เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1289 เรียกร้องและทางเลือก

ตอนที่ 1289 เรียกร้องและทางเลือก

ตอนที่ 1289 เรียกร้องและทางเลือก


โลกพฤกษา บันไดสวรรค์ขั้นที่หนึ่งล้าน

เทพธิดาประกายจันทรากางแขนกางฝ่ามือ นางจดจ่อกับทุกสิ่งกำจัดความคิดที่กวนใจทำให้เสียสมาธิออกไปได้อย่างสมบูรณ์และฝึกพลังเทพราชันย์ด้วยตนเองรัศมีจันทราสาดส่องสว่างไสวปกคลุมไปทั่วโลกผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันรวมทั้งจื้อจุนและเย่ว์หยาง

นางใช้พลังเทพแสงจันทราที่สว่างไสวควบคุมอย่างนุ่มนวลราวกับสายไหมหรือม่านหมอก

แม้ว่าพลังเทพนี้ไม่มีทางที่จะทำร้ายจื้อจุนและเย่ว์หยางทั้งสองคนนี้  แต่นางก็ยังทำอย่างอ่อนโยนกว่าสายลมโชยและแสงจันทร์

ในขณะนั้นจิตใจของทั้งสองกำลังดื่มด่ำสะท้อนความเข้าใจในภายในไม่มีการรบกวนใดๆ แม้แต่การกระแอมไอหรือเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยให้ทั้งสองสามารถหลบหลีกจากโลกหยาบและผสานจิตวิญญาณ สร้างความเข้าใจร่วมกันโดยปริยาย

ด้วยการสะท้อนความคิดและสติปัญญาทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญผ่านการศึกษาที่ครอบคลุมมากที่สุด จื้อจุนเข้าใจอย่างชัดแจ้งถึงการฝึกฝนของเย่ว์หยางอย่างสมบูรณ์เย่ว์หยางค่อยๆ อ่านความรู้ของจื้อจุนได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ไม่มีอะไรที่เป็นความลับอีกต่อไป

ในขณะนี้ทั้งสองใกล้ชิดสนิทกันเหมือนกับแฝดที่อยู่ในครรภ์มารดาเดียวกัน

หัวใจทั้งสองดวงเต้นพร้อมกันและหัวใจสองดวงที่มีความแตกต่างกันกลับหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างไม่รู้จบในรูปแบบของการผสมผสานที่แปลกประหลาดเหมือนมีตัวตนอยู่ในกันและกันทั้งสองเข้าใจในขอบเขตที่แตกต่างกันสองภูมิปัญญาที่แตกต่างกันพัฒนาการในดินแดนขอบเขตที่แตกต่างกันต่างขยายภูมิปัญญาออกไปในสาขาต่างๆ วิญญาณทั้งสองดวงที่เกิดมาแตกต่างกัน มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันต่างยอมรับกันและกันเรื่อยไปจนกระทั่งพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์และไม่มีการแบ่งแยกอีกต่อไป

หน้าผากทั้งสองจรดกันบางครั้งก็จูบกันโดยไม่รู้ตัว

ไม่มีการจูบปากตวัดลิ้น

ไม่มีการหยอกเย้าเกี้ยวจีบแสดงความเจ้าชู้

ไม่มีการรุกล้ำเกินเลยปล่อยแค่จิตสำนึกและให้ธรรมชาติกำหนดการสัมผัสอย่างใกล้ชิดและสื่อสารมากขึ้นเท่าที่ทำได้

ในโลกวิญญาณที่รวมจื้อจุนและเย่ว์หยางเข้าด้วยกัน ทั้งสองเหมือนคู่รักที่โอบกอดเป็นหนึ่งไม่มีเสื้อผ้าปกปิดกายวิญญาณสีทองบริสุทธิ์ไม่มีใดเทียบทั้งสองได้รับการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ผ่านริมฝีปากมือร่างพร้อมกับใจดวงเดียวที่ไม่มีความแตกต่างอีกต่อไปในการฝึกฝนที่ผ่านมาเสวี่ยอู๋เสีย องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและสาวนางอื่นที่รักเย่ว์หยางอย่างลึกซึ้ง เพื่อบรรลุถึงขอบเขตวัตถุประสงค์พลังคู่รักอย่างสมบูรณ์แบบส่วนอย่างราชันย์ปีศาจใต้ ไห่หลาน ไป่ลู่พวกนางแม้ว่าจะกลายเป็นภรรยาเย่ว์หยางมีสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา แต่ผลที่ได้รับยังด้อยกว่าเล็กน้อยไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จของการฝึกพลังคู่รักได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ถ้านอกจากเสวี่ยอู๋เสียองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและสาวงามโล่วฮัวแต่เป็นบางคนที่ไม่จำเป็นต้องมีสัมพันธ์แบบคู่รักสามีภรรยาแต่พลังวิญญาณสามารถบรรลุถึงขั้นนั้นได้ก็คงมีแต่เย่ว์ปิงและเย่ว์หวี่

เพราะเย่ว์ปิงอนุญาตให้พี่ชายของนางชำระร่างและวิญญาณของนางนับครั้งไม่ถ้วนด้วยความเชื่อศรัทธาในพี่ชายอย่างไม่มีที่สุดไม่เคยคิดลังเลในการฝึกฝนรวมทั้งจิตใจนางไม่คิดเรื่องอื่นจมอยู่ในสภาวะฝึกฝนเท่านั้น

ขณะที่เย่ว์หวี่นางเองรู้ว่าการฝึกนี้เป็นเช่นไร

อย่างไรก็ตามเพื่อช่วยให้น้องชายนางเติบโตขึ้นในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด  นางละทิ้งความอายและแนวคิดโลกๆและทำทุกอย่างเพื่อให้น้องชายนางสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ตอนนี้จื้อจุนไม่เคยฝึกพลังคู่รักกับเย่ว์หยางมาก่อนเมื่อนางรุกล้ำเข้าไปในโลกวิญญาณครั้งแรกนางปล่อยตัวตนอย่างไม่มีเหนี่ยวรั้งสมบูรณ์แบบเพื่อการฝึกฝนพลังคู่รักผ่านจิตวิญญาณจริงๆอย่างยอดเยี่ยม

เพื่อให้เย่ว์หยางเป็นเจ้านายผู้ควบคุมพลังโชคชะตาในเวลาอันสั้นนางยังคงใช้สำนึกเป็นแนวทางในการส่งข้อมูลความรู้ที่ลึกซึ้งทั้งหมดในชีวิตให้เขา

ในกระบวนการนี้มีทั้งสุขและทุกข์ดีใจและเสียใจในชีวิตและจิตใต้สำนึกส่วนตัวทุกอย่างนั้นมีการแบ่งปันกับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จื้อจุนรู้ผลอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ถ้าเกี่ยงงอนจะยิ่งมีความลังเลมากขึ้น...เกี่ยวกับอนาคตหลังจากที่ทั้งสองคนฝึกพลังคู่รักแล้ว จะมีการพัฒนาต่อในที่สุดนางไม่มีเวลาพอจะคิด หรือบางทีนางไม่คิดถึงเลยแม้แต่น้อย

เขาอ่านนางทีละนิดผ่านกระบวนการฝึกฝนและนางก็เรียนรู้เรื่องของเขาในกระบวนการนี้มากขึ้นเช่นกันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขามากขึ้น ยกเว้นมีผู้พิทักษ์บางคนที่นางไม่สามารถสัมผัสถึงได้ทุกชีวิตต่างๆ รวมทั้งความรักความชังปรากฏแก่สายตานางราวกับตนเองมีส่วนร่วม

ปัง!

โลกของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ขยายออกไปเป็นพันเท่าทันทีโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เย่ว์หยาง

หลังจากถึงจุดสิ้นสุดของขอบฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็เป็นขีดจำกัด สุดระยะที่ที่ปัญญาของเย่ว์หยางนี้ไม่สามารถเข้าใจได้สมบูรณ์ความรู้ทั้งหมดหมดกลับมารวมตัวอยู่ที่เย่ว์หยางด้วยความเร็ว ก่อตัวเป็นวงแหวนแสงชั้นๆ

เย่ว์หยางกับจื้อจุน

จมดิ่งอยู่ในโลกการฝึกฝนพลังคู่รัก

เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นได้แต่สังเกตดูและรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ

มีพลังเทพสายหนึ่งที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นแต่ยังอยู่ มันปรากฏขึ้นทันที พลังที่แปลกประหลาดมหาศาลอยู่เหนือโลกแม้จะมีมากไม่ถึงครึ่ง อาจทำให้โลกพังทลายได้ทันทีถ้าในเวลาไม่กี่นาทีโลกไม่สามารถทนได้ก็อาจได้รับผลสะท้อนกลับทันที

พลังแห่งโชคชะตาที่วางอยู่บนโลกนี้เย่ว์หยางและจื้อจุนคาดไม่ถึงมาก่อน กระบวนการนี้เป็นไปอย่างเงียบๆเท่านั้นไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะหยุดหรือควบคุม

เมื่อการจัดวางสมบูรณ์โลกและชะตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งถูกแบกรับก็ถึงจุดสมบูรณ์แบบมากที่สุด

ทำให้ดวงจิตวิญญาณทั้งสองตกตะลึงเป็นระยะๆ

ต้องเป็นทักษะแบบใดจึงจะรองรับความสำเร็จนี้ได้?

ต้องเป็นความสามารถชนิดที่เย่ว์หยางตัดพลังยักษ์ชะตาส่วนหนึ่งของเขาและวางไว้บนโลกนี้เพื่อให้เทพควบคุมได้หรือไม่

อะไรกันแน่

ด้วยพลังเทพและปัญญานี้น่ะหรือ?

ไม่มีเวลาถามคำถามค้างคาในใจสายเกินกว่าจะเข้าใจความลึกลับมากขึ้นที่ทำให้ทั้งสองตกใจมากที่สุดคือความอดทนของโลก

หากพลังของยักษ์ชะตาที่เย่ว์หยางต้องการควบคุมในที่สุดนั่นคือที่ความสูงพันเมตรแค่นั้นก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนกระแสการต่อสู้และพลิกสถานการณ์ได้จากนั้นอสูรโลกที่เคยเป็นนักกินมาตั้งแต่กำเนิดไม่เคยมีการแสดงออกที่น่าทึ่งอัศจรรย์อะไรมาก่อน แต่ในเวลานี้เย่ว์หยางคาดไม่ถึงว่าด้วยพลังแห่งยักษ์ชะตาที่สูง 300 เมตร!

300 เมตร!

พลังของยักษ์ชะตาหนึ่งพันเมตรสามารถเพิกเฉยต่อผู้รุกรานหอทงเทียนอย่างตงฟางและนักรบแดนสวรรค์คนอื่นๆพลิกสถานการณ์การสู้รบทั้งหมด โลกที่เป็นนักอสูรนักกินมีขนาดสามร้อยเมตร ยิ่งกว่านั้นมันไม่มีสติปัญญา ไม่ใช่อสูรระดับเทพแต่กลับแบกรับพลังยักษ์ชะตาที่ขนาด300 เมตรนับเป็นปาฏิหาริย์ที่เหลือเชื่อ

ตำแหน่งข้างๆต่อมาก็คือเงาปีศาจที่อยู่กับเย่ว์หยางมาตลอดตั้งแต่เริ่มทำสัญญากับคัมภีร์

เงาปีศาจรองรับพลังยักษ์ชะตาที่ขนาด250 เมตรเพื่อเย่ว์หยาง

อสูรของเขาตัวแรก

อสูรพิทักษ์ตัวแรกของเขา

อสูรพิทักษ์อย่างอาหมันอาหงและเงาปีศาจยักษ์ที่ช่วยเพิ่มพลังในการต่อสู้ให้เย่ว์หยางเงาปีศาจถือกำเนิดตั้งแต่เย่ว์หยางทำสัญญากับคัมภีร์ครั้งแรกและกลายเป็นอสูรพิทักษ์ตนแรก ความสามารถในการรองรับพลังชะตาขนาดคือสองร้อยห้าสิบเมตรแต่โลกหรืออสูรโลกตอนนี้แบกรับได้ 300 เมตรนับว่าน่ากลัวมาก

แน่นอนว่าถ้าไม่มีการเปลี่ยนในภายหลังหัวใจของทั้งสองคงไม่ถึงกับตกใจอย่างหนัก

“ข้าก็พร้อมเช่นกันให้ข้าได้มีส่วนร่วมด้วยเถอะ! เราแบ่งปันพลังแห่งยักษ์ชะตาพันเมตร จะต้องมีความสำเร็จอย่างแน่นอน”เทพธิดาประกายจันทราควบพลังไว้นานแล้ว ตามคำแนะนำลึกลับที่ส่งผ่านมาจากอสูรโลก

นางต้องการช่วยแบกรับพลังยักษ์ชะตาให้เย่ว์หยาง

นั่นคือ 100 เมตร

ตราบเท่าที่พลังของยักษ์ชะตากระจายออกไปทุกคนจะต้องมาร่วมแบกรับคนละเล็กน้อยเพื่อเย่ว์หยางไม่อย่างนั้นจะแบกรับพลังยักษ์ขนาดเป็นกิโลเมตรเป็นไปไม่ได้เลย

ตอนนี้อสูรโลกทนรับได้ที่พลัง300 เมตร เงาปีศาจทนรับได้ 250 เมตรและยังมีเสี่ยวเหวินหลีที่เพิ่งออกมาและกำลังรวบรวมกำลังทั้งหมดเตรียมพร้อมรับแรงกดดันของยักษ์ชะตา...พลังยักษ์ชะตาที่ความสูงพันเมตรถูกทุกคนแบ่งกันแบกรับภาระแทนเย่ว์หยางในช่วงเวลาสั้นๆ เขาจะต้องเข้าใจการควบคุมพลังให้ได้ภายในสามวัน

จื้อจุนและเย่ว์หยางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้และวิญญาณของทั้งสองยังผสานกันเชื่อมโยงในขอบเขตการฝึกพลังคู่รัก

แต่โดยผ่านการพูดคุยทางจิตทั้งเย่ว์หยางและจื้อจุนสามารถเห็นได้

ในเวลานี้

มือวิเศษที่ไม่รู้จักและมองไม่เห็น

วางลงบนศีรษะของเทพธิดาประกายจันทราเป็นพลังของยักษ์ชะตาขนาดร้อยเมตร..  สิ่งที่น่าตกใจที่ทำให้เย่ว์หยางและจื้อจุนตกใจที่สุดคือเทพธิดาประกายจันทราซึ่งรับภาระแบกรับพลังยักษ์ชะตาร้อยเมตรกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจ็บปวดจนนางไม่สามารถยืดเอวได้ พลังเทพที่ปกป้องร่างเทพนางพังทลายไม่สามารถจะอยู่ในบันไดสวรรค์ขั้นที่ล้านพลังเทพส่งเสียงลั่นกึกก้องจนร่างนางแทบจะร่วงตกไปอยู่ใต้โลกพฤกษา

พลังยักษ์ร้อยเมตรที่เทพธิดาประกายจันทรานึกว่าด้วยเจตจำนงราชันย์จะใช้แบกรับได้แต่นางกลับทำไม่ได้

ภายแรงกดดันมหาศาล

แทบจะทำให้นางตายในทันที

พลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้แทบทำให้จิตใจของจื้อจุนและเย่ว์หยางแทบระเบิดพลังของยักษ์ชะตานั้นผิดธรรมดาจริงๆ หรือ?เทพธิดาประกายจันทราเป็นนักรบระดับเทพแล้วไม่สามารถรองรับพลังร้อยเมตรได้ขณะที่เงาปีศาจรับได้ถึง 250 เมตร อสูรโลกรับได้ 300 เมตร มีความผิดปกติตรงไหน?

ดังนั้นมือน้อยๆที่ละเอียดอ่อนของเสี่ยวเหวินหลีจึงรองรับพลังยักษ์ชะตาความสูง 380 เมตรแม้แต่เย่ว์หยางก็ไม่สามารถสงบใจได้

เขากับจื้อจุนตื่นจากการฝึกผสานพลังคู่รักพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

มองดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นข้างหน้าอย่างงงงวย

ปรากฏว่าปีศาจอสรพิษน้อยผู้นี้ไม่ธรรมดาที่สุด

หลังจากที่ทั้งสองคนตอบสนองพร้อมกันพวกเขาพบสิ่งที่น่าตกใจพลังความสูงที่ต้องแบกรับในปัจจุบันนั้นเกินหนึ่งกิโลเมตรคือ อสูรโลก 300 เมตรเงาปีศาจ 250 เทพธิดาประกายจันทรา 100 และสุดท้ายเสี่ยวเหวินหลี 380 รวมความสู้1030 เมตรไม่ใช่หรือ?เมื่อถึงระดับหนึ่งกิโลเมตรเย่ว์หยางน่าจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการควบคุมและทำความเข้าใจกับสิ่งที่ดึงดูดความเข้าใจและการเปลี่ยนแปลงตนเองทำไมถึงไม่มีการตอบสนอง?

ถ้าการแบกรับภาระไร้ประโยชน์มือลึกลับที่มองไม่เห็นจะไม่ทำเช่นนี้แต่หากมีประโยชน์ทำไมถึงไม่มีประสิทธิภาพเล่า?

เย่ว์หยางและจื้อจุนมองหน้ากันเอง

พวกเขาคิดถึงความเป็นไปได้ที่น่ากลัว...ปัง!

เทพธิดาประกายจันทราตกลงไปที่ขั้นที่ห้าแสนขั้นที่แสน ขั้นที่หมื่น และขั้นที่พันก็ยังไม่สามารถยืนได้จนกระทั่งร่วงลงไปถึงขั้นเริ่มต้น นางจึงสามารถแบกรับพลังยักษ์ชะตา 100 เมตรได้

จื้อจุนที่สื่อสารจิตกับเทพธิดาประกายจันทราไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้

ขณะที่นางกับเย่ว์หยางไม่รู้จะตอบสนองอย่างไรทันใดนั้นในหูของพวกเขาได้ยินเสียงไพเราะราวกับเสียงสวรรค์ดังขึ้นอย่างนุ่มนวล  “พวกเจ้าได้ยินหรือไม่? จงฟังอาเซียนพูดให้ดีๆทุกคำที่นางพูด พวกเจ้าต้องฟังอย่างระมัดระวัง จากนั้นจงทำตามคำขอของนาง!”

“ซานเอ๋อ,จื้อจุนหมิงซิน ตอนนี้พวกเจ้าอาจจะรู้แล้ว เฉพาะพลังยักษ์ชะตาสูงหนึ่งกิโลเมตรเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมพลังระดับเทพนิรันดรที่มีพลังอนันต์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเพราะเจ้ามีคัมภีร์อัญเชิญมากกว่าหนึ่งเล่ม เจ้ามีคัมภีร์เทพที่เป็นมิติดินแดนฝึกฝน แม้จะเป็นคัมภีร์ที่ใช้เพื่อบรรลุพลังเทพราชันย์  แต่จำเป็นต้องสร้างโลกนิรันดรก่อนมิฉะนั้นทันทีที่เลื่อนไปเป็นระดับเทพเจ้าจะติดอยู่ที่ระดับเทพปัจจุบันแค่นั้นไม่มีโอกาสก้าวหน้าต่อไป  ท่านพี่เคยทิ้งคำเตือนบอกข้าไว้หากซานเอ๋อต้องการความช่วยเหลือจากข้า ให้ข้าบอกความจริงได้...  ตอนนี้สิ่งที่ข้าต้องการบอกก็คือสิ่งที่ต้องดำเนินการไม่เพียงแต่พลังเทพยักษ์ชะตาสูงพันเมตรเท่านั้น นี่เป็นเพียงความพยายามในปัจจุบันของซานเอ๋อเจ้าแท้จริงนั่นเป็นการวางรากฐานให้เจ้าบรรลุในอนาคต ต้องสนองตอบต่อการเกิดโลกนิรันดร์ของคัมภีร์ทั้งสอง  หากมีมากกว่านั้น นั่นคือศักยภาพในการเติบโตระดับเทพในอนาคต!” แม่สี่ส่งเสียงไปยังโลกในจิตใจของเย่ว์หยางและจื้อจุน

“โอวพระเจ้า!” เย่ว์หยางแทบเป็นลม เขาไม่ได้เป็นเจ้าของคัมภีร์อัญเชิญสองเล่มแต่เป็นสามเล่ม และหนึ่งในนั้นเป็นคัมภีร์เทพที่เขายังไม่สามารถเข้าไปได้ เทพเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าจะต้องใช้พลังเทพชะตาสร้างโลกนิรันดรในนั้น

อย่างนั้นก็จบ

สิ่งที่เย่ว์หยางคิดตอนนี้ไม่ใช่วิธีเอาชนะตงฟางอีกต่อไป

การรองรับพลังของยักษ์ชะตาที่มากกว่าหนึ่งกิโลเมตรตราบเท่าที่เขาตั้งใจดึงดูดพลัง เขาจะสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์   การพลิกสถานการณ์ต่อสู้ได้ผลสรุปแล้วแต่ถ้าเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นในอนาคตอย่างมากก็มีพลังเท่ายักษ์ชะตาไม่ต้องพูดถึงศักยภาพของนักสู้ระดับเทพในอนาคต เขาจะพลาดเจตจำนงเทพราชันย์ไปด้วย

ความสำเร็จในการเป็นเทพจอมราชันย์เดิมทีก็ยากมากอยู่แล้ว

มิน่าเล่าเป็นเวลาพันๆปีถึงไม่มีใครสำเร็จระดับเทพจอมราชันย์ ไม่แปลกใจที่เหล่าเทพแท้ที่ขึ้นมาเป็นนักสู้ระดับเทพ จะติดอยู่ในพลังระดับเดิมเสมอความก้าวหน้าของพี่สาวแม่สี่ผู้สร้างโลกนิรันดรได้  นางมีความสามารถมากสามารถรองรับพลังมหาศาลได้แม้แต่พลังเทพก็ตาม

พร้อมกับได้รับฟังคำจากแม่สี่เย่ว์หยางเอาคัมภีร์เทพที่เป็นมิติดินแดนฝึกฝนไม่สามารถอัญเชิญออกมา

จิตวิญญาณของมันถูกส่งกลับมาที่เย่ว์หยางและจื้อจุนและโลกนิรันดร์แห่งการฝึกฝนที่เย่ว์หยางสร้างด้วยเจตจำนงของเขาไว้ในนั้น  ยักษ์ชะตาในนั้นมีความสูงสามพันเมตรแรงปะทะกลับนี้ ทำให้เย่ว์หยางมึนงงแทบตาย

จากนั้นคัมภีร์แรกในชีวิตที่เขาทำสัญญาเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประโยชน์มากที่สุดในชีวิตของเขาและการต่อสู้สม่ำเสมอของเขาอย่างน้อยมีพลังยักษ์ชะตาสูงห้ากิโลเมตร  เย่ว์หยางพูดไม่ออก เขาจะหาคนที่ใช้พลังยักษ์ชะตาสูงแปดพันเมตรได้อย่างไร? ต้องรู้ว่าเทพธิดาประกายจันทราทั้งที่เป็นนักสู้ระดับเทพยังไม่สามารถรองรับพลังได้ถึงร้อยเมตร ถ้าไม่ใช่เพราะเงาปีศาจอสูรโลกและเสี่ยวเหวินหลี หนึ่งกิโลเมตรก็เหลือทนแล้ว

จื้อจุนต้องการปลอบโยนเย่ว์หยางแต่เมื่อคัมภีร์เทพลึกลับออกมา นางไม่รู้จะปลอบโยนเย่ว์หยางอย่างไรเมื่อต้องใช้พลังชะตาสูงถึงหมื่นเมตร

นี่คือจำนวนตัวเลขที่น่าสิ้นหวัง

เย่ว์หยางฝึกฝนพยายามอย่างหนักในดินแดนมิติฝึกฝนได้มายังเห็นความคงอยู่เมื่อเทียบกับคัมภีร์เทพที่ลึกลับและคาดเดาไม่ได้เหมือนการดำรงคงอยู่ของเมฆหมอก  มีแต่เพียงเล่มของมันมันอยู่เหนือคำภีร์เทพในดินแดนฝึกฝีมือและคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เขาทำสัญญาและเรื่องที่ทำให้เย่ว์หยางโมโหที่สุดก็คือคัมภีร์เทพทำสัญญากับเขาแต่เขาไม่สามารถใช้มันได้แล้วเขาจะควบคุมพลังชะตาได้อย่างไร? มีเหตุผลรองรับเรื่องนี้หรือไม่? ในโลกก่อนหน้านั้นเวลาต้องการอาหาร อย่างน้อยช่วงเวลาสำคัญก็ยังสามารถแก้ปัญหาได้..  กฎเทพดั้งเดิมกลับไม่สามารถเรียกอัญเชิญได้

ครั้งนี้จบกัน

ตอนนี้เย่ว์หยางรู้สึกสมองพองโตเป็นสามเท่าเขาควรทำอะไรต่อไปดี?

จื้อจุนมึนงงเล็กน้อยแต่นางพยายามเต็มที่เพื่อปลอบโยนเขา  “ไม่มีความยากลำบากใดในโลกที่เอาชนะไม่ได้เราจะพยายามอย่างหนักและเผชิญหน้ากับมัน และเราจะต้องทำได้สำเร็จ!”

“การฝึกฝนการสร้างประสบการณ์และความเลื่อนระดับความก้าวหน้า ดูเหมือนว่าจะเป็นงานหนักของคนผู้หนึ่ง แต่ความจริงแล้วในเบื้องหลังไม่เคยเป็นหน้าที่ของใครโดยเฉพาะ  พี่สาวของข้าได้เตรียมการเอาไว้แล้ว แม้ว่าข้าจะไม่สามารถช่วยซานเอ๋อเจ้าให้เติบโตมาก่อนและในการทดสอบระดับนี้ ข้ากับซวงเอ๋อก็จะร่วมกันช่วยเจ้า  ทั้งนี้ข้าฮัวเซียนขอเรียกร้องส่งข่าวถึงญาติสนิทมิตรสหายที่น้องทุกคนทั้งบรรพบุรุษและผู้ใต้บังคับบัญชาของชนเผ่าทั้งหลายที่ได้ยินเสียงข้า  หากพวกท่านเต็มใจโปรดช่วยยืนหยัดแบกรับพลังเทพชะตาในอนาคตของซานเอ๋อซึ่งนั่นก็คือความรุ่งโรจน์ในอนาคตของทุกคน ตราบใดที่มีความลุกขึ้นยืนหยัดตราบนั้นอุปสรรคความทุกข์ยากลำบากมากมายก็จะผ่านพ้นไปได้ นั่นคือความรุ่งโรจน์ในอนาคตของลูกสามและของทุกๆท่าน หากทุกท่านได้ยินและมีความยินดีโปรดยืนขึ้นและปฏิบัติตามวิธีการลับที่ข้าฮัวเซียนจะกล่าวต่อไป  และด้วยความตั้งใจและความอดทนของทุกคนขอให้ทุกท่านร่วมแบกพลังชะตาแม้จะเป็นเพียงเล็กน้อยก็ตาม  ฮัวเซียนขอขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าไว้ในที่นี้”  เมื่อเสียงของแม่สี่ดังขึ้นในคราวนี้ไม่เพียงแต่ก้องอยู่ในใจของเย่ว์หยางและจื้อจุนเท่านั้น  แต่ยังรวมไปถึงญาติสนิทมิตรสหายกลุ่มชาติพันธุ์ที่รู้จักเย่ว์หยางและสนับสนุนเขาไม่ว่าจะอยู่ในการรบหรือทำสมาธิก็ตาม หรือหลับอยู่ก็ตาม พวกเขาล้วนได้ยินเสียงของเเม่สี่ชัดเจน

คำขอของแม่สี่นี้ถูกชักนำด้วยพลังของจักรพรรดิหัวซิ่วรี่(เย่เมิ่ง)

เย่ว์หยางรู้สึกปลาบปลื้มซาบซึ้งแทบหลั่งน้ำตาเขากำหมัดแน่นหลับตา พยายามสำรวมใจไม่ปล่อยอารมณ์ฟุ้งซ่านไปกับความปลาบปลื้มเกินไปจนสมาธิแตกซ่าน...  จักรพรรดินีราตรี องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน สาวงามโล่วฮัวจุ้ยมาวอี้และรวมทั้งตั่วตั่ว เจี้ยงอิง อิคคา เว่ยหลายและฮุยไท่หลางที่กำลังไล่กินทหารแดนสวรรค์อย่างเมามัน   เจ้าอ้วนไห่ เย่คง เสวี่ยทันหลางองค์ชายเทียนหลัว พี่น้องตระกูลหลี่ที่นอนหมดแรงอยู่กับพื้น แม้กระทั่งสาวทอเรนฟ่านหลุนเถี่ยทอเรนเลโอ เอลฟ์ลีน  ตวมทั้งอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าจุนอู๋โหย่ว ผู้เท่าเย่ว์ไห่ รวมทั้งเหล่าทหารที่อยู่ในสนามรบก็ได้รับรู้มารสัมฤทธิ์ฟ้าที่กำลังใช้กระบี่เทพวิถีกำศรวล จักรพรรดิมังกร จักรพรรดิใต้พิภพเหล่าสหายศึกอีกนับไม่ถ้วนในขณะนั้นต่างยื่นมือแบกรับพลังเทพชะตามคำแนะนำของแม่สี่

ตอนนี้ดูเหมือนทางเลือกของพวกเขา

จะสนับสนุนดีไหม?  หรือดูเย่ว์หยางล้มเหลวในการผ่านด่าน?

เพื่อเย่ว์หยางแล้วจะแบกรับพลังเทพชะตาเพื่อความสำเร็จในอนาคตของเขา นี่ก็เป็นทางเลือกของชีวิตไม่ใช่หรือ?

จบบทที่ ตอนที่ 1289 เรียกร้องและทางเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว