เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1166 ข้าไม่ต้องการรอด อย่าได้คิดอีก

ตอนที่ 1166 ข้าไม่ต้องการรอด อย่าได้คิดอีก

ตอนที่ 1166 ข้าไม่ต้องการรอด อย่าได้คิดอีก


การต่อสู้ดุเดือดสิบนาทีชี่เฉียวล้มกับพื้นไปหลายสิบครั้ง

เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

ในการโจมตีทำร้ายของเทพทั้งสามเทพอุดรจ้าวซีนั้นทรงพลังที่สุด พลังฝ่ามือของจ้าวซีมองภายนอกดูอ่อนหยุ่นละเอียดไม่น่าแปลกใจ แต่ความจริงมีพลังทะลุทะลวงแทรกเข้าไปทำร้ายอวัยวะภายในยิ่งกว่าสายฟ้า เย่ว์หยางมองดูและขมวดคิ้วไม่สามารถคิดหาวิธีแก้ไขภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้เป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น ถ้าเป็นเย่ว์หยางต่อสู้ด้วยตนเอง เขาอาจมีวิธีรับมือกับคนอย่างจ้าวซีซวงหานและซาฟง  แต่ตอนนี้เทพอาคเนย์ชี่เฉียวถูกศัตรูพบก่อนอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้าโง่ชี่เฉียวตายซะเถอะ!” ซาฟงไล่ตามชี่เฉียวเหมือนหมาป่าหิวโหย

“ไสหัวไป!”

ถึงตอนนี้ชี่เฉียวตระหนักถึงความตายมานานแล้ว

เขาไม่ต้องการหลบหนีในสนามพลังสมบัติของเทพโบราณซึ่งเป็นเทพสังหารไม่มีใครสามารถหลบหนีได้ง่าย อย่าว่าแต่ฝ่ายศัตรูมีอยู่ถึงสามคนที่มีพลังพอกัน

ชี่เฉียวคิดหาวิธีลากหนึ่งในสามของศัตรูลงน้ำไปด้วยต่างฝ่ายต่างสู้ตกตายตามกัน

ซาฟงปกติมีความเร็วราวสายฟ้าเขาระดมหมัดต่อยเหมือนพายุทันที

โจมตีที่ด้านหลังชี่เฉียว

เลือดฉีดพุ่งจากปากชี่เฉียวแต่เขาไม่ได้ขยับ เหมือนกับว่าคนที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสไม่ใช่เขา  ภายใต้การระดมพลังโจมตีอย่างดุเดือดของซาฟงชี่เฉียวค่อยๆ หลับตา มือขวาของเขาทำท่าราวกับลูบคู่รักยื่นออกมาข้างหน้าซาฟงสีหน้าเปลี่ยน เขารีบกระโดดสูงออกมาจากวิถีโจมตีของชี่เฉียวกลับไปหาจ้าวซีและซวงหานสหายทั้งสอง

แสงสีทองฉายเจิดจ้า

พลังลำแสงสีทองฉายออกมาจากคัมภีร์อัญเชิญระดับทองพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า

อสูรพิทักษ์ที่คล้ายมังกรไฟร้องเสียงดังราวกับอัสนีบาตผสานเข้ากับร่างของชี่เฉียวเพิ่มพลังให้เจ้านายมันถึงสิบเท่าสนามพลังเพิ่มขยายตัว สนามพลังของเขาเป็นสนามพลังเพลิงม่วงทอง ภาพมังกรม้วนตัวปรากฏชัดและนี่อาจเป็นที่มาของชื่อชี่เฉียว! (มังกรแดง)

ชี่เฉียวใช้มือซ้ายพลิกหน้าคัมภีร์

อาวุธวิเศษปรากฏในมือซ้ายของเขา

ดูเหมือนง้าวแต่ไม่ใช่ง้าว แม้ว่าจะไม่มีพลังเจตจำนงของสมบัติเทพที่แท้จริงแต่ก็มีพลังที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ตอนแรกเย่ว์หยางสงสัยว่าเป็นสมบัติเทพระดับต่ำ  แต่หลังจากตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาถึงแน่ใจว่าเป็นเพียงอาวุธวิเศษชั้นกึ่งเทพด้วยพลังสมบัติชั้นกึ่งเทพมันสามารถแสดงพลังได้คล้ายกับสมบัติเทพที่แท้จริงนี่คือสมบัติวิเศษนามว่า ‘กลืนมังกร’ที่ชี่เฉียวใช้ต่อสู้มาหลายพันปีแล้ว

กลืนมังกรไม่ใช่ง้าวไม่ใช่ขวานศึก แต่เป็นหอกยาวจะว่าคล้ายมังกรก็ไม่ใช่ จะว่าไม่คล้ายก็ไม่เชิง

ด้วยหอกนี้เองทำให้ชี่เฉียวยึดสถานะเทพอาคเนย์ได้

และตลอดไป

วันนี้ชี่เฉียวต้องใช้หอกนี้สู้กับศัตรู...บางทีอาจจะรู้ตัวดีอยู่แล้วว่านี่คือศึกสุดท้ายของเจ้านาย  ดังนั้นหอกกลืนมังกร จึงเปล่งเสียงครางหึ่งๆสะท้านวิญญาณ

“เพื่อนยาก! เรามาสู้กับศัตรูที่ทำร้ายเราพร้อมกันเถอะ!  ตั้งแต่เทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือกตายไป  ข้าเพิ่งตั้งใจจะสู้แบบนี้จริงๆ  ข้าสัญญากับซื่อเสินไว้ในอดีตแล้วไม่ว่ายังไงก็ตาม ข้าจะอดทนต่อไป วันนี้ความพยายามของข้าจะสิ้นสุด แม้ว่าข้าจะต้องตายในสนามรบ  ข้าก็คงพักผ่อนได้อย่างสงบ” ชี่เฉียวลูบหอกลืนมังกรเหมือนกับว่าเป็นคู่รักหรือสหายสนิทของเขา และแสดงความรู้สึกอยู่ภายในเทพบูรพาซื่อเสินไม่อยู่ตรงนั้น ชี่เฉียวสามารถสู้ได้ตามลำพัง สิ่งเดียวที่อยู่คู่กายเสมอและเขาสามารถไว้วางใจได้ก็คือหอกกลืนมังกรในมือของเขา

“ราชาของข้าอย่าทิ้งข้าไว้ตามลำพัง...”

ในโลกคัมภีร์บางทีอาจสัมผัสได้ถึงการชี้นำของอสูรพิทักษ์

สตรีผิวขาวบินออกมาจากอากาศนางโผเข้าอ้อมอกชี่เฉียวร้องไห้ หลั่งน้ำตาดุจสายฝนถ้าไม่ใช่เพราะนางกำลังคร่ำครวญเสียใจ นางนับเป็นหญิงงามที่โลกต้องมองตะลึง

มือทั้งสองของนางกอดเอวชี่เฉียวสะอึกสะอื้นร้องไห้อย่างเงียบๆ

เสียงสะอื้นแผ่วเบาของนางดังเหมือนกาเหว่า

ถ้าใครได้ยินจะรู้สึกใจสลาย

ชี่เฉียวไม่ใช่คนใจแข็งเหมือนหินเหมือนเหล็ก  แต่สถานการณ์ที่น่ากลัวทำให้เขาต้องแข็งใจ  เขาเองก็รู้สึกเสียใจ และค่อยๆยื่นมือลูบผมยาวของคนรักอย่างนุ่มนวลในเวลานี้เขาไม่ใช่เทพอาคเนย์ที่กำลังต่อสู้อาบเลือดเสี่ยงชีวิตแต่เป็นเหมือนสามีที่ดีกำลังบอกลาภรรยาก่อนออกเดินทางถ้าไม่อยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง เขาจะทุ่มเทพลังออกมาขนาดนั้นได้อย่างไร?

“ราชาของข้า,ข้าต้องเป็นฝ่ายกล่าวอำลาก่อน... ข้ารู้ว่าท่านกลัวความเดียวดายมากที่สุดดังนั้นข้าจะล่วงหน้าไปก่อน ไปรออยู่ในเส้นทางปรภพไม่ไกล  ข้าจะรอท่าน ข้าจะไม่ยอมให้ท่านเดียวดาย ราชาของข้า.. ข้าขอลาก่อน!”

สตรีชุดขาวจูบลาคนรัก

นางคุกเข่าอีกครั้ง

นางกอดเข่าคนรักหลั่งน้ำตาและจุมพิตมือคนรักนางรู้ว่าเขาลังเลที่จะจาก แต่นางไม่สามารถทนได้นั่นคือเหตุผลที่นางต้องกล่าวลาอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นภาระห่วงของเขา

นางจับมือเขาแนบแน่นจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ

ในที่สุดนางคำนับและกราบเขาอีกครั้ง

รอจนนางเงยหน้ามองเขาอีกครั้งหน้าอกนางมีมีดสั้นปักลึกลงไปจนมิดด้ามมีด

“ราชาของข้าถ้าท่านมีโอกาสหนี อย่าลังเล ข้าจะรอท่านล่วงหน้า จะหมื่นปี แสนปีข้าก็จะรอ แค่กๆ ข้าขอล่วงหน้าไปก่อน ฝ่าบาทรักษาพระองค์ด้วย...” นางไม่สามารถกำมือชี่เฉียวได้ และในที่สุดขณะหงายร่างล้มลง  นางยังต้องการจะจับชุดของเขาแม้ตั้งใจจะจากไปก่อน แต่ก็ยังมีความอาลัย

ชี่เฉียวเหยียดมือคล้ายประคองร่างนางให้นอนลงกับพื้น  แต่แทนที่จะจับมือของนางเขากลับหลับตาด้วยความเจ็บปวดใจปล่อยให้นางล้มกับพื้นอย่างไม่เต็มใจ

เขาสามารถช่วยชีวิตนางได้  แต่เขากลับไม่ทำตอนนั้น

เพราะเขารู้เช่นกัน

ความตายของนางถูกกำหนดไว้แล้ว

ถ้านางตายที่นี่นางจะไม่ต้องมีชีวิตตามลำพังดีกว่าปล่อยให้นางถูกผนึกชีวิตอยู่ในโลกคัมภีร์ที่มืดมนหรืออาจถูกศัตรูจับและขืนใจจนต้องอับอายขายหน้า ปล่อยให้นางไปด้วยความรู้สึกที่ดีย่อมจะดีกว่า

นี่คือความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจนาง  ดังนั้นเขากลัวและลังเล

แต่เขานับถือทางเลือกของนาง

“ตายอนาถเหลือเกินไม่มีความหมายอะไร  ข้าจะช่วยเจ้าเอง!”  มือของซาฟงไม่ทราบว่าถือสามง่ามทองไว้ตั้งแต่เมื่อใด  ภายใต้ดวงตาสีแดงโลหิตเขาใช้สามง่ามแทงที่หน้าอกสตรีชุดขาวอย่างเย็นชาและยกร่างนางขึ้นในอากาศ

“ซาฟง!” ชี่เฉียวพุ่งเข้าหาซาฟงอย่างโมโห แต่ซวงหานดึงโซ่น้ำแข็ง ชี่เฉียวถูกโจมตีอย่างดุเดือดแทน ไม่เพียงโจมตีซาฟงไม่สำเร็จ  แต่กลับถูกซาฟงเตะกระเด็นไปข้างทาง

“น่าสมเพชเหรือเกิน  แต่ข้าคิดว่ายังไม่พอ  ความจริงเอาหนักกว่านี้สักเล็กน้อยก็ได้”  ซาฟงหัวเราะ

“พระสนม”  ชี่เฉียวหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดสองสาย

“ราชาของข้า...ลาก่อน...” หญิงสาวที่ถูกสามง่ามทองแทงร่างชูอยู่ในอากาศตอนนี้ชุดขาวของนางย้อมเลือดแดงฉานใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา แต่นางพยายามดิ้นรน ใบหน้าซีดขาวมีรอยยิ้มอ่อนแอ

รอยยิ้มที่เสมือนดอกไม้สูญสิ้น

โลก

สูญเสียความงดงาม

นิ้วมือของสตรีชุดขาวกระตุกเล็กน้อยและดูเหมือนนางต้องการจะปลอบใจชี่เฉียวที่โกรธจนหน้ากระตุกแต่เขาไม่สามารถกำจัดโซ่น้ำแข็งที่สร้างความกังวลให้เขาได้แต่ความเคลื่อนไหวที่อ่อนโยนนี้ทำให้พลังชีวิตสุดท้ายของนางมอดดับลงดวงตาของนางปิดลงช้าๆ และใบหน้านางมีรอยยิ้ม นางไม่สามารถต่อต้านได้อีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว

“อ๊าคคคคค!”  ชี่เฉียวคลุ้มคลั่งทันที

ร่างของเขาระเบิดพลังออกมาร้อยเท่า

โซ่ยะเยือกที่ล่ามร่างของเขาแตกระเบิดเป็นชิ้นกระจัดกระจายด้วยความโกรธของเขา

ซวงหานที่กำลังดึงโซ่ตกใจอ้าปากค้างแม้แต่เทพอุดรจ้าวซีถึงกับดวงตาเป็นประกาย

ซาฟงไม่มีเวลาทำลายร่างหญิงสาวที่ถูกเสียบอยู่บนสามง่ามทองหน้าของเขาก็ถูกหมัดพิโรธแฝงด้วยความเกลียดชังต่อยใส่ ฟันของเขากระเด็นหักไปสองซี่!

หอกกลืนมังกรของชี่เฉียวแทงใส่ซาฟง เขาต้องใช้สามง่ามทองปัดเบี่ยงเบนจึงหลบพ้นได้อย่างปลอดภัย

แต่อีกด้านหนึ่งไม่สามารถป้องกันวิชาศีรษะเหล็กของชี่เฉียวได้

อกของเขาถูกกระแทกระเบิด

ร่างเขากระเด็นไปที่ผนังหินที่อยู่ไกลๆ

“อ้ายเฟย! ในเส้นทางปรภพอย่าเพิ่งไปไกลนัก เจ้ารอข้าอีกนิด รอให้ข้าฆ่าซาฟงก่อนแล้วจะไปหาเจ้า!  ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวความมืดที่สุดข้าจะไม่ยอมให้เจ้ารอนาน!”  ตอนนี้ชี่เฉียวเหมือนคนบ้า แต่เขาไม่ได้คลุ้มคลั่งทันที เขายังคงมีสติตวัดหอกกลืนมังกรไว้ข้างๆ เอื้อมมือรับร่างคนรักที่ร่วงมาจากอากาศ  ตาคมกล้าของชี่เฉียวนองน้ำตา เขาค่อยๆ วางร่างของนางลงกับพื้นอย่างแผ่วเบาเช็ดเลือดที่เปื้อนตัวนางออก

ซาฟงพุ่งกลับมาเหมือนสายฟ้าและแทงสามง่ามทองที่หน้าผากของชี่เฉียว

ชี่เฉียวไม่สนใจ

เลือดไหลออกจากหน้าผากชี่เฉียวราวกับน้ำ

ซาฟงพบว่าเขาไม่สามารถใช้สามง่ามตีและแทงชี่เฉียวอีกครั้งได้ชี่เฉียวใช้มือซ้ายโอบร่างคนรักขณะที่มือขวายื่นไปจับใบมีดของสามง่ามเขาใช้พลังเทพบิดสามง่ามอย่างแรงพร้อมกับระเบิดพลังเทพ  หลังมือขวาของเขามีเลือดไหลเป็นทางเขาอุ้มคนรักเดินไปที่ผนังหินที่เย่ว์หยางซ่อนตัว

ค่อยๆวางนางลงในหลุมเล็กห่างจากเย่ว์หยางไม่ถึง 100เมตรและโน้มตัวจูบคนรักเป็นครั้งสุดท้าย

ซาฟงโมโหและยกหินยักษ์ขึ้น

แล้วทุ่มใส่ศีรษะของชี่เฉียว

ชี่เฉียวยังคงเฉย

จนกระทั่งหินยักษ์เกือบจะฝังคนทั้งสองก่อนที่เขาจะใช้หมัดต่อยซาฟงกระเด็นออกไปเป็นพันเมตร

“พวกเจ้าจงถูกฝังไปพร้อมกับข้า”ชี่เฉียวเลือดท่วมตัวหันไปทางหอกกลืนมังกรก่อนจะหมอบลงพร้อมกับเงยหน้าด้วยความมุ่งมั่น “ข้าไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ พวกเจ้าไม่ต้องมีชีวิตเช่นกัน...”

“นี่เจ้าล้อเล่นใช่ไหม?”เทพพายัพก้าวออกมาอย่างยโส มือขวาของเขามีอาวุธวิเศษ ‘รากน้ำแข็ง’ ทั้งยังเป็นอาวุธระดับกึ่งเทพไม่ต้องคำนึงถึงระดับพลัง มันไม่เคยพ่ายแพ้หอกกลืนมังกร โซ่ใจฟ้ามีพลังล่ามวิญญาณอยู่ด้วย เขาไม่หดหู่ยินดีนักเพราะการยกระดับพลังร้อยเท่าของชี่เฉียวแต่ก้าวออกไปอย่างห้าวหาญและพูดเย้ยหยัน “อย่านึกว่าเจ้ามีสมบัติกึ่งเทพคนเดียว เจ้าคงไม่คิดหรอกนะว่าเจ้าคนเดียวที่มีคัมภีร์อัญเชิญ  เจ้าไม่สามารถเอาชนะซาฟงได้ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะท้าทายข้ากับจ้าวซี ชี่เฉียว จริงๆ แล้วเจ้าอ่อนแอที่สุดในบรรดาแปดเทพ  ถ้าไม่ใช่เพราะซื่อเสิน เราคงฆ่าเจ้าไปนานแล้วจะปล่อยให้อายุยืนยาวมาหลายพันปีหรือ?”

บึ้มปัง!

อีกด้านหนึ่งซาฟงและจ้าวซีไม่อาจคงความแข็งแกร่งได้ต่อเนื่องอีกต่อไป  พวกเขาเรียกคัมภีร์อัญเชิญและอาวุธเทพและปลดปล่อยพลังเตรียมโจมตีชี่เฉียวเป็นครั้งสุดท้าย

เย่ว์หยางไม่ให้ความสนใจการต่อสู้ระหว่างสามคน  จิตใจของเขาให้ความสนใจสตรีที่ถูกฝังในหลุม

ทำไมชี่เฉียวถึงฝังนางที่นี่

ที่นี่มีความลับอะไร

เป็นการบอกใบ้อะไรหรือเปล่า?

หรือเป็นการกระทำที่บังเอิญไม่มีความหมาย?

จบบทที่ ตอนที่ 1166 ข้าไม่ต้องการรอด อย่าได้คิดอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว