เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1296 อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว

ตอนที่ 1296 อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว

ตอนที่ 1296 อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว


ภาพยักษ์ชะตายืนตระหง่านราวกับภูเขาสูงเสียดฟ้า

ไม่ต้องพูดถึงพลังแรงกดดันและกฎสวรรค์ที่ให้มนุษย์ต้องก้มศีรษะให้

เป็นการยากที่จะเงยหน้ามองดู

แม้แต่ความสูงของตัวมันเองก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นร่างตัวเองได้ทั้งหมดทุกคนสามารถใช้การสื่อสารทางจิตได้อย่างน่ากลัวเงียบ ทำให้ภาพมีความสูงถึง 18,000กิโลเมตรครอบคลุมไปทั้งโลก

ภายใต้การชี้นำด้วยความสามารถพิเศษของจักรพรรดิหัวซิ่วรี่สหายและญาติพี่น้องทุกคนผู้ได้ยินเสียงของแม่สี่หรือสหายที่สนับสนุนเย่ว์หยางเข้าร่วมการแบกรับพลังชะตาในขณะนี้ไม่จำเป็นต้องปิดตาของตนเองแล้ว พวกเขาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าความสูงของยักษ์ชะตาที่จะหลอมรวมเข้าด้วยกันในไม่ช้า 18,000 กิโลเมตรเป็นพลังสูงสุดเพื่อการเป็นเทพราชันย์.. เย่ว์หยางหรือคุณชายสามตระกูลเย่ว์สามารถแบกความหวังที่สูงลิบนี้ เพื่อฟื้นฟูหอทงเทียนให้กลับสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหรือ?

แม้แต่เจ้าอ้วนไห่เย่คงและเสวี่ยทันหลางที่สนับสนุนเย่ว์หยางอย่างมากที่สุดแต่ในใจของเขาคิดว่าพวกเขาคือสหายสนิท

นอกจากนี้ยังอดมีข้อสงสัยบ้างไม่ได้

เพราะยักษ์แห่งโชคชะตาที่ความสูง 18,000กิโลเมตรต่อหน้าเขาตกตะลึงจริงๆ ภายใต้การมองเช่นนั้น นั่นคือเทพผู้น่ากลัว เขารู้สึกอ่อนแอและไร้ประโยชน์เหมือนมดเมื่อเปรียบเทียบ

นี่คือพลังควบคุมชะตากรรม!

แม้แต่ชะตาก็สามารถควบคุมได้และสามารถย้อนกลับได้

ดังนั้นพลังเทพจะไม่น่ากลัวได้อย่างไร?  เขาจะไม่สั่นกลัวได้อย่างไร?จะไม่กลัวและกังวลได้อย่างไร?

“บางทีข้าอาจตายแต่ความตายจะไม่สามารถคุกคามข้าได้ ข้าไห่ต้าฟู่ ไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน ข้าเป็นพี่ใหญ่ที่ดีที่สุดในโลก และยินดีจะทุ่มเทสละทุกอย่าง  ก่อนนั้นข้ามีความสุขที่ข้าพลาดไป  ก่อนนั้นข้าเคยก่อเรื่องน่าอับอายก่อนนั้นความสามารถไม่ได้เรื่อง ก่อนหน้าที่จะถูกโจมตีนั้นชีวิตของข้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสมาชิกครอบครัวของข้ามีเป็นจำนวนมากถูกฟันถูกทำร้าย จนถึงทุกวันนี้ความสุขนั้นกำลังจะถูกพรากไปและทำให้ข้าได้ภูมิใจที่ได้ยืนหยัดอยู่ในท่ามกลางกองกำลังของหอทงเทียนทั้งชีวิตได้กอบกู้คืนมาและพัฒนาขึ้นมาเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญใดๆ  ทำให้ข้ากลายเป็นที่อิจฉาและมีแม้ความปรารถนาโลกๆ ข้าต้องการยืนหยัดต่อต้านศัตรู ส่งเสียงต่อต้านศัตรูร่วมกับสหายเพื่อพิทักษ์หอทงเทียนข้าคือพี่ใหญ่ที่มีความภาคภูมิใจ  ....เทพโบราณ ถ้าท่านมีอยู่จริง โปรดรับทุกอย่างของข้าไป ข้าต้องการทุ่มเททุกอย่างที่ข้ามีเพื่อแลกกับวันพรุ่งนี้และการบรรลุในอนาคตของเรา  หอทงเทียนจะไม่มีเจ้าอ้วนที่น่าตาย  ข้าอยู่ไม่ได้โดยไม่มีเขา  หากไม่มีเขาเป็นไปไม่ได้ที่จะมีข้าในวันนี้ เอาทุกอย่างที่ข้ามีไปได้ ตราบใดที่ข้าสามารถแบกรับพลังชะตาไว้ได้ชั่วคราว  ข้าขอวิงวอน นี่คือสิ่งที่ข้าผู้เป็นรุ่นพี่สามารถทำได้เพื่อเขา  ในชีวิตข้า ข้าขอทำสิ่งนี้อย่างดีที่สุด”

เจ้าอ้วนไห่พึมพำกับตนเอง

ในสายตาของเขามุ่งมั่นอย่างไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต

ร่างของเขาดูเหมือนจะสูงขึ้นทันที  พลังภายในรวมเป็นหนึ่งกับภาพของเขาเหมือนกับภูเขาที่ผุดขึ้นมาจากพื้นโลกตั้งตระหง่าน

แรดเพชร ฮิปโปขาวอสูรที่ทำสัญญาก่อนนั้นพากันออกมาทีละตัวและสนับสนุนเขา

นางนวลสายลมที่ทำสัญญากับเขาไม่รู้ว่าลงมาอยู่บนหัวเจ้าอ้วนไห่ในรูปนกนางนวลตั้งแต่เมื่อใด นางใช้ปากจิกเจ้าอ้วนไห่เบาๆและลงมาบินรอบตัวเขาสามครั้งจากนั้นลงมาอยู่บนพื้นกางปีกเปลี่ยนเป็นร่างวิวัฒนาการใช้มือกดที่หัวใจของเจ้าอ้วนไห่เป็นการสนับสนุนเขา

“บางทีเจ้าอาจถูกบดขยี้เละในวินาทีต่อไปก็ได้รู้หรือไม่?” เจ้าอ้วนไห่หันกลับไปมองนางด้วยความจริงใจ

“ข้าไม่คิดเลยว่าฉลาดๆ อย่างข้าจะมาตายพร้อมกับเจ้าหมูโง่!” นางนวลสายลมถ่มน้ำลายพูดตามตรง

“เจ้าฉลาด แต่ก็เลอะเลือนได้ชั่วขณะ”  เจ้าอ้วนไห่เมื่อได้ยินก็เริ่มหัวเราะอย่างมีความสุข

“น่าเสียดาย! มันสายเกินกว่าจะถอนสัญญาแล้ว...”  นกนางนวลถอนหายใจเบาๆจากนั้นแบ่งพลังและความอดทนที่ยิ่งใหญ่จากโลกวิญญาณผนวกรวมพลังกับเจ้าอ้วนไห่ร่วมแบกรับพลังชะตาที่ครอบงำทุกสิ่ง

“ถ้าชาติหน้ามี ข้าจะปล่อยให้เจ้าตีไม่ว่าจะมีชาติหน้าหรือไม่!” เจ้าอ้วนไห่กัดฟันแน่นแบกรับพลังชะตามหาศาลเขาใกล้จะพังทลายพบกับความตายในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ เสียงของเขาเบามาก นกนางนวลรู้สึกตัวว่าชีวิตกำลังจะถูกทำลายภายใต้พลังเทพชะตาเมื่อใดก็ได้ที่อยู่ภายใต้แรงกดดันจนทำให้นางแทบหายใจไม่ออก  นางใช้พลังอึดสุดท้ายตะโกนว่า  “เจ้าหมูอ้วน เจ้าเป็นหนี้ชีวิตข้าเป็นหนี้มาสองสามครั้งแล้ว ถ้าเจ้ายังไม่ได้ใช้คืนก็ออกไปจากที่นี่ซะ!”

“.....” เจ้าอ้วนไห่รู้สึกคอแห้ง และตาร้อนผ่าวความในใจเหมือนกับจะหลั่งไหล่ออกมาราวกับน้ำหลาก

เขาหลั่งน้ำตา

โดยไม่รู้ตัว

เขาต้องการหันไปกอดนางและบอกนางว่าเขาเต็มใจเป็นหนี้นางตลอดไป

อย่างไรก็ตามคำพูดทั้งหมดจุกอยู่ที่ลำคอเขาไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ เขาหลั่งน้ำตาพรั่งพรูราวสายฝน ดื่มด่ำกับความรู้สึกผ่านการเชื่อมโยงทางใจที่ไม่มีทางระบายออกเขามีความสุขในช่วงเวลาขณะนั้น

ทันใดนั้นเจ้าอ้วนไห่ตัวสั่นและกำหมัดแน่น

ความรู้สึกตื้นตันจนหลั่งน้ำตาเปลี่ยนเป็นวิญญาณความปรารถนาต่อสู้ไม่มีที่สิ้นสุดเขาเงยหน้ามองฟ้าและคำรามเหมือนสัตว์ประหลาดยุคโบราณ

ร่างของเขาขยายอย่างรวดเร็ว สองเมตรสามเมตร ห้าเมตร สิบเมตร ยี่สิบเมตร...กล้ามเนื้อในร่างทั้งหมดสีเข้มแข็งราวกับหล่อขึ้นจากทองแดง มีขนปกคลุมร่างเขี้ยวเล็บงอกออกจากปากและนิ้วตาแดงก่ำกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดแบกรับพลังชะตาที่มีแรงกดดันหนักหน่วง  เขาส่งเสียงคำรามและยืดตัวขึ้นทีละนิดมองไปบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า

แม้ว่าจะมีพลังของเทพชะตากดลงที่แขนของมันซ้ำๆแต่สัตว์ประหลาดนี้กลับทนได้อย่างเหลือเชื่อ

มันยังมีความมุ่งมั่น

“กรรร กรรร!” เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดกึกก้องสะท้านโลก ภายใต้แรงกดดันของพลังชะตาพลังเพิ่มขึ้นสูงระดับห้าสิบเมตร และมันยกขึ้นได้ในระดับความสูงที่เท่าร่างของมันลำแสงเทพชะตา

สัตว์ประหลาดน่าเกลียดมีดวงตาสีแดงเลือดน่ากลัวแต่ในทันใดดวงตาของมันพลันอ่อนโยนชั่วขณะ

มันมองกลับมาที่นางนวลสายลมมองอย่างลึกซึ้ง

จากนั้นหันหน้ากลับไปอย่างมุ่งมั่น

หางของมันเสียงดังลั่นฝ่าอากาศหวีดหวิวฟาดใส่ร่างของนางนวลสายลมที่เปราะบางแทบจะทนไม่ได้กระแทกนางออกไปพ้นจากระยะพลังชะตาที่สัตว์ประหลาดน่าเกลียดแบกรับอยู่

“อั้ก!” นางนวลสายลมกระอักโลหิตกระเด็นไปราวกับว่าวขาดลอยร่วงลงในที่ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตร

“โฮกกกก!”ดวงตาของสัตว์ประหลาดกลับมาแดงกระหายเลือดมันหยิบคัมภีร์อัญเชิญที่ลอยอยู่ด้านล่างขึ้นมาเทินไว้บนศีรษะใช้หัวคอและไหล่แขนดันขึ้นเต็มแรงเส้นเอ็นเส้นเลือดบนร่างสัตว์ปูดโปนน่าเกลียดและเริ่มปริแตกทำลายด้วยความเร็วอย่างเห็นได้ชัดมองเห็นมัดกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้อย่างชัดเจนที่สั่นสะท้านถูกบดขยี้ขณะที่นกนางนวลสายลมส่งเสียงร้องโหยหวน ภายใต้สายตาของเย่คงแลพวกเสวี่ยทันหลางสัตว์ประหลาดน่าเกลียดขยายร่างสูงถึง 60 70เมตรและภายใต้แรงกดดันของพลังชะตาสัตว์ประหลาดน่าเกลียดนี้รับน้ำหนักได้ถึงร้อยเมตร

ร่างทั้งหมดสีแดงฉาน

นี่ไม่ใช่รูปร่างและผิวหนังแต่เป็นการย้อมเลือดลงบนผิวหนังหลังจากเส้นเอ็นเส้นเลือดปริแตกฉีกขาด

เหมือนกับว่ามีน้ำตกสีเลือดไหลออกมาจากสัตว์ประหลาดอัปลักษณ์มันกัดฟันถือคัมภีร์อัญเชิญไว้ในฝ่ามือค้ำพลังชะตาที่มากกว่าร้อยเมตรด้วยความสามารถของตนเอง“ไม่ ไม่นะ” นกนางนวลสายลมกรีดร้องน้ำตาไหลพราก

นางพบว่าสัญญาถูกยกเลิก

เจ้าคนน่ารังเกียจเลือกเดินเส้นทางไปตามลำพังรับแรงกดดันในอากาศทิ้งให้นางไว้ตามลำพังตัวเองกลับท้าทายพลังชะตาอย่างโง่เขลา

ไม่!

นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการที่สุด!

เขาเป็นคนโง่โง่กว่านางเป็นร้อยเท่า  แต่ทั้งที่นางฉลาดทำไมนางถึงไม่อาจยอมรับจุดจบอย่างนี้ได้?

“อย่าคิดว่าจะทิ้งข้าไว้คนเดียวง่ายๆนักสิ,  เว้นแต่ข้ายินยอม  เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธข้า เจ้าคนโง่!”นางนวลสายลมกางปีกกระพือพยายามบินกลับไปหาเขาเหมือนก่อนเพื่อเริ่มทำสัญญากับอีกฝ่ายหนึ่งอย่างกระตือรือร้น

นางต้องการให้เขารู้ ว่าเขาปฏิเสธนางไม่ได้

ไม่มีสิทธิ์

มันเป็นเรื่องผิด

นางมักเป็นฝ่ายตัดสินใจเสมอ และความปรารถนาสุดท้ายของนางไม่ใช่รับการปกป้องจากเขา  นางไม่ต้องการรอสัญญาชีวิตชาติหน้านางต้องการตอนนี้และตลอดไป

นางจะไม่ยอมรอ นางกลัวอนาคตที่คาดเดาไม่ได้

ก็เหมือนกับการทำสัญญาทั่วไปที่นางได้ทำสัญญาอย่างมีความสุข และนางไม่สบายใจกับการถูกหักหลังนางเหมือนเป็นผู้ปกครอง

แน่นอนว่าในครั้งนี้นางตัดสินใจว่าไม่ว่าอย่างไรในอนาคตนางจะไม่มีทางยกเลิกสัญญา นางต้องการให้เขารู้ว่าบางคนไม่สามารถเสนอให้ผ่อนปรนสัญญาได้ บางคนไม่สามารถแก้ปัญหาให้นางได้ นางต้องการเป็นสมบัติที่รักไปตลอดชีวิต!

อย่างไรก็ตาม

เวลานี้นางไม่รู้สึกว่ามีการตอบสนองอีกต่อไป

ต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิงไม่มีความประหลาดใจและความสุขใจรออยู่ ตอนนี้ไม่มีอะไรนอกจากความมืดมนเงียบสนิทเหมือนตายมองเห็นคัมภีร์อัญเชิญขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอสูรอัปลักษณ์มีการเปลี่ยนรูปเล็กน้อยและเริ่มจางลงทีละน้อยและนางเห็นปีศาจอัปลักษณ์แบกพลังชะตามีเลือดทะลักออกมาตามตัวและตามหน้า  เลือดปนน้ำตาไหลมาตามใบหน้าที่น่าเกลียดทันที...เห็นม่านตาสีแดงขยายตัวพลังวิญญาณนับไม่ถ้วนเชื่อมโยงวิญญาณจริงนางนวลสายลมเข้าใจสามารถทำสัญญาได้โดยไม่ต้องรอให้เขาตอบสนอง

เพราะความอดทนและความรักของเขาทำให้เขาเคลื่อนหนีออกไป

วิญญาณของเขาหนีห่างออกไป

“ไม่, อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว!” นางร่ำไห้โหยหวนราวกับมีเลือดหยาดหยดในใจเจ็บปวดและสิ้นหวัง  “ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ทำตัวดื้อดึงอีก เจ้ากลับมาเถิดมาทำสัญญากันใหม่ อย่าทิ้งข้าไว้แบบนี้ ข้าไม่มีคนที่ชื่นชอบอีกแล้ว  ข้าไม่ต้องการคนรุ่นหลังอีกข้าต้องการเจ้าเท่านั้น ต่อไปข้าจะไม่ตีเจ้าอีก ข้าขอร้องเจ้า มาทำสัญญากันอีกครั้ง ข้าจะแบ่งปันชีวิตกับเจ้าอย่าทิ้งข้าไว้อย่างนี้ ข้าไม่ยอม!”

จบบทที่ ตอนที่ 1296 อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว