เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1207 ใครจะรู้ใจคนพเนจร

ตอนที่ 1207 ใครจะรู้ใจคนพเนจร

ตอนที่ 1207 ใครจะรู้ใจคนพเนจร


เฮยโจวซ่อนตัวอยู่ในคัมภีร์อัญเชิญเป็นเวลานานในท่ามกลางความงุนงง

หลังจากกัดฟัน

เขาตัดสินใจออกมาสู้ข้างนอก

การซ่อนตัวอยู่ในโลกคัมภีร์แม้ว่าจิตใจจะปลอดกังวล แต่ชีวิตก็เป็นแบบนี้ เพราะนิสัยที่หยิ่งยโสสตรีและสมบัติของเขาไม่มีสิ่งใดย้อมใจเขาได้ อำนาจพลังสูงสุดคือสิ่งที่มอมเมาเขา  คนผู้หนึ่งต้องการอำนาจสูงสุดก็ต้องมีพลังควบคุมอำนาจสูงสุดมิฉะนั้นทุกอย่างที่พูดก็มีแต่ความว่างเปล่า

เทพประจิมเฮยโจวเคยรู้สึกว่าชีวิตมีค่าเมื่อไม่สามารถปกป้องตัวเองได้

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาปลอดภัยแล้ว  เขาพบว่าเขามีชีวิตอยู่อย่างว่างเปล่า  บวกกับความกลัว ความสูญเสียทุกสิ่งไม่มีอะไรเลย นั่นก็เหมือนกับศพเดินได้ เฮยโจวต้องการอย่างนั้นหรือ?

ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงนี้เฮยโจวคิดไม่ต่ำกว่าพันครั้ง

เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงเขาไม่อาจทนความเดียวดายได้ไม่ต้องพูดถึงสองสามปี หลายร้อยปี หลายพันปี.. จะให้ใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆหรือจะออกไปต่อสู้เพื่อพลิกชีวิต?

ไม่มีพลังลึกลับของผู้มีพลังเทพสูงสุด  เฮยโจวคงไม่ได้รับการพิจารณาเมื่อเวลาผ่านไปเฮยโจวเริ่มกล้าสงสัยว่าคนผู้มีพลังลึกลับนั้นอาจตายแล้ว  เขาไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรบางทีเทพโบราณคงไม่คุ้นเคยกับความหยิ่งยโสของบุรุษลึกลับบางทีอาจเป็นพลังพิทักษ์ธรรมชาติของผู้พิทักษ์ประจำด่านทดสอบหรืออาจจะมีเหตุผลอื่น  ไม่ว่าในกรณีใดบุรุษลึกลับผู้ดูถูกเหยียดหยามมนุษย์ทุกคนคงถูกกำจัดออกไปด้วยพลังเทพที่บีบคั้นอย่างสูงสุด

บุรุษลึกลับถูกทำลายและเย่ว์ไตตัน จีอู๋ลี่ และซื่อเสินคงไม่สามารถหนีพ้นจุดจบไปได้

เย่ว์ไตตันจีอู๋ลี่ และซื่อเสิน

บางทีอาจถูกบุรุษลึกลับฆ่าไปแล้ว

มิฉะนั้นบุรุษลึกลับคงไม่ทำให้เทพผู้คุ้มกันมิติดินแดนฝึกฝนโกรธและเป็นไปได้ว่าเขาฆ่าเย่ว์ไตตัน อัจฉริยะไร้เทียมทานที่หาพบได้ยากทั้งยังฆ่าจีอู๋ลี่อัจฉริยะอันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์บุรุษลึกลับนั้นคงทำให้มหาเทพโบราณกริ้วเป็นแน่

มหาเทพโบราณที่ปกป้องมิติดินแดนฝึกฝีมือคงลงมาโดยตรงเพื่อกำจัดปีศาจเฒ่าที่หยิ่งยโสผู้นี้

ถ้าเป็นอย่างนั้น

ขุนเขาเหนือขุนเขาจะกลับสู่สภาพเหมือนในอดีตที่ผ่านมา...มหาเทพโบราณไม่สามารถอยู่ได้ บุรุษลึกลับ จีอู๋เลี่เย่ว์ไตตันและซื่อเสินถูกบุรุษลึกลับทำลายก็จะไม่มีอยู่อีกต่อไป  คงเหลือแต่จ้าวซี ซวงหาน ชิงหวิน ฯลฯไม่รู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือถูกคนลึกลับฆ่าไปแล้ว

ต่อให้พวกเขารอดตายเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเขา

จุดที่สำคัญที่สุดก็คือ

ถ้าเขาออกไปตอนนี้ต่อให้เขาไม่ใช่ศัตรู ถ้าเขาต้องการหลบหนี เขาเชื่อว่าไม่มีใครหยุดเขาได้

สิ่งเดียวที่เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยก็คือความเสียดายอย่างไรก็ตาม เขาจะเก็บข้อสงสัยสับสนซ่อนจากคนภายนอก

เฮยโจวกัดฟัน

ตัดสินใจออกมาจากโลกคัมภีร์และกลับไปที่ขุนเขาเหนือขุนเขา

ถ้าซื่อเสินตายในสงครามเทพครั้งนี้อย่างนั้นขุนเขาเหนือขุนเขาก็ตกเป็นของเขาเอง

“ข้าเฮยโจวเกิดมาเพื่อเป็นบุรุษอันดับหนึ่ง  ถ้าข้าไม่สามารถเป็นบุรุษอันดับหนึ่งได้สำเร็จข้าก็ควรตายเสียดีกว่าที่จะมีชีวิตอยู่อย่างขลาดเขลา!” เฮยโจวตัดสินใจเสี่ยงวางเดิมพันเพื่อฝ่ากระแสอีกครั้งแน่นอนว่าเขาไม่โง่พอจะรีบกลับสนามรบทันทีแต่ก่อนอื่นเขาจะไปยังดินแดนลับเทพสังหารก่อน และเขาผู้ยังไม่ฟื้นพลังมีความรู้สึกว่าเขาควรจะไปดินแดนลับเทพสังหารเพื่อดูดซับพลังเทพจากโบราณวัตถุที่นั่นเพื่อที่ว่าเขาจะได้บรรลุเป้าหมายในการต่อสู้และปกครองขุนเขาเหนือขุนเขา

เขารีบหลบหนีออกมาเร็วเกินไปจึงไม่ได้ยินสิ่งที่สาวกิเลนปิงหยินพูด

ถ้าเขารู้ว่าเส้นทางผ่านที่ถูกผนึกไว้ในดินแดนลึกลับเทพสังหารมีเทพปีศาจเว่ยกวงที่น่ากลัวยิ่งกว่าบุรุษลึกลับและกำลังพยายามทำลายผนึกออกมาเขาคงจะยอมทำตามความคิดเดิมอยู่ในโลกคัมภีร์โดยไม่มีส่วนร่วมกับการแข่งดีในขุนเขาเหนือขุนเขาแน่นอน

ก็เหมือนกับว่าพอแผลเริ่มตกสะเก็ดคนก็ลืมความเจ็บปวด คนทั่วไปมักเป็นเช่นนี้

ยิ่งกว่านั้นเฮยโจวไม่มีพลังอำนาจใดเหลืออยู่เลย?   การต่อสู้ ชื่อเสียง โชคชะตาของเขาจะให้เขายอมใช้ชีวิตถือสันโดษหรือ

คำตอบก็คือ

เป็นไปไม่ได้แน่นอน!

ใต้ป้อมพายุการสู้รบระหว่างค่ายตะวันออกและค่ายตะวันตกเหมือนไฟที่โหมกระหน่ำ

หลังจากพลังกดดันหายไปทหารทั้งสองฝ่ายเกรงว่าโลกจะถูกทำลายไปหากไม่มีสงคราม  จากนั้นพวกเขาจะเลือกวิธีที่แน่นอนตอนนี้ทุกคนโรมรันพันตูอยู่ในสนามรบไม่มีใครหนีได้สำเร็จ  พวกเขาจึงต้องเปลี่ยนความกลัวที่อยู่ในก้นบึ้งหัวใจเป็นการฆ่าฟันที่บ้าคลั่งใช้การสังหาร ใช้เลือดใช้ความตายของฝ่ายตรงข้ามเพื่อปกปิดความขลาดเขลาและหวาดกลัวภายในใจของตนเอง

ฆ่ามันฆ่ามัน!

มาเลย!

ทหารทั้งสองฝ่ายตาแดงก่ำควงอาวุธเข้าโรมรันกันต่อสู้เข่นฆ่ากันอย่างป่าเถื่อนสูญเสียสามัญสำนึกไปหมดสิ้น

ในดวงตาของพวกเขามีแต่แววคิดเข่นฆ่ากัน

ความด้อยกว่าของค่ายตะวันออกในปัจจุบันลดลงเล็กน้อยเพราะยานแม่ส่วนใหญ่กระแทกพื้นตอนที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่ยิ่งใหญ่และยังไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติในช่วงเวลาสั้นๆ  ส่วนใหญ่ถอนตัวจากการต่อสู้ จำนวนกองเรือค่ายตะวันออกนั้นเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง  เพราะทุกคนไม่มีเรือให้ใช้ ดังนั้นสถานการณ์จึงไปอยู่ที่ภาคพื้นดินต่อไป ไม่ใช่สถานการณ์ที่ถูกโจมตีจากค่ายตะวันตกโดยไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้อีกต่อไปแม้จะมีเพียงยานหงส์เหินลำเดียวที่สามารถปฏิบัติการรบได้ในขณะนี้เพราะไม่ต้องใช้กำลังคนควบคุมและมีหุ่นเกราะรบเต่าดำทำให้ค่ายตะวันออกมีเปรียบเล็กน้อยในแง่กองยานท้องถิ่น

คนในยานหงส์เหินก็ถูกพลังกดดันเทพเหมือนกันแต่พวกเขาอยู่ฝ่ายเย่ว์หยางซึ่งเป็นผู้สร้างยาน ดังนั้นแรงกดดันเทพจึงไม่สร้างความเสียหาย

กองทหารเกราะเต่าดำหุ่นยักษ์เต่าดำ

ก็ยังพลอยได้รับแรงสนับสนุนไปด้วย

ขณะที่กองเรือใหญ่ของค่ายตะวันตกเพิ่งจะกลับมาทำงานได้และเริ่มจะยกตัวเพื่อเข้าสู่สนามรบ  และมีเพียงยานลำเดียวอยู่ในสนามรบด้วยเหตุนี้เองทหารค่ายตะวันออกจึงสามารถตอบโต้กองเรือของค่ายตะวันตกได้...

ต่างฝ่ายต่างอาศัยพลังป้องกันอันตรายธรรมชาติและอาศัยจำนวนที่เหนือกว่าโจมตี

สงครามเป็นไปอย่างดุเดือดอำมหิต

การต่อสู้จะจบลงเมื่อใดไม่เกี่ยวกับพวกเขา

พวกเขาเชื่อว่าก่อนที่ผลสุดท้ายของสงครามเทพจะออกมาไม่ว่าจะได้รับความเสียหายร้ายแรงเพียงไหน การรบจะดำเนินต่อไปเพราะสติจิตสำนึกของทหารนายกองทุกคนในตอนนี้มีแต่กัดฟันรอคอยชัยชนะสุดท้ายของเทพประจำอาณาจักรของตนเพื่อปลดปล่อยตนเอง ก่อนนั้นศัตรูทั้งหมดที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาต้องถูกทำลาย

ศัตรูไม่ตายก็เป็นเราสิ้น

ถ้าใครมีจิตเมตตาเล็กน้อยก็จะพบกับความโหดร้ายของชีวิต

ค่ายตะวันออกและค่ายตะวันตกกำลังอาบเลือดต่อสู้กันราวกับกองทัพมดต่อสู้เสี่ยงชีวิตเลือดพวกเขาอาบท่วม สงครามเทพยังคงดำเนินต่อไป

ที่คล้ายกับพวกเขาคือ

ก่อนสถานการณ์จะได้ผลสรุปยังมีอีกสองคนที่ยังต่อสู้ยันกันและกันได้

พวกเขาคือจิ่วเซียวที่จงใจซุ่มโจมตีจีอู๋ลี่และอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จีอู๋ลี่ผู้สูญเสียความตั้งใจสู้คิดแต่จะหนีไปจากขุนเขาเหนือขุนเขาอย่างเดียว

ทั้งสองคนนั้นไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์หรือพลังเหมือนกับเผชิญกับศัตรูที่มีฝีมือใกล้เคียงกัน

ถ้าต้องการตัดสินผลแพ้ชนะบางทีร้อยวันก็ยังไม่ปรากฏผล

แต่จิ่วเซียวไม่รีบร้อน

เขารู้สึกว่าตอนนี้เขามีเวลา

ยิ่งทอดเวลานานไปยิ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองมากขึ้น เมื่ออาจารย์ของเขาได้ชัยชนะกลับมานั่นจะเป็นเวลาตายของจีอู๋ลี่เขาต้องลากถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ ก็จะได้รับชัยชนะเอง!  ไม่มีทางจีอู๋ลี่ก็คิดอย่างเดียวกันเขาคิดว่ายิ่งลากถ่วงเวลาต่อสู้นานออกไปเท่าใดก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น เขารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนลึกลับนั้นจะมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นกำลังหนุนจิ่วเซียวยิ่งทอดเวลานานไปหยวนจี๋อสูรพิทักษ์ของเขาก็จะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ หากเขาได้รับความช่วยเหลือจากหยวนจี๋สู้กับจิ่วเซียวต่อให้เป็นจิ่วเซียวในตอนนี้ไม่มีอะไรต้องพูดเลย บุรุษทั้งสองมีแรงจูงใจซ่อนเร้น นอกจากต่อสู้ด้วยพลังความแข็งแกร่งทั้งหมดทุกคนยังคำนวณวางแผนเป็นของตนเอง

ในแผนของพวกเขา

พวกเขาล้วนชนะกันทุกคน

“โอ๊ว!”  เย่ว์หยางรู้สึกดีหลังจากได้ว่ายน้ำในสระหลังจากขึ้นมาแล้วเย่ว์หวี่ยื่นผ้าเช็ดตัวให้เขาพร้อมกับตำหนิเขา  “ร่างกายเจ้ายังไม่ฟื้นฟูดีเปลี่ยนเป็นคนอื่นคงต้องนอนเตียงอย่างน้อยสิบวันครึ่งเดือนเจ้าลุกขึ้นยังไม่ทันไรก็กระโดดโลดเต้นเล่นน้ำเสียแล้วนี่จะไม่ดีต่อการฟื้นฟูร่างกายได้!”

“เอาละๆ ข้าผิดไปแล้ว แต่หลังจากต่อสู้เสร็จถ้าข้าไม่อาบน้ำเสียบ้าง ข้าจะรู้สึกอึดอัดไม่สบายเนื้อตัว!” เย่ว์หยางเช็ดตัวเช็ดหน้าพร้อมกับยิ้มทำท่าขอความเมตตาเย่ว์หวี่บอกว่าต่อไปเขาไม่กล้าทำอีกแล้ว “แม่เสือสาวไปถึงไหนแล้ว”

“อิคคากับเว่ยหลายไล่ตามไปแล้วแต่พวกเชี่ยนเชี่ยนบอกว่าพวกนางจะไม่ไปแดนลี้ลับเทพสังหารจากนั้นเปลี่ยนเส้นทางไปที่ป้อมพายุแทน พวกซื่อเสินใช้ชีวิตผนึกนาฬิกาวิเศษไว้ช่วยให้เจ้าปลอดภัยในการต่อสู้  พวกนางบอกว่าไม่อาจนั่งเฉยดูค่ายตะวันออกประสบเคราะห์นางชอบช่วยเรื่องเช่นนี้” เย่ว์หวี่ทำให้น้องรักผู้นี้ต้องปวดหัวเป็นทุกข์ใจต้องการให้เขาได้พักผ่อนจึงนั่งข้างตัวเขาแล้วใช้มือนวดร่างที่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้  แม้ว่าจะมีเพลิงอมฤตมีปราณกระบี่ไร้ลักษณ์คอยฟื้นฟูร่างกายได้เหมือนก่อนที่จะบาดเจ็บหนักแต่นางก็ยังดูทุกข์ใจเป็นพิเศษมิอาจหยุดคิดได้ ทุกครั้งที่เขาออกไปสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งข้างนอกนางจะเป็นห่วงทุกครั้ง นางมิอาจปล่อยวางน้องชายคนนี้ได้เลย และรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้ง

“ทำไมกัน พวกเขาไม่ได้ตายจริงๆเพียงแต่ไม่มีร่าง มีจิตสำนึกและวิญญาณยังคงอยู่ไม่ใช่หรือ?” เย่ว์หยางชื่มชมยกย่องการเสียสละของซื่อเสินอยู่ในใจ  การกระทำนี้สร้างความประทับใจให้เขา  เพียงแต่ปากของเขาไม่ยอมรับ

“ใครกันที่สามารถทำเพื่อผู้อื่นได้โดยไม่ต้องการร่างกาย?  พวกสือเซิ่นได้รับหน้าที่ตกทอดมาจากอดีต  ที่ผ่านมาเทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือกก็ทำเช่นนี้ในหอทงเทียนผู้อาวุโสของเราหลายท่านก็เป็นเช่นนี้ เสียสละตนเองเพื่อคนรุ่นต่อไปนี่เป็นมรดกความรับรู้อย่างเดียวที่เราต้องเข้าใจ นอกจากนี้หากเราไม่มีวิธีปลดผนึกนาฬิกาวิเศษโดยไม่สูญเสียพวกเขาได้ใช้พลังยกเลิกการทำสัญญาสำเร็จแล้ว ต่อให้พวกเขาถูกปล่อยในภายหลังพวกเขาก็ไม่สามารถฟื้นฟูตัวตนได้ ไม่มีร่าง ไม่มีประกายเทพ ผลสุดท้ายไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”  เย่ว์หวี่ถอนหายใจเบาๆนางเองรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณนักสู้ที่ช่วยน้องชายนางแต่กลับแสดงออกไม่ได้แม้ว่าอยากจะขอบคุณก็ตาม ซื่อเสินผนึกวิญญาณอยู่ในนาฬิกาวิเศษเขาไม่อาจได้ยินอะไรได้

“บางทีพวกเขาอาจจะออกมาได้ในอนาคตและรู้แจ้งความเป็นเทพอย่างแท้จริง ได้รับประกายเทพแท้จริง ในผนึกนั้น ใครจะรู้!” เย่ว์หยางกล่าวปิดท้ายซึ่งแม้แต่เขาก็ยังไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้นัก

“ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น!”  เย่ว์หวี่รู้สึกเช่นนั้นได้เว้นแต่มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่อย่างเทพมังกรมาเอง นั่นคงเป็นไปไม่ได้

เย่ว์หยางถูกเย่ว์หวี่นวดก็รู้สึกสบายตัวค่อยๆเผลอหลับไปในที่สุด

เขาหลับสนิท

เมื่อมองดูใบหน้าที่เปล่งปลั่งของเย่ว์หยางเย่ว์หวี่ค่อยๆ ดึงผ้าคลุมออกมาจากกำไลเก็บสมบัติและคลุมตัวเขานางรู้ว่าน้องชายนางมีเรื่องราวต้องทำมากมายยากนักจะหาโอกาสได้นอนพักดีๆอย่างนี้ นางมักเห็นเขาตื่นตัวสูงขณะที่เขาเก็บตัวฝึกฝนหรือต่อสู้บางครั้งเขาจะซ่อนสีหน้าตนเองอยู่ในเงามืดเผยให้เห็นความเปลี่ยวเหงาที่น่าสมเพช!

สิ่งที่ทำให้นางมีความสุขก็คือทุกคนรอบตัวเขากระตือรือร้นเอาใจใส่ดูแลเขา

เขาเริ่มคลายใจได้มากขึ้นเรื่อยๆ

หลับได้อย่างปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น

ความเศร้าโศกเจ็บปวดใจค่อยๆลดลงแต่มองเห็นได้.. บางทีถ้าไม่มีแม่สี่ ไม่มีซวงเอ๋ออยู่ที่บ้านเขาคงคิดถึงมารดาของเขา... ถึงเขาไม่พูด แต่นางรู้ใจเขาดี

จบบทที่ ตอนที่ 1207 ใครจะรู้ใจคนพเนจร

คัดลอกลิงก์แล้ว