เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1159  ดินแดนลับเทพสังหาร

ตอนที่ 1159  ดินแดนลับเทพสังหาร

ตอนที่ 1159  ดินแดนลับเทพสังหาร


ขณะยังไกลจากอาณาจักรลับเทพสังหารเมื่อผ่านชายแดนอาณาจักรเทพอาคเนย์ กาดำได้ทราบข่าวที่น่าตกใจ

อาณาจักรประจิมประกาศสงครามกับอาณาจักรบูรพา

ช่วงเวลาหมื่นปีที่ผ่านมาแปดอาณาจักรเทพได้ลงนามสนธิสัญญาสันติภาพและตอนนี้อาณาจักรเทพประจิมฉีกสัญญาและแยกตัวออกไป  เหตุผลที่เทพประจิมเฮยโจ้วประกาศสงครามเขาปรึกษาถึงการแต่งงานกับธิดาคนเล็กที่เทพบูรพาซื่อเสินรักและถนอมมากที่สุดแต่กลับถูกเทพบูรพาซื่อเสินปฏิเสธว่า ‘นางอยากแต่งงานกับมนุษย์มากกว่าเจ้างี่เง่าเฮยโจ้ว’ เทพประจิมไม่อาจรับความขายหน้าได้ ดังนั้นเทพประจิมเฮยโจ้วใช้อำนาจและสิทธิ์เทพด้วยความโมโหเพื่อจะรบกับเทพบูรพาซื่อเสินเทพประจิมส่งกองทัพออกไปเพื่อบีบบังคับให้มีการแต่งงานให้ได้... ความเคลื่อนไหวเช่นนี้ทำให้ทุกคนขมขื่น

เฮยโจ้วอายุเท่าใดแล้ว?

แปดเทพมีอายุเป็นหมื่นปี ไม่มีการแก่ตาย

ที่จริงแล้วธิดาคนเล็กที่เฮยโจ้วต้องการแต่งงานด้วยนั้นเป็นทาริกาน้อยสามขวบ!

โคแก่ที่คิดจะกินหญ้าอ่อนแบบนี้ อย่าว่าแต่ซื่อเสินแลยเปลี่ยนเป็นบิดาคนอื่นคงไม่เห็นด้วยกับการสู่ขอที่งี่เง่าเช่นนี้...  แน่นอนว่าแม้แต่คนโง่ก็คิดออกว่าเฮยโจ้วไม่ได้ต้องการแต่งงานกับเด็กหญิงที่ยังไม่หย่านมแต่หาข้ออ้างประกาศสงคราม

อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาต้องการหาข้ออ้างประกาศสงคราม เขาควรหาเหตุผลที่สมควรกว่านี้หรือไม่?

มีหรือซื่อเสินจะไม่อารมณ์เสีย?

สำหรับเฮยโจ้วที่กล่าวอ้างว่าเทพผู้มีอำนาจไม่อาจมีมลทินและความผิดได้เป็นเรื่องน่าตลกยิ่งกว่า เมื่อซื่อเสินบอกว่าทุกคนไม่รู้ แต่เขาก็เป็นเทพผู้สูงส่งไม่ใช่มนุษย์ด้วยเช่นกัน เฮยโจ้วเทพประจิมอยู่หน้าประตูของซื่อเสินยังกล้าใช้อำนาจเทพหรือ?  นี่มากเกินไปหรือเปล่า! สำหรับกองทัพทั้งหมดที่จะโจมตีอาณาจักรเทพบูรพาอย่างนี้ไม่ใช่การสู่ขอแต่งงาน  แต่เป็นการรุกราน!

“อาณาจักรเทพประจิมเริ่มเร็วขนาดนั้นเชียวหรือ?”  พยัคฆ์บินและอินทรีป่า เมื่อได้ทราบข่าวก็รู้สึกได้ทันที

“ดูเหมือนว่าทุกอย่างเป็นแผนการทั้งนั้นรวมทั้งปล้นยานกระทุงและการกลับมาของจีอู๋ลี่ ข้ออ้างของเฮยโจ้วส่งกองทัพเข้ารุกรานก็เป็นหนึ่งในแผนนั้น”  ฟลามิงโกเข้ามาสมทบและหลังจากได้ยินข่าวเขาหยิบยกความคิดเห็นของตนเองขึ้นแสดง

“ตอนนี้เราควรจะทำอย่างไร?”  กาดำมองเย่ว์หยาง

“การประกาศสงครามโดยอาณาจักรเทพประจิมก็หมายความว่าค่ายตะวันตกทั้งหมดประกาศสงครามกับค่ายตะวันออก”  หลังจากคิดชั่วเวลาหนึ่งเย่ว์หยางได้ตัดสินใจ  “ทุกคน! ไปยังสถานที่นัดหมายกันก่อน แม้ว่ายังไม่ถึงเวลาแต่โปรดติดต่อจอมพลกริฟฟินและจอมพลฟงเอ๋อโดยเร็วที่สุด  หากเจ้าไม่สามารถติดต่อได้ให้ไปที่อาณาจักรเทพบูรพาโดยตรง ข้าคิดว่าศูนย์กลางของสงครามนี้จะต้องอยู่ในอาณาจักรเทพบูรพาอาณาจักรเทพอาคเนย์ และอาณาจักรเทพทักษิณ แม้ว่าจะมีสงคราม ก็จะไม่ใช่อาณาจักรทางค่ายตะวันตก เพราะนั่นไม่ใช่จุดสนใจของการโจมตีของเหล่าทวยเทพแห่งค่ายตะวันตก!”

“แล้วเจ้าจะไปไหน?  เจ้าจะแยกจากไปหรือ?”  เจ้ากระทุงรีบถาม

“ข้ามีเรื่องบางอย่างต้องไปทำ ข้าต้องไปที่อาณาจักรลับเทพสังหารเพื่อตรวจสอบ....เทพเฮยโจ้วกับเทพซื่อเสินยังคงไม่สู้กันในช่วงเวลาหนึ่งสงครามของกองทัพยังไม่เท่ากับการต่อสู้ของเหล่าเทพ  หลังจากฆ่าชี่เฉียว เทพอาคเนย์และตัดกำลังพันธมิตรที่ทรงพลังทั้งสองของเทพซื่อเสินก่อน  เฮยโจ้วจะไม่สู้อย่างหนักกับซื่อเสิน!”  เย่ว์หยางยังไม่รีบ

“ก็ได้เราจะทำตามแผนที่วางไว้ ถ้าเราไม่สามารถทำตามแผนได้ เราจะไปที่ป้อมพายุแห่งอาณาจักรเทพบูรพา” หลังจากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแล้วพยัคฆ์บินและอินทรีป่าตัดสินใจทันที

“ก่อนข้าจะจากไป ข้าอยากจะเตือนทุกคน” เย่ว์หยางมองทุกคนอย่างเคร่งขรึม  “เล่ห์เหลี่ยมของจีอู๋ลี่และแผนดำเนินการของเขาไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าสามารถจินตนาการได้อย่างแน่นอนการต่อสู้ของเราบนยานอาจจะถูกกู้ไห่และหมื่นปีศาจและส่งข้อมูลให้เฮยโจ้วและจีอู๋ลี่ที่อยู่ใกล้กันก็ได้ ข้าไม่อาจบอกได้ว่าพวกเขาจะตอบโต้แก้แค้นแบบไหน  แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือศัตรูจะเข้ามาในกลุ่มของเราให้มากที่สุดเพื่อลดความระมัดระวังของพวกเราและทำการทรยศในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด  เฮยโจ้วข้าไม่รู้แต่จีอู๋ลี่เก่งในการเปลี่ยนแปลงและสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แบบ  และอย่างน้อยเขามีอสูรศึกร่างมนุษย์ที่รู้วิธีลบความทรงจำ หากพวกเจ้าสูญเสียความทรงจำพวกเจ้าจะต้องตื่นตัว นอกจากนี้หลังจากที่ข้าจากไป และพวกเจ้าเห็นข้าอีกครั้งเว้นแต่ข้ามอบเงายักษ์ให้พวกเจ้า มิฉะนั้นนั่นคือตัวปลอม!”

“เข้าใจแล้ว”คำเตือนของเย่ว์หยาง ทำให้พวกพยัคฆ์บินถึงกับหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

ถ้าจีอู๋ลี่รู้วิธีเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นคนอื่น

ทั้งยังกำจัดความทรงจำได้ดี

นั่นเป็นปัญหาลำบากใจจริงๆ

หากเขามองไม่เห็น เขาถูกเก็บไว้ในที่มืด แม้ว่าเห็นเขาก็จะถูกลบความทรงจำ.. จีอู๋ลี่คนนี้ไร้ที่ติ! ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าเขาไม่ต้องคอยจ้องดูพวกกุ้งน้อยเหล่านี้มิฉะนั้นทุกคนคงไม่สามารถรับมือเขาได้

หลังจากเย่ว์หยางจากไปแล้ว พยัคฆ์บินอินทรีป่าและฟลามิงโกหลังจากพูดคุยซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้สึกว่ามาตรการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการกระทำของกลุ่ม

บุรุษผู้ติดตามข้างล่างไม่ต้องพูดถึงหัวหน้าหลายคนต้องทำหน้าที่ร่วมกัน

อย่าปล่อยให้ศัตรูมีโอกาสรุกราน

จีอู๋ลี่จะจับตามองปลาเล็กปลาน้อยเหล่านี้หรือไม่ เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าหาค่ายตะวันออกด้วยวิธีนี้  โจรดวงดาวไม่คุ้นเคยกับทุกคนในค่ายตะวันออก แต่พวกเขาเข้าร่วมกองกำลังเพื่อต่อสู้กับศัตรู การใช้สถานะของโจรดวงดาวจะเป็นทางลัดเข้าสู่ค่ายตะวันออกหากไม่มีความเป็นไปได้เช่นนั้น เย่ว์หยางคงจะไม่บอกพยัคฆ์บินอย่างจริงจังว่าพวกเขาต้องป้องกันการรุกรานจากภายใน

อาณาจักรลับเทพสังหาร

เย่ว์หยางตรงไปยังเป้าหมายนี้ด้วยการเทเลพอร์ตเต็มกำลังเขาใช้เวลาสองวันก็มาถึงอาณาจักรลับในตำนาน

ถ้าไม่มีแผนที่จากโจรดวงดาวก่อนหน้านั้นและแผนเดินเรือยานกระทุงเย่ว์หยางคงต้องใช้เวลานานขึ้นสิบเท่าและยังไม่เข้าถึงสถานที่ห่างไกลอย่างนี้ได้เลยการบอกว่าเป็นดินแดนลับนับว่าไม่ผิดเลย

ดินแดนลับเทพสังหารไม่ใช่พื้นที่บนพื้นขุนเขาเหนือขุนเขา

แต่เหมือนกับเป็นดาวขนาดยักษ์ที่ลอยสูงอยู่ในท้องฟ้า

ยิ่งไปกว่านั้นรอบๆพื้นที่นั้นมีเมฆมืดปกคลุมท้องฟ้าและคลุมดวงอาทิตย์ตลอดกาล  โลกที่รกร้างทั้งหมดนี้อยู่ห่างออกไปหนึ่งพันไมล์เป็นภูเขาที่แห้งแล้งมีสันเขาบาง และมักมีพายุหมุนแปลกๆ มองลงมาจากยอดเมฆมืดครึ้มพื้นผิวข้างล่างจะหายไปเป็นครั้งคราว เย่ว์หยางยังเห็นว่าในสถานที่นี้มีปรากฏการณ์แสงออโรร่าคล้ายกับที่ปรากฏในบริเวณขั้วโลกแสงออโรร่าบิดเบี้ยวนับไม่ถ้วนค่อยๆฉายข้ามท้องฟ้าย้อมเมฆสีดำกระจัดกระจายกลายเป็นสีที่มีเอกลักษณ์

ทะลุชั้นเมฆครึ้มหนาร้อยกว่ากิโลเมตรเข้าไป และจู่ๆก็เห็นแสงทะลุผ่านเมฆหนาหลายร้อยกิโลเมตรและสว่างไสวขึ้น

ดวงดาวกระพริบให้เห็น

เงาดำคล้ายดาวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าและมันถูกสร้างโดยโลหะลับเทพสังหารที่ไม่มีร่องรอยมลทิน

จากการชมดูครั้งแรก เย่ว์หยางพบว่ามันเต็มไปด้วยพลังกฎสวรรค์แปลกประหลาดซึ่งไม่ห้ามการใช้วิทยายุทธ์แต่จะทำให้ความแข็งแกร่งของผู้ท้าทายลดลงเป็นพันเท่า

แม้ว่าเย่ว์หยางจะเข้าไปพบเจอขุมสมบัติ  แต่เขาไม่รีบร้อนขุด

ตอนแรกเขาบินไปรอบๆ ดินแดนลับเทพสังหารและบินนำโดยไม่ลังเล

หลังจากได้รับการยืนยันว่าไม่มีมีเทพซุ่มอยู่หรือตามมาเย่ว์หยางเปลี่ยนกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและนางเซียนหงส์ฟ้าเพื่อให้พวกนางได้รู้สึกถึงดินแดนลับเทพสังหาร   ด้วยทักษะหกรับรู้ขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและภูมิปัญญาของนางเซียนหงส์ฟ้า เย่ว์หยางรู้สึกว่าช่วยได้มาก พวกเขาไปด้วยกัน

ความปรารถนาดี

แต่ความจริงตรงกันข้าม

แม้ว่าจะมีองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและนางเซียนหงส์ฟ้าช่วยแต่หลังจากค้นหาทั้งวันเย่ว์หยางไม่พบอะไร

“ไม่พบอะไรเลย เป็นไปได้ยังไง?”

เมื่อกลับไปที่โลกคัมภีร์ เย่ว์หยางเล่าสถานการณ์และทุกคนอุทาน

ถ้าบอกว่าด้วยความรู้สึกของเย่ว์หยางองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและนางเซียนหงส์ฟ้าก็ยังไม่ได้อะไร  อย่างนั้นเป้าหมายก็คงไม่ต่างกับศูนย์

อย่างไรก็ตามนี่เป็นดินแดนของเทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือกสองเทพผู้ยิ่งใหญ่ผู้ล่วงลับ  แม้ว่าแปดเทพจะถูกกำจัดเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทิ้งอะไรไว้เลยทุกคนรู้ว่าหลังจากถึงระดับที่แน่นอนในระดับหนึ่งเป็นเรื่องยากที่นักรบจะถูกฆ่า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักรบระดับเทพ  แม้ว่าจะมีพลังอย่างท่วมท้นนักรบส่วนใหญ่จะถูกผนึกไว้เท่านั้น ไม่สามารถฆ่าได้โดยตรง..เทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือก พวกเขาตายจริงหรือ? แม้ว่าพวกเขาจะถูกสังหารโดยเทพทั้งแปด ร่องรอยทั้งหมดที่เหลืออยู่ พลังเทพสำนึกเทพและประกายเทพของพวกเขาหายไปไหน?

มีกฎสวรรค์ห้ามทำลายดินแดนลับเทพสังหารแต่นั่นไม่ใช่เหตุผลในการกำจัดร่องรอยของเทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือก

พฤติกรรมของแปดเทพเป็นเช่นไร?

หรือว่าดินแดนลับเทพสังหารนี่ซุกซ่อนความลับที่ไม่มีใครรู้

หลังจากพูดคุยสนทนากันแล้ว เย่ว์หยางยังคงเป็นผู้นำและหลังจากยืนยันว่าดินแดนลับเทพสังหารไม่มีอันตรายอย่างแน่นอนทุกคนถูกส่งออกไปสำรวจ โดยใช้จำนวนคนที่มากครั้งนี้ไม่เพียงแต่เย่ว์หวี่และอู๋เหินออกไปร่วมสำรวจด้วยเท่านั้นกระทั่งเด็กสาวเอลฟ์เป่าเอ๋อและสาวใช้ลูกครึ่งเอลฟ์ที่วุ่นอยู่กับการทำงานบ้านก็ออกมาช่วยเช่นกัน

กลุ่มพวกเป่าเอ๋อจะยุ่งยากมากกว่าแต่อย่างน้อยพวกนางก็กระตือรือร้น

สามวันผ่านไป

น่าท้อแท้ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

“สถานที่นี้แปลกเกินไป แม้ว่าจะไม่รู้สึกถึงอันตรายคุกคามแต่ต้องมีบางอย่างที่ทำให้เราหลงเข้าใจผิด” สาวน้อยมารเคราะห์ฟ้าเชื่อว่ามีเจตจำนงที่มองไม่เห็นสร้างภาพลวงตาให้กับทุกคน

“พลังกฎสวรรค์มีอยู่ตรงนั้น แต่ไม่ทำให้เกิดภาพลวงตา” เย่ว์หยางพยายามใช้ปณิธานปราณราชันย์กับสนามพลังสร้างโลกค้นหาแต่ไม่พบอะไรผิดปกติเป็นพิเศษ

“บางทีภาพลวงตาที่สร้างขึ้นโดยสิ่งนั้นอาจหลอกสนามพลังของเจ้าได้” มารเคราะห์ฟ้าไม่เต็มใจละทิ้งกรอบทฤษฎีสันนิษฐานของนาง

“พอเถอะ” นางเซียนหงส์ฟ้าชายตามองข้างหนึ่ง

“ข้าไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย!”  มารเคราะห์ฟ้าตกใจแลบลิ้น

“มีร่องรอยของเทพมหาอัคคีและเทพสุดยะเยือกสองเทพผู้ยิ่งใหญ่ ข้ารู้สึกสัมผัสได้แผ่วเบา แต่แปลก ข้าไม่แน่ใจและข้าไม่สามารถกำหนดตำแหน่งดินแดนลับเทพสังหารได้...”ไม่ต้องพูดถึงองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน แม้แต่เย่ว์หยาง แม้แต่อู๋เหินและเย่ว์หวี่  พวกนางก็รู้สึกสัมผัสได้เหมือนกับว่ามีเสียงบางอย่างเรียก แต่พอสัมผัสอย่างระมัดระวัง ค้นหาอย่างจริงจัง กลับทำไม่ได้น่าคลั่งใจจริงๆ!

“ทุกคนไปพักกันก่อนข้าจะตรวจสอบช้าๆ อีกครั้ง เรื่องแบบนี้ไม่รีบร้อน!”  เย่ว์หยางแนะนำทุกคนให้กลับไปพักแต่นางยังรั้งอยู่ นางกระซิบที่หูเย่ว์หยาง “เสี่ยวซาน, เจ้าไปดูอู๋เสีย และคิดหาทาง..”

เสวี่ยอู๋เสียยังคงหลับและกลับได้สติจากความปั่นป่วนเป็นครั้งคราว

แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ นางกลับหลับอีกครั้ง

เย่ว์หยางคิดว่านี่เป็นปรากฏการณ์ที่ดี แสดงให้เห็นว่านางจะตื่นขึ้นมาในเร็ววันนี้เขาจะถือโอกาสเรียกนางทุกสามถึงห้าวัน หวังว่านางจะได้สติในเร็ววัน

เย่ว์หวี่ขอให้เย่ว์หยางไปถามวิธีกับเสวี่ยอู๋เสียหวังว่านางจะให้ความรู้แจ้งแก่เขาทำให้เขาไขความสงสัยได้  นางรู้ว่าน้องชายนางคือใครถ้าเขาเห็นเสวี่ยอู๋เสียตื่นขึ้น เขาคงประหลาดใจ เมื่อเงื่อนไขบางอย่างถึงบางทีปริศนาดินแดนลับเทพสังหารจะได้รับการคลี่คลาย

เมื่อได้ยินเย่ว์หวี่พูดอย่างนี้ เย่ว์หยางใจเต้นแรง

การไปเยี่ยมเย่ว์หวี่เป็นเรื่องที่ดีและจะช่วยไขปริศนาดินแดนลับเทพสังหารได้แม้ว่าจะคลี่คลายไม่ได้ แต่ถ้านางตื่นขึ้นได้นับเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งนัก!

จบบทที่ ตอนที่ 1159  ดินแดนลับเทพสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว