เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1268 นี่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์!

ตอนที่ 1268 นี่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์!

ตอนที่ 1268 นี่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์!


เมื่อเสวี่ยอู๋เสียรับตกทอดมรดกปัญญา

เงาร่างดำอู่หวินเริ่มโทรจิตคุยกับเงาร่างไฟหัวซานทันที  “นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด

“ว่าไงนะ?” เงาร่างไฟของหัวซานฟังอย่างไม่เข้าใจ

“ข้าหมายถึงให้จับเด็กสาวคนนี้ไว้”เงาร่างดำอู่หวินพูดโน้มน้าว “เห็นได้ว่าพลังของนางยังเป็นรองพวกเราทุกคนสาวน้อยผู้นี้เพิ่งเลื่อนเป็นระดับเทพ และสิ่งที่สำคัญที่สุดนางยอมรับพลังตกทอดและไม่มีความสามารถในการป้องกันตัว และทันทีที่นางรับตกทอดพลังเสร็จสิ้นเราจะเริ่มลงมือทันที”

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?”  เงาร่างแดงเพลิงของหัวซานเกือบร้องตะโกน“ตอนนี้เรายังรักษาความเป็นกลางไม่ใช่หรือ?”

“ยังรักษาความเป็นกลางอยู่แน่นอนแต่ถ้าเด็กหญิงน้อยคนนี้ยังคงสู้กับตงฟางและเทียนอี้ต่อไปมีแนวโน้มว่านางจะตาย” เงาร่างดำอู่หวินโน้มน้าวใจอย่างเงียบๆ “เราจับนางไว้ นางก็ไม่สามารถสู้ต่อไปได้ และสามารถมีชีวิตจนถึงที่สุด”

“นั่นจะดีต่อเราอย่างไง?”  เงาร่างเพลิงหัวซานยังไม่เข้าใจ

“เราต้องการให้เด็กสาวนี่พาเข้าสู่ใจกลางแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ” เงาร่างดำอู่หวินรู้สึกว่าพวกเขาควรเก็บกุญแจมีชีวิตไว้ฝ่ายตน

ถ้าไม่อย่างนั้น

เมื่อตงฟางและเทียนอี้ชนะสมบัติลับในแดนล่มสลายแห่งทวยเทพก็จะไม่มีสิ่งใดตกอยู่ในมือของตนเอง

ตราบใดที่เด็กสาวผู้นี้ได้รับตกทอดมรดกของเทพีปัญญาไว้ในมือนางต่อให้เจ้าตำหนักสูงสุดแข็งแกร่งและตงฟางเป็นจ้าวยุทธศาสตร์หมายเลขหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์  พวกเขาก็ต้องยอมรับเงื่อนไขของฝ่ายพวกตน

เพราะ

นางถูกพวกเขาจับไว้

และกุญแจเข้าแดนล่มสลายแห่งทวยเทพอยู่ในมือฝ่ายของเขา

เงาร่างดำอู่หวินคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด เด็กสาวผู้ดูอ่อนแอนี้น่าจะเป็นนักรบที่ได้รับการสนับสนุนจากบันไดสวรรค์กายและใจนางบริสุทธิ์มาก ไม่มีความทะเยอทะยานไม่มีพลังมากพอจะปกป้องจากคนนอก เมื่อได้ยินว่าฝ่ายของเขายินดีรักษาความเป็นกลางนางจึงรับมรดกภูมิปัญญาต่อหน้าทุกคน

นี่ไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุดหรอกหรือ?

อย่างไรก็ตามสหายของเขาหัวซานกลับทำเรื่องผิดคาดเขาปฏิเสธ “อู่หวิน! เจ้าต้องการจับนางข้าจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้”

“อะไรนะ?” คราวนี้เป็นอู่หวินเป็นฝ่ายสับสนบ้างสหายผู้นี้กลายเป็นคนใจดีตั้งแต่เมื่อใด?

“แม้ว่าข้าจะไม่ได้ทำอะไรร้ายๆ ในแดนสวรรค์บนแต่ข้าเคยเป็นตัวร้ายมาแล้ว” หัวซานผู้ซ่อนตัวอยู่ในแสงเทพแดงถอนหายใจทันที  “แม้ว่าข้าจะไม่ใช่คนดีแต่ไม่ได้หมายความว่าข้าโง่ ทำไมข้าต้องทำอย่างนี้ด้วยเล่า?ทำไมไม่มองเป็นกลางอย่างเคร่งครัด? เอาชนะนางได้ จะบอกว่าเราชนะฝ่ายตรงข้ามได้หรือ?แม้ว่าจะเป็นไปได้ แต่ทำเช่นนั้นหอทงเทียนจะอ่อนกำลังลงอย่างมาก.... ตงฟางกับเทียนอี้ได้ชัยชนะแล้วมีอะไรดีต่อเราบ้าง? ตรงกันข้ามถ้าพวกเขาพ่ายแพ้เราจะพบกับอันตรายอะไร? แน่นอนว่าข้าไม่ทำเรื่องอันตรายแบบนี้โดยไม่ได้ประโยชน์แน่นอน!”

“แต่ถ้าเรามีนางอยู่ในเงื้อมมือต่อให้ตงฟางและเทียนอี้ชนะ พวกเขาก็ต้องอ่อนข้อก้มหัวให้เรา”  อย่างไรก็ตามอู่หวินยังคงรู้สึกว่ากุญแจมนุษย์นี้สำคัญเหมาะสมที่สุดที่จะเก็บกุญแจนี้ไว้ในมือของเรา

“มากเกินจะรับได้”  หัวซานส่ายหน้าเบาๆ และกล่าว  “ตงฟางกับเทียนอี้ถ้าพวกเขาไม่มั่นใจพวกเขาจะไม่เริ่มสงคราม เมื่อครู่นี้เจ้าไม่ได้ยินหรือ? มีทางเข้าที่แท้จริงสามทางนี่คือทางเข้าที่ง่ายที่สุด ด้วยสติปัญญาของตงฟางกับพลังความแข็งแกร่งของเทียนอี้พวกเขาอาจไม่จำเป็นต้องเข้าไปใจกลางแดนล่มสลายแห่งทวยเทพตามทางเข้านี้....เราเอาชนะนางก็เท่ากับกลายเป็นก้อนหินถามทาง ไม่มีทางทำอย่างอื่นได้นอกจากมีปัญหากับหอทงเทียน  นอกจากนี้สหายของข้า  ทำไมข้าจะต้องไปต่อสู้กับนักสู้ระดับเทพ?   อย่างที่เจ้าและข้าเห็น นางเป็นนักสู้ชั้นเทพไม่ว่านางจะเลื่อนเป็นนักสู้ระดับเทพนานแค่ไหน ต่อให้นางเพิ่งเป็นเทพวันเดียว นางก็คือนักสู้ระดับเทพที่แท้จริง! สู้กับนักสู้ระดับเทพนั่นไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเจ้าและข้าไม่สอดคล้องกับความตั้งใจเดิมของข้า

“เจ้าคิดว่าเราจะล้มเหลวหรือ?”  อู่หวินรู้สึกว่าความคิดนี้บ้า

“แล้วเจ้าคิดว่าจะชนะแน่นอนหรือ?”  หัวซานถาม

“ก็บอกไปแล้วว่าเรามีโอกาสชนะเกิน 80% ไม่ใช่หรือ?”  อู่หวินรู้สึกว่าเขาเลื่อนระดับเป็นเทพมาหลายพันปีแล้วและถ้าเขาไม่สามารถเอาชนะเด็กสาวที่เพิ่งเลื่อนขึ้นเป็นระดับเทพไม่กี่เดือนนั่นเป็นเรื่องที่เกินไป

“ไม่ว่านางจะเป็นเด็กใหม่ระดับเทพหรือระดับเทพจอมราชันย์ ข้าจะไม่ต่อสู้กับนาง ไม่, แม้แต่จะลอง เข้าใจไหม?  ตอนนี้ข้าเป็นนักสู้ระดับเทพคนหนึ่งในแดนสวรรค์บนข้ามีดินแดนปกครองที่กว้างขวางมีสังคม มีบ้านของตนเอง ข้าไม่ใช่พวกบ้าคลั่งชอบต่อสู้เหมือนเผ่าปีศาจแดนนรกแห่งหอทงเทียนทำไมข้าต้องมาต่อสู้กับนักสู้ระดับเทพอื่นด้วยเพื่อสนองความต้องการด้วย?  ต่อให้ข้าชนะได้รับรางวัลผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นยังไม่เพียงพอให้ข้าก้าวหน้าไปต่อด้วยซ้ำ  ในทางตรงกันข้ามถ้าข้าล้มเหลวข้าจะสูญสิ้นทุกอย่างที่มีในตอนนี้ ทำไมข้าไม่ฝึกฝนอย่างสงบและมั่นคงเล่า แม้ว่าจะช้าหาอะไรเปรียบไม่ได้แต่ไม่มีความกังวลที่จะเลิกกลางครัน ไม่มีวันตายให้ต้องกังวล ไม่มีความยากลำบากอีกต่อไป!   ตอนนี้ข้ามีเวลา มีอนาคตทำไมข้าจะต้องมาเสี่ยงด้วย การผจญภัยแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักสู้ระดับเทพควรทำนั่นเป็นการกระทำของทหารรับจ้างหยาบกร้านที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้พลังอำนาจ”  หัวซานทำให้อู่หวินตะลึงคนผู้นี้คือหัวซานแห่งแดนสวรรค์บนผู้มีอารมณ์ร้อนและวู่วามที่เขารู้จักหรือไม่?

“อย่างนั้นถือว่าข้าไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน” อู่หวินฟังแล้วหลังจากไตร่ตรองชั่วขณะ เขารู้สึกว่าหัวซานพูดมีเหตุผล

เป็นนักสู้ระดับเทพแล้ว

มีอนาคตที่ดีที่สุดและเวลาที่ดีที่สุด

ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ  นั่นคือสิ่งที่นักสู้ระดับเทพไม่ควรทำ

เมื่อมาถึงหอทงเทียนแล้วควรมองดูที่นี่ด้วยหัวใจเป็นกลางโดยไม่ต้องแทรกแซงทั้งสองฝ่ายทั้งหอทงเทียนและฝ่ายตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นตงฟาง เทียนอี้หรือเย่ว์ไตตันปล่อยให้โชคชะตาตัดสินทุกอย่าง...อย่างไรก็ตามอู่หวินยังคงสงวนท่าทีต่อหัวซาน

ตัวอย่างเช่นเด็กสาวที่อ้างชื่อว่าอู๋เสียนางมีอายุเท่าใด? นางเลื่อนเป็นระดับเทพนานเท่าใดแล้ว? แม้ว่านางจะเป็นอัจฉริยะผู้ชาญฉลาดไม่ธรรมดายิ่งกว่าเย่ว์ไตตันแต่นางฝึกฝนมาแค่ยี่สิบกว่าปี เทียบกับตัวเขาเองที่ฝึกฝนระดับเทพมานานหลายพันปีแล้ว ไม่มีอะไรเลย! นักรบของหอทงเทียนเติบโตเร็วมาก แต่มีขีดจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเลื่อนเป็นระดับเทพแล้วจะได้เลื่อนระดับพลังช้ามาก และต้องใช้เวลานานกว่าจะก้าวหน้าเพียงเล็กน้อย

เด็กสาวผู้นี้ฝึกปรือมาได้ไม่นานยังไม่มีเวลากลั่นควบประกายเทพของนางเอง

นางจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันเชียว?

ขณะที่อู่หวินคิดในใจเพลินๆการรับถ่ายทอดพลังจากเทพีปัญญาของเสวี่ยอู๋เสียเพิ่งจบลง

ขณะที่อักขระรูนทั้งหมดหายไปพลังของเทพธิดาปัญญาทั้งหมดซึมซับอยู่ในตัวเสวี่ยอู๋เสียมีร่างเงาพิเศษที่อู่หวินไม่ทันสังเกตกระโดดออกมาจากอากาศ

ร่างเงาพิเศษนั้นไวกว่าสายฟ้าพันเท่าหมื่นเท่า

หายตัวมาปรากฏด้านหลังเสวี่ยอู๋เสีย

พลังเทพแปลกประหลาดเหมือนกับมีดไหลผ่านมาด้านหลังศีรษะของเสวี่ยอู๋เสียที่แทบไม่มีการปกป้อง

ภายใต้จิตใจที่ผ่อนคลายเต็มที่ไม่ได้เตรียมพร้อมอย่าว่าแต่ใช้พลังเทพลอบโจมตีเลย แต่การรบกวนระหว่างรับตกทอดพลังเทพปัญญาอาจมีผลร้ายที่ไม่คาดคิดตามมา  เหมือนอย่างพลังเทพลอบสังหารนี้ เงาร่างที่อยู่ในที่นั้นสีหน้าเปลี่ยนไปทันที  ตอนนี้หัวซานพูดกับอู่หวินด้วยความโมโห“อู่หวิน!  เจ้าทำเกินไปแล้ว!”

หัวซานเข้าใจผิดคิดว่าอู่หวินสหายของเขาลงมือลอบสังหารอย่างนั้นเขาโกรธทันที

นี่เป็นการลงมือโจมตีที่น่ารังเกียจเสียหน้าของนักสู้ระดับเทพ!

แม้แต่ตัวอู่เหวินเอง

เขาตระหนักว่าผู้ลงมือลอบทำร้ายอย่างไร้ยางอายนี้ไม่ใช่ตัวเขาเองแต่เงาร่างพิเศษนั้นค่อนข้างจะคล้ายตัวเขาซ่อนตัวลึกในความมืดที่เขาเองไม่สามารถมองเห็นได้! เงาร่างพิเศษนี้ไม่ได้เป็นของตัวเขาเอง เป็นเพียงนักฆ่าที่อยู่ข้างหลังเขา!

บางทีมันอาจชักนำให้เสวี่ยอู๋เสียรู้สึกตัวว่าเขาลอบเข้ามาโจมตีด้านหลัง

หลังจากใช้พลังสำเร็จ

ถ้านางใช้พลังที่ยิ่งใหญ่หลบหนีก็อาจหลบหนีได้

หากนางไม่หลบตอนนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่มือสังหารจะเปิดการโจมตีหรือไม่  สาวน้อยที่กำลังจะตายนี้แม้ว่านางจะเป็นนักสู้ระดับเทพก็ตามแต่ภายใต้สถานการณ์ดังกว่าภายใต้การลอบเร้นจู่โจมมีโอกาสพลาดท่าล้มตายได้เกรงว่าแม้แต่กลุ่มเทพของพวกเขาก็ไม่สามารถช่วยนางได้... อู่หวินคิดเช่นนั้น

เงาร่างทั้งหลายรวมทั้งหัวซานก็มีความคิดอย่างเดียวกัน

การลอบทำร้ายรวดเร็วเกินไป

สายเกินกว่าจะคิดช่วย

ความเหมาะเจาะของเวลานักฆ่าเลือกโอกาสได้เหมาะสมรอให้อีกฝ่ายรับมรดกพลังในช่วงเวลาที่ว่างจากพลังเทพสำนึกเทพที่เพิ่มขึ้นสูงจะหมดไป การพยายามโจมตีอย่างไร้ยางอายคือสาเหตุอันตรายที่ร้ายแรงที่สุด

การตายคือข้อสรุปที่มาก่อนไม่มีพลังในการฟื้นฟู แม้แต่พลังเทพก็เป็นไปไม่ได้

“ฮึ่ม!”

ขณะที่เงาร่างหลายร่างหายไปทันที

ขณะที่มือสังหารลับลงมือจะประสบผล

ทันใดนั้นที่ด้านบนศีรษะของเสวี่ยอู๋เสียมีมือยักษ์สีทองยื่นออกมาจากอากาศ

มือสีทองนี้มีขนาดใหญ่มาก  ปรากฏว่ามือสังหารถูกมือยักษ์จับได้อู่หวินและหัวซานตกใจเมื่อพบว่ามือสังหารนั้นตัวเล็กจิ๋วเหมือนหมัด

มือยักษ์สีทองบีบเบาๆ

อู่หวินกับพวกได้ยินเสียงโครงกระดูกหักลั่นอดรู้สึกสั่นสะท้านไม่ได้

ร่างของนักฆ่าระดับเทพหายไปกลายเป็นควันหนาซึมออกมาจากมือยักษ์สีทอง ภายใต้การควบคุมของพลังเทพบางชนิดพุ่งออกไปราวกับประกายไฟฟ้าหรือลูกศรตรงไปที่ทางออกวิหารนำทาง  แต่ที่ทางออกไม่รู้ว่ามีสตรีคนหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับเสวี่ยอู๋เสียแต่สูงกว่าสิบเท่ามายืนเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อใด

ศิราภรณ์สีทองม่วงที่ประดับศีรษะนางมีประกายสายฟ้า

กระโปรงยาวกลายเป็นพายุพลังเทพ

น้ำแข็งหมุนอยู่ด้านหลังนางตลอดเวลาแสดงให้เห็นพลังเทพและกฎสวรรค์ในปัจจุบันของนาง

ร่างอวตารสตรีเท้าเปล่าไม่มีเวลาในการควบสร้างรองเท้าเทพแต่ยังคงเป็นรูปเท้าสตรี แน่นอนว่านั่นเป็นเท้าของประกายเทพของเสวี่ยอู๋เสีย  นางหลอมรวมกับอสูรพิทักษ์เทพธิดาพายุหิมะและพลังของเทพธิดาปัญญา

กล่าวอีกนัยน์หนึ่งนางคือทั้งประกายเทพของเสวี่ยอู๋เสียและอสูรพิทักษ์ของนาง

ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของร่างอวตารภูมิปัญญาของนาง

ไม่จำเป็นต้องมีเจตจำนงของเจ้านาย

เพราะเจตจำนงของเสวี่ยอู๋เสียเป็นหนึ่งเดียวกับนาง

นางได้รับการเลื่อนระดับเป็นเทพธิดาวายุนางเอื้อมมือโดยไม่ต้องสนใจกฎมิติเวลาและดำเนินการอย่างอิสระด้วยพลังแห่งเทพไม่เหมือนใครจัดการนักฆ่าระดับเทพผู้หนีได้เป็นครั้งที่สองออกมาเหมือนกับเห็บหมัดลอดผ่านง่ามมือ

“บึ้ม!”ขุนพลเทพธิดาพายุทุบควันหนาลงกับพื้นและควันหนาสลายหายไปภายใต้พลังเทพเหลือแต่นักฆ่าระดับเทพที่ได้รับความทรมานจากพลังเทพราชันย์นี้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีแม้แต่มิติเวลาก็ถูกแช่แข็งด้วยพลังเทพนิรันดร์และเทพมือสังหารถูกแช่แข็งอย่างสมบูรณ์

“อย่าได้อาศัยสีดำของท่านเลย ข้าคิดว่าหาท่านไม่เจอแล้ว!”  เสวี่ยอู๋เสียถอนหายใจนี่คือคำแนะนำสุดท้ายของนางที่มีต่อเทพมือสังหาร

“.....” อู่หวินและหัวซานอ้าปากค้าง

ฉากการต่อสู้ข้างหน้าพวกเขาเหลือเชื่อจริงๆ

พวกเขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

นี่.. นี่เป็นไปไม่ได้!

มนต์วิเศษของเย่ว์ไตตันแห่งหอทงเทียนนี่มันเป็นไปไม่ได้ตามหลักความเป็นจริง

นักฆ่าระดับเทพคนหนึ่งเดินผ่านนักสู้ระดับเทพหลายคนได้กลับถูกสาวน้อยที่เพิ่งเลื่อนเป็นระดับเทพได้ไม่นานทุบโจมตีย่อยยับเหมือนเห็บหมัด?ตาฝาดแน่ๆ

เสวี่ยอู๋เสียยังคงมีหน้าซีดขาวแต่มีรอยยิ้มดูเหมือนว่านางไม่สนใจเกี่ยวกับการโจมตีลอบสังหารของเทพมือสังหารไม่สนใจการมีอยู่ของศัตรูแต่เชิญอาคันตุกะอย่างอู่หวินและหัวซานอย่างเป็นมิตร  “อาคันตุกะผู้มีเกียรติพวกท่านไม่ต้องสนใจเรื่องเช่นนี้ เนื่องจากเกิดสงครามขึ้น ตงฟางกบฎแห่งหอทงเทียนฉลาดในการลอบฆ่าข้าคิดว่าเป็นความคิดที่ดีไม่ควรให้ความสนใจกับการล่อลวงที่น่าเบื่อนี้ขอเชิญทุกท่านเยี่ยมชมแดนล่มสลายแห่งทวยเทพต่อ ไม่ต้องไปสนใจแมลงวันตัวเล็กๆน่ารำคาญ สิ่งที่อู๋เสียอยากจะแนะนำทุกท่านก็คือระเบียงเวลาแห่งหอทงเทียนของบรรพบุรุษของเรา

“.....” อู่หวินหลั่งเหงื่อเยียบเย็นและมีความรู้สึกต้องการกลับแดนสวรรค์บนและจะไม่หวนกลับมามองหอทงเทียนที่น่ากลัวนี้อีก! ++++++++++++++++++++++เมื่อนักอ่าน ดองอ่านนักแปล คงต้องดองแปลบ้าง

จบบทที่ ตอนที่ 1268 นี่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์!

คัดลอกลิงก์แล้ว