เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้

บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้

บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้


บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้

“ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน...”

หลี่เจี๋ยเสวียนจูงมือน้อยๆ ของซึนาเดะไปตามปกติ ในสายตาของเขา เด็กตัวแค่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการจูงมือน้องสาวตัวเอง

“เจี๋ยเสวียนคุง!”

ใบหน้าน่ารักของซึนาเดะพลันมีสีแดงระเรื่อพาดผ่าน: เจี๋ยเสวียนคุงช่างทำอะไรตรงไปตรงมาและกล้าหาญเหลือเกิน...

กลับบ้านด้วยกันสองคน? เหมือนคุณพ่อคุณแม่เลยเหรอ?

ทว่าในตอนนั้นเอง...

“อย่าเพิ่งไป คืนเนื้อย่างฉันมานะ!”

มือน้อยๆ ที่อวบอ้วนคว้าขากางเกงของหลี่เจี๋ยเสวียนเอาไว้

“ฉันอยากกินเนื้อย่าง อุตส่าห์เก็บเงินมาตั้งสามวัน ฉัน...”

ที่แท้ก็คือเจ้าอ้วนตระกูลอากิมิจิที่ฟื้นขึ้นมานั่นเอง เจ้าอ้วนเกาะขาหลี่เจี๋ยเสวียนแน่นเหมือนปลิง พลางร้องไห้ฟูมฟายเล่าความอัดอั้นตันใจ

สำหรับคนตระกูลอากิมิจิแล้ว การต่อสู้หรือศักดิ์ศรีไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาหารเลิศรสต่างหากคือสิ่งเดียวที่มิอาจทรยศได้!

“หนอย ฉันกำลังจะได้กลับบ้านกับเจี๋ยเสวียนคุงสองต่อสองแท้ๆ เจ้าหมูอ้วนตายยากเอ๊ย รีบปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ!”

ซึนาเดะในตอนนี้โมโหจนแทบอยากจะฆ่าคน

ทว่าในตอนนั้นเอง...

“โครก...”

ท้องของซึนาเดะก็ส่งเสียงประท้วงออกมาดังลั่น

อย่างไรเสียเธอก็เป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลเซ็นจู เรื่องโภชนาการย่อมเป็นระเบียบแบบแผน พูดง่ายๆ ก็คือ ยัยหนูคนนี้เป็นพวกถึงเวลาต้องกินก็ต้องหิวทันทีนั่นเอง!

“พอดีผมก็หิวเหมือนกัน งั้นผมเลี้ยงเนื้อย่างเธอละกันนะ!”

หลี่เจี๋ยเสวียนเอามือกุมท้องพลางยิ้มช่วยแก้เขินให้ซึนาเดะ: “ซึนาเดะ ไปด้วยกันไหม?”

เจี๋ยเสวียนคุงช่างอ่อนโยนจริงๆ เลย!

เมื่อถูกหลี่เจี๋ยเสวียนชวน ซึนาเดะก็เกือบจะพยักหน้าตกลงตามสัญชาตญาณ

ทว่าในวินาทีนั้น คนที่ไม่ควรจะปรากฏตัวที่สุดกลับปรากฏกายขึ้น

“ซึนาเดะ ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้านอีก?”

โฮคาเงะรุ่นที่สอง เซ็นจู โทบิรามะ เดินออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ยากจะเอ่ย เขาถอนหายใจพลางส่ายหัวอย่างจนใจ: “ซึนาเดะ มีบางเรื่องที่ปู่คิดว่าต้องบอกหลาน...”

เซ็นจู โทบิรามะ ยังไม่กลับไปที่สนามรบงั้นเหรอ?

หลี่เจี๋ยเสวียนขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ทว่านั่นไม่ใช่ขอบเขตที่เขาจะเข้าไปยุ่งได้ในตอนนี้ หลังจากรีบบอกลาซึนาเดะแล้ว หลี่เจี๋ยเสวียนก็ทำตามสัญญาด้วยการพาเจ้าอ้วนไปกินเนื้อย่าง

“ซ่า... ซ่า...”

เนื้อย่างแสนชุ่มฉ่ำเต้นพริ้วอยู่บนตะแกรงเหล็ก ดวงตาของเจ้าอ้วนไม่ยอมละไปจากเนื้อเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าร้าน จนกระทั่งเขาได้ส่งเนื้อชิ้นแรกเข้าปากถึงได้ครางออกมาอย่างมีความสุข: “ผมชื่ออากิมิจิ ปังจิ ขอบคุณนะที่เลี้ยงเนื้อย่างผม”

“อืม...”

อากิมิจิ ปังจิ? อากิมิจิ พุงกาง?

หลี่เจี๋ยเสวียนพยักหน้าอย่างใจลอย

แน่นอนว่าเขายังคงกังวลกับคำพูดของโทบิรามะและสีหน้าเศร้าสร้อยที่เหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่อกนั่น

รวมไปถึงการที่โฮคาเงะมาปรากฏตัวในหมู่บ้านตอนนี้ก็นับว่าประหลาดมาก!

ตามความทรงจำ ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นช่วงที่สงครามโลกนินจาครั้งที่หนึ่งกำลังดุเดือดที่สุด เกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่ทำให้โฮคาเงะอย่างโทบิรามะต้องทิ้งสนามรบกลับมาที่หมู่บ้าน

“ปังจิ นายพอจะรู้ไหมว่าสงครามครั้งนี้มันเกิดจากอะไร?”

หลี่เจี๋ยเสวียนขมวดคิ้วถามออกไปตามสัญชาตญาณ พอพูดจบเขาก็ขำตัวเอง นี่เขาบ้าไปแล้วเหรอ ปังจิก็แค่เด็กสามขวบ จะไปรู้เรื่องแบบนี้ได้ไง!

“รู้สิ!”

เจ้าอ้วนปังจิพยักหน้าเป็นเรื่องปกติพลางคีบเนื้อย่างเข้าปากอีกชิ้น

“นายรู้เหรอ?”

หลี่เจี๋ยเสวียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาคว้าคอเสื้อปังจิแล้วรีบถามซ้ำ: “สงครามนี้สู้กันเพื่ออะไร?”

“ก็แย่งชิงสัตว์หางไง!”

ปังจิพยักหน้ายืนยัน: “หมู่บ้านโคโนฮะของเรามีสัตว์หางครบทั้งเก้าตัว แคว้นใหญ่ทั้งสี่รอบข้างก็เลยรวมตัวกันมาแย่งชิงไป”

“แย่งชิงสัตว์หาง!?”

หลี่เจี๋ยเสวียนถึงกับอึ้งกิมกี่ ในความทรงจำของเขาตามเนื้อเรื่องหลักที่เคยรู้มา ท่านรุ่นที่หนึ่ง เซ็นจู ฮาชิรามะ เป็นฝ่ายแบ่งสัตว์หางให้แคว้นอื่นเองเพื่อความสมดุลไม่ใช่เหรอ

แต่พอมาคิดดูตอนนี้ หลี่เจี๋ยเสวียนกลับรู้สึกว่าเรื่องนั้นมันเต็มไปด้วยพิรุธ

สัตว์หางในโลกนินจามีสถานะไม่ต่างจากขีปนาวุธนิวเคลียร์ในโลกเดิมเลยนะ!

ท่านรุ่นที่หนึ่งและอุจิฮะ มาดาระ ซึ่งเป็นสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในตอนนั้น จะมีเหตุผลอะไรที่ต้องเอาอาวุธนิวเคลียร์ไปแบ่งให้แคว้นอื่นฟรีๆ?

อีกจุดหนึ่งคือ เวลาและสาเหตุการตายของท่านรุ่นที่หนึ่งในชาติก่อนก็ไม่มีการระบุที่แน่ชัด!

หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ในโลกนารูโตะ ประวัติศาสตร์ยุคคุณปู่ของพวกตัวเอกนั้นเต็มไปด้วยความคลุมเครือ...

ความจริงเป็นแบบไหนกันแน่?

หลี่เจี๋ยเสวียนกัดฟันกรอดในใจ: “ฉันคนนี้แหละ จะใช้ดวงตาคู่นี้ค้นหาความจริงให้เจอเอง!”

จบบทที่ บทที่ 31 ความจริงของยุคสมัยนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว