศพร้อมกับควันหนาทึบ...  ตงฟางระเบิดควบคุมมุมกระดานหมากรุก แต่น่าเสียดายที่เย่ว์หยางไม่ได้อยู่ในท่ามกลางส่วนพื้นที่นั้น  ขณะมองไปที่ภูเขาไฟที่มีควันหนาทึบเป็นคลื่นบรรดาเทพและผู้ชมดูต่างสับสน

เย่ว์ไตตันพุ่งทะลุยอดเขาสิบแปดแห่งและยังไม่ออกมาเขาอยู่ไหนกันแน่?

ภูเขาไฟ?

ไม่มีทาง!

ถ้าการฆ่าเจ้าเด็กนี่มันง่ายนักตงฟางคงไม่รวบรวมนักสู้ระดับเทพหลายคนไม่จำเป็นต้องลากคนเข้ามาเป็นจำนวนมากก็ได้

จางเว่ยกวาดมือและประตูล่องหนประหลาดปรากฏที่ด้านหลังของเขาตราบใดที่ยังมีประตู  ไม่ว่าศัตรูจะโจมตีหนักรุนแรงแค่ไหนเขาจะยังยืนยงคงทนได้

พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนและมีบรรยากาศแปลกประหลาดรุนแรงมากขึ้น  จางเว่ยพบว่าพี่น้องถูซื่อถูว่านและราชันย์ไร้เทียมทานและผู้ชมดูจากริมทั้งสองด้าน  พวกเขาทั้งหมดมองดูด้วยสายตาเย็นชาเขาอดหันกลับมาทำท่าเยาะเย้ยไม่ได้และเดินเข้าประตูแปลกประหลาดตัดสินใจออกไปก่อนชั่วคราวเพื่อไม่ให้เย่ว์ไตตันซึ่งไม่รู้ว่าซ่อนตัวอยู่ที่ใดตอบโต้ได้  การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของเขาคนเดียว  ทำไมเขาต้องกังวลกับคนรอบข้างด้วย?  พี่น้องตระกูลถูและจ้าวภูผาต้องการเอาเปรียบเขาหรือ?  ไม่มีทาง!

ขณะที่ร่างของจางเว่ยเข้าไปในประตูล่องหนได้ครึ่งตัวและกำลังจะหายไป

ทันใดนั้นเกิดเรื่องแปลกประหลาดบางอย่าง

เงาที่เป็นไปไม่ได้ปรากฏในประตู..จางเว่ยถึงกับตาเหลือกเมื่อพบว่าเงาร่างที่ปรากฏในประตูของเขากลับเป็นเย่ว์ไตตันที่หายตัวไปก่อนหน้านั้น  เป็นไปได้อย่างไร? แม้ว่าจิตสำนึกครึ่งหนึ่งของเขาจะเชื่อมกับตงฟางแต่ไม่สามารถผ่านเข้าประตูไปได้เย่ว์ไตตันเป็นศัตรูไม่ใช่หรือ? เขาทำแบบนั้นได้อย่างไร?

สายเกินกว่าจะตั้งตัว

ไม่มีแม้แต่เวลาจะคิด

กระบี่แสงเทพที่ใช้ปกป้องร่างของจางเว่ยถูกทำลายและเย่ว์หยางทำลายยอดเขาไปสิบยอดใช้เจตจำนงราชันย์ปล่อยสายฟ้าฟาดเข้าที่ใบหน้าของจางเว่ยอย่างรุนแรง

“แทนที่” ด้วยคำสั่งของเขาปีศาจถูอี้ซึ่งกลายเป็นหุ่นทาสสงครามไปแล้วได้สลับตำแหน่งกับจางเว่ยที่กำลังถูกเย่ว์หยางโจมตี  แต่จ้าวภูผาและมือสังหารเทพถูซื่อได้โอกาสดีที่สุดในการโจมตีเย่ว์หยางที่กำลังทุ่มพลังโจมตีจางเว่ย แต่กลับเป็นร่างไร้ศีรษะของถูอี้ที่อ่อนแอถูกแทนที่ตำหนักของจางเว่ยทั้งคู่ฉวยโอกาสอย่างบ้าเลือดทุ่มเทพลังเต็มที่โจมตีเย่ว์หยางจากในประตูล่องหน

เย่ว์หยางไม่ได้ป้องกันพลังโจมตีแต่อย่างใด

แต่

แต่ใครบางคนล้มลงกับพื้นส่งเสียงร้องโหยหวน  เขาไม่ใช่เย่ว์ไตตันที่อยู่ตกอยู่ในโลกกระดานหมากรุก แต่กลับกลายเป็นเทพสังหารถูว่านที่ไม่ทันได้ระวังตัว

ถูว่านไม่เข้าใจเขาไม่ได้โจมตีตอแยเย่ว์ไตตันแต่อย่างใด กระทั่งยังยืนอยู่ห่างๆ และพลังโจมตีของจ้าวภูผามาลงที่เขาได้อย่างไร?  ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?  นี่คือความจริงร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บกระดูกสันหลังหัก นี่คืออาการบ่งบอกถึงความโชคร้ายของเขา

“อ๊า...”  ถูว่านต้องการถามเหตุผลแต่พออ้าปากถามกลับเสียงร้องโหยหวนแทน

“เกิดอะไรขึ้น”  มังกรสองหัวกู่อั๋งที่ดูการต่อสู้ยังไม่เข้าใจ  ตอนแรกเย่ว์ไตตันยังอยู่ในสภาพที่เสียเปรียบหลังจากถูกถูซื่อและจ้าวภูผาโจมตีพร้อมกันแต่ทำไมคนที่ล้มลงจึงกลายเป็นถูว่านที่เป็นคนนอก เกิดอะไรขึ้นในช่วงวินาทีนี้? นอกจากนี้ ทำไมเย่ว์ไตตันถึงออกมาจากประตูล่องหนของจางเว่ยได้?

ความอยากรู้อยากเห็นกัดกินหัวใจพวกเขายิ่งกว่างูพิษ แต่น่าเสียดายที่เป็นไปไม่ได้ที่นัยน์ตาของพวกเขาจะมองเห็นความจริงได้

ผู้ชมทั้งหมด

นอกจากจักรพรรดิอสูรซึ่งแกล้งทำตัวเป็นนักสู้มือใหม่และภายใต้ผู้ใต้บังคับบัญชา เขาซ่อนตัวจากทุกคน ทุกคนเงยหน้ามองดูจักรพรรดิอสูร รวมทั้งจางเว่ยที่ตกใจอยู่ในสนามต่อสู้  ในฐานะของเทพประตูมังกรเขาไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ

ที่มุมปากของจักรพรรดิอสูร

มีรอยยิ้มจางๆ

เมื่อความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนกำลังจะระเบิด

เขาพูดคำประหลาดที่คาดไม่ถึง ภูตพราย!

*** *** ***

จบบทที่ ตอนที่ 1314 วิชาประตูล่องหน

คัดลอกลิงก์แล้ว