เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1231 นางพญามาแล้ว!

ตอนที่ 1231 นางพญามาแล้ว!

ตอนที่ 1231 นางพญามาแล้ว!


ขณะที่เทพปีศาจเว่ยกวงเตรียมจะเหยียบทั้งเย่ว์หยางและเสวี่ยอู๋เสียนั้นเอง

มันหยุดค้างในทันใด

ไม่ใช่น้ำแข็ง

ไม่มีสายฟ้า

เท้าขนาดยักษ์ที่มีพลังทำลายโลกอยู่เหนือศีรษะพวกเขาและเสวี่ยอู๋เสียกำลังดูดดื่มในจุมพิตเปี่ยมรักกับคนรักนาง  ยกเว้นแต่คัมภีร์แห่งสัจจะที่ด้านหลังกลับค่อยๆพลิกเปลี่ยนหน้าเองโดยอัตโนมัติ หน้าเปลี่ยนเองนี้ไม่ได้หมายถึงกาลเวลาเปลี่ยน มิติพื้นที่เปลี่ยนแต่เป็นแค่การเปิดเผยความจริงหรือผลสะท้อนจากความเป็นจริง

ฟ้าและโลกหลังจากคัมภีร์สัจจะพลิกเปลี่ยนหน้ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นใหม่อย่างเห็นได้ชัด ขุนเขาเหนือขุนเขากลายเป็นโลกที่พังทลายแห้งแล้งกันดาร

จากนั้นคัมภีร์แห่งสัจจะของเสวี่ยอู๋เสียพลิกหน้าเบาๆอีกครั้ง

ปรากฏว่ามีผลึกน้ำแข็งอยู่ทั่วทุกแห่งหนหิมะและน้ำแข็งในโลกหิมะน้ำแข็งที่งดงามจนมิอาจบรรยายได้

เทพปีศาจเว่ยกวงตกใจเมื่อพบว่าเขามาอยู่ในอีกโลกหนึ่งโดยไม่ทันสังเกตมาก่อน

นั่นคือเทพ...ร่างอวตารทองสูงเต็มที่หลายหมื่นเมตรเต็มพื้นที่ทั้งแผ่นฟ้าและพื้นดิน เหมือนกับว่าร่างนั้นกำลังค้ำยันโลกร่างของนางไม่อาจอธิบายด้วยภาษาใดๆ ในโลกในตัวนางประดับชุดอาภรณ์ในทุกแขนนับพันข้างเป็นสมบัติทรงค่า  แขนแต่ละข้างถือสมบัติวิเศษที่แตกต่างกันร่างนางเปล่งรัศมีแสดงถึงความอมตะและบารมีของนาง

ปีศาจอสรพิษพันมือนี้เทียบได้กับเทพดึกดำบรรพ์กำลังมองลงมาที่ร่างเทพอวตารทองของเทพปีศาจเว่ยกวง

หรือว่า

นางกำลังดูแคลนเขา

เทพปีศาจเว่ยกวงไม่เคยพบเจอมาก่อน

เมื่อเทพธิดาพันมือร่างงูมีทั้งประกายเทพสุดยอดใช้เจตจำนงราชันย์เทพของนาง เทพปีศาจเว่ยกวงแทบจะมองนางตรงๆ ไม่ได้  ขณะที่นางมองดูเทพปีศาจเว่ยกวงข้างหน้าเขารู้สึกมีความละอายใจเช่นกัน ความจริงแล้วต่อหน้าเทพองค์นี้เขาเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กไม่ว่าจะเป็นสำนึกเทพ พลังเทพ อำนาจเทพ และประกายเทพ ไม่มีด้านใดสู้ได้เลยอยู่ต่อหน้าเทพธิดาพันมือปฏิกิริยาแรกของเทพปีศาจคือเหมือนเป็ดนอนราบไม่กล้าสบตามองหน้านาง

เพราะเทพปีศาจเว่ยกวงมีความรู้สึกว่าถ้าเขามองนางสำนึกเทพจิตเทพทั้งหมดของเขาหรือแม้แต่กระทั่งประกายเทพของเขาอาจถูกฝ่ายตรงข้ามปฏิเสธ

หลังจากสบตากันเขาอาจถูกกำจัดและพังทลายได้

เทพปีศาจเว่ยกวงก้มศีรษะ

เหมือนกับนกกระจอกเทศเอาหัวมุดทรายเขามือกุมศีรษะแนบแน่น

ถึงกระนั้นลึกๆในความรู้สึกเขาเข้าใจความจริงว่านี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากเป็นการหลบหนีที่ขลาดเขลาไม่ยอมรับความจริงถ้าเขาไม่เผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม ก็จะไม่มีผลสะท้อนรุนแรงใดๆ แม้แต่น้อย

เป็นไปไม่ได้ที่จะต่อต้านพลังเหนือธรรมชาติของอีกฝ่ายหนึ่ง  ตราบใดที่นางเคลื่อนไหวเล็กน้อยอย่าว่าแต่ร่างกายนางเลย แม้แต่ทั้งโลกก็ยังตกอยู่ในความควบคุมของนาง

โลกหิมะน้ำแข็งข้างหน้านี้เป็นของนาง

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม

มีผลเพียงประการเดียว

เพราะเป็นเทพในโลกนี้

“เจ้าคือดรุณีน้อยในปีนั้น  เจ้าคือดรุณีน้อยในปีนั้นนั่นเองนี่เป็นไปไม่ได้ เจ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าหมื่นปีที่แล้วเป็นหมื่นเท่าได้อย่างไร!” ในที่สุดเทพปีศาจเว่ยกวงก็ทนไม่ได้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่ฟันฝ่าเอาชนะมันได้แม้แต่เทพก็ยังเป็นไปไม่ได้! เจ้าคือภาพลวงตา ทั้งหมดคือภาพลวงตาในความว่างเปล่า!”

“น่าสมเพช! กลัวจนพูดไม่ออกเชียวหรือ?” ร่างเทพธิดาอสรพิษพันมือถอนหายใจ นางเปลี่ยนร่างช้าๆย่อขนาดลงกลายเป็นปีศาจอสรพิษร่างทองมีแขนหกข้างขนาดสองกิโลเมตรกวักมือเรียกเทพปีศาจเว่ยกวงตามปกติ“ข้าสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่ใช้พลังเทพให้มากไปกว่านี้หากเจ้าสู้เสมอได้หรือแม้จับกลยุทธ์ของข้าได้ ข้าจะปล่อยเจ้าไปเดิมพันอย่างนี้เจ้าคิดว่าอย่างไร? ถ้าเจ้ารู้สึกว่าไม่ยุติธรรมข้าจะต่อให้ก่อนสามกระบวนท่าดีไหม?”

“นางพญาผู้พิชิต!” ตอนนี้เงาร่างที่น่ากลัว กรีดร้องออกมาอย่างน่ากลัวในที่สุด  “ปรากฏว่าเป็นเจ้านั่นเอง นังเด็กปีศาจเจ้าหนีออกมาจากผนึกได้อย่างไร?”

“ขณะที่เจ้ากรีดร้องอย่างนี้เรานางพญานั่งๆ นอนๆ อยู่ในคุกมืดมาเกือบหมื่นปีแล้ว!” ร่างปีศาจอสรพิษทองยิ้มอย่างมีความสุข “น่าเสียดายที่เรานางพญาต้องทำให้เจ้าผิดหวัง ผนึกหลุมดำไม่เพียงแต่ดับชีวิตข้าไม่ได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถสะกดให้ข้าหลับได้มิติผนึกหลุมดำที่น่ากลัวและมืดมิดนี้กลายเป็นสถานที่โชคดีของข้า!  เฮ้อ..พูดถึงตรงนี้แล้วเรานางพญาก็อยากจะขอบคุณเจ้าเดิมทีข้าต้องการจะจับเจ้าโยนลงไปในมิติช่องว่างไร้ที่สิ้นสุดให้กลายเป็นสัมภเวสีพเนจรแต่บัดนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าตัดสินใจไม่ฆ่าเจ้า ไม่เนรเทศเจ้าไปไหนทั้งนั้นข้าต้องการให้เจ้ามีชีวิตอย่างดีคอยนั่งดูชีวิตที่มีความสุขของเรานางพญาด้วยความอิจฉา ข้าจะปล่อยให้เจ้าถูกความริษยากลืนกินร่างกายและจิตใจของเจ้า!”

“แก!นังเด็กปีศาจ เป็นเพราะเจ้า เจ้าทำลายข้า เจ้าทำลายรูปลักษณ์ของข้า  เจ้าทำลายชีวิตของข้า!”  เงาร่างดำยิ่งร่ำร้องสาปส่งยิ่งกว่าเสียงการ่ำร้อง

“เจ้าถามตัวเองดูดีกว่า!” ร่างเทพปีศาจอสรพิษทองหัวเราะ “ข้าไม่เคยยั่วยุเจ้า เป็นใครกันแน่ที่ต้องการฆ่าข้าเจ้าถูกความโลภครอบงำจนตาบอดต้องการฆ่าข้าเพื่อชิงบัลลังก์หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแดนสวรรค์น่าขัน เจ้าไม่เคยส่องกระจกดูเงาตนเองบ้างเจ้ามันน่าเบื่อหน่ายและจิตใจชั่วร้ายอำมหิตข้าไม่เคยมีความคิดจะประชันขันแข่งความงามกับเจ้าเลย อย่าว่าแต่ข้าเลยยังมีหญิงผู้งดงามมากกว่าเจ้าเป็นล้านๆ คนในโลกนี้   เจ้าฆ่าหญิงงามอันดับหนึ่งที่งดงามยิ่งกว่าเจ้ามากในแดนสวรรค์ไปกี่คนแล้ว น่าขันที่ว่าตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งจะตกไปอยู่ที่ตัวเจ้าได้อย่างไรสตรีผู้น่าสงสารเหล่านี้ตายเพราะเจ้า นั่นนับเป็นความโชคร้ายของพวกนาง ความไร้ความสามารถของพวกนางก็แค่ทำให้เจ้าเย่อหยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ช่างน่าเบื่อจริงๆ เจ้านึกว่าข้าจะเหมือนกับสตรีที่เจ้าฆ่าหรือ?  ในอดีตข้าพูดไว้อย่างไร  ปัจจุบันนี้ข้าก็ยังพูดอย่างนั้น! ข้าเฟ่ยเหวินหลี นางพญาผู้พิชิตมีความตั้งใจแน่วแน่จะพิชิตแดนสวรรค์ แม้ว่าข้าจะไม่กล้าพูดว่าข้างามเป็นอันดับหนึ่งในแดนสวรรค์  แต่กับนางแพศยาอัปลักษณ์น่าเกลียดที่อ้าปากเต้นแร้งเต้นกาตามหาต่อสู้กับข้านางพญาอย่างไร้ยางอายในทุกแห่งหน นั่นเท่ากับหาที่ตาย  ข้าไม่อยากเอ่ยอ้างถึง”

“นังเด็กปีศาจ เจ้าริษยาข้าเจ้าแค่หาข้ออ้าง  ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าทำลายหน้าตาของเขาก็จะไม่มีใครในโลกนี้งดงามกว่าข้าแน่นอน! ต่อให้เป็นเย่เมิ่งหญิงงามอันดับหนึ่งของหอทงเทียนเจ้าก็ตามนางก็ยังรู้สึกละอายใจที่ความงามนางด้อยกว่าข้า!”  ร่างเงาดำกรีดเสียงร้องจนคอแทบแตก

“นางแค่ละอายใจแทนใบหน้าหนาๆ ของเจ้า! นางแพศยาอย่างเจ้าจิตใจถึงได้วิปริตผิดเพี้ยนไปโดยไม่รู้ตัว  นางไม่ต้องการจะทำลายความฝันของเจ้าดังนั้นจึงสร้างความฝันลวงตาเพียงอย่างเดียวให้เจ้า!   ฮะฮะเก็บความฝันว่าตนเองสวยที่สุดในแดนสวรรค์ต่อไปด้วยความภูมิใจเถอะ!  จากนั้นก็ซ่อนตัวอยู่ในเงาไม่กล้าเสนอหน้าที่น่าเกลียดเหมือนแม่มดอวดโฉมออกมาจากเงาคอยสาปแช่งหญิงงามและความสุขของคนอื่น ปล่อยให้ความริษยาเผาไหม้หัวใจตลอดเวลา ในขณะที่เกลียดชังความสุขของคนอื่นทั้งที่ทำสีหน้าสดชื่นกล่าวชื่นชมคนอื่นนี่แหละคือเจ้า!” ปีศาจอสรพิษเหน็บแนมร่างเงาอย่างไม่เกรงใจ

“เป็นเจ้าที่ทำลายข้า  ทำลายรูปลักษณ์ที่งดงามไม่มีใครเทียบของข้า!” ร่างเงากรีดร้องด้วยความโมโห

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าใบหน้าที่พังของเจ้าจะดีกว่าใบหน้าเดิม?”  ปีศาจอสรพิษเยาะเย้ย  “เจ้าทำลายตัวเองแท้ๆลองคิดดูถึงสิ่งที่เจ้าได้ทำไว้ก่อน ทุกคนคงต้องดูถูกเจ้า 100% ข้าจะพูดอะไรได้ว่าเจ้าว่าเจ้าวิปริตผิดเพี้ยนมากมายแค่ไหน!”

“เจ้าทำลายข้า, นังเด็กปีศาจเจ้าไม่มีทางได้ดีไปกว่าข้า ข้าจะไม่มีทางให้เจ้าได้มีวันที่ดี คอยดูเถอะ อนาคตเจ้าจะต้องถูกทำลาย!”  ร่างเงาดำกรีดร้อง

“อย่านึกว่าเจ้าเป็นน้องสาวของเทียนอี้แล้วเจ้าจะขู่คุกคามคนอื่นให้กลัวได้  ขออภัยสถานะเช่นนี้ไร้ประโยชน์ต่อเราผู้เป็นนางพญา! ไสหัวไปซะ! ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า ข้าจะปล่อยเจ้าไว้  ทำให้เจ้ารู้สึกด้อยค่า และริษยาไปตลอดชีวิตกระทั่งตาย  เจ้าจะไม่ให้ข้าได้มีวันดีวันสงบสุขใช่ไหม?ข้ายินดีจะแสดงให้เจ้าดูทุกวัน! นางแพศยาที่วิปริตทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเจ้าจงไสหัวออกไปจากโลกหิมะน้ำแข็งนี้ทันทีเจ้าไม่สมควรที่จะอยู่ในโลกที่งดงามนี้แม้แต่วินาทีเดียว” เมื่อปีศาจอสรพิษทองจับร่างเงานั้นก็ติดฝ่ามือนางขึ้นมาทันที

ร่างปีศาจอสรพิษทองใช้พลังบังคับให้รัศมีสีเขียวออกไปจากร่าเงาดำ

จากนั้นกำจัดด้วยรัศมีดวงอาทิตย์

ร่างเงาดำถูกดีดออกไปเหมือนลูกบอลลอยละลิ่วไปทันที

เหมือนบอลขนาดปลายนิ้วเท่านั้น

เงาดำถูกพลังเทพขับไล่ก็พุ่งผ่านโลกหิมะน้ำแข็งและหายไปไม่เหลือร่องรอยมิทราบว่าหายไปในที่ใด

ขณะเดียวกันเทพปีศาจเว่ยกวงที่อยู่อย่างเงียบสงบก็เปลี่ยนเป็นรุ้งทองและพุ่งหนีไปด้วยความเร็วกว่าสายฟ้าถึงหมื่นเท่าไล่ตามร่างเงาดำและออกไปจากโลกหิมะน้ำแข็งทันที

“.......”  ตั่วตั่วและแพนดอรามองดูตกตะลึง เทพนั่นเผ่นหนีจริงๆหรือ?

เย่ว์หยางที่ยังดื่มด่ำกับจูบสาวหิมะมองไม่เห็น

มิฉะนั้น

เขาคงต้องกล่าวโทษและทักท้วงแน่นอน

เทพปีศาจเว่ยกวงดูช้าเหมือนเต่าคลาน!

สำหรับการหลบหนีของเทพปีศาจเว่ยกวงนางพญาเฟ่ยเหวินหลีในร่างเทพอวตารทองไม่รู้สึกประหลาดใจ  ที่สำคัญในโลกหิมะน้ำแข็งนี้เป็นโลกที่นางเป็นใหญ่ทุกอย่างอยู่ภายใต้เจตจำนงของนาง กล่าวคือในโลกนี้นางคือพระเจ้า...ขณะที่เทพปีศาจเว่ยกวงหลบหนีต้องบอกว่าสภาพน่าอนาถจริงๆ เขาเป็นเหมือนเต่าคลานเหยาะแหยะที่ต้องการจะหลบหนี  แต่ไม่สามารถหลบหนีได้ ก่อนที่นางพญาเฟ่ยเหวินหลีจะไม่อนุญาต นอกจากว่าเขามีพลังเทพที่ทรงพลังเหนือกว่านางพญาเฟ่ยเหวินหลี มิฉะนั้นเขาก็เป็นอาคันตุกะที่ไม่สามารถเผ่นหนีจากบ้านโดยที่เจ้าบ้านไม่ยินยอม

วินาทีต่อมาเมื่อเทพปีศาจเว่ยกวงกลับมายังขุนเขาเหนือขุนเขา

เขาพบว่าพื้นที่ด้านหน้ามีการเปลี่ยนแปลง

นางพญาผู้พิชิตในร่างเทพปีศาจอสรพิษทองกำลังมองตัวเขาดวงตาของนางเฉยเมยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มีบุรุษตัวเล็กๆ คนหนึ่งพลังของเขาหาความแน่นอนไม่ได้ แต่เขานำข้าเข้าสู่ระดับพลังขอบเขตใหม่ทำให้ข้าเปลี่ยนพื้นที่ผนึกหลุมดำที่เดิมทีใช้ผนึกข้าไว้ในโลกหิมะน้ำแข็ง แต่ว่าตอนนี้อยู่ในความควบคุมของข้าอย่างเด็ดขาด  เจ้าได้ยินถูกต้องแล้วโลกหิมะน้ำแข็งนี้ก็คือพื้นที่ผนึกหลุมดำ ที่ผนึกข้ามาเป็นเวลาหมื่นปี  เทพปีศาจเว่ยกวง แม้ว่าเจ้าจะเป็นเทพ  แต่ว่าเจ้าไม่สามารถทำลายผนึกที่จับตัวเจ้าอยู่  แม้แต่คัมภีร์อัญเชิญและร่างจริงเจ้าก็ยังไม่กล้าใช้ต่อหน้าข้าเพราะเจ้ายังไม่สามารถออกมาจากผนึกได้ เจ้าเข้าใจกฎของโลกหรือไม่? นางพญาเฟ่ยเหวินหลีในร่างเทพอวตารอสรพิษทอง กำหมัดหกแขน รัวหมัดใส่เทพปีศาจเว่ยกวง  นางระดมหมัดใส่หน้าของเทพปีศาจเว่ยกวงจนกระทั่งใบหน้าเขาบวม

เทพปีศาจเว่ยกวงเข้าใจแล้วในตอนนี้ปรากฏว่าเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ก่อน นั่นเป็นเสมือนกฎสวรรค์

ยกเว้นมือกับศีรษะเขาไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้

เทพปีศาจอะไรกัน?

อยู่ต่อหน้าเทพปีศาจอสรพิษเขาเป็นเพียงขยะไปโดยปริยาย... “ข้าไม่สนใจเรื่องเจ้ารังแกเด็กๆ ของข้า” ทันใดนั้นร่างเทพปีศาจอสรพิษเฟ่ยเหวินหลีย่อขนาดลงกลายเป็นหญิงงามขนาดร่างเท่ากับเย่ว์หยางหางงูเปลี่ยนเป็นเท้ามนุษย์สีดุจหยกนางเหยียดแขนขาวผ่องเป็นประกายของนางพร้อมกับวาดนิ้วเป็นวงกลมในอากาศไปทางเทพปีศาจเว่ยกวง

เทพปีศาจเว่ยกวงรู้สึกว่ามีพลังเทพรายล้อม

นางพญาเฟ่ยเหวินหลีวาดมืออีกครั้ง

พลังเทพครอบคลุมเป็นพลังโปร่งแสงย่อร่างยักษ์ของเทพปีศาจเว่ยกวงขนาดสองกิโลเมตรเหลือเพียงขนาดเท่าถั่วแดงกักอยู่ในบอลพลังงานใสเขาต้องการจะดิ้นรนออกมา แต่เปล่าประโยชน์ไม่ว่าพยายามมากเพียงไหนเขาก็ไม่สามารถทำลายโลกภายในออกมาได้

นางพญาเฟ่ยเหวินหลีวางโลกใบน้อยของนางที่บรรจุเทพปีศาจเว่ยกวงไว้ในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของนาง

“จงถูกคุมขังต่อไป รออีกสักหมื่นปีให้เรานางพญาอารมณ์ดีเสียก่อนค่อยปล่อยเจ้าออกไป!” เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของนางพญาเฟ่ยเหวินหลีไม่ค่อยดีนักเพราะเย่ว์หยางเอาแต่กอดจูบกันโดยไม่สนใจความคงอยู่ของนาง

“ข้าปฏิเสธไม่ยอมรับ  นี่คือโลกของเจ้า  เจ้ายังไม่ชนะ!”  เทพปีศาจเว่ยกวงตะโกนเต็มที่แต่เสียงของเขาดังเหมือนยุง

“หุบปาก!  ในฐานะเป็นนักโทษ เจ้าต้องมีจิตสำนึกของนักโทษ!” นางพญาเฟ่ยเหวินหลีคร้านจะสนใจ นางเปิดคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไปอีกหน้า  เทพปีศาจเว่ยกวงคาดว่าชาตินี้เขาคงไม่มีโอกาสออกมาเห็นเดือนตะวันอีกเป็นแน่ ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็คือภาวนาให้นางพญาเฟ่ยเหวินหลีและเย่ว์หยางอารมณ์ดีและใช้เวลาที่เหลืออยู่ในโลกคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์

บางทีเมื่อเหงามากเดียวดายมากเขาคงคิดว่า แม้ความตายก็เป็นรางวัลที่ไม่เลวเหมือนกัน

แต่เขาจะไม่มีวันได้รับตลอดไป

เพราะเขาอยู่ในร่างอวตารเทพจะไม่มีทางได้ประโยชน์อย่างคนธรรมดาอีกต่อไป!

จบบทที่ ตอนที่ 1231 นางพญามาแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว