เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1311 จะตัวต่อตัว หรือใช้พวกมาก?

ตอนที่ 1311 จะตัวต่อตัว หรือใช้พวกมาก?

ตอนที่ 1311 จะตัวต่อตัว หรือใช้พวกมาก?


“เจ้าไม่สมควรได้มัน!”  เย่ว์หยางตอบเบาๆ  แม้ว่าน้ำเสียงจะเบามาก  แต่เขารู้สึกได้จากกระดูกว่าเขาแสดงการดูถูก

“....”  มือสังหารเทพถูซื่อเมื่อได้ยินก็เงียบลง

“เฮ้, เด็กน้อย เจ้าไม่คู่ควรเจ้าไม่กล้าหรอก”  เสียงนั้นดังมาจากคนที่ถูซื่อเรียกว่าเทพทวารบาล  “นางพญาผู้พิชิตยังไม่ได้ทำลายผนึกออกมาใช่ไหม?  ผนึกอมฤตไม่ใช่ว่าจะทำลายออกมาได้ง่ายๆเจ้าแขวนป้ายชื่อศิษย์ของนางพญาผู้พิชิตเพื่อขู่ขวัญให้คนอื่นกลัวนักรบแดนสวรรค์ธรรมดาฟังแล้วบางทีอาจจะถูกเจ้าหลอกได้เมื่อเราได้ยินชื่อของนางพญาผู้พิชิตพวกเราอาจจะสั่นกลัวแข้งขาอ่อนแรง  แต่เจ้าคิดว่าการใช้ลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ที่น่าเบื่อและไร้สาระนี้จะทำให้เราหวาดกลัวได้จริงหรือ?  อัจฉริยะที่ไม่เคยพบเจอมาในรอบหลายพัน ฮ่าฮ่าช่างน่าขันเสียจริง เจ้าคิดว่าตงฟางและถูซื่อรวมทั้งราชันย์ไร้ใจและนักสู้ระดับเทพอื่นๆจะกลัวเจ้าจริงๆ หรือ   ไม่เลยนักสู้ระดับเทพทั้งหมดแค่กลัวนางพญาผู้พิชิตซึ่งนางอาจตายไปนานแล้วหรือถ้าไม่ตายก็ยังไม่มีทางทำลายผนึกออกมา! อาศัยเจ้าน่ะหรือ?  ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้าง  เจ้ามีค่าพอที่จะให้ยอดฝีมือระดับเทพมองเจ้าอวดอ้างฝีมือหรือ? ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียวก็สามารถบดขยี้มดอย่างเจ้าให้เละเป็นจุลได้ เจ้ามนุษย์อ่อนแอ!”

“ข้าน่ะหรือ?อย่างนั้นทำไมเจ้าไม่เข้ามาลองเองเล่า?” เย่ว์หยางถาม

เขายังคงสงบ

ไม่แสดงอาการโกรธ

มุมปากยิ้มเยาะเย้ยเลือนรางแต่ไม่มีความหมายอะไร

“แน่นอนว่าการฆ่าเจ้าเป็นสิ่งที่เราผู้เป็นเทพชอบทำที่สุด  โดยเฉพาะฆ่าอัจฉริยะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาในรอบพันปี   อย่างไรก็ตามข้าอดทนรอได้ ฟังมือสังหารเทพถูซื่อที่ลูกชายเขาถูกเจ้าสังหารปล่อยให้คนอื่นข่มขี่จนไม่กล้าส่งเสียงยั่วยุ ดูสิว่าเขาจะพูดอะไร”เทพประตูมังกรวิจารณ์ถูซื่อเพื่อยุยั่วให้เขาเกิดความเกลียดชัง

“ความเกลียดชังที่ศัตรูฆ่าลูกเป็นเรื่องขัดข้องส่วนตัวที่ไม่สำคัญข้าถูซื่อมาที่นี่เพื่อคลี่คลายความเข้าใจผิดระหว่างผู้อาวุโสในตระกูลและนางพญาผู้พิชิตเป็นหลัก” มือสังหารเทพถูซื่อกล่าวอย่างไม่เห็นแก่ตัวไม่ว่าบุตรของเขาจะตายหรือไม่

“จะเกิดอะไรขึ้นถ้านางพญาผู้พิชิตไม่ปรากฏตัว?” เด็กหนุ่มหัวดื้อเผ่าอสูรเห็นอย่างชัดเจนกลุ่มนักสู้ระดับเทพเหล่านี้มีศักดิ์ฐานะแต่กลับข่มเหงผู้อ่อนแอหวั่นเกรงผู้แข็งแกร่ง

“พวกเขาพูดมากเกินไป”

ก็แค่ถ่วงเวลาตรวจสอบเพื่อความแน่ใจ

ตราบใดที่พวกเขามั่นใจเต็มร้อยว่านางพญาผู้พิชิตยังคงอยู่ในผนึกอมฤต บางทีพวกเทพเหล่านี้อาจจะอ้างคุณธรรมเพื่อส่วนรวมรุมล้อมเข่นฆ่าเย่ว์ไตตันก็ได้   พวกเขาเหมือนกับสตรีลิ้นยาว ทำเป็นพูดคุยถ่วงเวลาไม่มีอะไรมากไปกว่าเพื่อทดสอบว่านางพญาผู้พิชิตทำลายผนึกออกมาแล้วหรือไม่ด้วยนิสัยและอารมณ์ของนางพญาผู้พิชิต นางคงไม่ปล่อยให้เย่ว์หยางต่อสู้โดยลำพังแน่นอน

ถ้าสุดท้ายนางพญาผู้พิชิตไม่ปรากฏตัวอย่างนั้นนักรบระดับเทพแห่งแดนสวรรค์บนก็จะแน่ใจว่านางพญาผู้พิชิตยังไม่ออกมาจากผนึก

ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเขาจะโจมตีอย่างไม่มียั้ง

ละเว้นแค้นส่วนตัวเพื่อส่วนรวมเป็นเรื่องไร้สาระ

...มีแต่พลังเท่านั้น....

มีพลังอำนาจก็เป็นราชันย์เป็นกุญแจไขทุกอย่าง

“นางพญาผู้พิชิตน่ะหรือ?นางจะปรากฏตัวแน่ แต่อาจไม่ใช่ตอนนี้ บางทีอาจเป็นสักวันในอนาคต แต่เรามีความอดทนพอรอให้นางกลับมาได้ อย่างไรก็ตามที่อยู่ข้างหน้านี้ เป็นศิษย์คนเดียวของนางพญาผู้พิชิตรู้จักกันทั่วหอทงเทียนในชื่อว่าคุณชายสามตระกูลเย่ว์และพวกเรากำลังรออยู่ด้วยกัน ตราบใดที่เย่ว์ไตตันเห็นด้วยเราผู้เป็นเทพสามารถรับประกันความปลอดภัยให้ได้ และรับรองว่าเขาจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด  ในขณะเดียวกันเราผู้เป็นเทพยังเชื่อว่าไม่ว่าระหว่างหอทงเทียนและตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จะมีความเข้าใจผิดกันมากมายเพียงไหน ตราบเท่าที่ทั้งสองฝ่ายกลับไปสู่จุดเริ่มต้นและดำเนินการเจรจาสื่อสารกันอย่างจริงใจและไว้วางใจกัน  การบุกหอทงเทียนไม่ใช่ความปรารถนาของเรา  เรามาที่นี่ด้วยความปรารถนาดี  สิ่งที่ดีที่สุดก็คือตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จะแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองกับหอทงเทียน”เสียงราชันย์ไร้เทียมทานที่เคยต่อสู้กับจักรพรรดินีราตรีดังก้องทั้งท้องฟ้าขณะเข้าร่วมสนทนา

“บัดซบคำพูดเหลวไหลนี้ทำให้ข้าอยากจะอ้วกสามวันสามคืน” เด็กหนุ่มหัวดื้อจากเผ่าอสูรพูดไม่ออก เกรงว่าคงมีแต่พวกตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่พูดจาหยิ่งยโสอย่างนี้

“นี่เป็นวิธีการโจมตีเช่นกัน!” เผ่าเก้าหัวหัวเราะอารมณ์ดี

“ดีข้าไม่เคยได้เรียนรู้การโจมตีมาก่อนในชีวิต” เด็กหนุ่มหัวดื้อถ่มน้ำลายลงพื้น

“หากเขาต้องมีพลังเหนือกว่านักสู้ระดับเทพเขาจะช่วยเย่ว์หยางแน่นอน แต่เขาทำไม่ได้ เขาต้องมีพลังแข็งแกร่งเพียงพอจะเป็นองครักษ์อันดับหนึ่งแห่งตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เทพประตูมังกรจางเว่ย  มือสังหารเทพถูซื่อราชันย์ไร้เทียมทาน ฯลฯ นักรบระดับเทพเหล่านั้นไม่มองข้ามทักษะที่เป็นลบของเขาน่าเสียดายที่เขาไม่มีพลังเช่นนั้น

ในฐานะที่เป็นนักรบระดับเทพไม่ว่าจางเว่ยหรือราชันย์ไร้พ่ายจะมีความคิดเช่นไรพวกเขาเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของเด็กหนุ่มดื้อรั้น

ในสายตาพวกเขาเด็กนี่โตกว่ามดเล็กน้อย

ใช้นิ้วเดียวก็สามารถขยี้บี้แบนได้

ไม่มีความจำเป็นต้องโกรธแม้แต่น้อย

แม้แต่การเหลียวมองเจ้าเด็กนี่แม้แต่น้อยพวกเขาก็รู้สึกว่าเสียศักดิ์ศรี

คนที่พวกเขาเห็นอยู่ในสายตาตอนนี้มีเพียงคนเดียวซึ่งยืนอยู่กลางแท่นบูชายัญเป็นนักรบชาวหอทงเทียนคนสุดท้ายที่ยังต่อต้านอยู่ เขาคือคุณชายสามตระกูลเย่ว์ เย่ว์ไตตันแห่งทวีปมังกรทะยาน

เย่ว์หยางไม่โกรธและไม่โต้เถียง

บางครั้งถ้าการโต้เถียงเป็นเรื่องไร้ประโยชน์สิ้นเชิงอย่างนั้นท่านไม่ต้องเสียเวลาเปลืองน้ำลาย

ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างนี้... ศัตรูทราบข่าวแล้วและรุมล้อมมาจากทั่วทุกทิศ  พวกเขาไม่รีบร้อนไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รีบร้อนทำลายหอทงเทียน ตรงกันข้ามพวกเขาเหมือนหมาป่าหิวโหยที่มีเขี้ยวเล็บและกระหายเลือดพวกเขาหิวกระหายมานานแล้ว  แต่พวกเขาเป็นนักรบระดับเทพ แข็งแกร่งมากไปด้วยประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างยาวนาน พวกเขามีความมั่นคงไม่หวั่นไหวไม่ว่าจะหิวแค่ไหนพวกเขาก็ยังอดทนและรอคอยโอกาสที่ดีที่สุดในการลงมือพวกเขาจะสังหารเหยื่อด้วยการโจมตีครั้งเดียว

สิ่งเดียวที่พวกเขากลัวก็คือนางพญาผู้พิชิตซึ่งสาบานว่าจะต้องพิชิตแดนสวรรค์

ถ้านางไม่อยู่ที่นั่น

อย่างนั้นพวกจะอ้าปากกระหายเลือดเผยให้เห็นเขี้ยวเล็บอันแหลมคมและตะครุบเหยื่ออย่างโหดเหี้ยมอำมหิต  ทั้งหมดนี้อยู่ในความคาดหมายของเย่ว์หยาง  เขาคิดเรื่องนี้มานานก่อนจะวิ่งออกมาจากบันไดสวรรค์  แต่เมื่อเขาออกมายังแท่นบูชายัญ  เขาพบว่ามีผู้คนมากมายเช่น ถูอี้เทพรุ่นลูกและคนอื่นๆ อยู่ในพื้นที่แต่หากไม่มีความช่วยเหลือเหลือข้างนอกจากมังกรปีศาจในที่สุดเขาตระหนักว่าหลายอย่างเปลี่ยนไป ความคิดของตัวเขาเองยังไม่สมบูรณ์

ตงฟางไม่ทำอะไรง่ายๆอย่างนั้น

ไม่ต้องพูดถึงตงฟางแต่ยังมีราชันย์ไร้ใจที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ และยังมีเทียนอี้ซึ่งยังคงไม่ปรากฏตัว

มองอย่างผิวเผินเย่ว์หยางสงบและแม้จะใช้คำพูดและการกระทำที่ยโสเล็กน้อย แต่ความจริงเขาไม่ได้ดูถูกแต่ตื่นตัวอยู่เสมอ

“ตงฟาง,ราชันย์ไรใจและเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ยังคงใช้อุบายเล็กน้อยแน่  นักรบระดับเทพไม่ใช่ว่าไร้สมองถ้าไม่มีใครคิดว่าปีศาจเฒ่าที่มีชีวิตยืนยาวมานานเป็นหมื่นปีไม่มีความคิดอะไรคนผู้นั้นสมองพิการอย่างแท้จริง!” เย่ว์หยางคิดจะดำเนินการอย่างลับๆ ในสนามรบ การต่อสู้แต่สถานการณ์ที่ดูเหมือนปกติ กลับมีสิ่งผิดปกติเกินคาด

ในการเอาชนะคุณชายถูอี้และพวกจางหู่นั้น

เขาทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า

ไม่พบความผิดปกติอะไร

แต่ต้องมีความเชื่อมั่นจากนั้นก็พิสูจน์ให้เห็นว่าสถานการณ์และทิศทางการต่อสู้ดูผิดปกติมากขึ้น  ตงฟางไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทำอะไร!

แต่ที่มองเห็นผิวเผินอยู่นี้เหมือนกับไม่มีอะไร  เกิดอะไรขึ้นรอบๆ นี้กันแน่?  ก่อนหน้านี้ยังไม่ทราบถึงต้นตอและเหตุผล  การต่อสู้ครั้งนี้ยังอยู่ในการวางแผนและทักษะแฝงเร้นหมากรุกของตงฟาง...สถานการณ์ในตอนนี้เป็นเช่นไร

จะสามารถทำลายเกมได้หรือไม่?

เดี๋ยวก่อน....    “นี่ก็เป็นวิธีโจมตีเช่นกัน!” เขาระลึกนึกถึงคำพูดของคนเผ่าเก้าหัว นั่นดูเหมือนจะไม่มีความหมาย

“จะเป็นไปได้หรือ?”เย่ว์หยางตกใจสั่นเล็กน้อย ไม่ทันรั้งสายตากลับแต่เมื่อมองไปยังทิศทางเสียงของมือสังหารเทพถูซื่อและหันกลับมาที่ฮุยไท่หลางที่อยู่ข้างหลังเขามองดูอีกสองเสียงที่มาจากเทพประตูมังกรผู้หยิ่งผยองและราชันย์ไร้พ่าย เขาเข้าใจได้อย่างแจ่มชัดทันทีประกายความคิดหนึ่งผุดขึ้นในท่ามกลางความคิดวุ่นวายปั่นป่วนของเขา

เย่ว์หยางเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ

เขาหมุนตัวเตะกวาดขา

มีเสียงปังดังมาจากฮุยไท่หลางที่ด้านหลังของเขา

ภาพฮุยไท่หลางที่กำลังส่ายหัวผงกหัวเชิดชูถูกเท้าของเขาเตะใส่ภาพเงาหายไป

ในท่ามกลางความว่างเปล่าฝ่ามือสีทองประทับลงที่หน้าผากเย่ว์หยาง จะว่าเร็วก็ไม่เร็วแต่ไม่ว่าเย่ว์หยางจะหลบอย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถหลบการโจมตีจากฝ่ามือทองนั้นได้

“บัดซบ!  ไสหัวไป!” เย่ว์หยางไม่ได้ต่อสู้อย่างไร้ความหมายเขาโน้มศีรษะไปข้างหน้าและคว้ามือที่ตั้งใจฟาดที่หน้าผากเขาอย่างหนักเขาคว้าหลังมือทองไม่ยอมให้อีกฝ่ายดึงมือกลับได้ทันใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีทุบกระดูกแขนอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง

และใช้มือทั้งสองบิดฝ่ามือนั้นหลายรอบหมุนเป็นเกลียวและบิดเอวตัวลำดับ

ไหล่ข้างหนึ่งตกลง

เงาทองที่พยายามดิ้นรนถูกดึงออกมาจากมิติว่างและถูกทุ่มลงบนพื้นแท่นบูชายัญต่อหน้าเขา

แท่นบูชายัญสีแดงเลือดสั่นสะเทือนไปหมดแท่นบูชายัญนี้ที่มีความทนทานไม่มีที่ใดเทียบมีรอยร้าวแผ่ขยายไปเหมือนใยแมงมุมเงาร่างสีทองที่แข็งแกร่งพุ่งเข้ามาทันทีท่ามกลางการระดมเตะอย่างหนักต่อเนื่องจากเย่ว์หยาง  มันกลายร่างเป็นควันสีทองหายตัวหลบออกมาจากระยะโจมตีของเย่ว์หยางได้อย่างง่ายดาย

“เจ้าเห็นได้ยังไง?”  เงาร่างทองถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

“ในระหว่างการต่อสู้ครั้งสำคัญฮุยไท่หลางไม่เคยมายืนอยู่ข้างหลังข้า มันคือหมาป่าปีศาจล้างโลก มีความภูมิใจและหยิ่งในตัวของมันเอง  ยิ่งไปกว่านั้นมันได้ต่อสู้กับเทพประตูมังกรจางเว่ยเมื่อมันปรากฏตัวและไม่ได้ส่งเสียงอะไรนั่นเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก  นี่ไม่ใช่นิสัยของมัน  สุดท้ายก็คือแม้ว่าฮุยไท่หลางจะไม่ใช่อสูรศึกที่ทำสัญญากับข้าแต่มันสนิทใกล้ชิดกับข้ายิ่งกว่าอสูรที่ทำสัญญาเสียอีก  แม้ว่าเจ้าจะสามารถพรางตัวไม่ให้มีรังสีฆ่าฟันได้แต่เจ้าไม่สามารถปลอมกลิ่นอายพิเศษเฉพาะตัวของมันได้”  เย่ว์หยางค่อยๆลูบพลังเย็นกัดกร่อนที่หน้าผากออกไปเบาๆเขาจ้องมองไปที่มือสังหารเทพถูซื่อที่อยู่ในท้องฟ้าห่างไกลกำลังลอยตัวลงมาเรื่อยๆ“แม้ว่าข้าจะไม่เคยพบเห็นมือสังหารเทพถูซื่อมาก่อน แต่ในแดนสวรรค์บนนักรบระดับเทพที่ทำตัวต่ำไม่โดดเด่นจะต้องเป็นแผนกมือสังหารมีความเป็นผู้ใหญ่ หนักแน่นมั่นคงเหมือนเจ้าเจ้าซ่อนความเลือดเย็นและความอำมหิตเมื่อบุตรตายได้เรื่องนี้ทำให้ข้าสงสัยอย่างแน่นอนความจริงเจ้าคือตงฟางที่วางแผนการรบและควบคุมทุกอย่างได้ เจ้าพูดจ้อไม่หยุดประกอบกับการพูดยั่วยุของจางเว่ยและราชันย์ไร้พ่ายก็เพียงแค่เพื่อปกปิดถูซื่อที่ลอบซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังข้า  เจ้ารู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่นางพญาเฟ่ยเหวินหลีจะปรากฏตัวออกมาสนับสนุนข้า  ถ้านางมาได้เกรงว่าเจ้าคงไม่กล้าแม้แต่จะผายลมคงฉี่ราดเผ่นหนีไปแล้ว เจ้าใช้ประโยชน์จากความช่างสงสัยของคนอื่นทำให้กลอุบายนี้ซับซ้อนขึ้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นนัก”

“น่าเสียดายถ้าไม่ใช่เพราะจักรพรรดิอสูรที่ไม่ปรากฏตัว เอ่ยปากบอกใบ้เจ้าบางทีแผนการของข้าคงจะสำเร็จ” ทันใดนั้นเสียงที่หนักแน่นเต็มไปด้วยความอำมหิตของถูซื่อเปลี่ยนเป็นเป็นเสียงที่สงบเยือกเย็นของตงฟางทันที

“เมื่อจะปรักปรำกันก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะพูด เจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?”  คนเผ่าเก้าหัวหัวเราะแต่ดวงตาของเขาไม่มีความสุข

ในสายตาที่หวาดกลัวของมังกรสองหัวพวกเขาจำสถานะที่แท้จริงของพวกเขาได้

เขาคือจักรพรรดิอสูรที่แท้จริง

ว่านกูซูและนักสู้แดนสวรรค์คนอื่นๆในตอนนี้เริ่มกลัวกันแล้ว

นางไม่รู้มาก่อนแต่ตอนนี้นางคิดได้ว่า ตนเองอยู่กับนักสู้ระดับเทพผู้อันตรายมานานและนางก็ยังเยาะเย้ยเหน็บแนมเขาหลายครั้ง โชคดีที่ไม่ได้ต่อสู้กัน มิฉะนั้นแค่เพียงนิ้วเดียวเขาอาจฆ่าทุกคนได้

“เป็นความเข้าใจผิดอย่างแน่นอนจักรพรรดิอสูรดำรงความเป็นกลางมาโดยตลอด เขาจะเอนเอียงเข้าข้างคุณชายสามตระกูลเย่ว์ที่ไม่ใช่ญาติอย่างไม่มีเหตุผลได้อย่างไร!” ราชันย์ไร้พ่ายเอ่ยปากกลางครันบางทีเขาอาจไม่พอใจกับการเอ่ยปากขึ้นโดยไม่ตั้งใจของจักรพรรดิอสูรแต่เขารู้ดีก่อนจะล้อมสังหารเย่ว์ไตตันได้สำเร็จห้ามมิให้เป็นศัตรูกับนักรบชั้นเทพอย่างจักรพรรดิอสูร  มิฉะนั้นสถานการณ์การสู้รบจะอันตรายมากยิ่งขึ้น

“ในเมื่อเป็นความเข้าใจผิดก็ไม่เป็นไร  ข้าจะไม่พูดอะไร พวกเจ้าสู้กันได้อย่างสบายใจข้าจะไม่ช่วยไม่ว่าฝ่ายไหนทั้งนั้น” ประโยคสุดท้าย จักรพรรดิอสูรดูเหมือนจะพูดกับเย่ว์หยางโดยตรง

“ขอบคุณ”  เย่ว์หยางคำนับให้จักรพรรดิอสูรด้วยความจริงใจ

เขารู้สึกว่าจักรพรรดิอสูรไม่สามารถลงมือช่วยอะไรได้ในตอนนี้

แทนที่จะสร้างปัญหา

เขากลับวางตัวห่างไกลเกินกว่าที่เขาคาดไว้มาก

“ทำธุระให้คนอื่นมันช่างน่าเบื่อข้าเป็นคนที่ชอบความครึกครื้นอยู่เสมอ แต่น่าเสียดายข้าเป็นหนี้บุญคุณคนอื่นจึงต้องทำตัวเหมือนเต่า” จักรพรรดิอสูรยิ้มเยาะเย้ยตนเอง ทุกคนมีความลำบากใจเป็นของตนเอง เย่ว์หยางเข้าใจและนี่ก็เป็นสงครามของเขาเอง เขาไม่ต้องการให้จักรพรรดิอสูรลงมือ ตราบเท่าที่เขาดำรงความเป็นกลาง แค่นั้นก็ดีพอแล้ว

เย่ว์หยางพยักหน้าให้จักรพรรดิอสูร

เขาเตรียมพร้อมรับการรุมล้อมโจมตีจากยอดฝีมืออย่างตงฟางถูซื่อและราชันย์ไร้พ่าย

ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขายังไม่เข้าใจก็คือเจ้าตำหนักสูงสุดเทียนอี้ผู้ลึกลับที่ยังคงอยู่เบื้องหลัง...เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ทำอะไร!

“ในเมื่อนางพญาผู้พิชิตยังไม่สามารถออกมาได้  อย่างนั้นคุณชายสามตระกูลเย่ว์  นี่นับเป็นเรื่องดีที่เราจะขอเชิญคุณชายสามตระกูลเย่ว์ไปเยือนตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์สักสองสามวัน  เราขอเชิญเจ้าด้วยความจริงใจก่อนนางพญาผู้พิชิตจะมาถึง จะต้องต้อนรับแขกผู้มีเกียรติโดยมิอาจละเลยได้”   ราชันย์ไร้พ่ายค่อยๆ ปรากฏตัวจากในท้องฟ้าและร่างเทพสูงยี่สิบเมตรขนาดพอๆ กับภูเขามีแรงกดดันที่คาดเดาไม่ถูก

“เจ้าต้องการสู้แบบตัวต่อตัวหรือใช้พวกมากรุมต่อสู้?”  เทพประตูมังกรจางเว่ยผู้ได้สู้กับฮุยไท่หลางก่อนนั้นปรากฏตัวในอีกด้านหนึ่ง

จบบทที่ ตอนที่ 1311 จะตัวต่อตัว หรือใช้พวกมาก?

คัดลอกลิงก์แล้ว