เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1293 ไม่ใช่มีพรสวรรค์ที่สุด แค่มีพรสวรรค์มากกว่า

ตอนที่ 1293 ไม่ใช่มีพรสวรรค์ที่สุด แค่มีพรสวรรค์มากกว่า

ตอนที่ 1293 ไม่ใช่มีพรสวรรค์ที่สุด แค่มีพรสวรรค์มากกว่า


ระเบียงเวลา

“ข้าต้องขอโทษจริงๆข้าอยากจะพาอาคันตุกะผู้มีเกียรติชมระเบียงเวลาและไปที่แดนล่มสลายแห่งทวยเทพแต่สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไปอู๋เสียจำเป็นต้องกลับหอทงเทียนเพื่อต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับสมาชิกครอบครัวจึงยังไม่อาจสนทนากับทุกท่านได้ชั่วคราว” เสวี่ยอู๋เสียคารวะด้วยมารยาทที่งดงาม โดยไม่รอให้กลุ่มร่างเงาโต้ตอบ นางย่างเท้าออกจากระเบียงเวลาร้อยปีลอยตัวและเปลี่ยนเป็นดาวหางหายในในมิติว่างเปล่า

เสวี่ยอู๋เสียไม่เพียงแต่ได้ยินเสียงเรียกทางใจของแม่สี่เท่านั้นแต่ยังติดต่อกับจักรพรรดิหัวซิ่วรี่ทางใจได้

ตอนนี้ถึงเวลาที่นางต้องกลับไปที่บันไดสวรรค์เพื่อช่วยเย่ว์หยางอย่างเป็นทางการ

แน่นอน

นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของแผนตอบโต้กลับ!

การแยกจากไปของเสวี่ยอู๋เสียทำให้กลุ่มเงาร่างตกใจและสงสัยก่อนที่พวกเขาจะสนองตอบได้ทัน นางก็หายไปแล้ว ถึงกระนั้นก็ตามด้วยการให้เกียรติต่อผู้แข็งแกร่งภายใต้การนำของจางไห่ พวกเขาคารวะตอบในเส้นทางที่เสวี่ยอู๋เสียจากไป

แม้ว่าจะไม่เห็นพลังที่แท้จริงของนางแต่เห็นภาพลักษณ์ของนางที่สามารถยืนหยัดต่อหน้านักสู้ระดับเทพจากแดนสวรรค์บนได้เสมอภาคกัน

นับว่าคู่ควรให้พวกเขาคารวะตอบ

นักสู้จากหอทงเทียนชื่ออู๋เสียที่มองเห็นแว่บแรกมีพลังระดับสามสิบเมตรความจริงนางเป็นยอดฝีมือระดับเทพที่สามารถฆ่าร่างเงาได้ทั้งหมด

เพียงแต่ไม่ทราบว่านางใช้วิธีใดซ่อนพลังความแข็งแกร่งไว้ลึกตบตาคนภายนอกได้

เขาคิดว่านางมีร่างเทพสูงสามสิบเมตร.... กลุ่มร่างเงาสื่อสารกันลับและได้บทสรุปว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าได้ในทันทีโดยไม่มีฝีมือระดับมือสังหารเทพ ดังนั้นอีกผลลัพธ์หนึ่งก็คือเด็กสาวที่ชื่ออู๋เสียเกรงว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงนั้น ยังแข็งแกร่งมากกว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มเงา  ไม่อย่างนั้นนางคงไม่กล้ามาคนเดียวและทำข้อตกลงกับทุกคนให้ดำรงความเป็นกลาง

บางทีสาวน้อยเสวี่ยอู๋เสียนี้เพิ่งจะเลื่อนเป็นนักสู้ระดับเทพนางไม่สามารถแสดงพลังเทพได้ถึงครึ่ง

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มร่างเงาทั่วไปจะเสียมารยาทต่อนางได้

ไม่ว่าจะเป็นแดนสวรรค์

หรือชาวแดนสวรรค์บน

ให้เกียรติผู้แข็งแกร่งนี่คือสัจธรรมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

“ตอนนี้จะเอายังไงดี?จะดูต่อ? หรือจะเดินหน้า?” เงาร่างเขียวหยวนเหย่ถามขึ้น

“เดินหน้าต่อ?  ไม่ไม่ไม่, ดูกันก่อน ในรอบเวลาร้อยปี หอทงเทียนเหลือนักสู้ระดับเทพเท่าใด?  นี่มันมากเกินไปแล้วในเวลาเพียงร้อยปีหอทงเทียนให้กำเนิดนักสู้ระดับเทพ ขณะที่แดนสวรรค์บนในรอบหมื่นปีนี้แทบจะไม่มี หากเราไม่เข้าใจเรื่องนี้การเดินทางของเราก็ไร้ประโยชน์เช่นกัน”ร่างเงาดำอู่หวินสะดุดใจศักยภาพของเด็กสาวสองคนภายใต้การแนะนำของเสวี่ยอู๋เสียในที่สุดก็รู้ได้ว่านักสู้ระดับเทพสองคน คนหนึ่งเป็นญาติของนางชื่ออี้หนานและอีกคนหนึ่งคือน้องสาวของเย่ว์ไตตันชื่อเย่ว์ปิง

เด็กสาวทั้งสองชื่ออี้หนานและเย่ว์ปิงแสดงให้เห็นว่าแม้จะมีลำแสงเทพไม่สูงมากนัก แต่ก็มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในหนึ่งวินาทีความก้าวหน้าของนางเท่ากับคนอื่นฝึกร้อยปี  พวกเขาผ่านโลกมามากยังไม่เคยได้ยินว่ามีสิ่งมีชิวตที่มีพลังเพิ่มขึ้นเร็วขนาดเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ยิ่งไปกว่านั้นเฉพาะร่างเทพทองของพวกนางมีศักยภาพสูงถึง300 เมตร

ตรงนี้เองทำให้อูหวินซึ่งมีศักยภาพสามเมตรรู้สึกอับอายมาก!  แม้แต่หยวนเหย่ที่มีศักยภาพดีที่สุดก็ยังสูงเพียง40 เมตร ต้องบอกว่าเป็นความกระทบกระเทือนใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเท่านี้!

“เราจะไม่สู้กับพวกหอทงเทียนการวางตัวเป็นกลางทำให้เราได้เข้ามาในระเบียงเวลาภายในแดนล่มสลายแห่งทวยเทพนี้เราไม่ต้องรีบ เราจะอยู่ที่นี่และดูให้ชัดเจน” เงาร่างเพลิงหัวซานเห็นด้วย

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เพียงอูหวินที่ได้รับแรงกระตุ้น

แม้ว่าจะเป็นนักสู้ระดับเทพแต่ศักยภาพในอนาคตมีเพียงห้าเมตรทำให้เขารู้สึกหดหู่

ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ต่อหน้าทุกคนเขาอยากกอดอูหวินร้องไห้ด้วยกัน..ในกลุ่มของเงาร่างนั้นทั้งตัวเขาและอูหวินนับว่าไม่อ่อนแอในช่วงเวลาสั้นๆ อาจมีคนที่มีศักยภาพมากกว่าส่วนจางไห่หัวหน้าในกลุ่มและแข็งแกร่งที่สุดรู้ตัวดีว่าศักยภาพในอนาคตคงไม่เพิ่มไปอีกแล้ว!

“อย่างนั้นเราจะดูเทพอื่นๆกัน!” เงาร่างเขียวฟ้าจางไห่ตัดสินใจสุดท้าย

ขณะนั้นเงากลุ่มสำนึกเทพของเงาร่างสำรวจประกายดาวทองที่สง่างามสองดวง

พลังแสงเจิดจ้าพิเศษกำลังจะมาถึง

กวาดฉายไปทั่วพื้นที่บริเวณ

จางไห่และพวกตกตะลึงกับภาพข้างหน้า

นี่คือคัมภีร์อัญเชิญระดับเทพสองเล่ม

พูดให้ถูกมันคือคัมภีร์เทพของเงาปีศาจนอกจากนี้ยังมีวิธีเอาตัวรอดได้

เป็นไปได้ยังไงที่ปรากฏภาพนักสู้ระดับเทพมีคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพสองเล่ม?ใครเป็นเจ้าของคัมภีร์ชั้นเทพสองเล่ม? และเขามีเงาปีศาจได้อย่างไร?ควรจะมีนักสู้ระดับเทพสองคนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือ?

คิดแล้วหาคำอธิบายไม่ได้และงงงวยมากขึ้นเป็นร้อยเท่า...หอทงเทียนมีเรื่องแปลกประหลาดขนาดนี้เชียวหรือ?

ตั้งแต่มาถึงที่นี่ก็เห็นแต่เรื่องไม่ปกติอยู่แล้วเย่ว์ไตตันไม่ใช่อัจฉริยะธรรมดาเหลือเชื่อมากแม้แต่ภรรยาและน้องสาวของเขาก็เป็นอัจฉริยะเช่นกัน ทำให้เห็นอิจฉาแทบบ้า  ดูเหมือนว่าที่นี่มีแต่คนไม่ธรรมดาเจ้ายิ่งมองมากเท่าใดก็ยิ่งค้นพบว่าผู้คนในหอทงเทียนแห่งนี้แปลกและลึกลับไปหมด

ภาพคัมภีร์เทพสองเล่มที่นี่เป็นตัวแทนของนักสู้ระดับเทพผู้แข็งแกร่ง

พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน

อย่างน้อย

ก็ไม่มีในแดนสวรรค์บน

“นักสู้ระดับเทพทั้งสองคนนี้ต้องมีอยู่จริงแต่เพราะเหตุผลบางอย่างกลับเลือกที่จะแสดงออกแต่เงาปีศาจเท่านั้น”ร่างเงาสีม่วงเหลยหมิงพยายามวิเคราะห์

“เทพทั้งสองนี้สามารถเปลี่ยนกฎในระเบียงเวลานี้ได้หรือไม่?มิฉะนั้นทำไมถึงแสดงภาพออกมาเป็นเช่นนี้? ไม่ยุติธรรมดเลย” หัวซานปฏิเสธที่จะยอมรับ

“ทำไมจะแสดงภาพอย่างนี้ไม่ได้เล่า?นั่นคือความจริง!”  เหลยหมิงแค่นเสียง

“อาจเป็นพลังของนักสู้ระดับเทพทั้งสองเกินกว่าที่เราจะสำรวจตรวจตราได้เราจึงมองไม่เห็นภาพที่แท้จริง นี่ยังเป็นไปได้มากกว่า!”  เงาสีฟ้าเขียวจากไห่พูดอย่างนี้ทำให้คนอื่นพูดไม่ออกหัวหน้ากลุ่มระดับเทพอย่างจางไห่ยังไม่เห็น ใครอื่นจะเห็นได้?

สุดท้ายต้องแข็งแกร่งระดับใดจึงจะตบตาเทพเจ้าได้?

พอคิดดูแล้วทุกคนอดหนาวสะท้านไม่ได้

ยอดเยี่ยม!

มีหลายอย่างมากเกินไปเป็นเรื่องเกินภูมิปัญญา  พวกเขามิอาจคิดมากไปมิฉะนั้นพวกเขาคงจะกลัวเป็นแน่!

พวกเขาละสายตาจากนักสู้ระดับเทพทั้งสองซึ่งแสดงภาพเป็นกฎสวรรค์สองเครื่องหมายกลุ่มเงาร่างเลือกเป้าหมายใหม่

ดาวทองนี้แปลกประหลาดมากราวกับว่าไม่ใช่เป็นการดำรงอยู่ของเทพแต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่มีเหตุผลใดกับการปรากฏที่นี่กลุ่มเงาร่างเทพนั้นสงสัยมีความเห็นพ้องต้องกันเตรียมจะสำรวจดูเป้าหมายใหม่

เมื่อพวกเขาใช้สำนึกเทพเพ่งดูดาวทองนี้

พลังเทพอย่างเดียวกันมาจากร่างเทพที่ต่างกันจากเทพสัญลักษณ์ดาวทองก่อนหน้านี้  พลังเทพนี้เป็นพลังที่มีศักดิ์ฐานะน่ากลัวมากแม้ว่าจะเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของสิ่งมีชีวิตไม่ใช่พลังโจมตีที่แท้จริง  แต่กลุ่มเงาร่างเทพนั้นรู้สึกได้ถึงความรู้สึกน่ากลัวในใจได้ยิ่งกว่านั้นพลังคำสาประดับเทพที่น่ากลัวแผ่ไปตามไขสันหลังยังกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ในพื้นที่คำสาปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ทุกคนต้องปากสั่นกรามค้างศีรษะเทพธิดาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางเฉพาะศีรษะนางไม่มีร่างก็มีความสูงมากกว่าสี่ร้อยเมตร

เมื่อกลุ่มร่างเงาเห็นพวกเขาอดคุกเข่าคำนับเทพธิดาผู้มีพลังคำสาปทำลายโลกและสวรรค์นี้ไม่ได้

เทพผู้ยิ่งใหญ่นี้แม้ว่าร่างกายจะไม่สมบูรณ์แต่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะตอแยพัวพันได้

เพื่อไม่ให้เป็นการก้าวล่วงพลังเทพผู้ยิ่งใหญ่เงาร่างเหล่านั้นรีบก้มหน้าถอนสำนึกกลับมาในอึดใจเดียว

แค่เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

กลุ่มเงาร่างนั้นรู้สึกเหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเทพผู้ยิ่งใหญ่นี้เป็นใคร แต่ทุกคนรู้ว่าอย่างหนึ่งแน่นอนว่านี่คือมหาเทพดึกดำบรรพ์ไม่เหมือนกับเทพในยุคปัจจุบันนี้  พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมมหาเทพโบราณนี้จึงผสานพลังร่วมกับนักรบหอทงเทียนสร้างนักรบระดับเทพในหอทงเทียนในรอบศตวรรษนี้  แต่เรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญนี่คือเทพที่ยิ่งใหญ่จริงๆ!

“มิน่าเล่าเราเทพรุ่นหลังถึงไม่รู้จักมหาเทพและล่วงเกิน”  หยวนเหย่ร่างเงาเขียวคารวะดาวทองสัญญลักษณ์นั้นทันทีกลัวว่าพวกเขาจะมีความเคารพไม่เพียงพอ

“ถ้ามหาเทพยังคงช่วยเย่ว์ไตตัน  อย่างนั้นตงฟางคงได้แต่ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา!” ร่างเงาดำอูหวินได้แต่รำพึง

“ถ้าเป็นอย่างนี้ตงฟางก็ไม่ใช่ตัวดีอยู่แล้ว นั่นเป็นเรื่องถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ” หัวซานรู้สึกดี

“พวกเจ้าต้องการดูอีกหรือไม่?”  ร่างเงาทองรู้สึกอยากดูอีกครั้งเผื่อจะมีเทพผู้แข็งแกร่งยิ่งกว่าอยู่เบื้องหลังอีก เพื่อเป็นการป้องกันตนเองเขาเลือกดูอย่างระมัดระวัง “หรือเราจะรอให้อู๋เสียกลับมาและดูตามคำเชิญของนาง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพเทพแห่งหอทงเทียน”

“เห็นว่าเด็กสาวอู๋เสียนั้นได้เชิญเราเข้าระเบียงเวลาอย่างเป็นทางการไว้ก่อนแล้วดังนั้นถือว่านางยอมรับเราตามธรรมเนียมแล้วอ่า..เพียงแต่เรารักษามารยาทและมีความเคารพ ข้าหมายถึงในกรณีที่พบเห็นมหาเทพเราควรจะนอบน้อม ไม่ควรทำตัวหยิ่งยโส” เงาร่างม่วงเหลยหมิงมองหัวหน้าจางไห่

“อย่างนั้นก็ดูต่อไป!”  ผู้เฒ่าจางไห่มองดูสหายและรู้จักสัจธรรมที่ว่าความสงสัยฆ่าแมวได้  เขาตัดสินใจติดตามความจริงต่อไป

ดาวทองดวงที่หกเป็นนักรบระดับเทพที่ซ่อนใบหน้าอยู่ในดวงดาว

ดูเหมือนว่าจะเป็นเทพสตรี

ลักษณะรูปร่างที่นางแสดงออกมาเป็นส่วนใหญ่จะเป็นรูปดาราจักรเนบิวลา  แม้จะมีอาการอื่นๆอยู่ด้วยแต่แอบซ่อนอยู่ในดาราจักรที่นางควบคุมดูแลแม้ว่านางจะลึกลับมาจนไม่สามารถเห็นลำแสงแสดงระดับพลังเทพที่ชัดเจนได้  แต่เงาร่างของนางนับว่าน่าเคารพเลื่อมใสเพราะลำแสงศักยภาพของนาง เงาร่างทองมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด เข้าใจว่ายังเหนือกว่าเด็กสาวที่ชื่ออี้หนานและเย่ว์ปิงทำให้เงาร่างเหล่านั้นรู้สึกงงงวย!

หัวซานและอูหวินพูดไม่ออก

หอทงเทียนมีพลังสร้างที่พิเศษหรือ?

ถึงได้มีอัจฉริยะผิดธรรมดาออกมาเรื่อย

ตัดสินใจถูกแล้วที่มาที่นี่

ต่อมาเป็นดาวทองดวงที่เจ็ดกลุ่มเงาร่างที่ชมดูต่อพบว่านี่คือสาวน้อย ‘อู๋เสีย’นางอยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก สิ่งที่แปลกก็คือลำแสงแสดงรัศมีเทพของนางสูงถึง 390เมตรอย่างไม่คาดคิด แต่ศักยภาพยังเหนือได้กว่านี้ ลำแสงรัศมีทั้งหมดรวมทั้งเงาปีศาจคาดว่าจะเพิ่มถึงระดับเก้าร้อยเมตรไม่ต้องพูดถึงคนที่มีรัศมีน้อยที่สุด  หัวซานผู้กล้าบ้าบิ่นที่สุดอูหวินและเหลยหมิงรู้สึกกลัวแทบปัสสาวะราดแม่นางอู๋เสียผู้นี้ซ่อนพลังที่แท้จริงไว้ถึงสิบเท่า ถ้าทุกคนผนึกพลังสู้กับนางป่านนี้คงถูกทำลายไม่เหลืออะไรแล้ว!

เมื่อทุกคนออกมาข้างนอกพวกเขานวดหัวใจอยู่ครึ่งนาทีก่อนจะเรียกความรู้สึกกลับมาเป็นปกติ

ความรู้สึกอัดอั้นหายใจไม่ออกถูกกำจัดออกไปบ้าง

นักสู้ระดับเทพที่ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งมากกว่าและไม่ได้ใช้พลังกดดันตอนนี้สาวน้อยอู๋เสียกลับคุยกับทุกคนอย่างสุภาพเหมือนกับผู้เยาว์คุยกับผู้ใหญ่ใครจะรู้กันว่านางมีพลังระดับเดียวกับมหาเทพในตำนาน

ยังดีที่รู้แต่เนิ่นๆ

ทุกคนที่ไม่แสดงความเคารพต้องแสดงความเคารพซ้ำอีก

เมื่อกลุ่มร่างเงามองดูดาวทองดวงที่แปดพวกเขาพบว่า หัวใจพวกเขาเกือบหยุดเต้น เพราะพวกเขารู้สึกกลัวเกินไป...  หอทงเทียนดูเหมือนจะมีประโยคที่ว่า ‘มิใช่มีพรสวรรค์มากที่สุด แค่มีพรสวรรค์มากกว่า!’

ตอนนี้พวกเขาเริ่มเข้าใจภาษิตนี้ชัดเจนมากขึ้น

เพราะที่อยู่ต่อหน้าพวกเขา คือทะเลแสงทะเลแสงจันทร์ในอากาศสว่างไสว

โดดเด่น

นักสู้ระดับเทพสองตนกำลังยืนอยู่

เทพตนหนึ่งเป็นอสูรพิทักษ์มีลำแสงเทพสูง300 เมตร และอีกตนหนึ่งเป็นดาวทองที่มีประกายเทพ

ไม่มีใครในกลุ่มเงาสามารถมองเห็นลำแสงเทพธิดาไม่มีใครมองเห็นภาพนางได้ชัดเจน ในเวลาไม่ถึงวินาทีทุกคนถูกเจตจำนงราชันย์ที่ไม่มีใดเทียบของนางขับออกมาจากทะเลแสงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะมองหน้านางและเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจร่างกายสง่างามของนางอย่างระมัดระวัง และพวกเขารู้สึกได้ว่าเทพธิดานี้เป็นเทพที่ทรงพลังที่สุดและฉลาดที่สุดนางมองเห็นทุกอย่างได้ในทันทีและมองเห็นสิ่งมีชีวิตได้ทั้งหมด

กลุ่มเงาร่างที่มองดูถูกพลังระเบิดออกมาทันทีที่มองดู

ทั้งหมดถูกขับออกมาจากทะเลแสง

อสูรพิทักษ์ที่เป็นเทพไปแล้วและลำแสงรัศมีเทพของอสูรศึกนั้นสูงถึง 300 เมตร นี่คือสิ่งมีชีวิตที่กลุ่มร่างเงามิอาจจินตนาการได้...รวมทั้งหัวหน้ากลุ่มอย่างจางไห่ ทุกคนคำนับและกล่าวขออภัยกับเทพผู้นั้น

“เทพผู้ยิ่งใหญ่ที่นี่แต่ละคนล้วนแข็งแกร่งกว่าใครทั้งนั้น เราจะดูต่อไปหรือเปล่า?”  เงาร่างเทพสีทองที่รัศมีอ่อนที่สุดเกือบร้องไห้

“ดูเถอะ  กลัวจนหัวใจวายตาย ดีกว่าตายอย่างงมงาย!” หัวซานชอบเสี่ยงทุกอย่างอยู่แล้ว

“ข้าก็จะดูด้วย!” อูหวินตัวสั่นแต่ก็สนับสนุนให้ดูต่อ

“หอทงเทียนมีเทพเจ้าลับซ่อนตัวอยู่มากมายเราจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานะของเราหรือไม่?” เงาเขียวหยวนเหย่เสนอหัวข้อนี้ให้ไตร่ตรอง ก่อนนั้นพวกเขาคงความเป็นกลางไว้เนื่องจากหอทงเทียนไม่สามารถต่อต้านตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปตอนนี้ปัญหาไม่ได้เป็นเช่นนั้น ดังนั้นเรื่องความเป็นกลางต้องเอามาไตร่ตรองกันใหม่

“อย่างนั้นถ้านักรบระดับเทพตนที่เก้าเป็นมหาเทพที่ทรงพลังอีกอย่างนั้น เราจะรับพิจารณาเรื่องนี้” เงาเขียวฟ้าจางไห่คิดจะทำบางอย่างเช่นกัน แม้ว่าแดนสวรรค์บนจะปลอดภัยลงมือทำการใหญ่บางอย่างก็ยากจะประสบผลสำเร็จ แต่ถ้าไม่ทำอาจต้องเสียใจไปทั้งชีวิต

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยากลองสำรวจและความรู้สึกในจิตใจที่ซับซ้อนพวกเขาค่อนข้างกระตือรือร้นเล็กน้อย และกลัวกับความไม่แน่นอนในอนาคตอยู่บ้างกลุ่มร่างเงาใช้สำนึกเทพตรวจดูดาวทองดวงที่เก้า

เพียงแค่เหลือบมอง

ทุกคนตะลึงงัน ตัดสินใจได้ทันที....

จบบทที่ ตอนที่ 1293 ไม่ใช่มีพรสวรรค์ที่สุด แค่มีพรสวรรค์มากกว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว