เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1100 ประหารเทพ!

ตอนที่ 1100 ประหารเทพ!

ตอนที่ 1100 ประหารเทพ!


บางทีเจ้ามดตัวน้อยบังอาจต่อต้านตัวมัน

สำนึกเทพชั้นสูงโกรธทันที

พลังเทพที่ฉีกสวรรค์แยกแผ่นดิน

พลังยิ่งใหญ่กว่าสึนามิเป็นหมื่นเท่ากวาดพื้นที่ไปทั่ว บนพื้นดินไม่ว่ากวาดผ่านไปที่ใด ทุกอย่างจะกลายเป็นธุลี ในชั่วพริบตาพลังเทพที่เหมือนสึนามินี้ก็ท่วมทับเย่ว์หยางที่อยู่ภายใต้พลังเทพยิ่งใหญ่

ร่างเล็กๆ ก็เหมือนกับหยดน้ำในทะเล

จะต่อต้านสึนามิได้อย่างไร?

“ขยับไม่ได้” ร่างเย่ว์หยางไม่เคลื่อนไหว และยืนอยู่ในท่ามกลางพลังเทพสึนามิ สองพี่น้องอาหยูอาเหยากลายร่างเป็นนกเป็ดน้ำคู่ด้วยพลังปณิธานของเย่ว์หยางบินอยู่รอบตัวเย่ว์หยาง  เทียบกับพลังกฎสวรรค์ของเย่ว์หยาง ยังคงแผ่พลังออกไปด้านนอก นี่ไม่ใช่เผชิญหน้ากับพลังดุร้าย  แต่เป็นกระแสน้ำวนของพลังงาน  สึนามิที่มีพลังทำลายโลกและสวรรค์ค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางการโจมตีและแยกออกจากกันโดยไม่เต็มใจนัก และแยกออกจากร่างของเย่ว์หยาง

สำนึกเทพของพลังเทพนั้นตอบโต้สู้กับเขาหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม  กระแสวังวนของพลังเทพจะยิ่งใหญ่มากขึ้น ปณิธานของเย่ว์หยางก็ไม่สั่นคลอน ควบคู่พลังปีกบินระยะห่างของสองพี่น้องมังกรแฝดป้องกันไม่ให้พลังเทพโจมตีเย่ว์หยางได้สำเร็จ

พลังเทพที่เหมือนสึนามิเปลี่ยนรูปร่างฉับพลันและไม่กวาดไปที่พื้นโลกอีกต่อไป

แต่ควบแน่นกลายเป็นร่างยักษ์ทองสูงหนึ่งกิโลเมตร

ยักษ์ทองไม่มีหน้าไม่มีเพศ

เป็นแค่ยักษ์พลังเทพที่มีลักษณะของมนุษย์และสูงเทียมฟ้า มีพลังเทพควบคุมการกระทำของมัน

ยักษ์ใหญ่พลังเทพส่องรัศมีสีทองเจิดจ้า ลำแสงสีทองขนาดสิบคนโอบยิงลงมาจากท้องฟ้าเป้าหมายคือเย่ว์หยางที่ยกมือค้ำยันมือเทพเอาไว้

พลังโจมตีที่รุนแรงนี้ไม่ใช่ว่าสองพี่น้องอาเหยาอาหยูที่ร่วมผนึกพลังจะต้านรับได้

ยิ่งกว่านั้นสองพี่น้องเหยาหยูใช้พลังเทพไปมากมายจากการใช้สองปีกที่กำลังบินอยู่ในขณะนี้

เป็นไปไม่ได้ที่จะรับพลังโจมตีที่รุนแรง

“อึ้ก!”

สองสาวแฝดมังกรกัดฟันพร้อมกันและในที่ก็หยุดยิงพลังช่วยเย่ว์หยาง ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งกระโดดออกมาด้วยความเร็วสูง มันอ้าปากใหญ่ขนาดที่กินอะไรก็ได้ไม่เคยพอ และปากของมันนั้นกลืนกินลำแสงพลังงานที่ยิงลงมายังพื้นโลกอย่างดุดัน.. มันคือดาบอสูรเทาเถี้ย มันอยู่ข้างหน้าสองพี่น้องเหยาหยู ป้องกันอยู่หน้าเย่ว์หยาง ใช้ท้องหลุมดำของมันกลืนกินพลังโจมตีที่รุนแรงนั้น

ตึ้บ!

แม้ว่าเทาเถี้ยจะกลืนลำแสงได้โดยตรง แต่พลังเทพก็ระเบิดจากในท้องเทาเถี้ยโดยตรง

แม้ว่าท้องของมันจะมีหลุมดำ แต่ไม่สามารถดูดกลืนพลังเทพได้อย่างสมบูรณ์

เทาเถี้ยเกือบถูกระเบิดกระจาย

ศูนย์กลางพื้นที่ขนาดใหญ่ในร่างของมัน ถูกแรงระเบิดกวาดไปทุกที่ แรงระเบิดทำให้ทุกอย่างบนพื้นกลายเป็นผุยผง

หลุมยักษ์ลึกไม่เห็นก้นปรากฏอยู่ใต้ตัวเทาเถี้ย  ร่างของเทาเถี้ยมีควันหนาทึบเหมือนถูกช่างตีเหล็กนับพันนับล้านทุบตีมาตลอดร้อยปี ร่างทั้งหมดถูกทำลายยับ เกรงว่าแม้แต่เย่ว์หยางเจ้านายก็ยังจำไม่ได้ว่ามันคืออาวุธเทพร่างอสูรที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง

มันต้องการหันไปมองเย่ว์หยางเป็นครั้งสุดท้าย

แต่มันควบคุมร่างตนเองไม่ได้ ร่างของมันร่วงลงไปยังหลุมไร้ที่สิ้นสุดอย่างอ่อนแรง

สองพี่น้องเหยาหยูไม่มีเวลาจะเสียใจ ลำแสงอีกสายหนึ่งยิงลงมาจากฟ้าด้วยความเร็วมากจนนางไม่มีเวลาหายใจ

อสูรกลืนฟ้าต้องการจะช่วยเหมือนกับเทาเถี้ย  มันโผล่ออกมาและเตรียมรับพลังลำแสงเทพโจมตีเหมือนอย่างเทาเถี้ย

ทันใดนั้นแมงป่องดาวฟ้าใช้หางของมันตวัดกวาดอสูรกลืนฟ้าออกไป

แม้ว่าอสูรกลืนฟ้าสามารถแปลงร่างเป็นฝักดาบเทพพยัคฆราชได้ แต่มันเพิ่งเกิดมาได้ไม่นาน  เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้พลังที่แท้จริงต้านรับได้  พลังของมันไม่อาจเทียบกับเทาเถี้ยได้ แม้แต่แมงป่องดาวฟ้าก็ยังมีระยะห่างของพลังเมื่อเทียบกับมัน อสูรกลืนฟ้าถูกแมงป่องดาวฟ้าเหวี่ยงออกมาได้แต่มองอย่างช่วยไม่ได้ มันไม่เหมาะกับการโจมตีหนักอย่างแมงป่องดาวฟ้าซึ่งถนัดแต่ทางโจมตี มันเผชิญหน้ากับพลังเทพตามลำพัง... เพราะลำแสงเทพรุนแรงแม้แต่เทาเถี้ยยังทำอะไรไม่ได้  แมงป่องดาวฟ้ามีความฉลาดไม่ฝืนปะทะโดยตรง

มันสั่นหางเบาๆ

ดาวนับไม่ถ้วนเกิดขึ้นบนร่างของมัน

แม้ว่าจะไม่ดีเท่าท้องฟ้าจำลองของเจ้านาย, พลังน้อยกว่าสนามพลังดารารายของจักรพรรดินีราตรี  แต่ก็ให้ผลอย่างเดียวกัน

แมงป่องดาวฟ้าได้แต่ปล่อยดวงดาวดวงเล็กดวงน้อยรอบตัว แต่ไม่สามารถสร้างเป็นทางช้างเผือกอย่างที่เย่ว์หยางจำลองสร้างได้ และไม่ได้แสดงกลุ่มดาวสิบสองราศีได้สมบูรณ์เหมือนจักรพรรดินีราตรี เพราะมันยังไปไม่ถึงระดับนั้น

อย่างไรก็ตามมันสามารถสร้างกลุ่มดาวราศีแมงป่องได้

กลุ่มดาวขายใหญ่มากขึ้น

จนเหมือนจริง

ในร่างประกอบไปด้วยแสงดาวนับพัน  ขณะนั้นลำแสงเทพยิงมาถึงและระเบิดบึ้มเปลี่ยนรูปร่างกลุ่มดาว แมงป่องดาวฟ้าพยายามกวัดแกว่งหางเบี่ยงเบนวิถีลำแสงเทพ

ไม่ให้ตรงไปที่ตัวเย่ว์หยาง

ดวงดาวกับลำแสงปะทะกันเกิดพลังระเบิดรุนแรงน่าตกใจ

แมงป่องยักษ์ในท้องฟ้าแตกสลาย เหมือนกับดอกไม้ไฟ แต่จะไม่เปลี่ยนเป็นรูปดาวได้อีกภายใต้ผลกระทบของพลังแห่งเทพ

แรงระเบิดที่ทำให้วิญญาณแตกสลายน่ากลัวยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิด  หลังจากทำลายพลังและอากาศ ศิลาโดยรอบ ปลายนิ้วเทพกลายเป็นสีขาวอีก  เมฆรูปดอกเห็ดลอยตรงขึ้นไปถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า กลายเป็นภาพที่น่ากลัวยิ่งกว่าขุมนรก แมงป่องดาวฟ้าร่วงลงกับพื้นไม่มีเวลาเรียกร้องเศร้าโศก มันลอยขึ้นไปในกลางอากาศ และถูกปลายนิ้วมือเทพตีกระแทกลงมาจมลงไปในพื้นโผล่ให้เห็นแค่หางแมงป่อง

ลำแสงเทพเตรียมยิงเป็นครั้งที่สาม

เร็วกว่าเดิม

รีบร้อนมากกว่าเดิม

แม้ว่าสองพี่น้องเหยา-หยูยังไม่ทันยืนหยัดมั่น  แต่พวกนางได้แต่มองดูลำแสงเทพอย่างทำอะไรไม่ได้

อสูรกลืนฟ้าพุ่งออกมาบ้าง และในที่สุดก็ถึงคราวมันต้องพบกับศัตรู แต่มันไปได้ครึ่งทางมันได้ยินเสียงมังกรคำราม เงาดำบางเบาพุ่งผ่านอสูรกลืนฟ้าไปอย่างง่ายดาย

หางที่บอบบางตีใส่อสูรกลืนฟ้าน้องเล็กที่เพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันกระเด็นตกไปที่พื้นอย่างควบคุมไม่ได้อีกครั้ง และมันมองไม่เห็นว่าใครทำอะไร

พลังลำแสงเทพยิงลงมาทันที แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างตลอดเส้นทางที่ผ่าน

สองพี่น้องเหยา-หยูมองเห็นไม่ชัด พวกนางพบว่ามีเงาร่างบางสายหนึ่งพุ่งไปที่ลำแสงเทพอย่างไม่น่าเชื่อ และฝืนพลังอยู่ในพื้นที่ใจกลางลำแสงเทพ มันแทะทะลวงช่องลำแสงเหมือนกินอาหารจนถึงที่สุด ร่างยักษ์ยกมือพยายามจับเงาเล็กแต่ข้อมือของมันแตกหักไปถึงครึ่งหนึ่ง

มือเทพทองพอสูญเสียสำนึกเจ้านายที่คอยเชื่อ ก็กระจายออกไปทันที กลายเป็นลำแสงและควันศักดิ์สิทธิ์ลอยอยู่ในท้องฟ้า

ไม่เพียงแต่มือเทพทองเท่านั้น  แต่ยังรวมถึงเงาร่างเรียวเล็กที่กินพลังลำแสงเทพ

ก็ยังสูญเสียการควบคุมตนเอง

พลังกระจายอย่างบ้าคลั่ง...อสูรกลืนฟ้าใช้เวลาช่วงไม่กี่อึดใจกลืนกินพลังไปเป็นจำนวนมาก และมันพบเงาน้อยกำลังแหวกว่ายอยู่ในท้องฟ้า พลังเทพที่เหลือกำลังถูกดูดกินพลังที่ข้อมือที่หักมีควันแสงพวยพุ่ง จากนั้นมันหนีมือยักษ์ไม่ให้จับร่างมันได้

ความเร็วของมันเร็วกว่าสายฟ้าและลื่นไหลยิ่งกว่าปลา

ไม่ต้องพูดถึงอสูรกลืนฟ้า แม้แต่พี่น้องเหยาหยูยังถอนหายใจโล่งอก

แม้ว่าสำนึกเทพที่ควบคุมมาจากระยะไกลจะเกรี้ยวกราดราวกับฟ้าร้อง  แต่ดูเหมือนว่าการไล่ล่านั้นไร้ประโยชน์มันจึงล้มเลิกการไล่ค้นหา มันสลายสภาพพลังสำหรับโจมตีอีกครั้ง ไม่ได้ก่อร่างเป็นควันแสงเหมือนเก่า มันแค่วางกับดักพลังเทพซ่อนเร้นรอให้เหยื่อถูกหลอก  ในขณะเดียวกันหัตถ์เทพที่กำลังกดลงก็ถูกดึงออกมาจากพื้น จนเย่ว์หยางที่กำลังค้ำหัตถ์เทพแทบจะยืนไม่อยู่และล้มลงกับพื้น  หลังจากยกขึ้นไปหลายหมื่นเมตร ก็กดลงมาอีกครั้งด้วยความเร็วมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า  คราวนี้วิธีการโจมตีที่เทพนั้นเลือกใช้มีความดุดันและโหดเหี้ยมที่สุด    ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย เขาไม่สามารถทิ้งสหายและหนีเอาตัวรอดคนเดียวได้  การโจมตีครั้งนี้ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดและอันตรายที่สุดอย่างมิต้องสงสัย

นี่คือผลลัพธ์ทำให้เทพเดือดดาล!

เทวทัณฑ์ที่มิอาจคาดคิดถึงได้

ตาย

แต่นี่เป็นแค่การเริ่มต้น

ตราบเท่าที่เย่ว์หยางตาย เขาเชื่อว่าวิญญาณจะต้องถูกศัตรูดึงออกไป ไม่ว่าจะเป็นผนึก หรือทำลาย ทำให้ไม่มีอยู่อีกต่อไป

ต้องเผชิญกับพลังกดดันชนิดนี้ เย่ว์หยางมองดูเริ่นเทียนเกอ บัณฑิตตาเงิน ชิงหมอและฮ็อกที่ยังสลบไม่ได้สติ  คนเหล่านี้เป็นสหาย เว้นแต่เขาจะทอดทิ้งพวกนี้ไปอย่างไม่ไยดี  มิฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาพวกเขาไปให้พ้นจากพลังกดดันนี้

มองดูหมิงจูที่ถูกพลังเทพลอบโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส

จะทิ้งคุณชายหนุ่มค้อนทองที่ชอบอิจฉานี้ได้หรือ?

เย่ว์หยางไม่คิด แต่เขายังรู้คำตอบของเขาว่าคือ ไม่

จุดที่สำคัญก็คือเย่ว์หยางเผชิญการต่อสู้ทั้งหมดในชีวิตของเขา เขาไม่เคยก้มหัว ไม่เคยหนี  เมื่อเผชิญหน้ากับสือจินโหวผู้ทรงพลัง ในการเผชิญหน้ากับซุ่นเทียนผู้น่ากลัว,  เผชิญหน้ากับจ้าวปีศาจฮาซินผู้แข็งแกร่งเหนือกว่า  เผชิญกับจักรพรรดิชื่อตี้ เผชิญกับราชาเฮยอวี้ที่เขาไม่มีทางหลบหนีได้พ้น หรือในวิหารเทพจักรพรรดิอวี้เผชิญหน้ากับสามจอมภพแดนสวรรค์อย่างซิวคงและจิ่วเซียวที่เขาไม่ควรจะหนีรอดได้  เมื่อเขามาถึงแดนสวรรค์เป็นครั้งแรกเขาไม่ได้หลบหนีกับการเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสตำหนักกลางแดนสวรรค์ที่ไม่มีทางหลบหลีกได้ เมื่อกลับมายังหอทงเทียนต้องเผชิญกับราชันย์พันปีศาจและจ้าวปีศาจโบราณ แม้แต่เผชิญกับจักรพรรดินีฟ้านำเผ่าเก้าแสงรุกรานหอทงเทียนก็ยังหนีไม่พ้น  จากนั้นในแดนสวรรค์ต้องสู้กับจ้าวสุริยาผู้น่ากลัวเพื่อต้องการชิงคัมภีร์เทพ เย่ว์หยางก็ยังไม่หนีเพราะสถานการณ์บังคับ  แน่นอนว่าไม่ว่าศัตรูเป็นใครที่มาอยู่ต่อหน้าเขา  ต่อให้เป็นเทพ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เย่ว์หยางยอมแพ้  อย่าว่าแต่หนีเลย

ต่อสู้อย่างไม่รู้จบ!

ไม่ยอมแพ้ในการต่อสู้

นี่คือเย่ว์หยาง

“ประหารเทพ!”  เย่ว์หยางกางมือ อาเหยาและอาหยูแปลงเป็นอาวุธเทพร่างมนุษย์เชื่อมผสานกับเขาทันที

“หือ?”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอยู่ในโลกคัมภีร์สีหน้าเปลี่ยนไป  ทักษะหกรับรู้ของนางทำให้นางรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในใจของเย่ว์หยาง  ไม่ใช่แค่เฉพาะนางเท่านั้น แต่แม้แต่สาวใช้ลูกครึ่งเอลฟ์ผู้ไม่สนใจวิทยายุทธ์ อู๋เหินที่ศึกษาอักขระรูนโบราณอยู่เงียบๆ  เย่ว์หวี่ที่กำลังจัดวัสดุอยู่ในห้องทดลอง เย่ว์ปิงที่เพิ่งฝึกฝนเสร็จ นางเซียนหงส์ฟ้าที่กำลังหลับฝันหวาน... ทุกนางรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของเย่ว์หยางครั้งนี้พร้อมกัน  ขณะนั้นดูเหมือนพวกนางจะสามารถเชื่อมโยงกับความคิดของเขา และอสูรวิญญาณทั้งหมดมีความเปลี่ยนแปลงขณะที่เสี่ยวเหวินหลีเร่งเร้าพลังอยู่ในโลกคัมภีร์อย่างเต็มที่

“อ๊า..........!”  ที่ด้านข้างเสี่ยวเหวินหลี ไม่รู้ว่าอาหงและอาหมันมาถึงตั้งแต่เมื่อใด พวกนางมีพลังระดับขุนพลเทพ  แม้ว่าพวกนางจะไม่สามารถออกไปช่วยได้  แต่ดูเหมือนพวกนางสามารถส่งผ่านพลังไปที่เสี่ยวเหวินหลีด้วยวิธีลับบางอย่างส่งผ่านพลังไปถึงเจ้านาย

“ข้ามาแล้ว!”

ที่บนสุดของท้องฟ้าโลกคัมภีร์ สาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิงและอิคคาไม่ได้แบ่งใครก่อนใครหลังรวมพลังส่งพลังจิตไปที่เสี่ยวเหวินหลี อาหงและอาหมัน

เทียบกับพวกนางแล้ว ภูตฟ้าปั่นป่วนยังคงด้อยปัญญาเล็กน้อย เหมือนกับว่าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำเช่นนั้น

แต่นางไม่คิดมากลงมือทำตามความต้องการพื้นฐานทันที

ร่วมผนึกพลังเป็นกลุ่ม

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนต้องการร่วมผนึกพลังด้วย แต่พลังสะท้อนกลับ แม้จะลองสองสามครั้งก็ยังไม่สำเร็จ  ทุกคนเป็นกังวล

ทุกคนเห็นกลีบดอกไม้ร่วงหล่นจากท้องฟ้าพร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่น ดอกไม้บนพื้นนับไม่ถ้วนเบ่งบานทันทีเปลี่ยนโลกคัมภีร์ให้กลายเป็นทะเลบุปผา เหมือนกับเทพแห่งดอกไม้จุติลงมาจากฟากฟ้า มือขาวดุจหยกของนางโบกไปมา องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกสดชื่นเหมือนได้รับสายลมฤดูใบไม้ผลิ  ไม่มีสิ่งกีดขวางอีกต่อไป พลังนั้นรวมเข้ากับลำแสงพลังจิตที่เสี่ยวเหวินหลียิงออกมา และจากร่างของทุกคนผสมผสานกันอย่างน่าอัศจรรย์เหมือนกัน ไม่มีแรงต้านใดๆ อีกต่อไป

ความจริงไม่เพียงแต่พวกนางเท่านั้น  แต่พลังจิตวิญญาณทั้งหมดในโลกคัมภีร์อยู่ภายใต้ความคิดของตั่วตั่ว

ผสานเข้าด้วยกัน

เพิ่มเข้าไปในลำแสงพลังจิตส่งไปให้เย่ว์หยางที่อยู่นอกโลกคัมภีร์ได้รับพลังสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่

แพนดอร่าที่ปกติจะอยู่เฉยกลับถูกปลุกให้ตื่นภายใต้การนำพลังของตั่วตั่ว

สมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด สมบัติเทพส่งเสียงกู่ร้องสะท้อนไปทั้งโลก

อสูรทั้งหมดตะโกนร้องพร้อมกัน

รวมจิตใจกัน

แม้แต่เสวี่ยอู๋เสียผู้หลับจำศีลเพื่อหลอมรวมกับประกายเทพ จู่ๆ ก็ลืมตาโพลง  เดิมทีเย่ว์หยางพยายามต่อต้านศัตรูด้วยกำลังของตน สิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดก็คือเสี่ยวเหวินหลี อาหง และอาหมันซึ่งเป็นอสูรพิทักษ์ เมื่อเขาสู้กับเทพ  พลังจิตของแต่ละคนจะทะลวงผ่านกฎสวรรค์เปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง

ภายในไม่มีวินาทีผู้คนมากขึ้น รวมทั้งสาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิง อิคคา ภูตฟ้าปั่นป่วน ตั่วตั่ว องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน นางเซียนหงส์ฟ้า

แพนดอร่าที่ทรงพลังน่าสะพรึงกลัว กับเป่าเอ๋อที่มีพลังเล็กน้อย

รวมทั้งเทวีเสรีภาพที่ปฏิเสธจะรับพลังฟื้นฟูร่างและชิงผิงแห่งตระกูลกบฏทงเทียนที่ร่างนางยังไม่หายสนิท

แม้ว่าจะมีเสวี่ยอู๋เสียที่ทำให้เขาประหลาดใจมาก  นางไม่ได้ตื่นขึ้นมานานแล้ว!  ไม่มีสาวหิมะอยู่ใกล้เคียงเย่ว์หยางรู้สึกว่าเขาได้ทำสิ่งต่างๆ ไปมากมาย  ไม่รู้ว่าเขาต้องการให้นางกลับมาไม่รู้ต่อกี่ครั้งแล้ว  แต่ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ตอนนี้นางตื่นขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเพื่อคลี่คลายอันตรายในท่ามกลางความโกลาหล  นอกจากนี้ยังมีเหล่าอสูรนับไม่ถ้วน พวกเขาพยายามผนึกพลังกัน

เย่ว์หยางรู้ถึงการสนับสนุนจากหอทงเทียนอย่างเลือนลาง

เขาไม่รู้ว่านั่นเป็นแม่สี่ หรือฝ่าบาท

หรือจักรพรรดินีราตรี จื้อจุน

“ประหารเทพ!”  เย่ว์หยางรู้สึกตื่นเต้นมากและพยายามควบคุมตนเอง  มีความช่วยเหลือมากมาย แม้ว่าเจ้านี่จะเป็นเทพ  เขาก็ต้องสู้!  ต่อให้เป็นเทพ เจ้าก็ต้องอยู่ใต้ดาบประหาร

ธนูบินอาหยูฝังร่างกับร่างเย่ว์หยาง แต่ผนึกพลังกับพี่สาวนางด้วยพลังเทพทั้งหมด

และพี่สาวนางมีภาพฉายดาบขนาดใหญ่ และเย่ว์หยางกวัดแกว่งดาบวิเศษ

ดาบสู่สวรรค์

*********

จบบทที่ ตอนที่ 1100 ประหารเทพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว