เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1225 มังกรพิรุณกับร่างอวตารขนาดดวงดาว

ตอนที่ 1225 มังกรพิรุณกับร่างอวตารขนาดดวงดาว

ตอนที่ 1225 มังกรพิรุณกับร่างอวตารขนาดดวงดาว


โลกคัมภีร์

เย่ว์หยางกำลังงีบหลับอยู่บนเก้าอี้ผวาลุกขึ้นนั่งทันทีสาวใช้ลูกครึ่งเอลฟ์กำลังนั่งร้อยดอกไม้ นางหยุดมองเขาด้วยความสงสัยดวงตากลมของนางเบิกกว้าง

“ใครกำลังเรียกข้า?”  เย่ว์หยางพบว่าตนเองกำลังฝันร้ายอีก

สิ่งที่ประหลาดที่สุดคือความฝันนั้นชัดเจนมากแต่เมื่อเขาตื่นขึ้น เขากลับลืมไปอย่างสิ้นเชิง

มีเหตุผลใด?มีการรุกล้ำของพลังชนิดหนึ่งหรือเปล่า หรือว่ามีบางคนที่เรียกหาตัวเขาจริงๆ?  แม่สี่หรือว่าใครอื่น?

เขาเอื้อมมือลูบศีรษะสาวใช้ลูกครึ่งเอลฟ์เบาๆเย่ว์หยางตัดสินใจออกเดินทางเพื่อระบายแรงกดดันของเทพปีศาจเว่ยกวง แม้ว่าการต่อสู้กับเทพปีศาจเว่ยกวงจะยังไม่เริ่ม  แต่ความกดดันที่มองไม่เห็นนั้นกำลังใกล้เข้ามา  หลังจากการต่อสู้ครั้งแรกกับบุรุษลึกลับเย่ว์หยางเริ่มตระหนักถึงความยากลำบากในการเผชิญหน้ากับเทพปีศาจเว่ยกวง โชคดีที่ร่างที่แท้จริงของเทพปีศาจเว่ยกวงถูกผนึกไว้ที่หุบเขามนุษย์  และคัมภีร์อัญเชิญก็ถูกผนึกไว้ที่หอคอยเหนือหอคอยไม่สามารถแสดงพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งได้  มิฉะนั้นเย่ว์หยางรู้สึกว่า เขาไม่ต้องต่อสู้มิฉะนั้นเขาจะต้องแพ้แน่นอน!

ลองนึกถึงภาพเทพปีศาจเว่ยกวงถูกปล่อยออกมาจากหอคอยเหนือหอคอย

ลองคิดถึงร่างอวตารของเขาที่มีขนาดใหญ่มากน่ากลัวมองไม่เห็นร่างสิ้นเชิง

แค่เพียงนิ้วหนึ่ง

ก็เทียบได้กับภูเขาในโลกนี้

หากเทพปีศาจเว่ยกวงสามารถใช้ร่างจริงและคัมภีร์อัญเชิญ เย่ว์หยางสงสัยว่าเขาสามารถฆ่าชายลึกลับได้ทันทีในไม่กี่วินาที... เขาไม่รู้ว่าใครที่สร้างผนึกที่แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้ บางทีอาจเป็นมหาเทพมังกรทองบางทีอาจเป็นมหาเทพโบราณที่ทรงพลังมากยิ่งกว่า ยิ่งพลังมีขอบเขตมากก็ยิ่งรู้สึกได้มาก

เย่ว์หยางบินออกไปที่ขุนเขาเหนือขุนเขาและบินไปในท้องฟ้าอย่างอิสระ ขณะที่เขาคิดในใจเพลินๆ

เขาไม่รู้ว่าเสี่ยวเหวินหลีติดตามที่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อใด

เงียบงัน

เธอบินตามหลังเขาไปตลอดทาง

รอจนเย่ว์หยางรู้สึกตัวจากห้วงภวังค์เขาพบว่าเสี่ยวเหวินหลีตามอยู่ด้านหลังของเขา เขาหันกลับไปยิ้มให้เธอ  “เรากลับไปหาแม่เจ้ากันดีไหม?”

คำว่าแม่เจ้าที่เย่ว์หยางกล่าวนั้นก็คือนางพญาเฟ่ยเหวินหลีมารดาของเสี่ยวเหวินหลีนั่นเอง  เมื่อเขาต่อสู้กับบุรุษลึกลับเขามีความรู้สึกแปลกๆ ว่านางพญาเฟ่ยเหวินหลีกำลังจะออกมาช่วยแต่ต่อมาด้วยเหตุผลบางอย่างนางเปลี่ยนใจ และเขาพลิกสถานการณ์ได้  ครั้งนี้เขาจะต้องสู้กับเทพปีศาจเว่ยกวง  เขาเชื่อว่านางจะต้องออกมาช่วยเขาแน่นอน  พวกเขาจะร่วมมือกันอย่างไรนั้นก็ควรหารือกันให้ดีและใช้พลังอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ว่าเย่ว์หยางจะภูมิใจแค่ไหน และจิตใจอาจหาญแค่ไหน  เป็นไปไม่ได้ที่จะต่อต้านเทพปีศาจเว่ยกวงด้วยการสนับสนุนที่แข็งแกร่ง เขาไม่โง่พอเรียกตัวเองว่าวีรบุรุษ!

ตอนนี้นางพญาเฟ่ยเหวินหลีฟื้นฟูเต็มที่แล้วและแปลงพลังหลุมดำให้เป็นโลกหิมะน้ำแข็ง

นางพญาผู้พิชิตเทียบได้กับในอดีตที่มีพลังสูงสุด

ตอนนี้นางทรงพลังมากขึ้น

ถ้านางต้องเข้าต่อสู้  เป็นไปได้ว่าจะเอาชนะเทพปีศาจเว่ยกวงได้และเย่ว์หยางจะไม่มีทางปฏิเสธ

แม้ว่าในใจของเขาจะเสียใจบ้างที่เสวี่ยอู๋เสียตื่นขึ้นแล้วไม่รู้ว่าไปที่ใดสามารถจัดการรับมือเทพปีศาจเว่ยกวงได้

รอต่ออีกสองสามวัน

บางทีสาวเสวี่ยอู๋เสียอาจกลับมาทันทีที่นางรู้ตัว

เย่ว์หยางคิดอย่างนั้นเขาค่อนข้างอดทนน้อยเมื่อเห็นเสวี่ยอู๋เสีย

ทันใดนั้นเสี่ยวเหวินหลี่พุ่งผ่านจะด้านหลังเขาและโบกดาบคู่ชี้ไปที่ขอบฟ้าอย่างกระวนกระวาย

“อะไรกัน?” เย่ว์หยางเชื่อในสัญชาตญาณต่อสู้ของเธอว่าเหนือกว่าแล้วรีบส่งสำนึกเทพออกค้นหาศัตรูที่ไม่รู้จักตอนแรกเขาคิดว่าเป็นจีอู๋ลี่ที่หลบหนีไปวันนั้นหรืออาจเป็นสำนึกเทพที่บุรุษลึกลับเหลือทิ้งไว้ที่ขุนเขาเหนือขุนเขาพอสำนึกจับเป้าหมายได้เขาถึงกับสบถออกมา “บ้าจริง, เทพปีศาจเว่ยกวงหลุดออกมาจากผนึกแล้วหรือ?”

เดิมทีเขาคิดว่าจะมีเวลาพักสักสองสามวันให้ได้ปรับสภาพใจให้ดีที่สุด

คาดไม่ถึงแลยว่าเทพปีศาจเว่ยกวงทำลายผนึกหลุดเป็นอิสระได้

ทั้งยังเข่นฆ่ามาตลอดทาง

แต่การโจมตีครั้งนี้แปลกเกินไป!  กฎสวรรค์โบราณทำลายกันได้ง่ายๆหรือ?

เช่นเดียวกับการต่อสู้ที่หอคอยเหนือหอคอยเย่ว์หยางไม่สามารถมองเห็นเทพปีศาจเว่ยกวงได้ เมื่อสำนึกเทพสัมผัสถึงมันได้ ก็รู้สึกได้ถึงพลังเทพชนิดหนึ่งที่สามารถบดขยี้โลกได้กระจัดกระจายหนักหน่วงยิ่งกว่าภูเขาเป็นแสนเท่าทั้งที่เย่ว์หยางอยู่ห่างไกลก็ยังรู้สึกอึดอัดทรมานหายใจไม่ออก

ที่ขอบฟ้ามีเงาทะมึนปกคลุมท้องฟ้า

เขาไม่สามารถเห็นได้ว่าร่างของมันมีขนาดใหญ่แค่ไหนถ้าเห็นได้ก็ประมาณว่าขนาดเท่าดวงดาวนั่นต้องเทียบหมาป่าฟ้าที่สามารถกลืนกินดวงตะวันและท้องฟ้ามืดมิดราวกับว่าถูกอสูรยักษ์โบราณจำนวนมากกลืนกิน ด้วยพลังจักษุญาณทิพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเย่ว์หยางเขาเห็นว่านั่นเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกินจินตนาการใหญ่เกินกว่า2-3 กิโลเมตรกำลังคืบคลานอยู่

ที่จริงแล้วคืบคลานอย่างช้าๆแต่ความจริงระดับความเร็วของมันน่ากลัวมาก อาจจะมากกว่าร้อยกิโลเมตรต่อวินาที

เย่ว์หยางถึงกับพูดไม่ออก

สัตว์ประหลาดใหญ่โตขนาดนั้นใครจะต้านทานมันได้!  เจ้าตัวนี้เกิดมาก็เป็นเจ้านายใหญ่ตัวร้ายที่สามารถทำลายสิ่งมีชีวิตได้ทั้งกลุ่มไม่มีอะไรต้านทานไม่ว่าจะมีคนเป็นล้าน สิบล้านหรือแม้แต่ร้อยล้านก็ตามไม่อาจต้านทานพลังตบของเจ้ายักษ์ใหญ่นี่ได้!

แต่เดิมเขาคิดว่ามือหินยักษ์อวตารที่หอคอยเหนือหอคอยก็ไม่ธรรมดามากพอแล้วคาดไม่ถึงว่านั่นจะเป็นแค่พลังเด็กๆ

ตอนนี้ร่างอวตารของเทพปีศาจเว่ยกวงอาจจะใหญ่กว่าที่หอคอยเหนือหอคอยสิบเท่า

ปรากฏว่าใช้แค่นิ้วเดียวเทียบได้ภูเขาทั้งลูก

แต่ตอนนี้เย่ว์หยางแทบจะมองไม่เห็นนิ้วเดียวตลอดทั้งร่างของเทพปีศาจเว่ยกวงผู้นี้คาดว่าจะใหญ่ยิ่งกว่าดวงดาวแล้วใครจะไปสู้ได้!  เมื่อเจ้าผู้นี้กดนิ้วลงทุกคนจะถูกบดขยี้เหมือนมด ถ้าใช้หมัดสามารถทำให้ทะเลเหือดแห้งแค่พ่นลมหายใจก็กลายเป็นพายุเฮอริเคนได้คาดว่าถ้าจามเพียงครั้งเดียวคงพัดพาผู้คนกระเด็นออกไปไกลเป็นหมื่นไมล์  เจอตัวบอสขนาดนี้ถือว่ารังแกคนเล่นเกมเกินไปหรือไม่? เขาจะร้องเรียนได้อย่างไรกัน....เย่ว์หยางถอนหายใจและรู้สึกว่าสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ขนาดนี้ใครจะไปเอาชนะมันได้

ตอนแรกเขาคิดว่าสร้างมังกรพิรุณขึ้นมาได้

จะสามารถเอามาต่อต้านได้บ้าง

ใครจะรู้ว่า

มังกรพิรุณขนาดร้อยแปดกิโลเมตรเทียบกับร่างอวตารของเทพปีศาจเว่ยกวงขนาดดวงดาวเท่ากับลำธารเล็กที่น่าสงสาร

เทพปีศาจเว่ยกวงถูกผนึกอยู่ในหอคอยเหนือหอคอยในหุบเขามนุษย์และพลังของมันลดเหลือน้อยเนื่องจากกฎสวรรค์ห้ามอาวุธ

แต่ในขณะนี้เมื่อมันมาถึงขุนเขาเหนือขุนเขาไม่มีพลังกฎสวรรค์ห้าม

พลังของมันอาจเพิ่มขึ้นเกินสิบเท่า

เย่ว์หยางไม่สามารถรอชุบชีวิตบุรุษลึกลับและฆ่ามันอีกครั้ง การปล่อยเทพปีศาจเว่ยกวงเป็นเรื่องน่ากลัวเกินไปหรือเปล่า?  หากปราศจากกฎสวรรค์ของหุบเขามนุษย์เทพปีศาจจะสามารถใช้พลังมนุษย์ต้านทานได้หรือเปล่า?

“เกิดอะไรขึ้น?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและโล่วฮัวออกมาข้างนอกพร้อมกันเพราะใจพวกนางรู้สึกได้  เมื่อมองท้องฟ้าแวบแรก ท้องฟ้าค่อยๆมืดลงราวกับราหูอมตะวัน พวกนางรู้สึกกลัวไม่รู้จะทำอย่างไรดี  เมื่อว่าถึงเรื่องการต่อสู้ไม่ได้หมายความว่าศัตรูยักษ์ใหญ่อย่างนี้ฆ่าไม่ได้ ร่างอวตารของเทพปีศาจเว่ยกวงมีขนาดใหญ่เท่าดวงดาว ต่อให้เป็นปลาวาฬเกาะหรืออสูรน้ำปีศาจยักษ์ไม่คู่ควรแก่การเอ่ยอ้างเมื่อเทียบขนาดยักษ์นี้  เป็นไปไม่ได้

“รีบกลับเดี๋ยวนี้ ถ้าข้ายังไม่อนุญาตห้ามออกมาเด็ดขาด!”  เย่ว์หยางรีบสั่งให้พวกนางกลับเข้าไปทันที

ล้อเล่นหรือเปล่า

เทพปีศาจเว่ยกวงนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถต่อสู้หรือต่อต้านได้

ความแตกต่างในด้านขนาดมีระยะห่างเกินไป! เป็นไปไม่ได้ที่จะสู้กับร่างอวตารของเทพปีศาจเว่ยกวงนี้เว้นแต่จะมีพลังเท่ากัน

“เสี่ยว..เสี่ยวซาน เจ้าต้องระมัดระวังอย่าฝืนสู้เกินไป....” เย่ว์หวี่ตกใจและตกตะลึง นางถึงกับพูดไม่ออกตาแดงขณะกระตุ้นเตือนน้องชายถ้าไม่ใช่เพราะพลังนางไม่ใช่สายต่อสู้นางคงบังคับเขาให้กลับเข้าโลกคัมภีร์และไม่ยอมให้เขาออกมาอีกแน่

“วางใจได้ ข้าจะกลับมาแน่นอน และชัยชนะสุดท้ายจะต้องตกเป็นของเรา!”  เย่ว์หยางกอดนางแน่น แล้วให้เสี่ยวเหวินหลีส่งนางกลับ

“ข้าจะไม่พูดอะไรแล้ว”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนใช้เจตจำนงราชันย์บังคับตนเองให้สงบ  นางเป็นคนสุดท้ายที่จะกลับเข้าไปในโลกคัมภีร์  และหลังจากที่ทุกคนกลับเข้าไปก่อนแล้ว นางกางแขนกอดเขาแน่นเป็นครั้งแรก เมื่อนางกอดเขาแน่นทำให้เขาสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของนางนั้นมีเพียงผิวเผินแต่แท้จริงแล้วภายในของนางเปราะบางนัก

นางจูบเขาด้วยริมฝีปากที่สั่นและขลาดกลัวเล็กน้อย

เมื่อเขาจูบนางอย่างลึกซึ้ง

เมื่อนางผ่อนคลายจิตใจที่หวาดกลัวได้นางกัดริมฝีปากเขาแน่นไม่ปล่อย ฟันนางงับริมฝีปากเขาจนแตกเลือดไหลจากนั้นนางจึงปล่อยเขา อย่างไม่เต็มใจนัก

เงียบ

ความรักความจริงใจขยายเต็มหัวใจทั้งสองดวง

ไม่มีการตีหรือทุบเหมือนอย่างปกติที่นางเคยทำนางแค่ใช้สายตาแม่เสือสาวมองเขาจนกระทั่งน้ำตาคลอเบ้า

เป็นครั้งแรกที่นางหลั่งน้ำตานางกลับเข้าโลกคัมภีร์ภายใต้การนำของเสี่ยวเหวินหลี ฝ่ามือเย่ว์หยางรองรับหยดน้ำตาอุ่นของนางไว้ได้และหายไปในพริบตาเหมือนถูกพายุกวาดหายไปน้ำตาอุ่นน้ำแสดงถึงอารมณ์ที่ยากแสดงออกเหมือนกับเพลิงอมฤตแต่เย่ว์หยางรู้สึกได้จากส่วนลึกของหัวใจ และเปลี่ยนเป็นความทรงจำนิรันดร์

เย่ว์หยางไม่เคยเห็นแม่เสือสาวผู้กล้าหาญหลั่งน้ำตามาก่อน

เขาได้แต่มองนาง

หัวใจของเขารู้สึกเจ็บปวดรุนแรง

เขาไม่ควรปล่อยให้นางอันเป็นที่รักร้องไห้เพราะตัวเขาเองแม้แต่ครั้งเดียว

ฮึ่ม!!!

หัวใจของเย่ว์หยางแผดเผาด้วยไฟโกรธปรารถนาจะต่อสู้ ต่อให้ร่างอวตารของเทพปีศาจเว่ยกวงจะมีขนาดใหญ่ครอบคลุมบดบังฟ้าและดินก็ตาม?  ไม่ว่าใครกล้าบดบังท้องฟ้าเหนือศีรษะของเขามันผู้นั้นต้องถูกแผดเผา มิฉะนั้นเจ้าสิ่งนี้จะบุกทำลายทุกอย่างที่อยู่ต่อหน้าท่าน

ในโลกนี้ใครบังอาจขัดขวางเขา  ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง

ทำลายแล้วก็สร้าง จากนั้นคงอยู่นิรันดร์!

นี่คือการสร้างของตัวเขาเอง

ในโลกของตัวเขาทุกอย่างเป็นไปตามเจตจำนงของเขา ไม่ว่าจะเป็นการทำลาย สร้าง หรือความนิรันดร์

“มังกรพิรุณ!”  เย่ว์หยางส่งเสียงคำรามสะเทือนแผ่นดินเสียงของเขาแฝงไปด้วยเจตจำนงราชันย์ทำให้พื้นโลกสั่นสะเทือนทันที นางพญาเฟ่ยเหวินหลีที่หลับอยู่ในโลกน้ำแข็งลืมตาทันทีขณะที่นางมีพลังเต็มเปี่ยมเหมือนเมื่อก่อน  มังกรพิรุณซึ่งลอยตัวอยู่ในโลกน้ำแข็งมีขนาดร้อยแปดกิโลเมตรเปลี่ยนจากเงียบสงบเป็นแผดเสียงคำรามขานรับการเรียกหาของเจ้านายและทำลายม่านพลังในโลกหิมะน้ำแข็งพุ่งผ่านมิติหลุมดำทะลุออกมาที่ขุนเขาเหนือขุนเขาทันที

มันโลดแล่นอยู่ในอากาศ

เชิดหัวมังกร

ตอนแรกไต่ระดับขึ้นไประดับสูง

จากนั้นดำดิ่งลงมาหาเย่ว์หยางเจ้านายของมันเพื่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง  หัวมังกรเชิดขึ้นขณะที่ขับเคลื่อนด้วยส่วนท้องจากนั้นเชิดหัวคำรามสะท้านสะเทือนไปทั้งโลกและสวรรค์บินตรงเข้าหาร่างอวตารของเทพปีศาจเว่ยกวงที่มีตัวขนาดดวงดาวซึ่งกำลังเคลื่อนที่อยู่ในท้องฟ้า

จบบทที่ ตอนที่ 1225 มังกรพิรุณกับร่างอวตารขนาดดวงดาว

คัดลอกลิงก์แล้ว