เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1126 ข้ากลัวว่าเจ้าจะลืมข้า!

ตอนที่ 1126 ข้ากลัวว่าเจ้าจะลืมข้า!

ตอนที่ 1126 ข้ากลัวว่าเจ้าจะลืมข้า!


รอจนเย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูหายตกใจเทวทูตสามสาวก็กลับเข้าไปพักผ่อนในกระโจมพักแรมแล้ว

แม้ว่าเย่ว์หยางจะได้รู้ความหมายที่แท้จริงของสามหุบเขาคือหุบเขามนุษย์หุบเขาโลกธาตุ และหุบเขาสวรรค์ จะทำให้เขาสับสนมากขึ้น  ถ้าต้องการได้รับคัมภีร์เทพมันยากจริงๆหรือ?  จากคนธรรมดาเลื่อนขึ้นไปเป็นเทพต้องผ่านระดับและการทดสอบหลายพันระดับ ด้วยเหงื่อและความพยายามไม่รู้จบสิ้น  สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ  แต่ทำไมการทดสอบในหุบเขามนุษย์ หุบเขาโลกธาตุและหุบเขาสวรรค์ในมิติดินแดนฝึกฝีมือถึงได้ยากกว่าที่จินตนาการไว้? ความหมายที่แท้จริงของหุบเขามนุษย์เกินกว่าการส่งเสริมตนเองไปยังขอบเขตแห่งเทพซึ่งนับว่ายากพอแล้วและยังมีการทำลายและการสร้างใหม่ที่เหลือเชื่อมากขึ้น...มิติฝึกฝีมือนั้นต้องการใช้ฝึกฝนนักสู้ระดับเทพ ไม่ได้ฝึกผู้เชี่ยวชาญในการสร้างโลกนั่นเป็นเรื่องยากจริงๆ หรือ?

ผู้ทำสัญญากับคัมภีร์เทพควรเป็นคนเดียวกับผู้สร้างโลกอย่างนั้นหรือ?

แม้กระทั่งหุบเขาสวรรค์ที่ถูกสร้างด้วยความหมายที่แท้จริงก็เป็นเพียงด่านที่เก้า ไม่ใช่ด่านสุดท้าย

เขาไม่รู้จริงๆว่านางพญาเฟ่ยเหวินหลีผ่านไปถึงด่านที่เก้าได้อย่างไร

“ตอนนี้ใจของข้าว้าวุ่นเล็กน้อยข้าต้องการพัก เรากลับไปคิดกันก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน”คุณชายหมิงจูไม่ได้มีความสับสนเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในหุบเขามนุษย์อย่างไรก็ตาม การทำลายของหุบเขาโลกธาตุและการสร้างของหุบเขาสวรรค์ไม่สามารถอธิบายได้

“....”เย่ว์หยางอยากจะบอกว่าปล่อยให้เขาจัดการแต่เขารู้ว่าคุณชายหมิงจูจะผ่านด่านนี้ได้ในอีกไม่นาน ดังนั้นเขาได้แต่พยักหน้า

วันต่อมา

ไม่รอให้เย่ว์หยางเริ่มเอ่ยปาก  ทันใดนั้นคุณชายหมิงจูยิ้มให้ทันที  “ข้าคิดออกแล้ว หลังจากผ่านด่านหุบเขามนุษย์ได้ข้าจะกลับสามารถรู้แจ้งเข้าใจขอบเขตระดับเทพได้คือเป้าหมายหลักของข้าสำหรับการเข้าหุบเขาโลกธาตุและหุบเขาสวรรค์ ข้าจะยังไม่คิดตอนนี้ขออภัยด้วยตอนแรกข้าคิดว่าจะสามารถเดินไปด้วยกันกับเจ้าจนจบ  แต่ตอนนี้... บางทีนี่อาจเป็นชะตากรรม ชะตากรรมเลือกเรา คนที่ดีที่สุดสามารถไปได้จนจบ”

ตาของคุณชายหมิงจูมองดูเย่ว์หยางราวกับจะบอกว่าเขาจะเป็นคนโชคดีในท้ายที่สุด เขาไม่อาจเทียบกับเย่ว์หยางได้

เย่ว์หยางหลั่งเหงื่อ“พูดตอนนี้ยังเร็วไป บางทีข้าอาจจะถึงขีดจำกัดในครั้งต่อไปก็ได้”

เมื่อเห็นท่าทางของเขาคุณชายหมิงจูอดหัวเราะไม่ได้

หมิงจูตบไหล่ของเขาและยิ้มกล่าว“ถ้าเจ้าต้องถึงขีดจำกัดจริงๆ ข้าคงไม่ยอมรับเจ้าเป็นสหายแน่  แม้ว่าเจ้าจะได้คัมภีร์เทพ ข้าก็ไม่อิจฉาเจ้ามีอะไรต้องกังวล”

“คัมภีร์เทพไม่ใช่ว่าจะได้กันง่ายๆ”  เย่ว์หยางไม่คิดไปไกลขนาดนั้น  เขาเปลี่ยนหัวข้อถาม  “หลังจากผ่านด่านหุบเขามนุษย์ได้  เจ้าจะไม่ไปต่อจริงๆ หรือ?”

“ข้าตัดสินใจแล้ว”  คุณชายหมิงจูพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้นเจ้าตั้งใจจะทำอะไรต่อไป?” เย่ว์หยางถามไม่ลดละ

“ทำเรื่องที่เจ้าต้องการทำแต่ยังไม่มีเวลาได้ทำ” คุณชายหมิงจูพูดคลุมเครือ

“ทำสิ่งที่เจ้าต้องการทำแต่ไม่มีเวลาได้ทำ? เจ้าต้องการบอกความลับอะไรข้าหรือ? เจ้ากำลังจะออกไปถึงได้พูดอย่างนี้ใช่ไหม?”  เย่ว์หยางมองคุณชายหมิงจูด้วยความหวังดี

“เมื่อข้าจะจากไป  ข้าจะพิจารณาว่าจะบอกเจ้าหรือไม่  ขึ้นอยู่กับการแสดงออกของเจ้า”  คุณชายหมิงจูยิ้มและส่ายหน้าปฏิเสธคำขอเย่ว์หยาง

“บ้าจริงๆ  อย่าบังคับให้ข้าใช้กำลังนะ”เย่ว์หยางมีความอดทนจำกัด

“ข้าต้องกลัวเจ้าด้วยหรือ?”  คุณชายหมิงจูกับเย่ว์หยางจ้องหน้ากันทั้งสองคนต่างจ้องกันเหมือนไก่ชนจนจมูกใกล้ชนกันจนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ  เย่ว์หยางตัดสินใจจะจูบหน้าคุณชายหมิงจูให้เต็มปาก  ทันใดนั้นประตูกระโจมเปิดออก เทวทูตสาวหน้ากลมผู้น่ารักมองดูข้างๆด้วยความสงสัย

เย่ว์หยางกับคุณชายหมิงจูรีบผละจากกันสามเมตร

เด็กหนุ่มจากโลกอื่นหัวเราะแก้เก้อ“อา... วันนี้อากาศดี ไร้เมฆหมอก ท้องฟ้าใส น่าแต่งบทกวีรำพึงถึงอากาศยิ่งนัก”

คุณชายหมิงจูเหงื่อตก พี่ชายเจ้าไม่ดูท้องฟ้าก่อนที่จะโกหกเลยหรือไง? วันนี้มีพายุฝน เมฆครึ้มราวกับวันสิ้นโลก ไปเอาท้องฟ้าใสไร้เมฆหมอกมาจากไหน?  แล้วจะแต่งบทกวีรำพึงถึงอากาศดีได้อย่างไร?

ไม่มีทางเขาไม่ต้องการร่วมมือกับคนที่พูดโดยไม่รู้จักคิด

หลังจากนั้นต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเจ้าผู้นี้

เพื่อเลี่ยงความอับอายขายหน้า

เทวทูตสาวหน้ากลมมองดูท้องฟ้าและทำสีหน้าสับสน

ในที่สุดนางเลิกตรวจสอบและโบกมือให้กับเย่ว์หยางกับหมิงจู“ฝนกำลังจะมา  พวกเจ้าต้องการเข้ามาหลบฝนหรือเปล่า?”

เย่ว์หยางโน้มตัวมาข้างหน้าเทวทูตสาวหน้ากลมน่ารักและแสยะยิ้ม  “ข้าเป็นคนอันตรายมาก เจ้าเชิญข้าเข้าไปหลบฝนไม่กลัวหรือ?”

“ใช่,คนมีความตั้งใจดีต้องการให้เจ้าผู้เหมือนกับหมาป่าได้หลบฝนถ้าเจ้าไม่ก่อเรื่องแย่ๆ สักวันหนึ่ง เจ้าจะไม่มีแรงใช่ไหม?” คุณชายหมิงจูเกลียดท่าทางกระด้างของเจ้าเด็กจากโลกอื่นและฉุดลากเขาเข้าไปหลบฝน เทวทูตสาวหน้ากลมหลั่งเหงื่อพรั่งพรู

“ถ้าข้ามีพลังเหมือนกับเทพ เมื่อเผชิญหน้ากับพายุลมแรงมันคงจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่ออกคำสั่งว่า ‘หยุด’หรือ ‘สงบ’ ก็ได้”  เย่ว์หยางกล่าว

“อย่าฝันเลย”  คุณชายหมิงจูคิดว่าเจ้าผู้นี้ยังฝันกลางวัน

“ความจริงเจ้าสามารถทำได้...”  เทวทูตสาวผู้ถือคัมภีร์สีเงินกล่าว  นางยังคงนั่งและยิ้มให้เขา “ถ้าเจ้าทำได้อย่างนั้นเจ้าจะผ่านการฝึกฝนในหุบเขามนุษย์ได้เลย ถ้าเจ้าทำไม่ได้ แม้ว่าเจ้าจะผ่านด่านได้สำเร็จและออกจากหุบเขามนุษย์ ก็เป็นได้แค่นักรบที่มีความสำเร็จเพียงผิวเผินและเสี่ยงต่อการล้มเหลวของตนเอง”

“อะไรนะ?”  เย่ว์หยางเพิ่งพูดเรื่องเหลวไหลไร้สาระแต่คาดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้

“หุบเขามนุษย์ได้ห้ามทุกอย่างไม่มีการใช้ทักษะแฝงเร้น ไม่มีสนามพลัง ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ แล้วจะหยุดพายุฝนได้อย่างไร?” คุณชายหมิงจูรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้

“ความจริงหุบเขามนุษย์ทำไมเราต้องทำแบบนี้  ก็แค่ต้องการจำกัดผู้เข้าทดสอบให้มากที่สุดเปลี่ยนผู้เข้าทดสอบที่แข็งแกร่งที่สุดให้กลายเป็นบุคคลที่ต่ำที่สุดต้องเอาชนะในสภาพแวดล้อมที่ตนเองอ่อนแอและไร้พลังมากที่สุดหากความคิดนี้มิได้กลั่นออกมา อย่างนั้นผู้ฝึกจะเป็นคนอยู่เสมอ ไม่ใช่เทพ” เทวทูตสาวผู้ดูห้าวหาญตอบ

“แม้ว่าใจจะอ่อนกำลังลงแต่ไม่มีพลังวิเศษที่หยุดพายุฝนได้” คุณชายหมิงจูยังคงรู้สึกยากจะจินตนาการ

“นั่นเพราะเจ้ายังคงเป็นมนุษย์คนหนึ่ง  หากเจ้าทำได้เหนือมนุษย์ เลื่อนไปเป็นเทพกฎขีดจำกัดจะเข้มงวดเพียงไหนก็ไม่สามารถจำกัดเจ้าได้อีกต่อได้  แต่พลังทั้งหมดของหุบเขามนุษย์จะติดตามเจ้าไปและเจ้าสามารถใช้พลังนี้ได้” เทวทูตสาวชุดขาวผู้สงบพูดบางอย่างที่ทำให้คุณชายหมิงจูและเย่ว์หยางเปลี่ยนแปลงใหญ่ทั้งคู่

เย่ว์หยางดูเหมือนจะตระหนักรู้อยู่ในใจ

กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นสภาวะรู้แจ้ง

ทันใดนั้นเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงใหญ่ของคุณชายหมิงจูตัวเขาโงนเงนเหมือนกับจะล้มลงกับพื้นได้ทุกเมื่อ

เขารีบข่มความปั่นป่วนในใจที่เหมือนกับคลื่นทะเลและรีบเข้าไปประคองคุณชายหมิงจู เมื่อมือเขาใกล้จะสัมผัสร่างคุณชายหมิงจูก็มีพลังระเบิดออกมาจากร่างคุณชายหมิงจูทันที

ท้องฟ้าและพื้นดินรวมถึงพายุฝนที่หวีดหวิวอยู่ข้างนอกสงบลงทันที

พลังที่ไม่สิ้นสุดก่อตัวเป็นวงคลื่นขยายตัวออกไปอย่างบ้าคลั่งทั่วทุกที่เป็นพลังเจตจำนงที่ไม่รู้จัก

แม้แต่พลังที่ถูกจำกัดอยู่ในหุบเขามนุษย์

ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

เศษมิติในอากาศกระจายออกเหมือนเลนส์ที่แตก มือของเย่ว์หยางถูกพลังที่ไม่รู้จักสะท้อนใส่อย่างรุนแรงทำให้ตัวเขากระเด็นห่างออกไปร้อยเมตร

เทวทูตสามสาวดูเหมือนจะเตรียมตัวอยู่นานแล้วพวกนางกางโล่พลังแสงศักดิ์สิทธิ์และลอยตัวขึ้น

ไม่ได้ตื่นเต้นตกใจกับมิติที่สั่นสะเทือนเลย

ยังคงสงบเหมือนเดิม

ร่างคุณชายหมิงจูมีรัศมีนวลตานับไม่ถ้วนฉายออกเหมือนกับแสงจันทร์

เหมือนกับว่ามีวิธีการลับบางอย่างและผนึกนั้นกำลังยกตัวขึ้น

ตุ้บ!

เกลียวแสงสีขาวนับไม่ถ้วนรวมตัวอยู่ด้านบนศีรษะของคุณชายหมิงจูรวมตัวเป็นลำแสงฉายพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า

ขณะเดียวกันคัมภีร์อัญเชิญที่คุณชายหมิงจูไม่อาจแสดงที่นี่ในหุบเขามนุษย์ได้  ลอยออกมาอย่างคาดไม่ถึงเป็นคัมภีร์อัญเชิญระดับศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยากมาก  พลังผนึกนับไม่ถ้วนต่างพังสลายในเวลาที่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นและแม้แต่ร่างของคุณชายหมิงจูก็มีรัศมีฉายกระจายออกมาระยิบระยับแสงสว่างเหมือนกลุ่มดวงจันทร์

ภายในกลุ่มแสงดูเหมือนมีร่างสตรีคนหนึ่ง

รูปลักษณ์เหมือนเอลฟ์จันทราผมสีบรอนด์ทิ้งตัวลงเหมือนสายน้ำตก คิ้วโก่งดังวงจันทร์ ขนตางอนยาว เหมือนกับจะไม่รู้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงทุกทิศ

รอจนกระทั่งนางลืมตาที่สุกใสเหมือนดวงดาวช้าๆ  เย่ว์หยางรู้สึกงุนงง ใจของเขาเปิดแต่ร่างกายตอนนี้ถูกพลังอีกฝ่ายหนึ่งจำกัดไว้อย่างสิ้นเชิงไม่สามารถขยับหรืออ้าปากได้

ภายใต้พลังผนึกลับและสนามพลังซ่อนตัวไม่เหมือนใคร  ใครจะคิดกันว่านั่นคือหญิงงามไม่มีใครเทียบ

หญิงงามผู้มีปลายหูแหลมและเท้าเปล่ามีรัศมีศักดิ์สิทธิ์คลุมไปทั้งร่างดูเหมือนต้องการยื่นมือเข้ามากอดเย่ว์หยาง

อย่างไรก็ตามสุดยอดพลังปณิธานที่นางยังไม่สามารถควบคุมได้ผลักร่างเย่ว์หยางออกห่าง

และพลังกฎสวรรค์ของหุบเขามนุษย์เริ่มสะท้อนกลับ

แม้ว่าจะไม่ทำร้ายนางแต่นางจะขับออกไปจากข้อจำกัดนี้ทันที เพราะตอนนี้นางไม่อยู่ภายใต้กฎสวรรค์ของหุบเขามนุษย์อีกต่อไปไม่สมควรอยู่ที่นี่อีกต่อไป

หญิงงามตอบสนองทันทีนางแทบจะหมดพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นางควบคุมได้ในขณะนี้ แสงจันทร์สว่างขึ้น  สนามพลังจันทราผสานเข้ากับผนึกที่แตก มิติที่แตกผสานเข้ากันชั่วคราวและหยุดการทำลายตนเองวินาทีนั้นนางพุ่งเข้ามาหาเย่ว์หยางใบหน้าที่งดงามของนางเต็มไปด้วยความกังวลสายเกินกว่าจะโอบกอดเย่ว์หยาง นางได้แต่ประทับริมฝีปากเย่ว์หยางพื้นที่มิติซึ่งซบเซาของหุบเขามนุษย์ และกฎสวรรค์ที่แข็งแกร่งกลับมาทำงานอีกครั้ง

“ความจริงข้า...” หญิงงามไม่มีเวลาบอกความลับนางขีดจำกัดหุบเขามนุษย์กีดกันนางออกจากหุบเขามนุษย์

มิติแตกสลายปิดทันที

เย่ว์หยางที่ยืนนิ่งค่อยรู้สึกตัวในที่สุด

เขาเอื้อมมือไปรับหยดน้ำตาหญิงงามที่หยดลงมือฝ่ามือเขาขณะที่นางจากไป

ในน้ำตามีความอบอุ่นเป็นพิเศษแฝงพลังเจตจำนงและข้อความสุดท้ายที่ส่งให้เย่ว์หยาง  ‘ข้าไม่ได้ดุร้ายป่าเถื่อน ข้าทุบตีเจ้าเพราะกลัวว่าเจ้าจะลืมข้าง่ายดาย.....”

จบบทที่ ตอนที่ 1126 ข้ากลัวว่าเจ้าจะลืมข้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว