เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1197 มีผลอย่างเดียว คือตาย

ตอนที่ 1197 มีผลอย่างเดียว คือตาย

ตอนที่ 1197 มีผลอย่างเดียว คือตาย


ผลของการต่อสู้เย่ว์หยางถูกทำร้ายลงไปนอนกับพื้น

เขาถูกโจมตีทุบตีไม่ถึงกับเป็นหมื่นครั้ง แต่แค่เก้าพันครั้ง นับแต่สื่อจินโหวเป็นต้นมา เส้นทางการเติบโตของเย่ว์หยางต้องพบเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่ง  บ่อยครั้งที่ต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก กว่าจะชนะบางทีก็ต้องอาศัยโชคดี  บ่อยครั้งที่ต้องต่อสู้อย่างยากลำบากเด็กหนุ่มจากโลกอื่นไม่อาจฆ่าศัตรูได้ง่าย ร่างกายของเขาหากไม่มีเพลิงอมฤตคอยช่วยชำระรักษาบาดแผลได้อย่างสมบูรณ์คาดว่าบาดแผลของเขาคงพอๆ กับดวงดาวในท้องฟ้า

แน่นอนว่ายิ่งเขาพ่ายแพ้ถูกศัตรูทุบตีลงไปนอนกับพื้นมากเพียงไหนแต่เย่ว์หยางก็จะลุกขึ้นมาได้หลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม

มันไม่เคยเป็นแบบนี้

หลังจากเย่ว์หยางถูกตีลงไปนอนกับพื้นเขาไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป!  เขาไม่ได้เป็นลมหมดสติแม้กระทั่งลมหายใจยังนิ่งเงียบ แต่เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองให้ลุกขึ้นยืนสู้ได้อีกต่อไปเท่านั้น! เย่ว์หยางมั่นใจว่าความสามารถหลักที่น่าเกรงขามของบุรุษลึกลับนี้ หรือบางทีเขาอาจถูกขัดขวางโดยประกายเทพของบุคคลลึกลับนี้ในฐานะผู้เข้าถึงระดับเทพ แม้เขาจะใช้สมบัติเทพอื่นมาใช้ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เขาเริ่มเห็นระยะห่างระหว่างตัวเขาและบุรุษลึกลับ

นั่นคือช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างนักรบระดับกึ่งเทพและเทพปราณราชันย์...พลังแบบนี้ไม่สามารถเอาชนะด้วยความตั้งใจอย่างเดียวได้

ขณะเดียวกันนี่คือความแตกต่างกันระหว่างมนุษย์และเทพแท้

บุรุษลึกลับนี้คือนักรบระดับเทพแท้

นอกจากสุดยอดนักสู้ปราณราชันย์แล้วไม่มีมนุษย์คนใดเอาชนะเขาได้ ต่อให้เป็นมนุษย์ใกล้เคียงเทพอย่างเย่ว์หยางก็ไม่ยกเว้น

เมื่อเผชิญหน้ากับกฎสวรรค์,ประกายเทพความคิดเหล่านี้สามารถสร้างโลกและทำลายโลกด้วยพลังทำลายล้างที่น่ากลัว เย่ว์หยางยังสามารถปกป้องตนเองได้ภายใต้พลังกดดันของฝ่ายตรงข้ามได้ปานปาฏิหาริย์

แม้ก่อนที่เย่ว์หยางจะล้มลงกับพื้นเขาจะสร้างปาฏิหาริย์ที่บ้าคลั่งเหลือเชื่อขึ้นมาอีกหนึ่ง

นั่นคือ

ในฐานะมนุษย์

เขาทำร้ายบุรุษผู้มีพลังเทพราชันย์ผู้มีประกายเทพ และกฎสวรรค์ข่มเขาไม่ได้จนเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

บุรุษลึกลับยืนอยู่กลางอากาศใบหน้าซีกซ้ายไหม้เกรียมเจ็บปวดลึกถึงเบ้าตาเขาใช้นิ้วขุดพลังดับสุริยาที่ฝังอยู่ในแขนออกผิวของเขาถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง บางแห่งก็มองเห็นกระดูก ภายใต้ประกายเทพของคนลึกลับอาการบาดเจ็บของเขาหายเร็วขึ้นมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่เขาไม่สามารถกำจัดอาการทรมานเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้  บุรุษลึกลับถูกเผาร่างไปถึงครึ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือซี่โครงขวาถูกปราณกระบี่ส้มที่เย่ว์หยางสร้างขึ้นเล่นงาน

กระบี่นี้

แม้แต่ปณิธานเทพของเขาก็ยังทำลายไม่ได้ง่ายๆ

หลังจากควักพลังดับสุริยาที่เบ้าตาซ้ายออกบุรุษลึกลับเกลียดจนอยากกระแทกทำลายจุดดับสุริยาให้ระเบิดแต่เกรงว่าจุดดับสุริยาจะทำให้เกิดการระเบิดและทำให้เขาบาดเจ็บรุนแรงในที่สุดเขาโยนมันขึ้นไปบนอากาศอย่างไม่เต็มใจ

จากนั้นบุรุษลึกลับใช้มือยึดปราณกระบี่ส้มเฉิงหงกวง

ในบรรดาพลังโจมตีกระบี่ส้มส่งผลมากที่สุด

เขาบังคับใช้พลัง

ค่อยๆดึงปราณกระบี่ที่แทงลึกในชายโครงขวาออกมาทีละนิดๆ

เขาใช้พลังเทพคลุมรอบปราณกระบี่จากนั้นใช้พลังแสงเทพผลักดันปราณกระบี่กลับไปหาเย่ว์หยางที่ร่วงหล่นไปบนพื้นยังไม่สามารถขยับตัวได้เพื่อระบายความเกลียดชังในใจของเขา

ซื่อเสินกระเด็นห่างออกไปยี่สิบกิโลเมตร

แม้ว่าจะได้รับการปกป้องจากกระบี่วิถีกำศรวลแต่ก็ทำให้สายตาของเขาพร่าไปชั่วขณะยังไม่ฟื้นฟูการมองเห็นชั่วคราว

จ้าวซีห่างออกไปมากกว่าเขาเขาใช้กระจกเทพปกป้องซวงหานที่อยู่ในสภาพอ่อนแอทำให้แสงทำลายล้างแทงเข้าที่แขนของเขา  และแขนของเขาชุ่มไปด้วยเลือด  ซวงหานจ้องมองและถามเขา  “ผลเป็นยังไงบ้าง?  ตอนนี้ผลเป็นยังไง? ทำไมไม่มีเสียง?  แย่แล้ว พลังเทพผันผวน ปีศาจเฒ่ายังไม่ตายเขายังไม่ตาย!”

จ้าวซีสามารถเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์การต่อสู้โดยไม่ต้องใช้สายตา  แต่ซวงหานทนไม่ได้ที่จะบอกว่าบุรุษลึกลับไม่เป็นไรภายใต้รังสีดับสุริยาและปราณกระบี่แสงสี่สายที่โจมตีใส่ร่างกายเขาอย่างหนัก

ตรงกันข้ามเด็กหนุ่มผู้ท้าทายกลับทรุดนอนลงกับพื้น

ไม่มีพลังลุกกลับมาสู้อีกต่อไป

เขาใกล้จะประสบความพ่ายแพ้

“เจ้าเด็กน้อย! ในรอบสามหมื่นปีไม่เคยมีใครทำให้ข้าต้องเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน! เจ้ามันช่างน่ารำคาญมาก แต่ข้าอยากจะบอกว่ามนุษย์อย่างไรก็ยังเป็นมนุษย์ เทพก็คือเทพมนุษย์ไม่สามารถท้าทายเทพได้ และไม่มีทางเอาชนะเทพได้!”  ชุดคลุมของคนลึกลับเริ่มกระพือภายใต้พลังเทพและจากพลังนี้ทำให้ไม่มีใครสามารถเห็นหน้าของเขาได้ชัดเจนพลังเทพประเภทหนึ่งที่คนไม่สามารถเห็นได้แผ่ออกมาจากร่างของเขาแข็งแกร่งเหนือกว่าซื่อเสิน  จ้าวซีและพวก ในทันทีนั้นพวกเขารู้สึกได้ถึงการยอมจำนนต่อคนลึกลับที่เหนือกว่านี้  แค่พลังเทพที่เปล่งออกมาจากร่าง คนที่ชมดูอยู่ก็ไม่สามารถต่อต้านทนได้คนลึกลับแผ่พลังเทพกดดันเย่ว์หยางบนพื้นและพูดช้าๆ  เหมือนกับทำการพิพากษาตัดสิน  “บัดนี้ เจ้าบังอาจต่อต้านสวรรค์ทำร้ายต่อร่างเทพผู้มีเกียรติคุณสูงสุดด้วยปราณกระบี่ของเจ้า ดังนั้นข้าจะให้เจ้าตายด้วยปราณกระบี่ของเจ้าเอง”

หลังจากคนลึกลับพูดจบเขาเพิ่มพลังคลุมรอบปราณกระบี่เฉิงหงกวนเป็นสองเท่า

และเตรียมใช้พลังตอบโตปราณกระบี่ส้ม

จากนั้นเล็งไปที่ศีรษะของเย่ว์หยางอีกครั้ง  ตราบใดที่เขาถอนพลังเทพออกเขาเชื่อว่าแรงกดของปราณกระบี่ส้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าอย่างมิอาจต้านทานได้

นัยน์ตาของซื่อเสินคล้ายเสือที่ได้รับบาดเจ็บมีโลหิตสองสายหลั่งออกมองคล้ายน้ำตา  เขายังถือกระบี่วิถีกำศรวลอยู่ในมือ

จ้าวซีวิ่งเข้ามาสมทบกับซวงหานที่ร่างอ่อนแออย่างรวดเร็ว

พวกเขาวิ่งเขามาหาอย่างกระวนกระวายใจ  “ซื่อเสิน!  อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม เราจะช่วยทุ่มพลังให้เจ้า!”

ซื่อเสินไม่รู้ตัวว่ากัดริมฝีปากจนเลือดซึมออกมาตั้งแต่เมื่อใด  เขาสูดหายใจลึกและระเบิดพลังเทพทั้งหมดทันที“ข้ารู้ดี  พลังของเราทั้งหมดสู้ก็ไม่ต่างกับมดที่เขย่าตอไม้ อย่างไรก็ตามข้าจะไม่นั่งดูเด็กหนุ่มผู้รุ่งเรืองที่อาจเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับข้าต้องตายไปต่อหน้าต่อตา  ไม่ว่าวิธีการของข้าจะมีประโยชน์หรือไม่ ข้าต้องสู้!  นอกจากสู้อย่างสิ้นคิด ข้าจะทำอะไรได้อีก...บางทีข้าอาจเป็นตัวทำให้ยุ่งยากมากขึ้นแต่ข้าไม่อาจเพิกเฉยมองดูคนเผ่าพันธุ์เดียวกับข้าถูกฆ่าตาย!”

“เปล่าประโยชน์ เฮ้อ!”  จ้าวซีถอนหายใจหมดหวัง

เขาเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าซื่อเสินถูกฆ่าตาย

ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่เป้าหมายของคนลึกลับ เพียงแต่พลังเทพกดดันก็แทบทำให้ผู้ที่เห็นต้องงอมืองอเทามองดู  ถ้าคนลึกลับลงมือเขาควรจะสู้ด้วยไหม?

เจตจำนงราชันย์ของสุดยอดนักรบปราณราชันย์ก็สามารถฆ่าซื่อเสินได้!  ไม่มีเหตุผลที่ควรท้าทายคนลึกลับในตอนนี้

รู้ว่าฝีมือห่างไกลแต่เขาก็ยังคงกล้าหาญ

ดึงดันเกินไปหรือเปล่า?

โง่ใช่ไหม?

จ้าวซีไม่ห้ามซื่อเสินอีกเขาหลับตาเจ็บปวดไม่สามารถทนดูเทพบูรพาที่เขารู้จักมาเป็นหมื่นปีถูกศัตรูฆ่าตายทันที!

“เฮอะ!”  คนลึกลับไม่สนใจป้องกันซื่อเสินแต่อย่างใด  เขาโบกมือสะบัดแขนแต่พลังเทพโจมตีซื่อเสินกระเด็นไปหมื่นเมตรและจากนั้นใช้พลังกักซื่อเสินให้ดิ้นรนทรมานด้วยความเจ็บปวด

ถ้าไม่ใช่เพราะเขายังหวังจะได้รับความลับบางอย่างเกี่ยวเทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือกทั้งสองแล้ว  เขาคงสังหารซื่อเสิน จ้าวซีและคนอื่นๆจนเหลือเถ้าธุลีไปนานแล้ว  ขณะที่ซื่อเสินจ้าวซีและซวงหานถูกพลังเทพของเขาข่มไว้ ในอีกด้านหนึ่ง ปราณกระบี่ส้มเฉิงหงกวงถูกบีบอัดแน่นด้วยพลังเทพถึงสิบเท่าและพลังกระบี่ขยายเพิ่มอีกร้อยเท่า

บุรุษลึกลับระมัดระวังไม่คลายพลังที่ใช้หุ้มห่อปราณกระบี่ส้ม

เขาสงสัยว่าปราณกระบี่ชนิดนี้จะไม่ทำลายผู้เป็นนาย

แต่ว่าตอนนี้เขาไม่ต้องการกลับคำพูดของเขา

ดังนั้นแนวคิดเรื่องปราณกระบี่ส้มเปลี่ยนไปอย่างลับๆ แต่พลังเทพที่ใช้ห่อหุ้มปราณกระบี่ยังคงอยู่และการสะท้อนพลังปราณกระบี่อาจจะตอบสนองต่อพลังชีวิตของเขาเย่ว์หยาง  เขาจะใช้พลังปราณกระบี่สนอ

คืนเย่ว์หยาง

เย่ว์หยางนอนอยู่บนพื้นและร่างกายทั้งสิ้นทำให้คนลึกลับไม่รู้เรื่องกฎข้อห้าม และเขาไม่สามารถดิ้นรนได้

เขาต้องเห็นปราณกระบี่ส้มพุ่งออกไปเหมือนจรวดด้วยตาตนเอง

ตรงไปต่อหน้าต่อตาเขา

“ตาย” เมื่อบุรุษลึกลับเห็นว่าเย่ว์หยางไม่สามารถต่อต้านได้ในที่สุดเขารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างและความโกรธที่โดนเจ้าเด็กนี่ทำร้ายบาดเจ็บหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง  ตราบใดที่บดขยี้เจ้าเด็กนี่จนเหลือแต่เถ้าถ่านเขาจะไม่มีอะไรต้องกลัวแม้แต่น้อย  อย่างไรก็ตามเขาฆ่าอัจฉริยะมานับไม่ถ้วนแล้ว

“อา...”

เสียงร้องกราดเกรี้ยวดังขึ้นที่ด้านหลังบุรุษลึกลับ

ก่อนที่คนลึกลับจะหันกลับมาเขารู้สึกว่ามีพลังเทพทำลายล้างสรรพสิ่ง สามารถทำลายกฎสวรรค์ของตัวเขาในขณะเดียวกันก็บีบบังคับให้เขาต้องปกป้องร่างกายตนเอง พลังนั้นทำลายเจตจำนงราชันย์ที่ปกป้องร่างกายของเขาระดมโจมตีใส่ตัวของเขาราวกับฟ้าผ่า

เป็นเวลากว่าหมื่นปีที่คนลึกลับไม่ได้ทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดหลั่งโลหิต

ดูเหมือนว่าหัวใจของเขาแทบแตกและเลือดเนื้อ สมองแทบจะระเบิด ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นมาจากลำคอ

เขารู้สึกว่ากระดูกสันหลังและซี่โครงราวกับจะระเบิดร่างของเขาปลิวไปร้อยเมตรอย่างมิอาจควบคุมได้ พลังเทพของคนลึกลับกลับมารวมตัวอีกครั้งและกำจัดพลังเทพโจมตีที่ค้างอยู่ในร่างของและพยายามรักษาอาการบาดแจ็บให้เสถียร คนลึกลับผู้นั้นพยายามกลืนเลือดลงท้อง ใครโจมตีเขา? ใครสามารถโจมตีตัวเขาได้ที่ขุนเขาเหนือขุนเขาแห่งนี้

ใครบังคับให้เขาถอยหลังได้?

เทียนอี้มาถึงหรือ?

เป็นไปได้อย่างไร

คนลึกลับหันไปมองด้วยความประหลาดใจ

เขาพบว่าเป็นปีศาจอสรพิษน้อยที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจ

ตอนนี้สภาพของเธอแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง  ในเวลานี้เธอมีพลังมากพอจะตรึงโลกทั้งโลกร่างปีศาจอสรพิษทองสูงหนึ่งกิโลเมตรยืนมองอยู่เหนือโลก  การโจมตีหนักหน่วงเมื่อครู่นี้คือพลังควบแน่นจากประกายเทพ

โชคดีที่ปีศาจอสรพิษน้อยนี้ยังไม่เติบโตเต็มที่ มิฉะนั้นคงอันตรายอย่างไม่คาดคิดแน่นอน

อายุน้อยขนาดนั้นมีประกายเทพฉายร่างสูงถึงหนึ่งกิโลเมตรนั่นนับว่าไม่เลวแล้ว

บุรุษลึกลับมีความคิดอำมหิตฆ่าฟันทันที

ขณะที่เธอยังเติบโตไม่เต็มที่ถ้าไม่ฆ่าในตอนนี้ปล่อยไปจะเป็นหายนะ ถ้าจะฆ่าต้องรีบฆ่าปีศาจน้อยนี่ทันที

“ได้คู่ต่อสู้แบบนี้ให้ข้ารับมือเอง! ตลอดเวลาข้ามักจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่นายท่านมอบให้เสมอ  แต่เข้าร่วมต่อสู้แม้แต่ฮุยไท่หลางที่กินของเหลือจากข้าก็ยังได้ต่อสู้เพื่อนายท่านอยู่บ่อยๆ...ข้ามักจะนอนหลับอยู่ในโลกคัมภีร์ บ่อยครั้งที่เกียจคร้านเพียงเพราะข้ออ้างเพื่อความก้าวหน้า  ในที่สุดวันนี้ข้าก็ได้โอกาสเสียที  เสี่ยวเหวินหลี ครั้งนี้ให้ข้าลงมือเอง! นอกจากนี้ถ้าปล่อยให้เจ้าสู้อาจจะทำให้ขุนเขาเหนือขุนเขาพังทลายก็ได้  ครั้งนี้ให้ข้ารับมือเอง!”

เสียงนี้ไพเราะอ่อนโยน

เสียงไพเราะหวานหูแบบนี้แม้แต่คนที่โกรธโมโหเมื่อได้ยินได้ยินก็เป็นเหมือนกับคนที่ได้ดื่มน้ำเย็นในฤดูร้อนไม่สามารถโกรธต่อ และรู้สึกสบาย

แน่นอนว่าเสียงนี้ทรงพลังเหนือธรรมชาติที่มิอาจปฏิเสธได้

แม้จะไม่ได้ตั้งใจ

แต่พลังปณิธานราชันย์ไม่มีใครเพิกเฉยได้!

บุรุษลึกลับหันกลับไปและพบว่าปราณกระบี่ส้มเฉิงหงกวงที่เขาใช้พลังเทพหุ้มคลุมไว้ถูกสาวน้อยผู้งดงามดุจเทพธิดาใช้นิ้วที่งดงามเหมือนกลีบกุหลาบคีบจับไว้  ปราณกระบี่ส้มที่พยศร้ายกาจสามารถสะท้อนพลังกลับเชื่องเชื่อราวกับลูกแมวน้อย  นอกจากไม่สะท้อนยืดยาวเท่านั้นแต่กลับหดลงทีละนิดๆ  พลังเทพที่ล้อมคลุมโดยรอบหายไปกลายเป็นชิ้นส่วนของกลีบดอกไม้กระจายไปตามลม

“เจ้าก็เป็นเทพราชันย์ด้วยหรือ?”   ในหัวใจของบุรุษลึกลับหญิงสาวประหลาดนี้แกร่งกร้าวมากกว่าปีศาจอสรพิษน้อยที่อยู่ข้างหลังเสียอีก!  นางมาจากไหน?หรือว่านี่คืออสูรพิทักษ์ของเจ้าเด็กนี่?  เจ้าเด็กนี่มีอสูรพิทักษ์ถึงสองเชียวหรือ?

อสูรพิทักษ์คู่แฝด?

แต่ไม่เหมือนกัน!

ข้างหน้านี้ดูเหมือนจะเป็นอสูรสายพฤกษาและข้างหลังเป็นปีศาจอสรพิษน้อย!

สิ่งที่แปลกที่ทำให้คนลึกลับสับสนก็คืออสูรพิทักษ์ทั้งสองล้วนเป็นอสูรพิทักษ์ระดับเทพทั้งนั้นแม้แต่นางหนึ่งก็ถึงระดับเทพราชันย์.... ถ้าเจ้าเด็กนี่เป็นเจ้านายจริงๆ  ทำไมเขายังไม่เป็นระดับเทพ?  ทำไมยังไม่เข้าสู่ระดับเทพราชันย์?  ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน  มิฉะนั้นคงไม่มีเรื่องเหลวไหลแบบนี้เกิดขึ้น!

“ข้าจะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญ! ที่สำคัญคือเจ้าทำร้ายเจ้านายข้าด้วยเล่ห์เหลี่ยม! เจ้าแสร้งเป็นดูถูกการต่อสู้ของผู้เยาว์ แต่ในความเป็นจริงเจ้าใช้อสูรโจมตีเขาในขณะต่อสู้เสี่ยงชีวิต  นี่เป็นความผิดเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายเพราะเจ้าเป็นระดับผู้อาวุโสกระทำการเช่นนี้ไม่สมกับสถานะเจ้าเลย  อย่างไรก็ตามไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีการไร้ยางอายขนาดไหน ตราบที่เจ้าทำร้ายเจ้านายข้า เจ้ามีจุดลงเอยเพียงอย่างเดียว”  ร่างกายของนางแผ่กระจายดอกไม้นับไม่ถ้วนด้วยพลังแห่งเทพนางเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กลายเป็นทะเลดอกไม้ในทันทีนิ้วเรียวยาวชี้ไปทางบุรุษลึกลับ  “นั่นคือตาย!”

จบบทที่ ตอนที่ 1197 มีผลอย่างเดียว คือตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว