เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1192 เข่นฆ่า!

ตอนที่ 1192 เข่นฆ่า!

ตอนที่ 1192 เข่นฆ่า!


หยวนจี๋อดีตยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งฟ้าเหนือฟ้าในนามว่าราชันย์ฟ้าลุกขึ้นยืน

บังหน้าเจ้านายตนเองไว้

เขาคืออสูรพิทักษ์ที่จีอู๋ลี่ฝึกขึ้นมาเอง  และเป็นสุดยอดในบรรดาอสูรศึกทั้งปวงที่เขามีอยู่ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือเขาไม่เพียงแต่มีประสบการณ์ในการต่อสู้หมื่นปีเท่านั้นแต่ยังเป็นอมตะโดยไม่ต้องกังวลถึงอุบัติเหตุใดๆ

อสูรลอยแสง อสูรสยองขวัญและจีอู๋ลี่ยืนเป็นแนวสามเหลี่ยมอยู่ด้านหลังหยวนจี๋

คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เปล่งรัศมี

อสูรอื่นถูกเรียกออกมา

อสูรฤาษีชอบซ่อนตัวอยู่ในหมอกควัน  ในมือถือเคียวยมทูตทันทีที่เขาปรากฏตัวคลื่นควันในตัวแผ่ปกคลุมสนามรบจนมืดมิดอย่างรวดเร็วลมในสนามรบไม่สามารถสลายควันดำนี้ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษของอสูรฤาษีนี้ เย่ว์หยางแทงหอกกลืนมังกรและหอกนั้นจมลึกเข้าไปในควันหนาทึบอย่างรวดเร็วราวกับวัวดินปั้นที่โยนลงทะเล

ในสนามรบมีอยู่เพียงที่เดียวที่ไม่มีควันหนาทึบก็คือบริเวณรอบตัวเย่ว์หยางหนึ่งเมตร

ตราบใดที่ยังมีเพลิงอมฤต

ทุกอย่างจะถูกชำระ

ไม่มีสิ่งใดยกเว้น

ต่อให้ควันเหล่านี้ยิ่งหนาทึบเท่าใดก็ไม่มีทางกลบเพลิงอมฤตของเย่ว์หยางได้

เย่ว์หยางมองผ่านจักษุญาณทิพย์สามารถเห็นจีอู๋ลี่อสูรลอยแสงและอสูรสยองขวัญในท่ามกลางควันหนาทึบได้ สนามพลังชั่วคราวนี้ยังมีกฎสวรรค์พิเศษประจำสนามพลังที่ชาวขุนเขาเหนือขุนเขาเรียกว่า‘เทพ’

เมื่อเทียบกับโบราณวัตถุที่ใช้ในการจัดการกับชี่เฉียวทั้งสามชิ้นนั้นใหญ่มากกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในมือของจีอู๋ลี่มีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น

ถูกครอบงำด้วยพลังเทพเทพผู้สร้างสนามพลังและกฎสวรรค์ได้แข็งแกร่งจนยากจินตนาการ

ทันใดนั้น พื้นที่ของสนามรบทั้งหมด

เทียบกับดินแดนลับเทพสังหาร

สิ่งมีชีวิตทุกอย่างจะอ่อนแอลงในระดับที่แตกต่างกัน

เพื่อเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างเย่ว์หยางจีอู๋ลี่ทุ่มเทคุณค่าทั้งหมดโดยไม่เสียดาย นอกเหนือจากวางสนามพลังเทพสังหารแล้วเขายังได้อัญเชิญอสูรหลายตนด้วยกันเพื่อสร้างโอกาสและช่วยเหลือได้มากขึ้น  สัตว์สองตัวแปลงร่างเป็นฉากภาพสอดคล้องกับพื้นดินพื้นทรายโดยทั่วไป นอกจากนี้ยังมีอสูรสายพฤกษาที่สามารถแบ่งร่างอวตารได้นับไม่ถ้วนกลายเป็นพืชพรางตัวรอซุ่มโจมตีในควันที่หนาทึบ อสูรตัวที่สี่เป็นอสูรล่องหนธาตุลมพรางตัวอยู่ในอากาศผสมผสานกับควันหนาของอสูรฤาษีสิ่งที่ดึงดูดเย่ว์หยางมากที่สุดก็คืออสูรตัวที่ห้าเป็นอสูรร้ายที่ทรงพลังอย่างยิ่ง รูปร่างของมันเหมือนถ้ำมันไม่ได้ซุ่มโจมตีเหมือนกับอสูรตัวอื่นแต่เข้าสู่โลกสยองขวัญพรางตัวอยู่ในโลกบิดเบือนของอสูรสยองขวัญ

ถ้าเย่ว์หยางไม่ระวังเข้าสู่โลกของอสูรสยองขวัญเพื่อช่วยซวงหานเป็นไปได้ว่าจะถูกอสูรตัวนี้กลืนกินได้ในครั้งเดียว

ปากนั้นเป็นไปได้ว่าอาจเป็นช่องทางนำเข้าไปสู่มิติอื่นที่แตกต่าง

เพราะอสูรตัวนี้มีพลังแข็งแกร่ง

เย่ว์หยางอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาไม่สามารถมองเห็นได้อย่างครบถ้วน

“เพิ่มพลังร้อยเท่า!”  จีอู๋ลี่ทำทุกอย่างและพบว่าเย่ว์หยางยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาคิดว่าเย่ว์หยางมีความสงสัยจึงยืนนิ่งอยู่ในที่เดิมโดยไม่เปลี่ยนความคิด  เย่ว์หยางไม่ได้ห้ามในที่สุดจีอู๋ลี่เรียกอสูรยักษ์ใหญ่เหมือนดวงอาทิตย์ออกมาเสริมกำลังอสูรและเพิ่มพลังกายให้กับหยวนจี๋

“กรรรรร!” หยวนจี๋คำรามใส่ท้องฟ้าข้างหลังเขามีปีกสีทองคู่หนึ่งงอกขึ้นทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า

เวลาผ่านไป

พลังของเย่ว์หยางอ่อนลงในสนามพลังเทพสังหาร

หยวนจี๋ได้รับพลังสนับสนุนร้อยเท่านอกจากนี้ยังมีอสูรรูปร่างกลุ่มแสงทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นเทียบกับเย่ว์หยางตอนนี้เหนือกว่าอย่างไม่มีเหตุผลใดๆ เลย

“ลงโทษประหารชีวิต ได้เวลาต่อสู้เด็ดขาดข้าจะใช้คมขวานโลหิตตัดศีรษะศัตรู” หยวนจี๋เรียกขวานเทพเจ้าเมื่อเขาถือขวานในมือเขามีความรู้สึกว่าสามารถทำลายโลกได้ทั้งโลก ร่างของหยวนจี๋ที่เป็นเพียงเงาทองเริ่มรวมตัวแน่นกลายเป็นร่างเลือดเนื้อ

เมื่อหยวนจีคืนสภาพเป็นร่างมนุษย์เขาใช้ขวานอาญาอาวุธระดับเทพเป็นอาวุธประจำตัว

ขณะนี้เอง

เขามีชีวิตคงกระพัน

ไม่ต้องพูดถึงศีรษะ  ต่อให้เป็นมิติเวลาของโลกและสวรรค์เขาก็ฟันเปิดได้

ตาย!

หยวนจี๋รู้สึกว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุดเต็มไปด้วยความมั่นใจเขาตรงเข้าหาศัตรูที่ยังยืนนิ่งกับที่และใช้ขวานไร้ต่อต้านก่อนทันที

ขณะที่ขวานอาญาระดับเทพกำลังสับลง คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของเย่ว์หยางปรากฏลอยอยู่หน้าเขาพอดีและคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีพลังใดๆ ในโลกสามารถทำลายได้ปิดกั้นพลังทำลายของขวานอาญาได้ทั้งหมดได้อย่างง่ายดายพริบตาที่เย่ว์หยางทำให้หยวนจี๋ตกตะลึง  ดาบเทาเถี้ยในมือของเย่ว์หยางฟันสวนกลับด้วยท่าที่หนึ่งดาบผ่าปฐพีต่อหน้าหยวนจี๋

มาตั้งแต่เมื่อไหร่

หยวนจี๋ขวางขวานในมือต้านรับเขาตวัดขวานหมุนตัวทางขวา และเปลี่ยนมือถือขวานมือซ้ายอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันดาบเทาเถี้ยสั่นสะเทือนขวานอาญายังคงมีศักยภาพคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง

ขวานยังคงเงื้อขึ้นเหนือศีรษะ

เพียงแต่หยวนจี๋เปลี่ยนจากมือขวาไปถือมือซ้าย

เย่ว์หยางไม่ได้ใช้ทักษะพิเศษในการสู้กับขวาน  เขามีอาวุธใช้มากมายไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธประเภทนี้! คทาเทพจักรพรรดิอวี้ถูกนำมาใช้ต้านรับขวาน ขณะที่อาวุธเทพทั้งสองปะทะกันแมงป่องดาวฟ้าเปลี่ยนร่างเป็นถุงมือสวมเข้ากับมือเย่ว์หยางและปล่อยหมัดใส่หยวนจี๋ที่กำลังหมุนตัวเหวี่ยงขวานอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ขวานอาญาได้แต่ตั้งรับแต่ช้าเกินกว่าจะโจมตีรุกไล่ เขาต้องใช้ด้านหนาของขวานป้องกันตัว เย่ว์หยางไม่ยอมปล่อยให้หยวนจี๋ได้มีโอกาสพักหายใจมือขวาของเขาถือดาบศึกทงเทียนร่างแปลงของอสูรทองน้อยเขาแทงใส่ระหว่างคิ้วของหยวนจี๋

หยวนจี๋ได้แต่ถอยอย่างไม่มีทางเลือก

เทาเถี้ยกลายร่างเป็นอสูรคอยกดข่มขวานเทพไม่ให้ใช้งานถลัด

แมงป่องดาวฟ้าบินออกมาโดยอัตโนมัติและตวัดหางต่อยมือซ้ายของหยวนจี๋   ขณะที่หยวนจี๋จับหางของแมงป่องดาวฟ้าด้วยมือซ้ายมือขวาเขาจับดาบอสูรทงเทียนประกายดาบจันทร์เสี้ยวก็ปรากฏข้างหน้า

เย่ว์หยางใช้มือทั้งสองข้างจับดาบ

ดาบจันทร์เสี้ยวฟันใส่หน้าผากหยวนจี๋ด้วยท่าที่สองฟ้าถล่มดินทลาย

ปีกสีทองที่อยู่ด้านหลังหยวนจี๋กางออกมาบังข้างหน้าก่อนจะถูกดาบฟัน

ขนสีทองหลายสิบขนกระจายเต็มในท้องฟ้าแมงป่องดาวฟ้าก็โดนเหวี่ยงขึ้นไปในท้องฟ้าจากนั้นหยวนจี๋ยิงพลังเทพใส่ดาบอสูรทงเทียน ดวงตาของเขาเย็นชากระหายเลือดเขาจับขวานเทพและเตะอสูรทงเทียนที่กำลังกัดด้ามขวานกระเด็นออกไปและตั้งใจใช้พลังขวานเทพโจมตีเย่ว์หยางที่ไม่มีอะไรปกป้อง

แต่ฉากภาพที่เขาเห็นข้างหน้าไม่ใช่เย่ว์หยางที่หวาดกลัวถอยหนีออกไป

แต่กลับเป็นกำลังเสริมสนับสนุนของเขา

พลังที่สนับสนุนที่อยู่ต่อหน้าของเด็กหนุ่มนี่แต่ละครั้งจะทำให้เขาพลังเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าเมื่อหยวนจี๋เผชิญหน้ากับเย่ว์หยางเขามองเห็นเป็นภาพลวงตาภูผาสูงใหญ่...เมื่อพูดถึงความสามารถในการให้พลังสนับสนุน เงาปีศาจยักษ์อสูรพิทักษ์อันดับหนึ่งของเย่ว์หยาง มีกี่ร่างกันแน่มันสามารถรวมตัวจนเป็นร่างใหญ่โตได้หรือ? เพื่อฆ่าจีอู๋ลี่ให้ได้เย่ว์หยางวางแผนอยู่นานแล้วเงาปีศาจต้องเพิ่มอย่างน้อยสิบร่างมีพลังร้อยเท่าเหนือกว่าความก้าวหน้าของจีอู๋ลี่ทุกทาง

เขาใช้สนามพลังสร้างโลกเป็นครั้งแรกหยวนจี๋เหมือนอยู่หน้าประตูเป็นตายทันที

ไม่รอให้เขาโจมตี

ขณะที่พลังต่อสู้ของเย่ว์หยางขึ้นถึงขีดสุดปีศาจอสรพิษน้อยเสี่ยวเหวินหลีปรากฏตัวที่ด้านหลังหยวนจี๋ตาคู่งามของเธอจ้องมองศัตรูอันตรายและใช้ทักษะพันธนาการทันที

“อะไรกัน?” หยวนจี๋ตะโกนอยู่ในใจ แต่เสียงไม่สามารถเปล่งออกมาได้ อย่าว่าแต่หลบหนีเลย

บางทีอาจเป็นเวลาไม่ถึงวินาทีแต่ก็เพียงพอให้เย่ว์หยางระดมพลังโจมตีอย่างรุนแรงได้

ตราผนึกเทพจักรพรรดิอวี้ปรากฏในมือของเขา

และประทับเหนือหน้าผากหยวนจี๋ทันที

เสียงกะโหลกแตกที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนและด้วยความเร็วเหนือเสียงเย่ว์หยางใช้อีกมือหนึ่งที่ถือมุกประทีปราตรีเสยกระแทกปลายคางหยวนจี๋  เลือดและฟันหักกระเด็นกระจายในอากาศหยวนจี๋แทบจะหมดสติต้องหลบหนีจากความเจ็บปวด แต่ก่อนที่เขาจะทันตั้งสติได้อาวุธเทพร่างมนุษย์ร่างแปลงของสองสาวพี่น้องมังกรในร่างดาบแทงเข้าที่หน้าอกของหยวนจี๋ไม่เพียงแต่หัวใจเท่านั้น แม้แต่วิญญาณก็เจ็บปวดจากการแทงครั้งนี้

หยวนจี๋ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าผู้คุ้มกันของเจ้าเด็กนี่มีมากมาย

และแต่ละคนเล่นงานเขาได้ถึงตาย

เมื่อเขาดิ้นรนหนีจากทักษะพันธนาการสำนึกเทพเขารู้สึกเลือนรางและพบว่ากะโหลกของเขาแตก ฟันหายไปและอกที่ตำแหน่งหัวใจมีรูขนาดใหญ่ อวัยวะภายในบอบช้ำอย่างหนักอาการบาดเจ็บเหล่านี้ไม่สำคัญที่สุด หอกเพลิงที่สร้างด้วยเพลิงอมฤตแทงใส่ท้องเขาปักตรึงเขาไว้กับพื้น

เพลิงอมฤตเป็นไฟที่ชำระทุกอย่างในโลก

แม้แต่ร่างเทพก็ยังไม่เว้น

หยวนจี๋รีบใช้ขวานเทพตัดร่างตนเองขาดครึ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว

“หนี!”

เขาหวังแต่เพียงว่าต้องรีบกลับไปอยู่ข้างเจ้านายหลังจากบินกลับมาจากควันดำ กลับไปหาจีอู๋ลี่ที่กำลังตะลึง สายเกินกว่าจะพูดเตือนมีปราณกระบี่สามสายถูกยิงจากธนูเทพร่างมนุษย์ไล่ตามหลังเขาและปราณกระบี่ทั้งหมดยิงถูกร่างของเขา

ปราณกระบี่สามสามสายมีสีดำสีขาวและสีแดง

กระบี่ดำกุยจ้าง

กระบี่ขาวซวงหัว

กระบี่แดงชี่เสี่ยวเหลียน

ในครั้งสุดท้ายกระบี่แดงชี่เสี่ยวเหลียนยิงเข้าที่หลังศีรษะความเจ็บและความกลัวบนใบหน้าของหยวนจี๋กลายเป็นความผ่อนคลาย

เขาฝืนยิ้มขมขื่นให้จีอู๋ลี่  “หยวนจี๋สู้มาได้ในระดับนี้เท่านั้น  ศัตรูน่ากลัวรายนี้ด้วยพลังข้าและพลังเจ้าไม่อาจต้านทานได้รีบหนีเร็ว!”

ปราณกระบี่ทั้งสามสายทำให้หยวนจี๋ไม่มีพลังสนับสนุนอีกต่อไปร่างของเขาสลายสำนึกเทพกลายเป็นแสงทองกลับเข้าคัมภีร์อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์

ในฐานะอสูรพิทักษ์ เขาเป็นอมตะ

แต่พลังเทพ

ร่างเทพที่ฟื้นฟูขึ้นมาด้วยความยากลำบากถูกปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ทั้งสามทำให้สูญสลายสำนึกเทพหยวนจี๋ที่กลับเข้าไปในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ เมื่อเผชิญกับผลลัพธ์มากเกินกว่าจินตนาการเช่นนี้จีอู๋ลี่ตะลึงทันที  เขาไม่อยากเชื่อเขาคิดว่าเขาจะรอข่าวดีว่าหยวนจี๋สามารถประสบความสำเร็จสังหารศัตรูได้อย่างรวดเร็วไม่คาดคิดเลยว่าอสูรพิทักษ์ที่ทรงพลังและเป็นหลักประกันสำคัญที่สุดของชีวิตเขาราชันย์ฟ้ายอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งฟ้าเหนือฟ้าจะมาพ่ายแพ้ต่อหน้าเขาร่างเทพสลายสำนึกเทพเหือดแห้ง

ต่อให้เรียกกลับมาใช้เขาไม่รู้ว่าจะคืนค่าระดับพลังปัจจุบันได้แค่ไหน....

พลังโจมตีแบบไหนกันที่ทำให้หยวนจี๋ย่ำแย่หนักขนาดนั้น?

เป็นไปได้ยังไง?

ในโลกนี้นอกจากอาจารย์แล้วใครทำอย่างนี้ได้?  ไม่ นี่เป็นไปไม่ได้!

ในมือของเย่ว์หยางกลั่นสร้างปราณกระบี่รัศมีสีส้มพุ่งออกมาจากควันหนาออกมาถึงหน้าจีอู๋ลี่ทันทีที่หายนะแพร่กระจาย ยกเว้นศัตรูเจ้าเล่ห์มีแผนการอยู่ในใจแล้วเขาคือศิษย์ของเจ้าตำหนักสูงสุดแห่งตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานที่มีคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเจ้าตำหนักศักดิ์สิทธิ์เป็นโอรสสวรรค์ผู้หยิ่งทระนง แต่ชีวิตของเขากลับตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกระบี่นี้

“ตัวเจ้าเป็นแค่จุดเริ่มต้น ในไม่ช้าอาจารย์ของเจ้าและตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดจะต้องถูกกำจัดด้วยปราณกระบี่ของข้า!” เย่ว์หยางยิงปราณกระบี่ส้มเฉิงหงกวงใส่จีอู๋ลี่อย่างไม่ลังเล

จบบทที่ ตอนที่ 1192 เข่นฆ่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว