เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1155 ผู้สมคบคิดที่น่ากลัวที่สุด

ตอนที่ 1155 ผู้สมคบคิดที่น่ากลัวที่สุด

ตอนที่ 1155 ผู้สมคบคิดที่น่ากลัวที่สุด


ศัตรูกำลังมาเสียงกึกก้องเหมือนหลากสะท้านฟ้าสะเทือนดิน

แต่พวกเขาต้องรีบถอยและจากไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อจอมพลซ้ายกู้ไห่สมทบกับจอมพลขวาหมื่นปีศาจและหนอนพิษศพบิน สตรีไฟนรก ภูตพราย ฯลฯ ในห้าจอมโฉด เย่ว์หยางพบว่าเทพที่จับตามองดูอยู่บนท้องฟ้าและสถานการณ์โดยรวมก็หายไปเช่นกัน  การจากไปของศัตรูไม่ได้หมายความว่าการสู้รบจบลง ในทางกลับกันนี่เป็นเพียงข้อเสนอพักรบชั่วคราวของศัตรูเพื่อปรับใช้กลยุทธ์และเมื่อกลับมา การโจมตีครั้งต่อไปจะต้องเฉียบขาดดุดันมากกว่านี้!

แน่นอนว่าสามารถเอาชนะศัตรูข้างหน้าได้มิใช่ว่าไม่ได้ผลรับอะไร

ขุนพลห้าสัมผัสของฝ่ายศัตรู

ตายไปสี่

ในที่สุดมีเพียงขุนพลฟันหนูหัวหน้าขุนพลห้าสัมผัสที่เอาชีวิตรอดได้ส่วนที่เหลือ ค้างคาวหูโต วานรตาปีศาจกิ้งก่าลิ้นยาวและแมลงจมูกยาวถ้าไม่ตายก็ถูกจับ ถ้ารวมก่อนหน้านี้ที่เย่ว์หยางฆ่าผีตะกละไปด้วยอาณาจักรเทพประจิมสูญเสียนักสู้ระดับขุนพลเทพไปห้าคนในศึกนี้

หากไม่มีอุบัติเหตุอย่างเย่ว์หยางปรากฏขึ้น

ทหารและพลเรือนและทรัพย์สินของอาณาจักรเทพอาคเนย์สูญเสียไปเป็นหมื่นเกรงว่าจอมพลกริฟฟิน แม่ทัพอินทรีทอง เหมาพั่วตี้และคนอื่นอาจจะไม่รอด

สำหรับโจรดวงดาวที่ถูกอาณาจักรเทพประจิมจัดการมาโดยตลอดพวกเขาไม่สามารถหนีชะตากรรมน่าเศร้าได้ในฐานะเป็นหมากตัวหนึ่งได้

การต่อสู้สิ้นสุดลง

พยัคฆ์บินอินทรีป่าและฟลามิงโกยังพอหายใจโล่งอก

กู้ไห่และท่านหมื่นปีศาจพากันถอยหนีกันทั้งหมด  และลงไปที่พื้น พวกเขาเหนื่อยเกินกว่าจะไปต่อแม้ว่าภายในยานกระทุงจะกลายเป็นลานประหารนองเลือดแต่ไม่มีใครที่มีตัวเลือกที่ดีที่สุดทั้งยังกลับมาหาที่พักผ่อนที่สะอาด  ในการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นโจรดวงดาวหรืออาณาจักรเทพอาคเนย์ไม่มีใครเป็นผู้ชนะ  อาณาจักรเทพอาคเนย์สูญเสียกองกำลังชายแดนนับหมื่นคนและพ่อค้าเกือบหมื่นคนตายเกือบหมดยานกระทุงรวมทั้งโจรดวงดาว  นอกจากหัวหน้าหลายคนและฮัวยาที่เย่ว์หยางช่วยไว้คนอื่นถูกกำจัดจอมพลกริฟฟิน แม่ทัพอินทรีทองและพยัคฆ์บิน อินทรีป่าฟลามิงโกพวกเขานั่งตรงข้ามกัน แต่ไม่มีใครสามารถเสนออะไรได้ ทุกคนรู้ดีว่าฆาตกรตัวจริงคืออาณาจักรเทพประจิมอยู่เบื้องหลังการต่อสู้ทั้งหมด!

“เจ้าเป็นใคร?” จอมพลฟงเอ๋อผู้อ้างว่าบังเอิญผ่านมาถามเย่ว์หยางแทนทุกคน

“มันสำคัญนักหรือที่ต้องรู้ว่าข้าเป็นใคร?” เย่ว์หยางยักไหล่ “แต่เจ้ามั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าข้าไม่ใช่ศัตรูของพวกเจ้าไม่ว่าจะเป็นโจรดวงดาวหรืออาณาจักรอาคเนย์ ข้าไม่ใช่ศัตรูของพวกเจ้า!”

“เรื่องนี้, ไม่มีใครในพวกเราที่คิดว่าเจ้าเป็นศัตรู”  อินทรีป่าหัวเราะ  “เราแค่รู้สึกแปลก,  ถ้าเจ้าไม่รู้จักกระทั่งจอมพลฟงเอ๋อก็หมายความว่าเจ้าไม่ใช่คนของอาณาจักรเทพบูรพา ในเมื่อเจ้าไม่ใช่ศิษย์ของเทพอาคเนย์ชี่เฉียวไม่ได้เป็นคนของอาณาจักรเทพบูรพา ไม่ใช่คนของกลุ่มโจรดวงดาวของพวกเรา  อย่างนั้นเจ้าเป็นใคร?”

“เจ้ามาจากหุบเขามนุษย์ และเตรียมจะไป ‘ฟ้าเหนือฟ้า’ ที่ต่อจาก ‘ขุนเขาเหนือขุนเขา’ ใช่ไหม?” จอมพลกริฟฟินคาดเดาเอาเอง

“ถึงไม่ใช่ แต่ก็ใกล้เคียง เกือบจะทำนองนั้น!”  เย่ว์หยางยอมรับ “ข้ามาที่นี่โดยไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจและยังไม่รู้จะย้อนกลับไปอย่างไรสำหรับฟ้าเหนือฟ้า ข้าต้องการไปเช่นกัน เป็นประสบการณ์ต่อไป  ถ้าโอกาสมาถึง”

“อย่างนั้น เจ้าก็ผ่านด่านมาได้อย่างแท้จริง!”  จอมพลฟงเอ๋อฟังแล้วมีความสุข

“ต่อสู้และฆ่าผีตะกละทำลายขุนพลห้าสัมผัสไปสี่... เจ้าล่วงเกินเทพประจิมเฮยโจ้วไปแล้วต่อไปเจ้ามีแผนการอะไรต่อไหม?” แม่ทัพอินทรีทองต้องการเชิญเย่ว์หยางเข้าร่วมกับอาณาจักรเทพอาคเนย์แต่จอมพลฟงเอ๋อแห่งอาณาจักรเทพบูรพายังอยู่ที่นี่เขาละอายเกินกว่าจะบอกว่าอาณาจักรเทพบูรพาแข็งแกร่งกว่าและจอมพลฟงเอ๋อก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาหวังว่าเย่ว์หยางอาจจะเข้าร่วมกองกำลังได้ แต่เขาไม่กล้าเอ่ยปากโดยตรง

“ข้าล่วงเกินคนมามากมายหลายคนแล้ว ศัตรูข้าพอๆ กับขนวัวข้าไม่ใส่ใจแล้ว” เย่ว์หยางทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของแม่ทัพอินทรีทอง

“ศัตรูแม้ว่าจะถอนกำลังกลับไปแต่ข้าเกรงว่ายังไม่จบ...” จอมพลกริฟฟินกระแอมและชักนำเข้าสู่หัวข้อสำคัญ

ต่อหน้าจอมพลฟงเอ๋อแห่งอาณาจักรเทพบูรพาเขายังไม่ดีพอที่จะเชื้อเชิญเขา

เขาไม่หวังว่าเย่ว์หยางจะปฏิเสธ

เขากล้าพูดว่าฟงเอ๋อสหายเก่ายังไม่พูดตอนนี้นั่นก็เพื่อเห็นแก่หน้าทุกคนถ้าเย่ว์หยางปฏิเสธคำเชิญ  เมื่อเทียบกับอาณาจักรเทพอาคเนย์แล้วอาณาจักรเทพบูรพามีข้อได้เปรียบมากมายและมีความแข็งแกร่งพอต่อต้านอาณาจักรเทพประจิมได้ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเทพบูรพาซื่อเสิน เขามีความคล้ายกับเย่ว์ไตตันมากน่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน

เงื่อนไขก่อนนั้นก็ยังดี

ความจริงที่ว่าซื่อเสินและเย่ว์ไตตันน่าจะมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกันเป็นข้อได้เปรียบตามธรรมชาติที่ไม่มีใครเทียบได้

โชคดีที่เย่ว์ไตตันเด็กหนุ่มนี้มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด คงไม่ปฏิเสธโดยตรง ตามทฤษฎีแล้วอาณาจักรเทพอาคเนย์ยังคงมีความหวัง...จอมพลกริฟฟินรู้ว่าเหตุผลที่ทำไมจอมพลฟงเอ๋อยืนยันอยู่ต่อในฐานะอาคันตุกะแทนที่จะออกไปข้างนอก นั่นคือเขาต้องการจะเชิญเย่ว์ไตตันเด็กหนุ่มผู้นี้

จอมพลฟงเอ๋อไม่พูดตอนนี้เพราะเขาไม่มั่นใจพอ

นอกจากนี้เขายังเห็นแก่หน้าของทุกคนอยู่บ้าง

ดังนั้นจึงไม่เริ่มพูดก่อน

พยัคฆ์บินอินทรีป่าและฟลามิงโกตอนนี้ไม่คาดว่าเย่ว์หยางจะเข้าร่วมกับโจรดวงดาวอีกต่อไป  จอมพลสองอาณาจักรใหญ่บูรพาและอาคเนย์เป็นคนระดับใดแล้วเขาจะมาเป็นหัวหน้าโจรดวงดาวได้อย่างไร?

พวกเขาทั้งสามคงทอดระยะห่างจากเย่ว์หยางเป็นสองเท่า

ในเมื่อเขาไม่สามารถเป็นคู่หูพันธมิตรได้เป็นสหายก็คงไม่มีปัญหาใช่ไหม? พวกเขาไม่ได้แข่งขันกับสองอาณาจักที่ยิ่งใหญ่บูรพา-อาคเนย์  พวกเขาเพียงแต่อยากพูดคุยความรู้สึกส่วนตัว

ด้วยความคิดนี้พยัคฆ์บินจะยืนอยู่ข้างหลังเย่ว์หยางอย่างมิต้องสงสัยและพร้อมจะสนับสนุนพันธมิตรเขา  ส่วนข้อกังวลของจอมพลกริฟฟินพยัคฆ์บินและอินทรีป่าไม่คิดเรื่องนั้น  พยัคฆ์บินและอินทรีป่าขมวดคิ้วเล็กน้อย “ขุนพลห้าสัมผัสแทบจะพินาศหมดสิ้น นี่คือการตบหน้าเทพเฮยโจ้ว ข้าเกรงว่าเทพประจิมจะฉีกสนธิสัญญาและลงมือโดยตรง.. จอมพลกู้ไห่และจอมพลหมื่นปีศาจทำให้เราเหนื่อยแทบตายแล้ว  ถ้าเทพประเทพลงมือพลังจะแข็งแกร่งมากขึ้นเป็นสิบเท่าไม่มีใครต้านทานได้”

“ถ้าเฮยโจ้วกล้าลงมือเทพชี่เฉียวเจ้านายข้าคงไม่นั่งมองดูอยู่เฉยๆ!” จอมพลกริฟฟินคิดว่านี่อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สำคัญเฮยโจ้วเป็นนักสู้ระดับเทพ อาจเป็นไปได้ที่ยั่วยุให้เกิดสงคราม แต่ไม่อาจลงมือได้โดยตรง

“ความเป็นไปได้ของสงครามเต็มรูปแบบต้องมีมากกว่านี้”  จอมพลฟงเอ๋อกระซิบบอกความลับ

ปรากฏว่าเมื่อหมื่นปีก่อนนั้น อาณาจักรเทพประจิมที่มีอำนาจทำข้อตกลงกับอาณาจักรเทพบูรพาทั้งสองอาณาจักรแบ่งขุนเขาเหนือขุนเขาอย่างเท่าเทียมกัน

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นความลับ

ไม่ได้สร้างสงคราม

สองอาณาจักรหลังจากบุกครอบครองพื้นที่ต่างๆมาเป็นหมื่นปีกลายเป็นสองค่ายใหญ่ที่แตกต่างกัน ค่ายตะวันออกส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนอาณาจักรบูรพาและพันธมิตรประกอบไปด้วยอาณาจักรเทพทักษิณและอาณาจักรเทพอาคเนย์ และค่ายตะวันตกที่นำโดยอาณาจักรเทพประจิมรวมถึงอาณาจักรยิ่งใหญ่อีกสี่อาณาจักรคือ อาณาจักรเทพอุดรอาณาจักรเทพหรดีและอาณาจักรเทพพายัพ มีแต่อาณาจักรเทพอีสานเพียงแห่งเดียวที่ไม่ขึ้นกับใครชั่วคราวแต่มีแนวโน้มที่โอนไปทางอาณาจักรเทพประจิมลับๆ

หากอาณาจักรเทพอีสานตัดสินใจเข้ากับอาณาจักรเทพประจิมและค่ายตะวันตกแล้วเทพค่ายตะวันตกจะมีความแข็งแกร่งเทียบกันห้าต่อสามพวกเขาจะประกาศสงครามอย่างแน่นอนและปราบปรามหัวหน้าค่ายตะวันออก เทพซื่อเสินเพื่อครองบัลลังก์นักรบอันดับหนึ่งขุนเขาเหนือขุนเขา

เหตุการณ์ปล้นเรือรบกระทุงเป็นเพียงเครื่องล่อใจ

เป็นการโยนก้อนหินถามทาง

ถัดจากนั้นคาดว่าอาณาจักรเทพประจิมจะต้องมีการลงมือตามมาอีกแน่นอน

ความสูญเสียของการต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงความปราชัยเล็กน้อย และไม่เพียงพอต่อการส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวม ในทางกลับกันการกระทำนี้จะไปเพิ่มความโกรธของเทพประจิม ให้มุ่งมั่นประกาศสงคราม

“ความเป็นไปได้ที่เทพจะลงมือทำร้ายเรายังไม่มาก  แต่หลังจากข้อตกลงสันติภาพหมื่นปีสิ้นสุดลงสงครามทั้งแปดอาณาจักรเทพมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นได้มาก เมื่อถึงเวลานั้นขุนเขาเหนือขุนเขาและหุบเขาโลกธาตุจะหลีกเลี่ยงการล่มสลายและทำลายล้างไม่ได้เลย” แม่ทัพอินทรีทองยังคงไม่เชื่อว่าเทพจะลดตัวลงมือกับนักสู้ระดับต่ำกว่า เขากังวลว่าสงครามระหว่างเทพจะทำลายล้างโลกทั้งใบ

“บางทีเฮยโจ้วอาจจะไม่ลงมือกับเจ้า  แต่ยังมีอีกคนหนึ่ง เจ้าต้องระวังเขาอาจน่ากลัวยิ่งกว่าเฮยโจ้ว! เย่ว์หยางรู้สึกตื่นเต้น เขารู้สึกว่าจีอู๋ลี่อาจจะฉวยโอกาสนี้เพื่อก่อกวนแสวงประโยชน์ในขุนเขาเหนือขุนเขา

“อะไรนะ?” ทุกคนที่ได้ยินตกใจกันหมด คนที่น่ากลัวยิ่งกว่าเทพเฮยโจ้วหรือ?

“คนผู้นี้เรียกว่าจีอู๋ลี่”  เย่ว์หยางตัดสินใจบอกสถานการณ์พวกเขาล่วงหน้า

“... จีอู๋ลี่? เขายังไม่ตายหรือ?” เมื่อได้ยินชื่อจีอู๋ลี่ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมากราวกับว่าได้ยินสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก  จอมพลฟงเอ๋อลุกขึ้นยืนตัวตรงและร้องอุทาน  “เขาปรากฏตัวแล้วหรือ?  นี่ไม่น่าเป็นไปได้เขาถูกเทพของข้าฆ่าไปแล้วไม่ใช่หรือ? เจ้าพบเขาที่ไหน?”

“ที่สถานีต้อนรับข้าเห็นจี้จงแห่งอาณาจักรเทพประจิมนำคนไปรับเขา และเตรียมให้เขาเป็นเทวทูตฝึกงาน”เย่ว์หยางให้รายละเอียดของสถานการณ์วันนั้น

“แย่แล้ว!” กริฟฟินไม่สามารถนั่งนิ่งได้ “ปีศาจนั่นยังไม่ตาย  เขากลับมาแล้ว!”

“จีอู๋ลี่เคยอยู่ในขุนเขาเหนือขุนเขามาก่อนหรือ?”  เย่ว์หยางลอบตกใจมากกว่า แต่เขาไม่แสดงออกมาสามารถอธิบายถึงความสับสนในใจของเขาได้ ทำไมจีอู๋ลี่ถึงสามารถออกจากหุบเขามนุษย์ และมาถึงครึ่งทางของขุนเขาเหนือขุนเขาและเจ้าหน้าที่อาณาจักรอย่างจี้จงมาต้อนรับเขา เขาเคยอยู่ในด่านที่แปดหุบเขาโลกธาตุและขุนเขาเหนือขุนเขามาก่อน

“ท่านบอกว่าจีอู๋ลี่นี้เขาเป็นหลานของเฮยโจ้วจริงๆ เฮยโจ้วเดิมชื่อจีเย่ ต่อมาพอเขาได้ประกายเทพ จึงเปลี่ยนชื่อ!”  จอมพลฟงเอ๋อกำมือทั้งสองพยายามควบคุมอารมณ์ “เจ้าไม่รู้หรอว่าจีอู๋ลี่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดที่น่ากลัวที่สุดของขุนเขาเหนือขุนเขาในอดีต ด้วยแผนการของเขาเฮยโจ้วสร้างความก้าวหน้าให้กับอาณาจักรเทพประจิมอย่างบ้าคลั่ง... พลังต้องห้ามของห้าจอมโฉดและขุนพลห้าสัมผัสและอื่นๆ  เป็นความคิดริเริ่มของจีอู๋ลี่เขาใช้พลังของของเขาเพื่อเปรียบเทียบความสามารถของแปดอาณาจักรเทพใหญ่แห่งขุนเขาเหนือขุนเขา  เป็นเพราะความเลวร้ายของเขาทให้เทพซื่อเสินกริ้วและฆ่าเขาเขาถูกทุบกระดูกและโยนเข้าไปในโลกที่เราอยู่อาศัย คาดไม่ถึง เขาไม่ตาย แล้วยังกลับมาได้!”

“อาณาจักรเทพประจิมพอไม่มีเขาก็ไม่มีการพัฒนาและซบเซา และความทะเยอทะยานของเฮยโจ้วเก็บซ่อนเอาไว้เป็นเวลานานคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกลับมา... มิน่าเล่าเฮยโจ้วถึงรีบร้อนลงมือ  ปรากฏว่าจีอู๋ลี่กลับมาแล้ว!” แม่ทัพอินทรีทองขมวดคิ้วอย่างหนัก

แตกต่างจากจอมพลฟงเอ๋อ จอมพลกริฟฟิน

พยัคฆ์บิน อินทรีป่าและฟลามิงโกโจรดวงดาวเหล่านี้พากันงงงวย ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อจีอู๋ลี่

พวกเขาเป็นสลัดอากาศที่อยู่ในแนวคาดดาวเคราะห์น้อยเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินความลับที่รู้กันในระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอาณาจักรอย่างไรก็ตามการแสดงออกของจอมพลฟงเอ๋อ รวมถึงคำว่าผู้สร้างพลังต้องห้ามทำให้พวกเขารู้สึกว่าจีอู๋ลี่ที่ไม่รู้จักนี้มีความน่ากลัวอย่างยิ่ง

บุรุษผู้ชำนาญในการใช้พลังต้องห้ามสามารถเปลี่ยนใครก็ได้ให้เป็นนักรบระดับห้าจอมโฉดหรือขุนพลห้าสัมผัส

เขาคือจีอู๋ลี่

มีเขาอาณาจักรเทพประจิมสามารถสร้างคนอย่างห้าจอมโฉดและขุนพลห้าสัมผัสได้อีกนับไม่ถ้วน

คิดถึงตรงนี้แล้ว อย่าว่าแต่พยัคฆ์บินและพวกโจรดวงดาวเลยแม้แต่เย่ว์หยางก็ยังลอบสูดหายใจหนาวเหน็บ

จบบทที่ ตอนที่ 1155 ผู้สมคบคิดที่น่ากลัวที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว