เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1103 ความลับ การแลกเปลี่ยน การตื่น

ตอนที่ 1103 ความลับ การแลกเปลี่ยน การตื่น

ตอนที่ 1103 ความลับ การแลกเปลี่ยน การตื่น


หอพักนักศึกษา

รอจนเย่ว์หยางมาถึงหน้าเตียง ก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดมาทั้งวัน ไม่ว่าต้องใช้พลังงานเพียงไหน ความเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน และต้องใช้พลังรักษาคุณชายหมิงจูที่ได้รับบาดเจ็บ ต่อให้เย่ว์หยางเป็นเหล็กกล้าก็ไม่สามารถจะฝืนทนได้ในตอนนี้  สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือหลังจากต่อสู้ทำศึกอย่างหนัก ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย  จิตใจของเขาผ่อนคลาย  ไม่สามารถจะรักษาสภาพตึงเครียดในเหมือนในขณะต่อสู้

ไม่รู้ว่าคุณชายหมิงจูฟื้นคืนสติตั้งแต่เมื่อไหร่

เขาลืมตาช้าๆ

มองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบจากนัยน์ตาที่พร่ามัว จึงทราบได้ว่านี่เป็นห้องนอนในหอพักนักศึกษา และจากนั้นพบว่ามีคนผู้หนึ่งหลับอยู่หน้าเตียง นั่นคือเย่ว์หยาง เขารู้สึกโล่งใจอย่างแท้จริง

ในที่สุดการต่อสู้ก็จบลง ทั้งคู่กลับมาได้อย่างปลอดภัย

ตอนนี้เขาไม่ต้องการกลับมา ตราบเท่าที่ยังหลบหนีรอดปลอดภัย เขาก็พอใจ

คุณชายหมิงจูยกมือทั้งสองและดูเหมือนมองดูฝ่ามือที่สัมผัสเสื้อผ้า

และพบว่าทุกอย่างไม่เป็นอะไร

แม้ว่าเสื้อผ้าจะฉีกขาดไปบ้าง แต่เกราะลับยังคงอยู่ปลอดภัย

นอกจากนี้ชุดที่ปิดบังความลับของร่างกายไม่ได้รับความเสียหายจากพลังเทพ  หรืออาจได้รับผลร้ายบ้าง แต่คุณชายหมิงจูคิดว่าร่างกายของเขาดีกว่าก่อนเวลาต่อสู้เสียอีก อาการบาดเจ็บจากแรงอัดพลังเทพหายไปเหมือนฝัน ถ้าไม่ได้อยู่ในหุบเขามนุษย์เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้พลังพิเศษ  คุณชายหมิงจูต้องการทดลองใช้พลังจริงๆ ขณะนี้ร่างกายของเขาฟื้นฟูแล้ว จะให้เข้าร่วมต่อสู้เมื่อไหร่ก็ได้.... เมื่อมองเห็นเย่ว์หยางที่กำลังหลับอยู่  หมิงจูเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น  เขาทำได้อย่างไร?

บาดแผลที่เกิดจากการใช้พลังเทพลอบโจมตี ได้รับการเยียวยา

บาดแผลเก่าที่ได้รับมาก่อนหน้านั้น

ฟื้นฟูได้ยากอย่างยิ่ง

เป็นบาดแผลที่อยู่ลึกมาก

เขาช่วยรักษาให้หายได้อย่างไร?

เขาใช้พลังแบบไหน?  เขาผสมยาอะไรเข้าช่วย? น้ำทิพย์เทพธิดา? เลือดเทพ? หรือว่าเป็นตัวยาอื่นที่เขาไม่รู้?

เพราะความสัมพันธ์บางอย่างและลักษณะเฉพาะตน เขาไม่สามารถฟื้นฟูตนเองจนอยู่ในสภาพสุดยอดได้  แต่ตอนนี้ คุณชายหมิงจูรู้สึกว่าร่างกายของเขาไม่เพียงแต่ฟื้นฟูเต็มที่ แต่ยังทรงพลังมากกว่าก่อนนั้น การฟื้นฟูที่เกินคาดนี้ นี่คือการฟื้นฟูเต็มที่หลังจากต่อสู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส!

“เป็นบุรุษที่มีแต่สตรีเต็มหัวทั้งวัน แต่เวลาหลับเหมือนกับเด็กน้อย

คุณชายหมิงจูมองดูเย่ว์หยางหลับสนิท เขามีความรู้สึกที่มิอาจพูดได้

ไม่รู้ว่าทำไม ถึงได้รู้สึกว่าเจ้าผู้นี้มักเดียวดายอยู่เสมอ

ราวกับจะกระตุ้นให้ผู้คนสงสารสมเพช

แน่นอนว่าเขาจะไม่เอ่ยปากยกโทษให้เขาเป็นแน่

หลังจากมองดูชั่วครู่คุณชายหมิงจูนึกสนุกต้องการใช้ปลายผมแยงจมูกของเขาเพื่อดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร หรือจะใช้ปากกาเขียนบนใบหน้าเขาแล้วดูสีหน้าของเขาเวลาส่องกระจกหลังจากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า... อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณชายหมิงจูกำลังจะทำ จู่ๆ เขาก็หยุด

เพราะเย่ว์หยางพูดเสียงคลุมเครือ

เสียงเบาไม่ค่อยชัดเจน

เหมือนจะเป็นคำว่าแม่

อาจจะเป็นคำว่าแม่หรือพี่สาวแม่..คุณชายหมิงจูฟังไม่ถนัด แม้จะเงี่ยหูฟังใกล้ๆ แล้วก็ตาม

เขาฟังแล้วน้ำตาไหล อดกอดเขาไว้ในอ้อมแขนไม่ได้

คนผู้นี้ ไม่มีใครรู้ว่าเขาเจ็บปวด  น่าสงสารจริงๆ

วันต่อมา เมื่อเย่ว์หยางลืมตาตื่นขึ้น! เขาพบว่าคนที่อยู่ในสายตาของเขาก็คือคุณชายหมิงจูที่สุขภาพฟื้นฟูกระตือรือร้นอีกครั้ง    เขารีบหยิบกระจกออกมาส่องเพื่อดูว่าหน้าของเขาถูกวาดรูประบายสีอะไรหรือไม่?  และเขาก็พบว่าไม่มีอะไร แต่ผิดปกติเล็กน้อย  เขาวิ่งไปที่หน้าต่างและดูว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิตย์ตะวันตกหรือไม่.. คุณชายหมิงจูมองดูกลั้นหัวเราะแทบแย่ เขาแค่นเสียงเย็นชา  “เฮ้, ข้าน่าเบื่อนักหรือ?  เจ้าถึงได้เอาหัวใจร้ายๆ ของเจ้ามาประเมินข้าแบบนี้”

“วันนี้เจ้าดูแปลกไปเล็กน้อย!”  เย่ว์หยางรู้สึกว่าคุณชายหมิงจูแตกต่างจากวันอื่นอยู่บ้าง  แต่แปลกไปตรงไหนเขาไม่สามารถบอกได้ทันที

“ข้าน่ะหรือ?  วันนี้ข้าอารมณ์ดี และข้าก็ไม่สนใจเจ้าด้วย”  คุณชายหมิงจูแค่นเสียง แต่ในใจยังอารมณ์ดีอยู่

“ข้าไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม?”  เย่ว์หยางเกาหลังหัว

“เจ้าหมายความว่ายังไง?  ข้าอารมณ์ดีไม่ต้องการใช้ค้อนยักษ์ช่วยเรียกความทรงจำของเจ้า หรือว่าเจ้าคันเนื้อคันตัว?”  คุณชายหมิงจูทำท่าดุร้าย  แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง คุณชายหมิงจูไม่โกรธอีกต่อไป และดูไม่ดุร้าย ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้เย่ว์หยางกลัวเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกว่าท่าคุกคามนั้นดูน่ารัก

ขณะที่กินอาหารเช้าเย่ว์หยางเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

เขามองดูรอบๆ  แต่ไม่มีใคร

เขาเอียงตัวไปกระซิบที่ข้างหูถามคุณชายหมิงจู  “เมื่อวานนี้ที่หอคอยเหนือหอคอย เจ้ามีความลับอะไรจะบอกข้าหรือ?”

หลังจากได้ยินคำพูดนี้แล้วคุณชายหมิงจูที่กำลังอารมณ์ดีจ้องหน้าเย่ว์หยางอยู่นาน จู่ๆ เขาหัวเราะขึ้นและย้อนถามเย่ว์หยาง  “เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือ?”

เย่ว์หยางพูดไม่ออกและทำตาโต  “รู้แล้วข้ายังจะถามเจ้าอีกหรือ?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้คุณชายหมิงจูยิ่งอารมณ์ดีกว่าเดิม  เขายิ้มหวานย้อนถาม  “เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือ?”

เย่ว์หยางโกรธเอาก้อนขนมปังใส่ปากน้อยๆ ของหมิงจู  “เจ้าต้องการล้อข้าเล่นใช่ไหม?”

การกระทำเช่นนี้เปลี่ยนแปลงช่วงเวลาที่สงบสุขไป  แต่เป็นเรื่องแปลกที่คุณชายหมิงจูไม่ได้เอาค้อนออกมาทุบกบาลเย่ว์หยาง  เขาอยู่ในสภาพอารมณ์ที่ดีมาก แม้จะถูกเย่ว์หยางเอาก้อนขนมปังยัดปากก็ไม่โกรธ เขากัดกินขนมปังทีละชิ้นๆ อย่างสบายใจ จากนั้นส่ายนิ้วชี้มาทางเย่ว์หยาง  “ตัดสินใจแล้ว”

เย่ว์หยางประหลาดใจ  “ตัดสินใจอะไร?”

คุณชายหมิงจูมองดูเขาและยิ้มกล่าว  “ข้าตัดสินใจไม่บอกความลับนี้กับห่านโง่อย่างเจ้า!”

“แต่ตอนแรกเจ้าว่าอยากจะบอก  แต่พอข้าอยากรู้ เจ้ากลับไม่บอก”  เย่ว์หยางหงุดหงิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้น  เวลานี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”  คุณชายหมิงจูยิ้มปลอบโยน  และสีหน้าของเขาดูภูมิใจที่ไม่ต้องพูดในสิ่งที่เขาบอกไว้

“โธ่เอ๊ย, ไม่เห็นต้องทำให้ยุ่งยาก”  เย่ว์หยางหันไประบายความโกรธกับอาหาร เขายัดขนมปังสามก้อนรวดทำราวกับว่ากำลังเคี้ยวคุณชายหมิงจูอยู่ในปาก  เกี่ยวกับท่าทีโกรธของเย่ว์หยาง คุณชายหมิงจูไม่ค่อยสบายใจเท่าใด แต่ก็หัวเราะได้ทั้งวัน และหยุดเป็นบางคราว  แต่เมื่อเขามองดูเย่ว์หยาง เหมือนกับว่าเขาระลึกเรื่องสนุกๆ บางเรื่องได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ค่อนข้างขำ ก็จะอดหัวเราะไม่ได้

ขณะกำลังหัวเราะ ปรากฏว่าเทพปีศาจตื่นขึ้นและโจมตีตอบโต้

คุณชายหมิงจูหาวิธีที่ดีไม่ได้

ที่สำคัญคือ ที่นี่คือหุบเขามนุษย์

เป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้โดยตรง  เป็นเรื่องไร้ประโยชน์

สำหรับวัตถุโบราณที่เย่ว์หยางเอามาจากใต้ทะเล  ทั้งสองคนไม่เข้าใจว่าคืออะไร มองผิวเผินดูธรรมดา  แต่ภายในผนึกพลังเอาไว้อย่างเหลือเชื่อ ต่างจากสมบัติศักดิ์สิทธิ์หรือสมบัติเทพที่ทรงพลัง มันค่อนข้างคล้ายจี้หยกดำของนางพญาเฟ่ยเหวินหลี  เย่ว์หยางไม่แน่ใจ แต่คาดว่าคล้ายกันมากเป็นสิ่งที่ผลึกเทพปีศาจไว้ เหมือนกับที่ผนึกนางพญาเฟ่ยเหวินหลีหรือไม่? เป็นไปได้ไหมว่าเทพปีศาจนี้จะถูกผนึกอยู่ในนี้เหมือนกับที่นางพญาเฟ่ยเหวินหลีถูกผนึกไว้?

สามารถผนึกไว้ชั่วคราวได้ไหม?

ตอนนี้มีคำถามว่าจะผนึกไว้ได้หรือไม่?

เย่ว์หยางถามคุณชายหมิงจูและพบว่าเป็นปัญหาใหญ่ เพราะคุณชายหมิงจูผนึกไม่เป็น

ผนึกไม่ใช่เรื่องยาก อย่างเย่ว์หยางเขามักผนึกเหล่านักสู้แดนสวรรค์ผู้ชั่วร้าย ทุบตีจนปางตาย  จากนั้นโยนเข้าเจดีย์ปราบปีศาจอีกครั้ง  แน่นอนว่าผนึกชนิดนั้นมิอาจถือว่าเป็นผนึกจริงๆ เป็นเรื่องยากมากที่ใช้จัดการนักรบแดนสวรรค์ และแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับนักสู้ปราณราชันย์ระดับชั้นสูง

จะใช้วิธีนั้นผนึกเทพตัวจริงน่ะหรือ?

ต่อให้มั่นใจในตนเอง เย่ว์หยางไม่กล้ารับประกันความสำเร็จ

ต่อให้เย่ว์หยางเข้าใจวิธีการผนึกเทพโบราณในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างคาดไม่ถึง  แต่เขาจะผนึกเทพปีศาจที่ทรงพลังมากกว่าเขาไว้ในวัตถุโบราณได้อย่างไร?

ในกรณีที่ประโยชน์ของวัตถุโบราณไม่ได้ใช้ผนึกเทพปีศาจ แต่ใช้ทำอย่างอื่น จะไม่เป็นการพลาดเสียเวลาหรือ

ในช่วงเวลาสั้นๆ เย่ว์หยางรู้สึกปวดหัว

คุณชายหมิงจูถอนหายใจ

ทั้งสองคนคิดมาเกือบทั้งวัน ในที่สุดก็ล้มเหลวในการค้นหาความคิดดีๆ

ในที่สุดคุณชายหมิงจูปลอบโยนเย่ว์หยาง  “ใจเย็นๆ ไม่ต้องกังวลเกินไป  ถ้าผนึกทั้งเก้าปกป้องเอาไว้เป็นอย่างดี อย่างน้อยเราก็มีเวลาทั้งปี

หลังจากเย่ว์หยางได้ยินแล้วก็พยักหน้าในตอนแรก

จากนั้นเขาส่ายหน้าอีกครั้ง

แม้ว่าจะป้องกันอย่างดีที่สุด  แต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ตลอดไป

ยิ่งกว่านั้นภายใต้การนับถอยหลังไปหนึ่งปี  จะมีสักกี่คนที่ร่วมใจป้องกันภัยพิบัตินี้?

เขาเกรงว่าเรื่องที่แย่ที่สุดก็คือเพื่อช่วยชีวิตหรือประโยชน์แก่อนาคต จะต้องมีหลายคนที่ไม่เชื่อเทพปีศาจไปเข้าพวกกับผู้มีศรัทธา แทนที่จะกลายเป็นผู้พิทักษ์กลับกลายเป็นผู้ทำลายล้าง!

หลังจากผ่านไปสองวัน แม้จะมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากในระหว่างประเมินคะแนนของโรงเรียน  แต่สถาบันผู้พเนจรแดนฟ้าจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็ว  พิธีประเมินคะแนนชีวิตของนักเรียนใหม่ในที่สุด ก็เปิดต่อได้สำเร็จ  เริ่นเทียนเกอและฮ็อกรู้สึกประหลาดใจ พวกเขาตามหาเย่ว์หยางเพื่อพูดคุยปรึกษา เย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูให้คำตอบที่จริงใจกับพวกเขา  “เทียบกับการตื่นขึ้นของเทพปีศาจ หุบเขามนุษย์จะถูกทำลายในไม่ช้า ความตายของนักเรียนไม่มีค่าแก่การเอ่ยถึง  ผลที่ตามมาของการที่นักเรียนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รุนแรงยิ่งขึ้น  และหุบเขามนุษย์กำลังจะถูกทำลายโดยเทพปีศาจหรือไม่?  หากไม่มีอุบัติเหตุในตอนนี้ กองกำลังสำคัญของหุบเขามนุษย์คงทราบข่าวนี้กันแล้ว  และกำลังวางแผนเพื่ออนาคตของพวกเขา จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลนักเรียน!”

“นี่เป็นเรื่องจริง  แต่เราไม่สามารถนั่งเฉยอยู่ได้”  เริ่นเทียนเกอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย การรอคอยด้วยวิธีนี้ ไม่ใช่ความคิดที่ดี

“เจ้าคิดหาวิธีแก้ปัญหา  ขอเพียงมีอะไรต้องลงมือ ให้บอกเราได้ไม่ต้องเกรงใจ”  ฮ็อกรู้สึกว่าเขามีความสามารถมากพอในการใช้สมองมากกว่า  แต่เขายังฟังเย่ว์หยางและคุณชายหมิงจู  ถ้าทั้งสองมีวิธีแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้อง พวกเขาจะรับดำเนินการอย่างแน่นอนไม่หันหลังกลับ

“วางใจได้ ข้าสามารถตัดนิ้วเขาได้ ก็ต้องตัดศีรษะของเขาได้”  เย่ว์หยางป้องกันไม่ให้ทุกคนหมดหวังและรีบปลอบโยนอย่างรวดเร็ว

“เมื่อคืนนี้ ข้าเห็นจีอู๋ลี่ผ่านประตูเทเลพอร์ตเข้าไปในหอคอยเหนือหอคอยอีกครั้ง”  บัณฑิตตาเงินพูดข่าวร้ายมาก

หือ?

“ว่าไงนะ?”

“นี่ยังไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่สุด” ชิงหมอพูดอย่างเยือกเย็น  “หลังจากจีอู๋ลี่จากไป หลายคนเข้าไปในสนามสู้หอคอยเหนือหอคอย  มองจากสีหน้าจีอู๋ลี่และคนอื่นๆ อีกหลายคนเหมือนไม่มีอะไร  แต่ในหมู่พวกเขา คนสุดท้ายที่ออกมามีสีหน้าที่หงุดหงิด ใบหน้าของเขาเหมือนกับคนที่คิดว่าต่อไปเหมือนว่าเขาจะได้เป็นใหญ่ในหุบเขามนุษย์  แม้ว่าคนผู้นั้นจะอยู่ห่างจากความสำเร็จ  แต่เห็นแล้วก็คงอยากอาเจียนออกมา   ข้าสงสัยว่าพวกเขาออกมาจากหอคอยเหนือหอคอยโดยปลอดภัยได้ก็คงทำสัญญาข้อตกลงบางอย่างกับเทพปีศาจ!”

“ท่านบอกว่าใครกันที่ออกมาเป็นคนสุดท้าย?”  คุณชายหมิงจูไม่ต้องถามก็เดาคำตอบได้

“จินฉี?”  เย่ว์หยางเดา  ชิงหมอพยักหน้ายืนยัน

“นั่น..ไม่ผิดจริงๆ ด้วย!”  แม้แต่ฮ็อกซึ่งไม่ค่อยได้ใช้สมองก็ยังตบหน้าผากและรู้สึกได้ถึง ‘สัญญาปีศาจ’ เป็นเรื่องที่แยกไม่ออก

“ถ้าเทพปีศาจทำข้อตกลงกับจินฉีและคนอื่นๆ เราจะจัดการกับพวกเขาได้อย่างไร?  แม้ว่าจินฉีจะไม่มีปัญหา แต่จีอู๋ลี่คือคนอื่นๆ  ที่จะต้องป้องกัน  โดยเฉพาะจีอู๋ลี่ถ้าเขาทำสัญญาแลกเปลี่ยนกับเทพปีศาจ คาดว่าคนที่อยู่ในหุบเขารุ่นต่อไปคงจะต้องตายกันอีกมาก”   เริ่นเทียนเกอคิดถึงการกระทำของจีอู๋ลี่ในหุบเขาปีศาจ เมื่อเขาเก็บคะแนน เขาแทบจะทำให้ผู้ท้าทายผ่านด่านค่ายเทพตายเกือบหมดด้วยจิตใจที่โหดร้ายของจีอู๋ลี่และพลังเทพของเทพปีศาจเกรงว่าในหุบเขามนุษย์จะมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นร้อยเท่า

“ก็ดี, ไม่ต้องคิดอะไรอื่นมากนัก  รอไปก่อนจนกว่าพิธีประเมินคะแนนนักเรียนผู้มาใหม่เสร็จสิ้น!”  เย่ว์หยางยังไม่ได้วางแผน  แต่โชคดีที่สาวหิมะในโลกคัมภีร์แสดงสัญญาณว่ากำลังจะตื่นขึ้น  ถ้าไม่ดีก็กลับไปปรึกษากับนาง

บางทีด้วยภูมิปัญญาของทุกคน คงจะหาทางแก้ที่ดีได้

ตอนนี้เย่ว์หยางแทบไม่สามารถรอกลับไปเยี่ยมเสวี่ยอู๋เสียซึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในช่วงเหตุการณ์สนามสอบหอคอยเหนือหอคอยเพื่อสนับสนุนพลังจิตให้เขา!

จบบทที่ ตอนที่ 1103 ความลับ การแลกเปลี่ยน การตื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว