เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1093 ยิ้มของเจ้า คือความพยายามในชีวิตข้า

ตอนที่ 1093 ยิ้มของเจ้า คือความพยายามในชีวิตข้า

ตอนที่ 1093 ยิ้มของเจ้า คือความพยายามในชีวิตข้า


เทวทูตสตรีชุดขาวทั้งสามไม่ได้พูดอะไร

แม้แต่ทูตสวรรค์หน้ากลมก็ใช้ดวงตากลมโตน่ารักของนางมองเย่ว์หยางและพบเจอว่าเขาปนอยู่ในกลุ่มผู้คนอย่างง่ายดาย

การมองอย่างนี้ทำให้เย่ว์หยางที่ทำตัวเหมือนบังเอิญผ่านทางมารู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้ากับเทวทูตสาวทั้งสาม แม้ว่าสาวงามชุดขาวทั้งสามมองดูก็รู้ว่าไม่ใช่จะหลอกพวกนางได้ง่ายๆอย่างไรก็ตามวัตถุโบราณที่อยู่ในกระเป๋าของเขามีค่าเท่ากับอาหารในท้องของเขาเขาจะเอาออกมาได้อย่างไร? เขาต้องแกล้งทำเป็นโง่ต่อไปทำเป็นเหมือนว่าเขาก็หาไม่เจอ

เด็กหนุ่มจากโลกอื่นยังดูสงบมากเขาทำเป็นมองดูท้องฟ้าทำมุม 45%  แต่เขาไม่ได้พูดถึงของที่อยู่กับตัวทำท่าทางเหมือนกับว่าไม่พบของโบราณที่ใต้ทะเล

สหายของจินฉีรออยู่นานและไม่เห็นความเคลื่อนไหวอะไร พวกเขารีบเติมเชื้อไฟทันที

บางทีทูตสวรรค์ต้องการให้รางวัลตอนที่ไม่มีใครอยู่เป็นการส่วนตัวและทำในลักษณะที่ไม่เป็นจุดดึงดูดความสนใจ

แต่ในฐานะขุนนางการแข่งขันก็เพื่อเกียรติยศ

สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือรางวัลต่อหน้าสาธารณะและดวงตาที่อิจฉาของทุกคนสิ่งที่พวกเขาต้องการคือความริษยาและความเกลียดชังในใจของผู้คน...จะไม่ประกาศชื่อเสียงได้อย่างไร? พวกเขาต้องได้รับรางวัลนี้และได้รับความไว้วางใจต่อหน้านักเรียนหลายๆ คน!  จีอู๋ลี่,จงหัวและกัปตันคุ้กและแม้กระทั่งนักเรียนหัวกะทินับไม่ถ้วนอัจฉริยะไร้เทียมทานนับไม่ถ้วน หากจินฉีได้รับชัยชนะในวันนี้จากวันนี้ไปเขาเชื่อว่าศักดิ์ศรีเกียรติยศจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งจีอู๋ลี่ผู้ใกล้ระดับเทพมากที่สุดก็ยังทำไม่ได้!

“ขอแสดงความยินดีกับคุณชายจินฉี  คุณชายจินฉี เรากำลังรอคอยช่วงเวลาสำคัญจริงๆฮ่าฮ่าฮ่า เราแทบรอไม่ไหวอยากรู้ว่าท่านจะได้รับรางวัลแบบไหนจากทูตสวรรค์ทั้งสาม!  จะเป็นอะไรดีนะ?  สมบัติชั้นศักดิ์สิทธิ์?  หุ่นรบระดับแพลตตินัม?”  สหายรอบตัวจินฉีกลายเป็นคนร้อนใจเสียแล้ว

“ภารกิจเล็กน้อย โชคดีที่ทำได้สำเร็จถึงได้กล้ารับรางวัล!”  ปากของจินฉีถ่อมตน แต่หน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของการเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์

ในเวลานี้ไม่ใช่เพียงสหายของจินฉีเท่านั้นแต่ยังรวมถึงนักเรียนผู้เกลียดชังด้วย

ต้องการรู้ว่ารางวัลสำหรับการทำภารกิจได้สำเร็จนั้นคืออะไร

ทางด้านจินฉีการได้รับรางวัลย่อมดีทั้งหมดแต่จะสมบูรณ์แบบก็คือได้หุ่นรบระดับศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตามถ้าได้หุ่นรบแพลตตินัมสักหลายพันก็คงจะรับกันไม่หวาดไม่ไหว  นักเรียนที่มีความอิจฉาและเกลียดแอบสบถด่าจะเป็นการดีที่สุดเพียงแค่ให้คำชมด้วยวาจา แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม  แต่พวกเขายังหวังว่าจินฉีจะไม่ได้รับรางวัลใหญ่ ตอนนี้มีเพียงหุ่นรบแม่เหล็กเท่านั้นที่ได้รับการกล่าวขวัญถ้าเขาได้รับสมบัติชั้นศักดิ์สิทธิ์ หรือหุ่นรบชั้นแพลตตินัมพวกเขาไม่รู้ว่าจะกระทบกระเทือนขนาดไหน? อีกพวกหนึ่งก็สาปแช่งจินฉีให้พลาดท่าตายโดยเร็วที่สุด  จึงจะดีกว่า ฝูงชนจะได้มีความสุขเต้นรำอย่างบ้าคลั่งหรือไม่ก็เมาแล้วถึงสุนัขขย้ำตาย

แค่ในช่วงเวลาสั้นๆทั้งสองฝ่ายต่างแช่งชักหักกระดูกรุกกระหนาบอยู่สองฟากฝั่งของจินฉีที่รู้สึกดีใจ เขาพยายามแกล้งถ่อมตัวครั้งแล้วครั้งเล่า  แต่สายตาเต็มไปด้วยความโอหัง  เขาไม่ต้องการรับรางวัล  แต่ถ้าได้รางวัล เขาคงมิอาจปิดบังความภูมิใจได้

นอกจากคนสองกลุ่มแล้ว  ยังมีกลุ่มที่สามที่วางตัวเป็นกลางอย่างเช่นคุณชายหมิงจู

ผู้ชมอื่นๆไม่มีอะไร

แค่มาดูความครึกครื้น

ดูว่าจินฉีจะทำหน้าอย่างไรและเหตุการณ์จะลงเอยเช่นไร

แน่นอนว่ามีเพียงไม่กี่คนที่รู้ความจริงชัดเจนอย่างหมิงจูแต่ต้องการดูการแสดงตลกของจินฉีแม้แต่จงหัวที่เฝ้าสังเกตจากระยะไกลก็เป็นหนึ่งในนั้น ยังมีเริ่นเทียนเกอ ฮ็อกและคนอื่นๆบัณฑิตตาเงินที่แยกอยู่อีกฝั่งหนึ่งยิ้มมุมปากเป็นนัยดูเหมือนจะเดาความจริงได้บ้าง

นอกจากนี้ยังมีชิงหมอที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมองดูเย่ว์หยางที่หยิบน่องไก่ออกมากินจากนั้นก็หายตัวไปจากที่นั้น

ต่อไปจะเป็นอย่างไร?

คุณชายหมิงจูเดาว่าคงมีแผนร้ายกาจ

ภารกิจที่ได้มอบหมายนั้นไม่จำเป็นต้องพูดว่าจินฉียังทำไม่เสร็จสมบูรณ์  เว้นแต่ไตตันยินดีกำจัดวัตถุโบราณออกไปก็จะไม่มีใครสามารถทำภารกิจที่ไม่มีใครสามารถทำให้สำเร็จนับแต่โบราณกาล

ใครจะคิดกันว่าโบราณวัตถุที่แท้จริงจำเป็นต้องรวบรวมหินพลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุดของประตูเทเลพอร์ตทั้งสี่เข้าด้วยกันและส่งพวกเขาไปยังพื้นที่ใหม่และจากนั้นก็ต้องรับมือหุ่นรบยักษ์น้ำนับร้อยที่ขึ้นมาจากทะเลและค้นหาวัตถุโบราณ?  แม้ว่าบางคนจะเห็นด้วยกับความสงสัยของนักเรียนไตตันแต่พวกเขารวบรวมศิลาศักดิ์สิทธิ์และถูกส่งไปยังกลางเกาะที่ได้รับการคุ้มกันจากหุ่นยักษ์น้ำเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้รับวัตถุโบราณ เพราะนอกเหนือจากไตตันแล้วที่สามารถสร้างหุ่นรบได้ทุกที่ทุกเวลาแล้วไม่มีใครบุกฝ่าการคุ้มกันของหุ่นยักษ์น้ำได้หมิงจูคิดว่าชมดูโศกนาฏกรรมของคนอื่นนั้นถูกต้องแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงความจริงว่าเย่ว์หยางมีจักษุญาณทิพย์นับแต่โบราณกาล ไม่มีคนที่สองจริงๆ เขาสงสัยว่าศิลาศักดิ์สิทธิ์สำหรับใช้เทเลพอร์ตเป็นเงื่อนไขที่มีมาตั้งแต่เริ่มสร้างเพื่อใช้ในการรับวัตถุโบราณ

ความสงสัยที่น่าเหลือเชื่อนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับนักเรียนหัวดีทุกคนรวมทั้งจีอู๋ลี่

ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

เชื่อได้ว่าหลายคนสงสัยว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้นไม่ถูกต้อง

แต่ไม่มีใครค้นหาเป้าหมายที่แท้จริงเบาะแสมากมายที่น่าสงสัย แม้กระทั่งคนที่ฉลาดที่สุดก็ยังหลงไปได้  ในการไขความลึกลับที่แท้จริงต้องมีดวงตาพิเศษคู่หนึ่งเหมือนเย่ว์หยางที่มองเห็นความจริง จำเป็นต้องมีเงื่อนไขของการสืบทอดความรู้และการใช้อักขระรูนโบราณ ฯลฯ..เพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกัน ขาดอย่างใดไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับนักเรียนทั่วไปที่จะบรรลุเงื่อนไขนี้

ก็เหมือนกับคนธรรมดาที่ไม่เคยสร้างหุ่นรบยิ่งเป็นไปไม่ได้กับการสร้างอาวุธเทพร่างอสูร

นักเรียนจำนวนมากเริ่มได้ยินข่าว

ในที่สุดก็รายล้อมไว้แน่น

สามสาวทูตสวรรค์ชุดขาวหลังจากมองหน้ากันเองก็เอ่ยปากพูดในที่สุด

จินฉีและคนอื่นๆมีความสุขลำพองใจพวกเขาตื่นเต้นใจเต้นแรงพยายามเงี่ยหูฟังคำชมทั้งหมดของสาวทูตสวรรค์พวกเขาไม่ยอมพูดอะไร เพราะถ้าพลาดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์นี้ไป อาจต้องเสียใจไปทั้งชีวิต!

“เกี่ยวกับการมอบหมายภารกิจหาโบราณวัตถุข้าไม่ต้องการให้คนจำนวนมากเข้าร่วม ที่สำคัญนี่เป็นภารกิจที่ยากซึ่งทุกคนไม่สามารถทำได้ ถ้าทุกคนมีส่วนร่วมมันอาจรบกวนการดำเนินชีวิตและการเรียนรู้ของทุกคนเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราพี่น้องจึงมองหานักเรียนอย่างยากลำบาก เพราะต้องไม่ส่งผลต่อการเรียนและการใช้ชีวิตของพวกเขาจากการมอบหมายให้เขาค้นหาสิ่งต่างๆ” สตรีชุดขาวคนกลางที่อ่อนโยนที่สุดใช้มือลูบคัมภีร์เงินในมือของนางและอธิบายว่าทำไมนี่จึงไม่ใช่งานที่คนธรรมดาทั่วไปสามารถทำได้

“ถูกแล้วแม่นางทูตสวรรค์ทั้งสาม ท่านคิดว่าเป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้คนเหล่านั้นเสียเวลาเคลื่อนไหวลงมือในเมื่อคุณสมบัติของพวกเขาที่จะได้รับความสำเร็จนั้นไม่มีเลย” จินฉีฝืนอวดความยอดเยี่ยมเมื่อเขาได้ยินเรื่องราวต่างๆแต่เขาก็มีความลำพองใจมากขึ้น

“.....”

นักเรียนหลายคนโมโหและไม่คิดว่าทูตสวรรค์ทั้งสามมองหานักเรียนชั้นยอดเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ

เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกคนที่ไม่พบว่าตนเองโดดเด่นพอจะทำภารกิจให้สำเร็จ

แต่พวกนางดึงจินฉีมาที่นี่เพื่อทำอะไร? ได้ยินว่าหุ่นรบแม่เหล็กของเขาก็เป็นคนอื่นสร้างขึ้น  เป็นแต่เขาแค่แอบอ้างฉวยโอกาสว่าเป็นหัวหน้าอำนวยการสร้าง  เขาก็แค่แขวนป้ายหลอกลวงชาวโลก ขโมยผลงานเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ หรือ เขาไม่เพียงแต่แอบอ้าง หลายคนเบื่อหน่ายคร้านจะรายงาน  แต่นี่ถือเป็นผลงานจริงๆ ของเขาหรือนี่?

ถ้าไม่ใช่เพราะสามทูตสวรรค์อยู่ข้างหน้าและจินฉีได้พบโบราณวัตถุและกำลังจะปิดภารกิจให้เสร็จสิ้นคงไม่มีใครหยุดยั้งการมอบรางวัลของทูตสวรรค์ได้

ถ้าจีอู๋ลี่จงหัวและคนอื่นอ้างว่าพวกเขาเป็นนักเรียนหัวกะทิ นั่นแหละคือทั้งหมด

จินฉีเข้าร่วมประเมินกี่ครั้งแล้ว?

มีผลงานยอดเยี่ยมตั้งแต่เมื่อใด?

หากไม่มีหุ่นรบแม่เหล็กอยู่ในมือเขาก็เป็นแค่ขยะเหลือใช้ที่นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ แล้วยังกล้าทำกร่างที่นี่อีกหรือ?

นักเรียนเกือบทั้งหมดจ้องมองจินฉีนี่ไม่ใช่แค่ปัญหาความอิจฉาของภารกิจหาวัตถุโบราณ จินฉีต้องวางแผนหลอกที่ไม่มีใครทนได้

“สำหรับภารกิจค้นหาโบราณวัตถุ  เราพี่น้องต้องขอโทษนักเรียนอีกครั้ง” ทูตสวรรค์ชุดขาวคนกลางผู้ถือคัมภีร์เงินและอีกสองคนซ้ายขวาคำนับเล็กน้อย  นักเรียนรอบๆ ตกใจรีบคำนับตอบ แม้จะพูดว่า ‘มิกล้า’ แต่ความไม่พอใจที่เก็บซ่อนในใจหายไปทันทีภารกิจหาโบราณวัตถุนักเรียนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงได้นี่หมายถึงอะไร ท้ายที่สุดแล้วชนชั้นสูงที่เป็นคนกลุ่มน้อยอย่างจินฉีก็ไม่ได้ขัดขวางทูตสวรรค์ทั้งสามพวกนางไม่ได้มอบความไว้วางใจกับจินฉีจริงๆ!

“การค้นหาโบราณวัตถุเป็นกระบวนการที่มีอันตรายอย่างยิ่ง ต้องมีพลังใจที่เข้มแข็งมิอาจขาดได้”  สาวทูตสวรรค์ที่สูงที่สุดพยักหน้า  “นี่คือเหตุผลที่ไม่มีใครสามารถทำได้อย่างราบรื่นนับแต่โบราณกาล เพื่อความปลอดภัยเราพยายามหานักเรียนบางคนที่สามารถป้องกันตนเองได้ กล่าวคือไม่ใช่ว่าเรามีนักเรียนระดับสูงอยู่ในใจของเรา แต่นั่นเป็นเพราะเหตุผลเพื่อความปลอดภัยอย่างแท้จริง  จุดเริ่มต้นของนักเรียนนั้นเหมือนกันจริงๆ  แต่เนื่องจากความสามารถและแนวทางการเติบโตที่ต่างกัน  ตัวเลือกของเราจึงแตกต่างไปด้วย”

“มันต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว”  นักเรียนตระหนักได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

“แต่ทำไม้เจ้าเมืองน้อยจินฉีแห่งเมืองใบทองถึงทำสำเร็จได้อย่างง่ายดาย?  ไม่มีอันตรายต่อชีวิตแม้แต่น้อย!” คุณชายหมิงจูยิ้มเหมือนดอกไม้แรกแย้มและเย่ว์หยางรู้สึกว่านักเรียนหมิงจูนี้เอาแต่ใจจริงๆ

“หือ?” พวกนักเรียนสนองตอบและหันไปมองทูตสวรรค์ทั้งสามหรือว่าจะมีเหตุเปลี่ยนแปลง?

“นี่เจ้าหมายความว่ายังไง?”  จินฉีโกรธ ว่ายังมีคนสงสัยเขาอีกหรือ?

“ข้าไม่คิดว่ามันง่ายขนาดนั้นใครเล่าจะไม่ขุดหินในป่า!”  เย่ว์หยางไม่ต้องการพูด  แต่คุณชายหมิงจูย่ำเท้าเขาอย่างหนักจึงต้องลุกขึ้นพูด

“น่าขันเสียจริง ความอิจฉาเป็นจุดอ่อนของทุกคนพวกเจ้าก็แค่อิจฉาความสำเร็จของข้า!  โบราณวัตถุอยู่ในมือของข้าพวกเจ้าจะปฏิเสธไปก็เปล่าประโยชน์!” ไม่ใช่เรื่องยากกับการขุดโบราณวัตถุใจกลางทะเลต้นไม้ใครให้พวกเจ้าแต่ละคนคิดซับซ้อนเกินไปเล่าทำไมไม่คำนึงถึงความจริงที่ง่ายที่สุด  พวกเจ้าใช้สมองคิดเป็นบ้างหรือเปล่า?  ตอนนี้ข้าขุดโบราณวัตถุด้วยตัวเองมาแล้วเจ้าคิดว่าง่าย พวกเจ้าไร้ยางอายเกินไปหรือไม่? ใครที่สามารถทำสิ่งต่างๆที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ มันคือความคิดริเริ่มและจะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ นั่นคือการใช้สมองและและความสามารถที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์!”

จินฉีและสหายชูรูปสลักหินที่มีรัศมีระยิบระยับ

ขณะนั้นเองหยางผิงแห่งเมืองเปลวอาทิตย์และสหายหน้าเศร้าของเขาถลึงมองเย่ว์หยางอย่างสิ้นหวังดวงตาที่ชั่วร้ายของเขาเหมือนมีดคม โชคดีที่ไม่ใช่มีดจริงมิฉะนั้นเย่ว์หยางและคุณชายหมิงจูต่อให้มีสิบชีวิตก็คงไม่เหลือ

เย่ว์หยางไม่สนใจต่อสายตาอาฆาตเหล่านั้นขณะเขาส่ายหน้าแทะน่องไก่ต่อ “ไม่ว่าจะเป็นโบราณวัตถุหรือไม่ สิ่งที่เจ้าพูดไม่นับ!”

ความหมายโดยนัยของเขาหมายถึงสาวทูตสวรรค์ทั้งสาม

เขาบอกว่าไม่นับ

ประโยคนี้พอเข้าใจได้

แต่กระทบใจคนฝ่ายจินฉีอย่างมาก

พวกจินฉีจ้องมองเย่ว์หยางด้วยสายตาเกลียดชัง  ถ้าสาวทูตสวรรค์ทั้งสามยืนยันโบราณวัตถุคาดว่าพวกเขาคงบังคับให้เย่ว์หยางกินรูปสลักที่ทำจากหินนี้...ในที่สุดทุกคนมองไปทางทูตสวรรค์ชุดขาวทั้งสาม จินฉีไม่พูด ทุกคนก็ไม่พูด

ตอนนี้รอให้พวกนางเฉลยว่ารูปสลักหินแปลกประหลาดนี้เป็นวัตถุโบราณหรือไม่?

“เหตุผลที่เราให้คำบอกใบ้สามข้อสำหรับนักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมค้นหาวัตถุโบราณนั้นมีเหตุผลจริงๆ”  ทูตสวรรค์หน้ากลมที่เย่ว์หยางอยากหยิกแก้มยิ้มเล็กน้อย“ถ้าพวกเจ้ารู้คำใบ้ทั้งสามข้อก็เอาไปไตร่ตรองได้ คำใบ้หนึ่งเราบอกว่าเป็นโบราณวัตถุไม่ใช่หนึ่ง  คำใบ้ที่สองคือกุญแจสำคัญในการเปิดการทำงานโบราณคำใบ้ที่สาม พลังลึกลับจะนำทางผู้นั้น...”

นางพูดไม่ทันจบกลุ่มนักเรียนก็โห่ร้องยินดี

บางคนตะโกนใส่จินฉีอย่างเกลียดชัง  “เจ้าโง่ โบราณวัตถุ ไม่ใช่หนึ่งไม่ใช่ชิ้นเดียว เข้าใจไหม?”

เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเพรียงกันเป็นคลื่นเสียงดังมากขึ้นทุกทีราวกับว่าจะทับถมจินฉีให้จมดิน

หน้าของจินฉีแดงเหมือนตับหมู  แต่เขาไม่ยอมรับ  “พวกเจ้าจะรู้อะไร ข้าเห็นในสถาบันผู้พเนจรแดนฟ้าเมื่อคืนนี้มีโบราณวัตถุที่คล้ายกันอยู่ในนั้น แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นของชิ้นเดียวที่มีอยู่ในสถาบันผู้พเนจรแดนฟ้า  ข้าไม่ผิด เป็นเจ้านั่นแหละผิด!”

เมื่อเขาตอบโต้เช่นนี้ทุกคนจึงสงบลง

แม้ว่าจินฉีจะละเมิดระเบียบและเข้าไปในสถาบันผู้พเนจรแดนฟ้าแต่อย่างที่เขากล่าวไว้ ไม่มีอะไรผิดปกติจากนั้น

“ในโบราณวัตถุนี้ มีพลังลึกลับเก็บกักไว้ตราบเท่าที่รวมเอาไว้ในสถาบันผู้พเนจรแดนฟ้า เข้าเชื่อว่ามันจะใช้เปิดประตูโบราณอย่างที่ท่านเทวทูตได้กล่าวไว้และแสดงตำแหน่งทางที่ถูกต้อง!  พวกโง่อย่างเจ้าจะตะโกนทำไม?พวกเจ้าคิดว่าตะโกนแล้วจะเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงได้หรือ? พวกเจ้าคิดว่าตะโกนไปแล้วจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกปัญญาอ่อนอย่างพวกเจ้าได้หรือ?เจ้าพวกปากมาก”  จินฉีหัวเราะด้วยความลำพองเนื่องจากเขาเสียหน้า ดังนั้นเขาจึงไม่สุภาพอีกต่อไป และพูดจาตอบโต้โดยตรง

“อ่า...”พวกนักเรียนหันไปมองคุณชายหมิงจูเหมือนขอความช่วยเหลือ

คุณชายหมิงจูอยู่ข้างเย่ว์หยาง  แต่พวกเขาไม่รู้จักเย่ว์หยาง

แต่คุณชายหมิงจูเป็นใครมีกี่คนที่ไม่รู้จัก? พวกเขารู้ดีว่าไม่มีใครที่ไม่รู้! ดูเหมือนว่ามีแต่คุณชายหมิงจูที่สามารถเหยียบเท้าคุณชายจินฉีได้

จากมุมมองของนักเรียนกลุ่มหนึ่งคาดหวังว่าคุณชายหมิงจูจะช่วยกู้หน้าและมองไปทางเย่ว์หยาง

เย่ว์หยางรีบปัดก้นเล็กน้อยและย้ายเก้าอี้ออกมาให้พ้นสายตาทุกคน “คุณชายหมิงจูบุคคลที่มีบุคลิกเป็นผู้กอบกู้โลกส่วนข้าเป็นผู้ติดตามคอยเอาใจรับใช้เท่านั้น เชิญนั่งได้แน่ใจได้ว่าเจ้าไม่เสียเวลาเปล่าแน่”

คุณชายหมิงจูมีความสุขปนหงุดหงิด

เขาต้องการหยุดยิ้มและทำจริงจังแต่ว่าเป็นไปไม่ได้

เขาปฏิเสธน่องไก่ที่เย่ว์หยางส่งให้ และนั่งลงอย่างสบายใจทำเป็นโบกมือออกคำสั่ง “ให้โอกาสดีๆ กับเจ้า ถ้าเจ้าทำได้ไม่ดี อย่ากลับมา!”

จินฉีโกรธมาก หายใจหนักหน่วง น่าอายน่าขายหน้า! เขาจะไม่ยอมโดนดูถูกทั้งชีวิตแน่

นี่มันสมเหตุสมผลหรือไม่?

คุณชายหมิงจูต้องการทะเลาะกับตัวเขาผู้ที่คนอื่นบอกว่าเป็นอัจฉริยะลืมไปแล้วหรือว่าเขาเป็นใคร บังอาจพูดแบบนี้ รนหาที่ตายชัดๆ!

“หยุดพูดเลยเจ้าบอกว่านี่คือวัตถุโบราณปลอม เจ้ามีหลักฐานอะไร?” หยางผิงตอนนี้ดีใจ และนี่คือเวลาดีที่สุดที่จะได้เหยียบย่ำเจ้าเด็กนี่

“ไม่มีหลักฐาน” เย่ว์หยางโบกมือกล่าว  “ก็เหมือนกับเจ้า อาจใช่หรือไม่ใช่ลูกข้า  ข้าไม่มีหลักฐานเหมือนกัน!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า....”  กลุ่มผู้ชมดูหัวเราะลั่น

“โปรดอย่าดูหมิ่นญาติของคนอื่นในเมื่อเจ้าก็เรียกตนเองว่ามาจากตระกูลชนชั้นสูง”  หยางผิงตัวสั่นด้วยความโกรธแต่เขาไม่สามารถหันหน้าไปมองดูรอบๆ ได้จนกว่าเขาจะเหยียบย่ำเจ้าเด็กข้างหน้าเขาหยางผิงสูดหายใจลึก “เจ้าบอกว่าวัตถุโบราณนี้เป็นของปลอม  เจ้าอาศัยหลักฐานอะไร?  เจ้าเคยเห็นมาจริงๆ หรือ?”

“ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ!” เย่ว์หยางตอบโดยไม่ลังเล “แต่ข้าเคยกินขาหมู”

“กราวววว” พวกนักเรียนเริ่มรู้สึกว่าการโต้ตอบของเจ้าเด็กนี่ไม่เลวพวกเขาเริ่มปรบมือให้เย่ว์หยาง

“เจ้าไม่ได้เห็นโบราณวัตถุและเจ้าไม่สามารถเอาหลักฐานมาให้ดูได้ ทำไมเจ้าถึงคิดว่านี่เป็นของปลอม หยางผิงรู้สึกว่าเขาชนะมองดูนักเรียนรอบๆและตะโกน”อย่าทำเมินเฉยเพราะการถูกปฏิเสธ ข้อเท็จจริงก็คือเจ้าไม่พึงพอใจกับความสำเร็จของคนอื่น  ความอิจฉาทำให้เจ้าบิดเบือนข้อเท็จจริง  นี่คือพฤติกรรมที่สูงส่งอย่างนั้นหรือ? เฉพาะเจ้าต้องการทำให้คนร้ายกาจอย่างข้าต้องสับสนโดยจงใจ! เจ้าคิดว่าการกระทำแค่นี้จะทำให้ปฏิเสธการมีอยู่ของวัตถุโบราณได้หรือ? เราสามารถปฏิเสธการยอมรับของท่านทูตสวรรค์ทั้งสามได้หรือไม่?  ดูสิ มันอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว  ไม่ว่าเจ้าจะอิจฉาหรือไม่ก็ลบล้างไม่ได้มันไม่ได้หายไปไหน และการยอมรับความจริงหลักของทูตสวรรค์ทั้งสามจะไม่เปลี่ยนนี่คือความจริงที่แน่นอน!

“พูดได้ยอดเยี่ยม ไพเราะกว่าสุนัขเห่า”  เย่ว์หยางปรบมือชม  “อย่างไรก็ตามข้าขอเตือนเจ้าว่าความเป็นจริงที่ยากลำบากอาจเป็นเรื่องตลกที่กุขึ้นจากความโลภและผยองเกินไป”

“เจ้าพูดไร้สาระ!”  จินฉีและหยางผิงตวาดพร้อมกัน

“ถ้าพวกเจ้าคิดว่าข้าพูดไม่ยั้งคิดอย่างนั้นพวกเจ้าสามารถถามบารอนจงหัวได้ ในฐานะผู้ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศในการประเมินครั้งล่าสุดพวกเจ้าเองก็ยอมรับความเป็นอัจฉริยะของเขา ไม่ควรมีข้อสงสัย” เย่ว์หยางดึงจงหัวที่มองดูอยู่แต่ไกลลงน้ำในครั้งนี้ด้วย  จงหัวทั้งที่อยากดูละครฉากนี้จึงต้องรีบเข้ามาคารวะทูตสวรรค์ทั้งสามก่อนและทักทายกับนักเรียนจำนวนมากแสดงภาพลักษณ์ของสุภาพบุรุษเรียบร้อย

“ไม่มีประโยชน์ที่จะหาใครมาเป็นพยานความจริงคือความจริง เจ้าไม่อาจบิดเบือนเป็นอย่างอื่น” จินฉีสงสัยว่าเย่ว์หยางจงใจพูดหรือไม่ หลังจากปล่อยมือวัตถุโบราณชิ้นนี้โอกาสจะหลุดลอยไปหรือไม่

“เป็นของปลอมแน่นอน”  จงหัวเอ่ยปากครั้งแรกสร้างเสียงฮือฮาตามมา

“อะไรนะ?” แม้ว่าพวกนักเรียนต้องการฟังคำตอบนี้ แต่เมื่อได้ยินจริงๆกลับรู้สึกเหลือเชื่อ

“เหตุผลที่ข้าบอกว่าโบราณวัตถุนี้เป็นของปลอมเพราะข้าก็ถูกหลอกด้วยเช่นกัน จงหัวฝืนยิ้ม”ความจริงแล้วของชิ้นนี้ถูกจีอู๋ลี่ขโมยไปจากสถาบันผู้พเนจรแดนฟ้าแล้วเอาไปฝังไว้ในทะเลต้นไม้ ความจริงข้อสงสัยว่าวัตถุโบราณถูกฝังอยู่ในกลางทะเล มีกันอยู่ทุกคนไม่ใช่แค่ข้า แต่จีอู๋ลี่เชื่อว่าเขาถูกหลอก อย่างไรก็ตามนี่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากแต่อย่างใดในการขุดที่ใจกลางทะเลต้นไม้และถือว่าไม่เสียหายอะไรแม้ว่าข้าจะโง่นิดหน่อย แต่ข้าเชื่อว่าหลังจากเข้าสู่ทะเลตะวันออกมีเพียงไม่กี่คนที่ขุดพื้นที่ตรงกลาง เราทุกคนหลงกล... แต่ไม่จำเป็นต้องเอารูปสลักหรืออะไรที่ถูกฝังในอดีตออกมา...”

“ทำไมจีอู๋ลี่ถึงทำเช่นนี้?”  จินฉีตวาดร้อง

“ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แต่ทุกคนที่ถูกหลอกคาดว่าพวกเขาก็จะทำอย่างนั้น!” จงหัวพูดอย่างนั้นทำให้ทุกคนหัวเราะขำขัน

“เป็นไปไม่ได้ เจ้าโกหก!” หยางผิงเห็นรอยยิ้มของเย่ว์หยางแล้วรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้ทำให้เขาอึดอัดเจ็บปวดเหมือนถูกเชือดเฉือน

“ข้าสามารถเป็นพยานได้ก่อนที่พวกเจ้าจะขุดขึ้นมาดู” เริ่นเทียนเกอเดินยิ้มออกมา “ข้าสงสัยว่าวัตถุโบราณไม่ได้อยู่ที่ยอดเขาตะวันออก  ที่นั่นไม่มีทะเลแม้แต่น้อย  ทะเลต้นไม้ไม่ใช่ทะเลแค่ชื่อก็บอกไว้ชัดเจนแล้ว โบราณวัตถุของแท้คงไม่ได้ถูกฝังไว้ที่กลางป่า ไม่ว่าจะไตร่ตรองยังไงก็ไม่สอดคล้องกัน”

“คำใบ้ของทูตสวรรค์ไม่ผิดแน่นอนเป็นพวกเจ้าหลายคนพูดส่งเดช ความจริงไม่เป็นอย่างนั้นแน่!” จินฉีคำรามด้วยความโกรธ และเขาถือรูปปั้นไว้ในอ้อมแขนราวกับว่าเขาจะไม่ยอมปล่อย  รูปปั้นนี้ประหลาดนี้จะไม่กลายเป็นของปลอมแน่

“เราไม่ได้โกหก คำใบ้นั้นถูกต้อง” สาวทูตสวรรค์ชุดขาวผู้ถือคัมภีร์เงินกล่าว จินฉีมีความสุขทันทีราวกับคนจะจมน้ำแล้วได้ฟางช่วยชีวิต แต่คำพูดของนางยังไม่จบ นางพูดต่อ “อย่างไรก็ตามเจ้าไม่สามารถทำตามคำใบ้ของเราได้เราแค่บอกได้บางส่วนตามข้อบังคับสำหรับส่วนที่เหลือพวกเจ้าต้องใช้สติปัญญาคิดค้นไตร่ตรองข้าเชื่อว่านักเรียนหลายคนเข้าใจว่าคำว่าทะเลตะวันออกเป็นเพียงการเริ่มต้นไม่ใช่ทั้งหมด โบราณวัตถุไม่ได้มีแค่ชิ้นเดียว ข้าได้บอกใบ้ไปแล้ว มันไม่ง่ายเหมือนการขุดของในทะเลตะวันออก  มันยากมากขนาดคุกคามเอาชีวิตได้  ถึงได้ไม่มีใครทำได้สำเร็จนับแต่โบราณ”

“ฮืมๆๆๆๆ, กาลครั้งหนึ่งยังมีเจ้าโง่ตัวใหญ่แต่ขี้โม้ไม่อายใครมาถึงยอดเขาตะวันออกเขาพบเห็นแตงโมอยู่บนไม้พันธุ์ เขาเด็ดแตงโมขึ้นมากิน แล้วมีความรู้สึกว่าเขาฉลาดขึ้นเขาจึงขุดๆๆๆๆ ขุดเอาดินเน่าแล้วหอบกลับบ้านไปถามแม่ด้วยความดีใจ  แม่บอกว่ามันเป็นความภาคภูมิใจเทียมฟ้าทำให้เจ้าโง่นั้นมีความสุขเจ้าโง่นั่นยิ้มราวกับมีดอกไม้บานเต็มหน้าเที่ยวรับรางวัลตอบแทนกันให้วุ่นข้าเห็นแล้วยังอดขำไม่ได้”

เย่ว์หยางปรบมือท่องบอกเล่าเรื่องราวเป็นทำนองจังหวะ

จินฉีได้ยินแล้วเส้นเลือดแทบระเบิด

เขาอยากเป็นลม

แต่ไม่อาจเป็นลมได้สติเขาแจ่มใสอย่างน่าประหลาด

คนรอบตัวจินฉีอยากแทรกแผ่นดินหนีจริงๆ

นักเรียนที่ไม่สบายใจอึดอัดตอนแรกพอได้ฟังเย่ว์หยางร้องเป็นทำนองอีก ต่างก็ตบมือโห่ร้องกันมากขึ้นทุกทีบางคนก็ตะโกนว่าเจ้าโง่ๆ เสริมเป็นระยะๆ

“หมิงจู! จะให้ข้าเล่นบทไหนอีก?” เย่ว์หยางถอยกลับไปปรึกษา ทำตัวเหมือนสามีที่ดีปรึกษาภรรยาด้วยความจริงใจ

“ไม่ต้องมากนักก็ได้” คุณชายหมิงจูลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างตื่นเต้นและกอดเขาแล้วใช้มือทุบเขาหหนึ่งครั้ง และยิ้มกล่าว “เจ้าร้ายกาจจริงๆ”

“รอยยิ้มของเจ้าคืองานหนักในชีวิตของข้า!”

เย่ว์หยางทำตัวเป็นอัศวินพิทักษ์หญิงงาม

หลายวันมานี้มีความเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องหาข้ออ้างมากล่าว

จบบทที่ ตอนที่ 1093 ยิ้มของเจ้า คือความพยายามในชีวิตข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว