เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 - เล่าจื่อเลี่ยรังแกแม่หม้ายลูกกำพร้า! (ฟรี)

บทที่ 100 - เล่าจื่อเลี่ยรังแกแม่หม้ายลูกกำพร้า! (ฟรี)

บทที่ 100 - เล่าจื่อเลี่ยรังแกแม่หม้ายลูกกำพร้า! (ฟรี)


บทที่ 100 - เล่าจื่อเลี่ยรังแกแม่หม้ายลูกกำพร้า!

กังตั๋ง เมืองเกียนเงียบ

ภายในห้องโถงจวนอู๋โหว เงียบสงัด

มีเพียงกลิ่นหอมจากเครื่องหอมชั้นดี ลอยเป็นควันจางๆ อบอวลไปทั่ว

ทุกคนยังคงจมอยู่ในความตกตะลึงเมื่อครู่

ไม่ว่าจะเป็นการที่สิบสองขุนพลและโลซกชี้ตัวจากภาพวาดเล่าบู๊ หรือการที่ท่านอาเล่าชี้หน้าตัวเอง ให้เหล่าขุนพลเปรียบเทียบกับหน้าเล่าจื่อเลี่ย

ลึกๆ แล้ว ต่างก็ยืนยันความจริงข้อหนึ่ง...

เล่าจื่อเลี่ยแห่งซีเหลง คือลูกชายคนโตของเล่าปี่จริงๆ!

บนบัลลังก์ประธาน ซุนกวนสูดหายใจลึก กำลังจะเอ่ยปาก

ตึก ตึก ตึก~

ทันใดนั้น ข้าราชการผู้น้อยคนหนึ่งก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องโถง "ท่านอู๋โหว! ข่าวด่วนจากฝั่งเหนือ..."

ฝั่งเหนือ?

หรือว่าจะเป็นซีเหลง?!

แทบจะพร้อมกัน

สายตาของทุกคนในห้องโถง จับจ้องไปที่ข้าราชการผู้นั้น

ข้าราชการ "ข่าวด่วนฝั่งเหนือ! โจเมิ่งเต๋อลงใต้อัญเชิญราชโองการ ฮ่องเต้มีราชโองการสมรสพระราชทานให้เล่าจื่อเลี่ยกับองค์หญิง!"

ฮ่องเต้สมรสพระราชทานให้เล่าจื่อเลี่ยกับองค์หญิง?!!

ตูม!~

ชั่วพริบตา หัวใจทุกคนเหมือนโดนทุบอย่างจัง!

ขุนนางและแม่ทัพในห้องโถง ต่างอ้าปากค้าง นี่ นี่เป็นไปได้อย่างไร?!

ซุนกวนลุกพรวด "เรื่องนี้จริงเท็จประการใด? สายสืบได้ข่าวมาจากไหน?"

ข้าราชการ "ยืนยันแล้วขอรับ สายรายงานว่า เล่าจื่อเลี่ยไปรับราชโองการที่ซงหยงด้วยตนเอง พอกลับมาก็สั่งให้ทหารม้าชูราชโองการสมรสวิ่งประกาศไปทั่วเมือง ตอนนี้ชาวเมืองซีเหลงไม่มีใครไม่รู้เรื่องนี้!"

ชูราชโองการสมรสวิ่งประกาศไปทั่วเมือง...

เล่าเหี้ยนเต๊กหน้าซีดเผือด ตาลอย

งานแต่งของเจ้าลูกสัตว์นั่น ถึงกับได้รับความเห็นชอบจากฮ่องเต้จริงๆ แล้วงานแต่งนี้ ตนจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ จะมีประโยชน์อะไร?

ตนเองจะเอาเรื่องความกตัญญู เรื่องจารีตประเพณีไปกดดันเล่าบู๊ก็ไม่ได้แล้ว ราชโองการฮ่องเต้คือจารีตที่ใหญ่ที่สุด!

แปะ~

เสียงของหล่นกระทบพื้นดังเข้าหูเล่าปี่ นั่นคือเสียงมือที่ถือพัดขนนกของขงเบ้ง ร่วงตกลงบนโต๊ะอย่างหมดเรี่ยวแรง

อาจารย์ฮกหลงตอนนี้สมองวิ้งไปหมด เหม่อลอยไปชั่วขณะ...

คุณชายใหญ่ผู้นี้ช่างมีลูกเล่นแพรวพราว ถึงกับไปเอาราชโองการจากฮ่องเต้มาได้!

มีราชโองการฉบับนี้ คนทั่วหล้าที่คิดจะคัดค้านงานแต่งนี้ คงโดนตบหน้าฉาดใหญ่

มีฮ่องเต้หนุนหลัง งานแต่งทางซีเหลงต่อให้ไม่มีคำรับรองจากนายท่าน ไม่มีคำรับรองจากกังตั๋ง แล้วจะทำไม? ขอแค่ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นยอมรับงานแต่งนี้ ใต้หล้านี้ใครจะกล้าไม่ยอมรับ?!

"ท่านอู๋โหว! ท่านแม่ทัพทั้งหลาย! ข้าคิดว่า ตอนนี้ทุกท่านคงเห็นชัดเจนแล้ว..." ขงเบ้งตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขาต้องฉวยโอกาสทุกอย่าง ดึงกังตั๋งมาอยู่ข้างนายท่านให้ได้

"มีราชโองการสมรสพระราชทาน งานแต่งที่เล่าบู๊ไปชิงมานี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้กังตั๋งและท่านอาเล่าพยักหน้ายอมรับแล้ว..."

"ข้าขอให้ทุกท่านลองคิดดู ตอนนี้โจโฉเชิดชูฮ่องเต้เพื่อบัญชาเหล่าขุนนาง ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะออกราชโองการฉบับนี้ได้อย่างไร?"

"ราชโองการสมรสนี้ ต้องเป็นความต้องการของโจเมิ่งเต๋อแน่! เล่าบู๊ต้องไปเข้ากับโจเมิ่งเต๋อแล้วแน่นอน!"

คำพูดของท่านอาจารย์ขงเบ้ง ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงทีละคำ

ซุนกวน โลซก และจิวยี่ งงเป็นไก่ตาแตกไปแล้ว

ตอนแรกพวกเขาสามนายบ่าวแอบคุยกันในห้องหนังสือ วางแผนจะยึดเมืองหับป๋า แทงกั๊กสองฝั่ง ให้กังตั๋งได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง ตอนนี้แผนพังไม่เป็นท่า

เดิมทีความสัมพันธ์ระหว่างเล่าปี่กับเล่าบู๊ พวกเขาก็ยังไม่เคลียร์

ตอนนี้เล่าบู๊ยังยืมมือโจโฉเอาสมรสพระราชทานมาได้ แทบจะแสดงออกชัดเจนว่าแอบมีใจให้โจโฉ!

สถานการณ์ยุ่งเหยิงไปหมด ตอนนี้ กังตั๋งไหนเลยจะกล้าลงเดิมพันง่ายๆ?

ซุนจงเบาท์หน้าตาเคร่งเครียด เหมือนตัดสินใจเรื่องยากลำบาก เขาหันไปมองเล่าปี่ "ท่านอาเล่า เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากเล่าจื่อเลี่ยแห่งซีเหลง..."

จดหมายจากเล่าบู๊?

สายตาของเล่าปี่และขงเบ้ง พุ่งไปที่อู๋โหวทันที

โลซกกับจิวยี่ชะงัก วันก่อนพวกตนต่างหากที่ส่งจดหมายไปหาเล่าจื่อเลี่ย ชวนเขาตีเกงจิ๋วใต้ ไม่ยักกะรู้ว่าเล่าจื่อเลี่ยส่งจดหมายมากังตั๋งด้วย?

เสียงของซุนกวนยังคงดังต่อ "เล่าจื่อเลี่ยบอกในจดหมายว่า เขาอยากแต่งงานกับน้องสาวข้า ยินดีจะยกเมืองหับป๋าให้กังตั๋งเป็นสินสอด..."

"และ เขาต้องการให้กังตั๋งร่วมมือกับเขา ตีสี่หัวเมืองเกงจิ๋วใต้ของท่านอาเล่า เอาสี่หัวเมืองเกงจิ๋วใต้เป็นสินเดิมของน้องสาว!"

"เรื่องนี้ กังตั๋งยังไม่ได้ตอบตกลง..."

นี่ไหนเลยจะเป็นจดหมายที่เล่าจื่อเลี่ยเขียนหากังตั๋ง ชัดๆ ว่าเป็นจดหมายที่กังตั๋งเขียนหาเล่าจื่อเลี่ย อู๋โหวเอามากลับดำเป็นขาวหลอกเล่าเหี้ยนเต๊กนี่เอง!

จิวยี่และโลจื่อจิ้งแววตาฉายแววประหลาดวูบหนึ่ง แต่ก็ไม่พูดอะไร

เหงื่อกาฬเริ่มผุดขึ้นที่ขมับท่านอาเล่า...

ไอ้ลูกทรพีถึงกับคิดจะร่วมมือกับกังตั๋ง แย่งชิงสี่หัวเมืองเกงจิ๋วใต้ของตน!

ถ้าอู๋โหวตอบตกลงเรื่องนี้จริง พอรบกันถึงจุดสำคัญแล้วโดนหักหลัง เขาเล่าเหี้ยนเต๊กจะเอาอะไรไปสู้?

"ท่านอาเล่าในเมื่อเป็นพ่อลูกกับเล่าจื่อเลี่ย ทำไมถึงได้บาดหมางกันรุนแรง ถึงขั้นจะฆ่าจะแกงกันขนาดนี้..." ซุนกวนถามข้อสงสัยที่ใหญ่ที่สุดของตน และเป็นข้อสงสัยของขุนนางกังตั๋งทุกคนในห้องโถง

"พ่อลูกพวกท่านผิดใจกันด้วยเรื่องอันใด?"

"ข้าบอกเรื่องที่เล่าจื่อเลี่ยชวนกังตั๋งตีเกงจิ๋วใต้ให้ท่านอาเล่ารู้แล้ว ขอท่านอาเล่าโปรดเปิดอกคุยกัน อย่าได้เอาเรื่อง [พ่อลูกมีปากเสียง] มาหลอกกังตั๋งอีกเลย"

ซุนกวนตอนนี้แค่อยากรู้ให้แน่ชัดว่าพ่อลูกคู่นี้เกิดเรื่องอะไรกันแน่ ตัวเองต่อให้โง่แค่ไหน ก็คงไม่เชื่อคำโกหกเรื่อง [พ่อลูกมีปากเสียง] ของเล่าเหี้ยนเต๊กหรอก

ชั่วพริบตา

สายตาของทุกคนในห้องโถง ต่างจับจ้องไปที่เล่าเหี้ยนเต๊ก

เล่าบู๊ไอ้ลูกทรพี ถึงกับคิดจะดึงกังตั๋งมาเล่นงานตน ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก!

ก็ดี ในเมื่อมันไม่เห็นแก่ความเป็นพ่อลูก ข้าก็ไม่จำเป็นต้องลังเลใจอ่อนอีกต่อไป!

เล่าเหี้ยนเต๊กเต็มไปด้วยความแค้น แสร้งถอนหายใจยาว "เดิมทีเป็นเรื่องน่าอายในครอบครัว ในเมื่ออู๋โหวจริงใจขนาดนี้ ข้าก็จำต้องบอกความจริง..."

"หลายเดือนก่อน หิมะตกหนักกลางฤดูหนาว ลูกชายคนโตเล่าบู๊จู่ๆ ก็หายตัวไป ข้าจึงส่งคนออกตามหา"

"จนกระทั่งกลางดึก เล่าบู๊ถึงฝ่าหิมะกลับมา..."

เล่าปี่เล่าเรื่องราว ภาพเหตุการณ์กึ่งจริงกึ่งเท็จปรากฏขึ้นตรงหน้า...

ลานบ้านขาวโพลนด้วยหิมะ

เล่าบู๊ยืนฝ่าลมหนาวและหิมะ

ยืนอยู่หน้าห้องโถงใหญ่

ดวงตาอันเจิดจรัสคู่นั้น เต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่โหดเหี้ยม

"ท่านพ่อ! ข่าวด่วนจากกังแฮ คุณชายใหญ่เล่ากี๋ป่วยกะทันหัน สิ้นใจแล้วขอรับ!" ดวงตาของเล่าบู๊เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความอำมหิต "ลูกเดินทางไกลไปกังแฮ กลับมาดึกดื่น ก็เพื่อไปจัดฉาก [โรคปัจจุบันทันด่วน] ให้เล่ากี๋..."

"เล่ากี๋ตายแล้ว ทั่วทั้งเกงจิ๋วจะมีใครมีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งเจ้าเกงจิ๋วมากไปกว่าท่านพ่อ?!"

"เกงจิ๋วนี้ ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นรากฐานของท่านพ่อ!"

เล่าปี่สีหน้าเคร่งขรึม ไม่พูดไม่จา

คืนนั้น เล่าบู๊เดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องโถงจวนเจ้าเมืองกองอั๋น เจออาเต๊าน้องชายคนเล็กในห้อง ก็พูดจาสามหาว "ข้าสร้างความดีความชอบให้ท่านพ่อขนาดไหน ถึงจะได้เข้ามาในห้องนี้!"

"เจ้าเด็กเมื่อวานซืน ยังสร้างผลงานแบ่งเบาภาระท่านพ่อไม่ได้ วันๆ มาทำอะไรที่บ้านข้า?"

"ยังไม่รีบออกไปกับข้าอีก!"

...

ในห้องโถงจวนอู๋โหว เสียงอันเจ็บปวดของเล่าปี่ยังคงดังต่อเนื่อง "ข้าคาดไม่ถึงเลยว่า จิตใจของเล่าบู๊ลูกทรพีจะโหดเหี้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้"

"ปีนั้นข้าถูกโจเมิ่งเต๋อไล่ล่าจนไม่มีที่ไป เป็นเล่าจิ่งเซิง (เล่าเปียว) ที่ให้ที่พักพิง เขาเห็นข้าเป็นพี่น้อง คุณชายเล่ากี๋ยิ่งนับถือข้าดุจอา นึกไม่ถึงว่าเล่าบู๊เพื่อจะให้ตัวเองได้สืบทอดเกงจิ๋วในวันหน้า ถึงกับแอบข้าไปสังหารเล่ากี๋..."

เล่าเหี้ยนเต๊กพูดด้วยความโศกเศร้าคับแค้นใจ

ขงเบ้งฟังจนตาค้าง

นี่...

"แค่ก..." ขงเบ้งเอาพัดขนนกปิดปาก ไอโขลกๆ ส่งสัญญาณให้เล่าปี่หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว

แต่ท่านอาเล่ากลับส่งสายตากลับมา...

ท่านกุนซือลืมที่คุยกันบนเรือตอนขามาแล้วหรือ?

จุดประสงค์ของการมาครั้งนี้อย่างหนึ่งคือทำให้เล่าบู๊เสียหน้าต่อหน้าคนทั่วหล้า ไม่มีใครกล้าไปสวามิภักดิ์ ตัดหนทางรุ่งเรืองของเขาในวันข้างหน้า!

คิดถึงตรงนี้ เล่าเหี้ยนเต๊กในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกจนใจ แม้ใจจริงตนไม่อยากใช้วิธีสกปรกใส่ร้ายเล่าบู๊ แต่เล่าบู๊บีบคั้นกันขนาดนี้ ตนก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

อาจจะเข้าใจสายตาของเจ้านาย ขงเบ้งถอนหายใจเบาๆ ไม่พูดอะไรอีก

การ [กล่าวโทษ] เล่าบู๊ของเล่าปี่ยังคงดำเนินต่อไป "...ลูกทรพีคนนี้ยิ่งไร้ความปรานีต่อน้องชาย อาศัยว่าตัวเองมีความดีความชอบ ก็ไม่เห็นหัวน้องเล็ก!"

"ทำราวกับข้าเล่าเหี้ยนเต๊กตายลงโลงไปแล้ว ไปรังแกแม่หม้ายลูกกำพร้า!"

"ข้าทนดูความโหดเหี้ยมไร้น้ำใจของเล่าบู๊ไม่ไหว จึงด่ามันกลางห้องโถง บอกมันว่าข้าตัดสินใจจะตั้งอาเต๊าเป็นทายาท ต่อให้อาเต๊านั่งตำแหน่งนี้จนตาย ก็จะไม่ยกให้เล่าบู๊"

"แต่ในยุคกลียุคเช่นนี้ ข้าจะตั้งเด็กเจ็ดขวบเป็นทายาทจริงๆ ได้อย่างไร?"

"ข้าเพียงแค่อยากให้เล่าบู๊สำนึกผิด ปรับปรุงตัว รอให้เขากลับตัวได้ จะค่อยตั้งเขาเป็นทายาทใหม่"

"ใครจะคิดว่าเล่าบู๊ใจคอคับแคบ ถึงกับหนีออกจากเมืองกองอั๋นจริงๆ แถมยังไปทำเรื่องบ้าบออย่างการชิงตัวองค์หญิง..."

ท่านอาเล่าในที่สุดก็เล่า [ที่มาที่ไป] ของการที่เล่าบู๊หนีออกจากบ้านจน [กระจ่างแจ้ง] แล้ว

ในห้องโถง ขุนนางกังตั๋งต่างพากันอึ้งกิมกี่

พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า พ่อลูกเล่าปี่แตกหักกัน เพราะการตายของเล่ากี๋

ถึงกับเพราะเล่าปี่ไม่ยอมตั้งเล่าบู๊เป็นทายาท ทำให้เล่าบู๊โกรธจนหนีออกจากเมืองกองอั๋น!

"มิน่าล่ะ มิน่าล่ะเล่าจื่อเลี่ยถึงเปลี่ยนชื่อแซ่มาอยู่ฝั่งเหนือ"

"ตรากตรำทำงานหนัก สุดท้ายตำแหน่งทายาทที่ควรจะเป็นของตัวเองกลับตกเป็นของเด็กเจ็ดขวบ มิน่าล่ะเขาถึงโกรธจนหนีออกจากกองอั๋น!"

"ถ้าเป็นอย่างที่ท่านอาเล่าพูด เล่าจื่อเลี่ยคนนี้ก็ไม่เหมาะจะเป็นทายาทจริงๆ"

"ข้าทำไมรู้สึกแปลกๆ เล่าจื่อเลี่ยเป็นวีรบุรุษขนาดนั้น เย่อหยิ่งขนาดนั้น เขาจะไปรังแกเด็กไม่มีทางสู้ทำไม? เขาจะใจแคบขนาดนั้นเชียวหรือ?"

ขุนพลในห้องโถง กระซิบกระซาบกัน พวกเขาแม้จะรู้สาเหตุที่เล่าจื่อเลี่ยไม่ลงรอยกับเล่าปี่แล้ว แต่เรื่องที่เล่าปี่เล่ามา พวกเขาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

เล่าจื่อเลี่ยดูไม่น่าจะเป็นคนใจแคบขนาดนั้น

บนบัลลังก์ประธาน ซุนกวนดวงตาสีฟ้าครามมองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ หรือจะพูดว่า เขาแค่อยากยืนยันว่าการที่เล่าบู๊หนีออกจากกองอั๋น มีแผนร้ายอื่นแอบแฝงของพ่อลูกคู่นี้หรือไม่

ดูจากตอนนี้

ดูเหมือนพ่อลูกคู่นี้จะขัดแย้งกันเรื่องตัวทายาทจริงๆ ส่วนเรื่องที่เล่าปี่พูดมาจะจริงหรือเท็จ ซุนกวนไม่ได้ใส่ใจมากนัก

"ท่านอาเล่า เรื่องพ่อลูกของท่าน เป็นเรื่องในครอบครัว กังตั๋งไม่เหมาะจะยื่นมือเข้าไปยุ่ง..." ซุนกวนไม่มีอารมณ์จะไปขุดคุ้ยเรื่องในบ้านเล่าปี่ เขาขีดเส้นตายของกังตั๋งออกมาเลย "แต่ไม่ว่าจะอย่างไร กังตั๋งต้องได้เมืองหับป๋า!"

"ขอให้ท่านอาเล่าจัดการเรื่องพ่อลูกให้เรียบร้อย น้องเล็กแต่งเข้าตระกูลเล่าแล้ว ก็ขอให้ท่านอาเล่าและลูกชายตกลงกันเองเถิด"

เล่าปี่เงยหน้ามองซุนกวนอย่างตกตะลึง

เจ้าเมืองกังตั๋งผู้นี้พูดอ้อมค้อม แต่ความหมายแฝง ท่านอาเล่าฟังปุ๊บก็เข้าใจปั๊บ

ยังไงเจ้ากับเล่าบู๊ก็แซ่เล่าเหมือนกัน เขียนเป็นตัวหนังสือก็ตัวเดียวกัน องค์หญิงกังตั๋งไม่แต่งกับเจ้า ก็แต่งกับลูกชายเจ้า พวกเจ้าไปตกลงกันเองเถอะ เจ้ากับลูกชายเจ้า ยังไงก็ต้องมีคนหนึ่งเป็นลูกเขยกังตั๋ง

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร พ่อลูกตระกูลเล่าห้ามขวางทางกังตั๋งยึดหับป๋า

ท่านอาเล่าฟังเข้าใจ ขงเบ้งจะฟังไม่เข้าใจได้อย่างไร?

ท่านอาจารย์ขงเบ้งถอนหายใจเบาๆ "อนิจจา เรื่องมาถึงขั้นนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างนายท่านกับคุณชายใหญ่คงยากจะกอบกู้ สองฝ่ายไม่ช้าก็เร็วต้องหันคมดาบเข้าหากัน"

ขงเบ้งพูดอย่างจนใจ แต่ซุนจงเบาท์ก็ฟังออกถึงความหมายแฝงเช่นกัน...

ความแค้นระหว่างเล่าปี่และเล่าบู๊ประสานกันไม่ติด กังตั๋งอยากจะได้หับป๋าอย่างสบายใจ ก็ต้องเลือกข้างระหว่างพ่อลูกคู่นี้!

ในห้องโถง กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง

ซุนกวนลูบเคราสีม่วง ความคิดแล่นพล่าน...

ตอนนี้หับป๋ายังอยู่ในมือเล่าจื่อเลี่ย ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางยกหับป๋าให้กังตั๋งง่ายๆ

แถมเล่าจื่อเลี่ยแม้จะเคยจับเป็นโจโฉ แต่ก็แอบติดต่อกับโจเมิ่งเต๋อไม่ขาดสาย คลุมเครือไม่ชัดเจน ครั้งนี้โจโฉยังยืมชื่อฮ่องเต้ มอบราชโองการสมรสให้เล่าบู๊อีก

คนผู้นี้ ใจต้านโจโฉไม่มั่นคง!

เนิ่นนาน

เสียงทุ้มลึกของซุนกวนดังขึ้นอีกครั้ง "ถ้าท่านอาเล่าสามารถคืนดีกับพ่อลูกเล่าจื่อเลี่ยได้ พันธมิตรซุน-เล่ายังคงเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่ได้..."

"ก็เอาตามสัญญาเดิม ร่วมมือกันตีเล่าบู๊ต่อไป!"

"วันที่ท่านอาเล่ารบกับเล่าจื่อเลี่ย คือวันที่กังตั๋งจะตีหับป๋า เพื่อช่วยตรึงกำลังเล่าจื่อเลี่ยให้ท่านอา..."

...

เวลาผ่านไปไว

นับจากวันที่เล่าเหี้ยนเต๊กข้ามแม่น้ำมาพบซุนกวน ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว

ในเมืองซีเหลง กระโจมทหารแห่งหนึ่ง

ลกซุนเพิ่งจะคำนวณบัญชีค่าใช้จ่ายงานแต่งของเจ้านายเสร็จร่วมกับเหล่าขุนนาง ตอนนี้กำลังดื่มชาด้วยความเหนื่อยล้า "เรื่องจุกจิกพวกนี้เทียบกับงานทหารไม่ได้ แต่ก็เปลืองสมองน่าดู"

ลกซุนส่ายหน้าอย่างจนใจ หลายวันมานี้เพื่อเตรียมงานแต่งของเล่าบู๊กับซุนซ่างเซียง เขาไม่ได้นอนเต็มตามาหลายคืนแล้ว

"ท่านป๋อเหยียน!" เสมียนคนหนึ่งเลิกม่านกระโจมเข้ามา ยื่นถุงผ้าให้ลกซุน "ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำมีคนส่งจดหมายทางบ้านมาให้ท่านขอรับ"

จดหมายทางบ้าน?

ลกซุนตะลึง ตระกูลลกแห่งกังตั๋งส่งจดหมายมา?

หรือว่า...

ในหัวลกซุน ปรากฏภาพผู้นำตระกูล ลกเจ๊ก ขึ้นมา ตอนนี้ตระกูลลกแห่งกังตั๋งที่จะส่งจดหมายหาตน ก็คงมีแต่ผู้นำตระกูลท่านนี้แล้ว

แต่ด้วยนิสัยระมัดระวังตัวของท่านผู้นำตระกูล ตอนนี้หลบภัยยังไม่ทัน จะมาส่งจดหมายให้ตนตอนนี้ทำไม?

หรือว่า หรือว่ากังตั๋งเกิดเรื่อง?

ลกซุนสีหน้าเคร่งขรึม รับถุงผ้ามา หยิบผ้าไหมข้างในออกมากางดู ตัวอักษรยิบยับปรากฏแก่สายตาลกซุน:

【ป๋อเหยียนหลานรัก นับจากจากกันที่หัวเรือเมืองซีเหลง ข้าไม่ได้เห็นหน้าป๋อเหยียนนานแล้ว คิดถึงเหลือเกิน...】

【ทิวทัศน์กังตั๋งยังเหมือนเดิม แต่ก็มีเรื่องแปลกใหม่...】

【หลายวันก่อน ท่านอาเล่าแห่งกองอั๋นมาพบอู๋โหวที่กังตั๋ง วันรุ่งขึ้น ในตลาดเมืองเกียนเงียบก็มีข่าวลือแพร่สะพัด】

【ลือกันว่าเจ้านายของป๋อเหยียน เล่าจื่อเลี่ย คือลูกชายคนโตของท่านอาเล่า เพราะท่านอาเล่าจะตั้งลูกคนเล็กอาเต๊าเป็นทายาท จึงโกรธเคืองหนีออกจากกองอั๋น】

【ยังลืออีกว่า ท่านอาเล่ามาเมืองกังตั๋งครั้งนี้ เพื่อหารือกับอู๋โหวเรื่องร่วมมือกันตีเล่าจื่อเลี่ย สองทัพอาจจะตีซีเหลง หรือตีหับป๋า...】

【ยังมีเรื่องเล่าจื่อเลี่ย เมื่อหลายเดือนก่อนเพื่อให้ตัวเองได้สืบทอดเกงจิ๋ว ถึงกับแอบท่านอาเล่า ฆ่าเล่ากี๋...】

【...รังแกน้องเล็กอาเต๊า...】

【...ผู้ชายอกสามศอกมายุ่งอะไรกับเรื่องในบ้าน...】

【...รังแกแม่หม้ายลูกกำพร้า...】

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 100 - เล่าจื่อเลี่ยรังแกแม่หม้ายลูกกำพร้า! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว