- หน้าแรก
- ระบบซูเปอร์นารูโตะ อัปเกรดเทพสปีดเต็มพิกัด!
- บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้
บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้
บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้
บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้
“ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน...”
หลี่เจี๋ยเสวียนจูงมือน้อยๆ ของซึนาเดะไปตามปกติ ในสายตาของเขา เด็กตัวแค่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการจูงมือน้องสาวตัวเอง
“เจี๋ยเสวียนคุง!”
ใบหน้าน่ารักของซึนาเดะพลันมีสีแดงระเรื่อพาดผ่าน: เจี๋ยเสวียนคุงช่างทำอะไรตรงไปตรงมาและกล้าหาญเหลือเกิน...
กลับบ้านด้วยกันสองคน? เหมือนคุณพ่อคุณแม่เลยเหรอ?
ทว่าในตอนนั้นเอง...
“อย่าเพิ่งไป คืนเนื้อย่างฉันมานะ!”
มือน้อยๆ ที่อวบอ้วนคว้าขากางเกงของหลี่เจี๋ยเสวียนเอาไว้
“ฉันอยากกินเนื้อย่าง อุตส่าห์เก็บเงินมาตั้งสามวัน ฉัน...”
ที่แท้ก็คือเจ้าอ้วนตระกูลอากิมิจิที่ฟื้นขึ้นมานั่นเอง เจ้าอ้วนเกาะขาหลี่เจี๋ยเสวียนแน่นเหมือนปลิง พลางร้องไห้ฟูมฟายเล่าความอัดอั้นตันใจ
สำหรับคนตระกูลอากิมิจิแล้ว การต่อสู้หรือศักดิ์ศรีไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาหารเลิศรสต่างหากคือสิ่งเดียวที่มิอาจทรยศได้!
“หนอย ฉันกำลังจะได้กลับบ้านกับเจี๋ยเสวียนคุงสองต่อสองแท้ๆ เจ้าหมูอ้วนตายยากเอ๊ย รีบปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ!”
ซึนาเดะในตอนนี้โมโหจนแทบอยากจะฆ่าคน
ทว่าในตอนนั้นเอง...
“โครก...”
ท้องของซึนาเดะก็ส่งเสียงประท้วงออกมาดังลั่น
อย่างไรเสียเธอก็เป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลเซ็นจู เรื่องโภชนาการย่อมเป็นระเบียบแบบแผน พูดง่ายๆ ก็คือ ยัยหนูคนนี้เป็นพวกถึงเวลาต้องกินก็ต้องหิวทันทีนั่นเอง!
“พอดีผมก็หิวเหมือนกัน งั้นผมเลี้ยงเนื้อย่างเธอละกันนะ!”
หลี่เจี๋ยเสวียนเอามือกุมท้องพลางยิ้มช่วยแก้เขินให้ซึนาเดะ: “ซึนาเดะ ไปด้วยกันไหม?”
เจี๋ยเสวียนคุงช่างอ่อนโยนจริงๆ เลย!
เมื่อถูกหลี่เจี๋ยเสวียนชวน ซึนาเดะก็เกือบจะพยักหน้าตกลงตามสัญชาตญาณ
ทว่าในวินาทีนั้น คนที่ไม่ควรจะปรากฏตัวที่สุดกลับปรากฏกายขึ้น
“ซึนาเดะ ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้านอีก?”
โฮคาเงะรุ่นที่สอง เซ็นจู โทบิรามะ เดินออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ยากจะเอ่ย เขาถอนหายใจพลางส่ายหัวอย่างจนใจ: “ซึนาเดะ มีบางเรื่องที่ปู่คิดว่าต้องบอกหลาน...”
เซ็นจู โทบิรามะ ยังไม่กลับไปที่สนามรบงั้นเหรอ?
หลี่เจี๋ยเสวียนขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทว่านั่นไม่ใช่ขอบเขตที่เขาจะเข้าไปยุ่งได้ในตอนนี้ หลังจากรีบบอกลาซึนาเดะแล้ว หลี่เจี๋ยเสวียนก็ทำตามสัญญาด้วยการพาเจ้าอ้วนไปกินเนื้อย่าง
“ซ่า... ซ่า...”
เนื้อย่างแสนชุ่มฉ่ำเต้นพริ้วอยู่บนตะแกรงเหล็ก ดวงตาของเจ้าอ้วนไม่ยอมละไปจากเนื้อเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าร้าน จนกระทั่งเขาได้ส่งเนื้อชิ้นแรกเข้าปากถึงได้ครางออกมาอย่างมีความสุข: “ผมชื่ออากิมิจิ ปังจิ ขอบคุณนะที่เลี้ยงเนื้อย่างผม”
“อืม...”
อากิมิจิ ปังจิ? อากิมิจิ พุงกาง?
หลี่เจี๋ยเสวียนพยักหน้าอย่างใจลอย
แน่นอนว่าเขายังคงกังวลกับคำพูดของโทบิรามะและสีหน้าเศร้าสร้อยที่เหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่อกนั่น
รวมไปถึงการที่โฮคาเงะมาปรากฏตัวในหมู่บ้านตอนนี้ก็นับว่าประหลาดมาก!
ตามความทรงจำ ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นช่วงที่สงครามโลกนินจาครั้งที่หนึ่งกำลังดุเดือดที่สุด เกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่ทำให้โฮคาเงะอย่างโทบิรามะต้องทิ้งสนามรบกลับมาที่หมู่บ้าน
“ปังจิ นายพอจะรู้ไหมว่าสงครามครั้งนี้มันเกิดจากอะไร?”
หลี่เจี๋ยเสวียนขมวดคิ้วถามออกไปตามสัญชาตญาณ พอพูดจบเขาก็ขำตัวเอง นี่เขาบ้าไปแล้วเหรอ ปังจิก็แค่เด็กสามขวบ จะไปรู้เรื่องแบบนี้ได้ไง!
“รู้สิ!”
เจ้าอ้วนปังจิพยักหน้าเป็นเรื่องปกติพลางคีบเนื้อย่างเข้าปากอีกชิ้น
“นายรู้เหรอ?”
หลี่เจี๋ยเสวียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาคว้าคอเสื้อปังจิแล้วรีบถามซ้ำ: “สงครามนี้สู้กันเพื่ออะไร?”
“ก็แย่งชิงสัตว์หางไง!”
ปังจิพยักหน้ายืนยัน: “หมู่บ้านโคโนฮะของเรามีสัตว์หางครบทั้งเก้าตัว แคว้นใหญ่ทั้งสี่รอบข้างก็เลยรวมตัวกันมาแย่งชิงไป”
“แย่งชิงสัตว์หาง!?”
หลี่เจี๋ยเสวียนถึงกับอึ้งกิมกี่ ในความทรงจำของเขาตามเนื้อเรื่องหลักที่เคยรู้มา ท่านรุ่นที่หนึ่ง เซ็นจู ฮาชิรามะ เป็นฝ่ายแบ่งสัตว์หางให้แคว้นอื่นเองเพื่อความสมดุลไม่ใช่เหรอ
แต่พอมาคิดดูตอนนี้ หลี่เจี๋ยเสวียนกลับรู้สึกว่าเรื่องนั้นมันเต็มไปด้วยพิรุธ
สัตว์หางในโลกนินจามีสถานะไม่ต่างจากขีปนาวุธนิวเคลียร์ในโลกเดิมเลยนะ!
ท่านรุ่นที่หนึ่งและอุจิฮะ มาดาระ ซึ่งเป็นสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในตอนนั้น จะมีเหตุผลอะไรที่ต้องเอาอาวุธนิวเคลียร์ไปแบ่งให้แคว้นอื่นฟรีๆ?
อีกจุดหนึ่งคือ เวลาและสาเหตุการตายของท่านรุ่นที่หนึ่งในชาติก่อนก็ไม่มีการระบุที่แน่ชัด!
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ในโลกนารูโตะ ประวัติศาสตร์ยุคคุณปู่ของพวกตัวเอกนั้นเต็มไปด้วยความคลุมเครือ...
ความจริงเป็นแบบไหนกันแน่?
หลี่เจี๋ยเสวียนกัดฟันกรอดในใจ: “ฉันคนนี้แหละ จะใช้ดวงตาคู่นี้ค้นหาความจริงให้เจอเอง!”