เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 128 - เมืองกองอั๋นแตกพ่าย! (ฟรี)

บทที่ 128 - เมืองกองอั๋นแตกพ่าย! (ฟรี)

บทที่ 128 - เมืองกองอั๋นแตกพ่าย! (ฟรี)


บทที่ 128 - เมืองกองอั๋นแตกพ่าย!

"ฆ่า!!"

เสียงโห่ร้องฆ่าฟันของทหารซีเหลงดังก้องฟ้า จนค่ายทหารซีเหลงทั้งค่ายสั่นสะเทือน

ครั้งนี้

แววตาของทหารซีเหลงปราศจากความลังเลหรือหวาดหวั่นอย่างที่เคยเป็น

พวกเขาได้รับคำสั่งจากเล่าบู๊แล้ว ว่าไม่ต้องออมมือให้เล่าปี่อีกต่อไป ในที่สุดพวกเขาก็สามารถลงมือได้อย่างเต็มที่ เปิดศึกกับเล่าปี่อย่างสุดกำลัง!

เสียงอาวุธปะทะกันผสมผสานกับเสียงคำราม เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด!

เล่าปี่และพวกถูกกลืนหายไปในทะเลเลือดในพริบตา...

เป็นตายไม่สำคัญ!

เป็นตายไม่สำคัญ!

นับจากวินาทีนี้ เล่าปี่ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป

เล่าปี่จะอยู่หรือตาย ก็ล้วนไม่เกี่ยวกับเขา

เล่าบู๊หันหน้าไปมองคนขับรถม้าบนรถศึก "ลงไป"

ลงไป?

คนขับรถชะงัก แต่ก็ตอบรับทันที "ขอรับ!"

คนขับรถกระโดดลงจากรถศึก

เล่าบู๊ดึงบังเหียนขึ้นมา บังคับม้ากลับหัวรถ "ย่ะ!~"

ฮี่!~

ม้าลากรถสี่ตัวลากรถศึกขนาดใหญ่ ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากค่าย

นายท่านจะไปไหน?

คนขับรถยืนงงมองดูเล่าบู๊ขับรถม้าออกจากค่ายซีเหลงไป

ไกลออกไป

แม่ทัพกังตั๋งต่างจ้องมองฉากการล้อมปราบเล่าปี่ตรงหน้าตาค้าง...

พวกเขาถูกกักบริเวณอยู่ในค่ายนี้มาเกือบเดือน แต่สถานการณ์นอกเมืองกองอั๋นกลับพลิกผันเกินความคาดหมายของทุกคนไปไกลโข

เดิมคิดว่าศึกกองอั๋นผลแพ้ชนะคงกำหนดแล้ว ใครจะคิดว่าเล่าปี่จะบุกทะลวงเข้ามาถึงในค่ายได้?!

เห็นๆ อยู่ว่าเล่าปี่กำลังจะพลิกเกม แต่เล่าบู๊กลับพลิกฝ่ามือสั่งล้อมเล่าปี่ กำหนดผลแพ้ชนะอีกครั้ง!

แม้แต่จิวยี่และคนอื่นๆ ที่ผ่านศึกมาครึ่งค่อนชีวิต ก็ยังต้องทึ่งกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบหน้าเมืองกองอั๋นนี้...

ทันใดนั้น

เสียงประหลาดใจของจิวท่ายก็ดังขึ้น "เล่าจื่อเลี่ยจะทำอะไรอีก?"

เล่าจื่อเลี่ยมีความเคลื่อนไหวอีกแล้ว?

จิวยี่และคนอื่นๆ หันไปมองตามสายตาของจิวท่ายโดยสัญชาตญาณ...

เขาจะออกจากค่าย?!

แม่ทัพกังตั๋งมองดูร่างของเล่าบู๊ที่กำลังออกจากค่าย ต่างพากันตกตะลึง:

"ในค่ายรบกันขนาดนี้ เล่าปี่กำลังจะตาย เขาไม่สนใจแล้วหรือ?"

"เขา เขาจะทำอะไร?"

"ขับรถออกจากค่าย เขาจะ... เขามุ่งหน้าไปที่เมืองกองอั๋น!"

...

วู่ว!~

บนกำแพงเมืองกองอั๋น ลมกรรโชกแรง

ธงใหญ่ตัว "เล่า" ของเล่าปี่ โบกสะบัดอย่างเกรี้ยวกราด!

"นายท่านเขา เขาชนะคุณชายใหญ่แล้วหรือ?!"

"ต้องชนะแล้วแน่ๆ! พวกเจ้าไม่เห็นหรือเมื่อครู่นี้? นายท่านนำทหารม้าสองพันนายไล่ล่าคุณชายใหญ่ ไล่จนคุณชายใหญ่หนีหัวซุกหัวซุนกลับเข้าค่ายไปแล้ว!"

"ใช่แล้ว! ทหารของคุณชายใหญ่อยู่ในสนามรบข้างนอกหมด ในค่ายว่างเปล่า ไร้ทหารคุ้มกัน คุณชายใหญ่ต้องเสร็จนายท่านแน่!"

"แต่เมื่อกี้ข้าเห็นทหารซีเหลงในสนามรบ ต่างพากันกรูเข้าไปที่ค่ายทหารกันหมด..."

"พวกมันกลับเข้าค่ายแล้วจะทำอะไรได้? นายท่านเป็นพ่อแท้ๆ ของคุณชายใหญ่ ใครจะกล้าแตะต้องนายท่าน?"

"เฮ้อ นายท่านชนะก็ดี คุณชายใหญ่ชนะก็ช่าง สุดท้ายเนื้อก็ต้องเปื่อยอยู่ในหม้อของพวกเรานี่แหละ..."

บนกำแพงเมือง

ทหารต่างซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กัน

ฉากเมื่อครู่ในสนามรบ พวกเขาเห็นกันหมด เล่าปี่นำทหารม้าสองพันบุกทะลวงทัพซีเหลงนับหมื่น ไม่มีใครกล้าขวาง

แถมยังไล่ตามคุณชายใหญ่ บีบจนคุณชายใหญ่ต้องหนีเข้าค่าย!

ศึกนี้

เล่าปี่ต้องชนะแน่!

ฟังทหารคุยกัน ขงเบ้งที่ยืนอยู่ข้างๆ กำพัดขนนกแน่น ไม่พูดไม่จา

นายท่านชนะแล้วจริงหรือ...

ใช่

ทหารซีเหลงเกรงใจสถานะของนายท่านกับคุณชายใหญ่ จึงไม่กล้าลงมือหนัก

นายท่านก็ไล่ต้อนคุณชายใหญ่จนมุม บีบให้คุณชายใหญ่ต้องหนีเข้าค่ายจริงๆ

แต่คนอย่างเล่าบู๊ เป็นคนที่ยอมอดทนไม่โต้ตอบจริงหรือ?

เล่าบู๊จะยอมให้เล่าปี่จับตัวไปง่ายๆ เพราะเห็นแก่ความเป็นพ่อลูกจริงหรือ?

เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

นายท่านบีบคั้นเล่าบู๊ขนาดนี้ ถ้าเล่าบู๊หมดความอดทนขึ้นมา เกรงว่า...

ขงเบ้งยืนเหม่อลอย

ทันใดนั้น

เสียงอึกทึกก็ดังขึ้นข้างหู:

"มีคนออกจากค่ายซีเหลงแล้ว!"

"นั่นมันรถศึกของคุณชายใหญ่! คนบนรถคือ คือคุณชายใหญ่?!"

"แล้วนายท่านล่ะ? ทำไมไม่เห็นนายท่าน?!!"

นอกค่ายทหารซีเหลง

รถศึกคันหนึ่ง

ค่อยๆ แล่นออกมาจากประตูค่าย

บนรถมีเพียงเงาร่างที่คล้ายเล่าบู๊เพียงคนเดียว

นอกจากร่างนั้น

ก็ไม่มีใครอื่นอีก

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเล่าปี่

ความจอแจบนกำแพงเมืองเงียบกริบลงทันที ผลแพ้ชนะของศึกนี้ ปรากฏออกมาแล้ว...

ขงเบ้งมองดูเงาร่างที่ขับรถม้านั้น เขาก็เข้าใจทุกอย่าง

ร่างของมังกรหลับทรุดฮวบ มือยันกำแพงเมืองไว้ถึงพยุงตัวอยู่ได้ แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องลงบนร่างของขงเบ้ง แต่กลับไม่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นแม้แต่น้อย

เขาเงยหน้าขึ้น

แสงอาทิตย์เจิดจ้า บาดตาจนน้ำใสๆ ไหลซึมออกจากหางตา "อนิจจา..."

"อนิจจา ลิขิตสวรรค์ไม่อยู่ข้างนายท่าน!"

...

...

"เร็ว! เร็วเข้า!"

"เล่าปี่ไล่เข้าไปในค่ายแล้ว ไปช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์!"

"บัดซบ! ข้าบอกแล้วว่าอย่าออมมือให้เล่าปี่ พวกเจ้าก็มัวแต่เกรงใจเรื่องจารีตประเพณีอะไรนั่น ในสนามรบมีเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ที่ไหน?!"

"ครั้งนี้ต่อให้โดนนายท่านสั่งตัดหัวทีหลัง ข้าก็จะไม่ยอมออมมือให้ไอ้เล่าหูโตนั่นอีกเด็ดขาด!"

"..."

ตึง ตึง ตึง!~

ในสนามรบ

ทหารซีเหลงดำทะมึน ราวกับเมฆดำจากขอบฟ้า บ้าคลั่งพุ่งตรงไปยังค่ายทหาร

ศึกนี้กองทัพซีเหลงระดมพลนับหมื่น ก่อนหน้านี้ที่ตามเล่าบู๊กลับเข้าค่าย ก็เป็นเพียงทหารส่วนหนึ่งที่อยู่ใกล้ค่ายเท่านั้น

ทหารส่วนใหญ่ยังคงกระจายอยู่ทั่วสนามรบเพราะการบุกทะลวงของเล่าปี่

ทันใดนั้น

ทหารที่วิ่งอยู่หน้าสุด

ค่อยๆ หยุดลง

ทหารที่รีบรุดกลับค่ายจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ชะลฝีเท้าลง...

ทหารข้างหลังที่กำลังวิ่งมา ต่างก็หยุดชะงักโดยไม่รู้ตัว

"เกิดอะไรขึ้น?"

"หยุดทำไม? พวกเจ้าจะไม่สนใจความปลอดภัยของนายท่านหรือ?"

"ถ้าหากนายท่านเขา... นะ นายท่าน?"

ในสนามรบ เงียบสงัด

ครืน ครืน ครืน~

รถศึกคันหนึ่ง ค่อยๆ แล่นออกมาจากประตูค่าย

นั่นคือรถศึกของนายท่าน

นายท่าน ขับรถศึกออกมาจากค่ายด้วยตัวเอง!

ทุกคนจ้องมองภาพตรงหน้าตาค้าง...

เห็นชัดๆ ว่าเล่าปี่นำทหารม้าพันกว่านาย ไล่ตามเข้าไปในค่าย แล้วเล่าปี่ล่ะ?

หลายคนยังไม่ทันตั้งตัว แต่คนจำนวนมากเริ่มตาเป็นประกายแล้ว ศึกนี้รู้ผลแพ้ชนะแล้ว เกรงว่าเล่าปี่คงไม่ได้ออกมาจากค่ายแล้ว ต่อไปนายท่านต้อง...

ครืน ครืน ครืน~

เล่าบู๊ขับรถศึกโดยไม่หยุดชะงัก มุ่งหน้าไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน ตรงไปยังเมืองกองอั๋น

"หลีกทาง! รีบหลีกทาง!"

"อย่าขวางทางนายท่าน!"

พรึ่บ!~

ทหารซีเหลงที่เดิมทีซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขวางอยู่ในสนามรบ ราวกับคลื่นยักษ์ที่ถูกผ่าแยกออกจากตรงกลาง...

ถนนกว้างใหญ่สายหนึ่ง ปรากฏขึ้นตรงหน้าเล่าบู๊

วู่ว!~

ลมหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิ พัดกรรโชกอย่างบ้าคลั่ง

พัดธงใหญ่ตัว "เล่า" บนรถศึก ให้โบกสะบัดปลิวไสว

ธงใหญ่นั้น

ใกล้เมืองกองอั๋นเข้าไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ

พรึ่บ!~

ที่ที่ธงใหญ่ผ่านไป ทหารเบื้องหน้าต่างพากันหลีกทางออกไปสองข้าง

ทหารทุกคนหลีกทางให้

แต่ก็พากันกลับมารวมตัวกันอยู่ข้างหลังเล่าบู๊

มองไปไกลๆ

เหมือนกับคลื่นทะเลสีดำทมึน

ผลักดันรถศึกของเล่าบู๊ให้เดินหน้าต่อไป เดินหน้าต่อไป!

จนกระทั่งดันเล่าบู๊ ไปถึงใต้กำแพงเมืองกองอั๋น!

...

ใต้เมืองกองอั๋น!

ทหารกองอั๋นหมื่นกว่านายที่ตามเล่าปี่ออกจากเมือง ยืนทำอะไรไม่ถูกมองดูรถศึกที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้

ข้างหลังรถศึก

ทหารที่ถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์

กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่นั้น

แทบจะกดทับจนพวกเขาหายใจไม่ออก!

ทหารหมื่นกว่านายนี้ตามเล่าปี่ออกจากเมืองมาสู้รบ แต่นึกไม่ถึงว่าเล่าปี่จะถูกคำพูดของเล่าบู๊ยั่วยุจนขาดสติ นำทหารม้าสองพันบุกทะลวงเข้าไปในกองทัพซีเหลงเสียเอง

ทหารเหล่านี้ไม่ได้รับคำสั่งจากเล่าปี่ จะสู้ก็ไม่ได้ จะถอยก็ไม่ได้ ได้แต่ยืนรอกคำสั่งอยู่ที่เดิมอย่างกระอักกระอ่วน

แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้...

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เล่าปี่คงส่งคำสั่งมาให้พวกเขาไม่ได้แล้ว

ครืน ครืน ครืน~

มองดูรถม้าศึกของคุณชายใหญ่ที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทหารหมื่นกว่านายทำตัวไม่ถูก:

"นี่ นี่จะทำอย่างไรดี?"

"คนที่กลับมาไม่ใช่ท่านเล่าปี่ แต่เป็นคุณชายใหญ่ งั้นก็แปลว่า..."

"นายท่านแพ้แล้ว!"

"แต่ แต่เมื่อกี้เห็นชัดๆ ว่านายท่านไล่ตามคุณชายใหญ่เข้าไปในค่าย..."

"เฮ้อ ตอนนี้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว"

"ก่อนหน้านี้ขุนนางทั้งเมืองก็จะพาคุณชายอาเต๊าไปยอมจำนนอยู่แล้ว แต่จู่ๆ นายท่านก็กลับมา แต่พอนายท่านกลับมา ก็ยังสู้คุณชายใหญ่ไม่ได้อยู่ดี บางที... เมืองกองอั๋นอาจจะคู่ควรกับคุณชายใหญ่ นี่คงเป็นลิขิตสวรรค์!"

ทหารหมื่นกว่านายนอกเมือง กระซิบกระซาบกัน

ฮี่!~

ม้าสี่ตัวที่ลากรถศึกของเล่าบู๊ มาถึงตรงหน้าทหารเหล่านี้แล้ว เสียงวิพากษ์วิจารณ์เงียบลงทันที เหลือเพียงเสียงล้อรถศึกที่ยังดังอยู่

ระยะห่างระหว่างรถศึกกับทหารหมื่นกว่านาย ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เล่าบู๊ถึงกับมองเห็นใบหน้าของทหารที่ยืนอยู่หน้าสุดได้อย่างชัดเจน...

แต่เล่าบู๊ขับรถศึกโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแม้แต่น้อย "หลีก!"

เสียงของเล่าบู๊ไม่ดังมากนัก

แต่กลับดูเหมือนมีพลังอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน

สิ้นเสียง...

พรึ่บ!~

ทหารกองอั๋นหมื่นกว่านายที่ขวางอยู่ข้างหน้า ถอยฉากออกไปสองข้างโดยไม่รู้ตัว

ครืน ครืน ครืน~

รถศึกของเล่าบู๊ไม่หยุด

ทหารกองอั๋นที่เดิมทีขวางอยู่ข้างหน้า ราวกับคลื่นที่ม้วนตัวอย่างรวดเร็ว ถอยห่างออกไปสองข้างด้วยความเร็วสูง

จนกระทั่งสะพานแขวนที่แขวนอยู่กลางอากาศเหนือคูเมือง ปรากฏขึ้นในสายตาของเล่าบู๊

ลมแรงขึ้น

เล่าบู๊กำบังเหียนนิ่ง ยังคงรักษาความเร็วที่ไม่ช้าไม่เร็ว มุ่งหน้าต่อไป ราวกับมองไม่เห็นทางตันข้างหน้า

บนรถศึก เล่าบู๊: "วางสะพานแขวน..."

ตึง!~

ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ก่อนที่เล่าบู๊จะไปถึงริมคูเมือง สะพานแขวนอันหนักอึ้งก็ถูกปล่อยลงมาโครมใหญ่

ล้อรถหนาหนักบดทับไปบนแผ่นไม้สะพาน

เกือกเหล็กของม้าสี่ตัว

ย่ำลงบนไม้กระดาน

ธงตัวเล่าบนกำแพงเมือง กับธงตัวเล่าบนรถศึก เผชิญหน้ากัน

ข้างหลังรถศึก

ทหารซีเหลงและทหารรักษาเมืองกองอั๋นที่แน่นขนัด ยืนอยู่รวมกัน

พวกเขาเป็นสักขีพยาน ว่ารถศึกของเล่าบู๊มุ่งหน้าสู่ประตูเมืองกองอั๋น มุ่งหน้าสู่ศูนย์กลางของสี่หัวเมืองเกงจิ๋วใต้!

หน้ารถศึก

เล่าบู๊จ้องมองประตูเมืองที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คืนหิมะตกคืนนั้น เขาออกจากเมืองกองอั๋นผ่านประตูนี้ จึงได้มีเล่าบู๊ในวันนี้

บัดนี้

เขาเล่าบู๊กลับมาแล้ว!

เขาจะกลับเข้าเมืองกองอั๋นผ่านประตูเดิมนี้อีกครั้ง

สิ่งที่เขาสูญเสียไปในเมืองกองอั๋น สิ่งที่เป็นของเขา เขาจะทวงคืนกลับมาให้หมด!

เล่าบู๊ไม่ได้เอ่ยปาก แต่ประตูเมืองเริ่มสั่นสะเทือน

แอ๊ด~

รอยแยกเล็กๆ

ค่อยๆ เปิดออกจากประตูเมือง

แสงแดดสีทอง

ส่องผ่านรอยแยกนั้น ตกกระทบลงบนรถศึกของเล่าบู๊

รอยแยกนั้นกว้างขึ้นเรื่อยๆ กว้างขึ้นเรื่อยๆ...

ครืน!~

ประตูเมืองกองอั๋นที่ปิดตายมาเกือบเดือน เปิดอ้าออกต้อนรับเล่าบู๊อย่างเต็มที่

แสงแดดอันเจิดจ้าที่ส่องออกมาจากในเมืองกองอั๋น ห่อหุ้มเล่าบู๊ไว้จนหมดสิ้น...

เมืองกองอั๋นแตกแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 128 - เมืองกองอั๋นแตกพ่าย! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว