เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1082 ความจริงของเรื่องสาวน้อยช่วยโลก

ตอนที่ 1082 ความจริงของเรื่องสาวน้อยช่วยโลก

ตอนที่ 1082 ความจริงของเรื่องสาวน้อยช่วยโลก


หุ่นรบทั้งสิบคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าพวกเขา

ในหุ่นอสูรทั้งสิบ มีสามตัวที่ถึงระดับทองและมีพลังการต่อสู้ไม่ด้อยไปกว่า  อัสดงค์หุ่นรบระดับทองที่ฉีมู่เป็นเจ้าของ

แต่ฉีมู่รู้ว่าหุ่น ‘อัสดงค์’ของเขาเป็นหุ่นระดับทองที่เมืองจันทร์เงินต้องรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในการสร้างหุ่นทั้งหมดใช้ความพยายามร่วมกันสร้างหนึ่งปีจึงสำเร็จสมบูรณ์  หุ่นทองทั้งสามที่อยู่ข้างหน้าพวกเขานับตั้งแต่การออกแบบแนวคิดไปจนกระทั่งสำเร็จเป็นตัวหุ่น ใช้เวลาไม่เกินสิบวัน ที่สำคัญที่สุดหุ่นทองทั้งสามนี้งอกขึ้นมาจากบนพื้นไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตเชิงจักรกลเลย

เวลาที่ใช้จริงๆ ก็เพียงการออกแบบแนวคิดและการเตรียมวัสดุล่วงหน้า

ความเร็วในการผลิตนี้ในกรณีที่มีวัสดุเพียงพอ เป็นไปได้ว่าจะผลิตหุ่นรบระดับทองเป็นร้อยและหุ่นรบระดับเงินเป็นพันโดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน

หุ่นรบทั้งสิบคุกเข่าหันหน้าเข้าหาผู้เป็นนาย  ไม่มีตัวใดเลยที่เป็นหุ่นรบระดับบรอนซ์

อย่างต่ำที่สุดยังคงเป็นหุ่นรบระดับเงิน

นี่เหมือนเป็นงานรังสรรค์ของเทพเจ้าไม่ใช่มนุษย์สร้าง

“น่าเสียดายที่ไม่มีระดับแพลตตินัม”  อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางถอนหายใจเบาๆและดูเหมือนจะยังไม่พอใจผลงานที่ออกมาต่อหน้าเขา แต่ฉีมู่ฟังแล้วอยากบีบคอคนโลภ หนึ่งประเภทในนั้นมีหุ่นรบระดับทองเกิดขึ้นมาจากพื้นถึงสามร่างเขายังต้องการอะไรอีก? ระดับแพลตตินัมหรือ? คนอย่างจีอู๋ลี่ถูกมองว่าใกล้เคียงเทพที่สุดแล้วเขาใช้เวลาสามเดือนทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากราชา  มีเพียงหุ่นแค้นของเจ้าชายเท่านั้นที่เป็นหุ่นระดับแพลตตินัม  เขาคิดว่าหุ่นแพลตตินัมมีมากเท่าที่ต้องการเหมือนกับหัวกะหล่ำปลีหรือ?

“ไม่ต้องใส่ใจถึงระดับแพลตตินัม  ตอนนี้เกิดหุ่นรบระดับทองขึ้นมาแล้วนับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่!” ฉีมู่รู้สึกว่าหน้าผ่องใส เขาเป็นหนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปาฏิหาริย์นี้    ชื่อของจินฉีจะถูกลบออกไปแต่เขาไม่รู้ว่าจะอวดอ้างตนเองในประวัติศาสตร์ได้อย่างไร

“ผลออกมาได้ไม่เลว ข้าต้องการตัวกลาง!” คุณชายหมิงจูสร้างหุ่นรบระดับทองสามร่างในครั้งเดียว เขารู้สึกเกินคาด

แผนเดิมแค่เพียงสร้างหุ่นรบระดับทองร่างเดียว

แต่นี่มีถึงสาม

แน่นอนว่าน่าทึ่งเกินคาดหมาย

ในฐานะที่ประสบความสำเร็จในครั้งแรก  คุณชายหมิงจูตัดสินใจขอหุ่นรบทองไว้เป็นอนุสรณ์ ยิ่งไปกว่านั้นหุ่นรบทองที่อยู่ตรงกลางใช้วัสดุสร้างหลากหลายที่เป็นของสำคัญที่สุดนั่นเป็นหนึ่งในปัญหาที่ยากที่สุดตอนนี้ถือเสียว่าเป็นรางวัลความพยายามของตนเอง

ฉีมู่รีบพูดอย่างรวดเร็ว  “อย่างนั้นข้าขอตัวซ้าย ไม่ ไม่ดีข้าเลือกตัวขวา เดี๋ยวก่อน เจ้าว่าเจ้าต้องการตัวนั้นหรือ? ตัวขวานี้ดีหรือไม่ดี?ข้าคิดว่ามันดูดีกว่าตัวซ้ายนะ ตัวนี้ดีกว่าตัวซ้าย  อย่ามาโกหกข้าดีกว่า ข้าเชื่อคนได้ง่าย  เจ้าบอกความจริงกับข้ามาดีกว่าก็ได้ข้าเอาหุ่นรบทองตัวซ้าย... มันดูดีขึ้นจริงๆ ยิ่งมองเท่าไหร่ก็ดูสวยมากขึ้นเท่านั้น ควรค่าแก่การมอง ดวงตาคมกริบเหมือนอินทรี มันทรงพลังมาก!”

เย่ว์หยางมอบปลอกข้อมือเหมือนนาฬิกาหุ่นรบทองให้เขาและหยุดฉีมู่ไม่ให้พูดอย่างยากลำบาก

ปกติฉีมู่จะไม่ชอบสิ่งนี้และวันนี้เขาได้เห็นปาฏิหาริย์

เขาตื่นเต้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“โอว..พระเจ้า..มันเปลี่ยนร่างได้!  สิงโตหุ่นรบข้าเปลี่ยนร่างเป็นสิงโต จ้าวแห่งป่า มีเสียงคำรามที่ทรงพลัง! โอว..ข้าคือราชาแห่งราชา ข้าคือจ้าวป่า!” หลังจากกดปุ่มอัญมณีบนวงล้อข้อมือเขาพบว่าหุ่นรบทองของเขาเปลี่ยนร่างได้อย่างเหลือเชื่อจากหุ่นรบร่างมนุษย์กลายเป็นสิงโตทองอย่างน่าอัศจรรย์

ตรงนี้เองทำให้เขามีความสุข

เขาคิดว่าเมื่อผู้อาวุโสรับหุ่นอัสดงค์เขาจำไม่ได้ว่าต้องทำสัญญามากมายขนาดไหน ต้องให้การับรองมากขนาดไหนและในที่สุดเขาจึงได้หุ่นรบอัสดงค์ระดับทอง แต่บัดนี้แค่เพียงประโยคเดียว เขาได้รับหุ่นรบทองที่แข็งแกร่งมากกว่าหุ่นอัสดงค์ของเขา

แม้แต่หุ่นรบระดับทองนี้สามารถแปลงร่างได้

หุ่นรบของหุบเขามนุษย์แต่ก่อนนี้เคยมีหุ่นรบที่แปลงร่างได้ แต่ผ่านมาหลายปี เพราะวิทยาการโบราณสาบสูญจึงไม่มีหุ่นรบใดที่สามารถเปลี่ยนร่างไปมาระหว่างร่างมนุษย์กับร่างสัตว์ร้าย  อย่างน้อยฉีมู่ไม่เคยได้ยินหุ่นรบที่เปลี่ยนร่างได้อย่างอิสระต่อให้มีก็คงเป็นตำนานเล่าขาน

ตอนนี้เขามีหุ่นรบระดับทองที่แปลงร่างได้เหมือนในตำนานแล้ว

มีหรือจะไม่โดดตัวลอยด้วยความดีใจ?

ฉีมู่พลิกตัวขึ้นขี่หลังสิงโตทองและตะโกนลั่นราวกับว่าเขาพิชิตพญาราชสีห์ได้แล้ว

“เสียงดังเกินไปแล้ว  เสี่ยวมู่! เจ้าเอาไปทดสอบก่อนได้ไหม?”  คุณชายหมิงจูจนใจ เขาสงสัยว่าเจ้าผู้นี้คงดีใจจนลืมตัว?ถ้าเขารู้ตัวเร็วกว่านี้คงไม่ให้เขาร่วมค้นคว้าวิจัยด้วยยังจะดีกว่า  อย่างน้อยก็ยังเงียบหู

“ดีเลย” ฉีมู่มีความสุขมาก เขาไม่สนใจอะไรอื่นเขารับปากว่าจะขี่สิงโตทองไปทดสอบข้างนอกโดยไม่รบกวนพวกเขา

ออกมาหน้าสวนเขาใช้ปลอกข้อมือควบคุมสิงโตทองให้วิ่งกลับไปกลับมา

เมื่อเขาชี้ไปที่หุ่นรบเงินทั้งเจ็ดก็กลายร่างเป็นหมาป่าเงินเขาหันมาทางเย่ว์หยาง “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่สนใจหุ่นรบชั้นเงินระดับต่ำ  หมาป่าเงินทั้งเจ็ดนี้มอบให้ข้าเถอะ!  เจ้ากับหมิงจูค่อยๆค้นคว้าข้าจะไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว แค่ต้องการหมาป่าทั้งเจ็ดนี้  ลองคิดดูมีสิงโตแล้วมีหมาป่าเจ็ดตัววิ่งตามหลังนั่นจะดูขลังอลังการ์เพียงไหน...”

เย่ว์หยางพูดไม่ออก  เจ้าผู้นี้โลภจริงๆ  แต่ก็ส่งสัญญาณยิงแสงออกไป

แน่นอนเย่ว์หยางโอนกรรมสิทธิ์และการควบคุมหมาป่าเงินไปที่ปลอกข้อมือควบคุมของฉีมู่ไม่งั้นเจ้าผู้นี้คงไม่ยอมออกไป

ฉีมู่มีความสุข หัวเราะเหมือนเด็ก

“จ้าวอสูร เตรียมตัว!” ฉีมู่พึงพอใจขี่หลังสิงโตทองหุ่นรบที่นำหน้าหมาป่าเงินทั้งเจ็ดและพุ่งออกมาจากอาคารบ้านไม่รู้ว่ามุ่งไปที่ไหน  พอได้สิงโตทองและหมาป่าเงินฉีมู่ทิ้งงานวิจัยตนเองไปอย่างไม่ไยดี  พวกเขาทั้งหมดฉลาดร้ายกาจกว่าเขากันทั้งนั้น      แต่เขาแค่อยากได้ผลลัพธ์เพียงหวังว่าให้เป็นหนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งมีชื่อเสียงตลอดไป!  หลังจากวิ่งออกมาจากคฤหาสน์เขาเริ่มคิดถึงวิธีการตั้งชื่อสิงโตทองของเขา เรื่องที่เกิดขึ้นกับเย่ว์หยางกับหมิงจูไม่ใช่เรื่องที่เขาใส่ใจเลย

“เฮ้..ถ้าข้ารู้อย่างนี้ข้าไม่ยอมให้เขามาด้วยแน่นอน” คุณชายหมิงจูยิ้มและขอโทษเย่ว์หยาง

“ไม่เป็นไร” เย่ว์หยางใจกว้างมากอยู่แล้ว

“ขั้นตอนต่อไป จะสร้างต่อหรือยกระดับหุ่นรบทองอย่างที่เจ้าว่าไว้?” คุณชายหมิงจูพบว่าเขาชอบเรียนรู้กับเจ้าเด็กนี่นอกจากความคิดชั่วร้ายบางอย่างแล้ว เขามีความคิดสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง  การศึกษากับเจ้าเด็กนี่ทำให้เขารู้สึกว่าสถานะความรู้ก้าวหน้าขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อราวกับว่าเขามีแรงบันดาลใจที่พ่นแสดงออกมาเหมือนน้ำพุ

“เจ้าไม่ต้องการดูหรือว่าหุ่นรบของเจ้าจะแปลงร่างไปเป็นอะไร?” เย่ว์หยางคว้ามือคุณชายหมิงจูและสวมปลอกเครื่องมือควบคุมที่ข้อมือเขา

“ปลอกข้อมือหุ่นรบระดับศักดิ์สิทธิ์หรือ?”  คุณชายหมิงจูต้องการดึงมือให้หลุดทันใดนั้นม่านตาของเขาขยายเล็กน้อยมองดูปลอกข้อมือควบคุมด้วยความประหลาดใจ

“น่าเสียดายข้าไม่สามารถสร้างให้เป็นของระดับศักดิ์สิทธิ์ได้สักระยะหนึ่งก่อน  แต่เจ้ามั่นใจได้ว่าไม่ช้าก็เร็วข้าจะยกระดับปลอกข้อมือควบคุมของเจ้าจนถึงระดับศักดิ์สิทธิ์  ขอเวลาข้าสักหน่อย ข้าจะสร้างปาฏิหาริย์ให้หุบเขามนุษย์แห่งนี้มากขึ้น  ตราบใดที่เจ้ายินดีเป็นพยานให้ข้า”  เย่ว์หยางจับมือคุณชายหมิงจูและถอนหายใจ  “สวยมาก...”

“มันสวยข้าไม่เคยเห็นปลอกข้อมือควบคุมที่สวยละเอียดอย่างนี้”  คุณชายหมิงจูพยักหน้าหงึกๆ

“ข้าพูดถึงมือเจ้า!”  เย่ว์หยางหลั่งเหงื่อ

“เจ้าบังอาจหยาบคายกับข้าหรือ?  นั่นเท่ากับขุมหลุมฝังตัวเองโดยตรง!” หมิงจูหันหน้ากลับมาเร็วยิ่งกว่าพลิกหนังสือแค่เพียงพลิกมือค้อนยักษ์ก็มาอยู่ในมือเย่ว์หยางไม่ทันมีเวลาได้หลบก็โดนค้อนของคุณชายหมิงจูหวดจนนอนกับพื้น

หลังจากหวดจนเย่ว์หยางลงไปนอนกับพื้นสองครั้งหมิงจูค่อยหายโกรธ

แต่กลับมาควบคุมที่ปลอกข้อมือทำการควบคุมหุ่นรบทองที่เย่ว์หยางสร้างขึ้นอย่างระมัดระวัง

เมื่อเห็นร่างหุ่นรบทางเปลี่ยนร่างไปเป็นเสือดาวหิมะที่ร่างเพรียวสมบูรณ์แบบคุณชายหมิงจูอดมีความสุขและพอใจกับผลงานสร้างสรรค์ของเย่ว์หยางและตัวเขาเองมิได้  ก่อนที่เย่ว์หยางจะลุกขึ้นจากพื้น  คุณชายหมิงจูคว้าข้อมือเขาไว้  เขากดปุ่มอัญมณีและดูรูปหุ่นรบทองที่เย่ว์หยางเป็นเจ้าของกลายร่างเป็นพยัคฆ์ตัวใหญ่ยืนเคียงข้างเสือดาวหิมะหนึ่งตัวใหญ่ อีกหนึ่งตัวเล็ก เขาดูดีและอารมณ์ดีเป็นพิเศษเอื้อมมือฉุดให้เย่ว์หยางลุกขึ้นจากพื้นและไม่รอให้เขาพูด “ในฐานะเป็นชนชั้นสูงเจ้าควรจะเข้าใจมารยาทพื้นฐานที่สหายควรจะให้เกียรติกันอย่าพูดทำให้ข้าผู้เป็นสหายขายหน้า  ข้าแค่เอาคืนเจ้ามิฉะนั้นเปลี่ยนคนอื่น คงได้ประลองกับเจ้าเร็วขึ้น”

เย่ว์หยางแสร้งทำตัวเป็นเด็กดีและพยักหน้า  “ได้เลย, ต่อไปในอนาคตข้าจะเชื่อฟัง  แต่ข้าไม่อาจชื่นชมได้ เปลี่ยนเป็นคนอื่นก็อาจจะบอกความจริงว่ามือเจ้าสวย ข้าเป็นคนพูดจริง”

คุณชายหมิงจูโมโหกว่าเดิม “เจ้ายังคงบอกว่ามือของผู้ชายเขาเรียกว่าสวยหรือ?”

เย่ว์หยางรีบอ้อนวอนและขอโทษ  “ข้าผิดไปแล้ว ข้าสับสนมึนงงเล็กน้อย ลืมไปว่าเจ้าเป็นบุรุษ”

“ดีแล้ว”

คุณชายหมิงจูแค่นเสียงขึ้นจมูกจบเรื่อง

ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเย่ว์หยางได้แสดงออกอย่างชาญฉลาด

เขาเพ่งความสนใจค้นคว้าซึมซับความรู้กับคุณชายหมิงจู

ตอนแรกพวกเขาร่วมมือและสร้างหุ่นรบจากการปลูกที่พื้นอีกสองกลุ่ม

จากประสบการณ์ความสำเร็จที่ผ่านมาและการควบคุมวัสดุได้อย่างสมบูรณ์ทำให้ประสบความสำเร็จสร้างหุ่นรบทองได้มากขึ้น แต่คุณภาพนั้นไม่ดีเท่าการผลิตชุดแรก ไม่อาจบอกได้ว่าไม่จำเป็น  เย่ว์หยางกับคุณชายหมิงจูเชื่อว่าหุ่นรบระดับทองหรือระดับเงินที่สร้างขึ้นในตอนนี้ใช้เพื่อเป็นอาวุธของผู้บังคับบัญชาและไม่จำเป็นต้องเป็นหุ่นรบระดับทองนานเกินไป หลังจากนั้นระดับแพลตตินัมหรือสูงกว่า หรือระดับศักดิ์สิทธิ์คือระดับสูงสุด

“ครืนน ครืนน ครืนนน...”

“ปัง ปัง ปัง ปัง  ครืนนนน...”

การปลูกสร้างของทั้งสองในที่สุดส่งผลให้ได้หุ่นรบระดับทองแปดตัวและระดับเงินอีกสิบสองตัว

แตกต่างจากหุ่นแปลงร่างที่สร้างขึ้นครั้งแรก  เย่ว์หยางสร้างสองครั้งไม่ใช่เสือ สิงโตหรือหมาป่า แต่เป็นเพียงชนิดเดียว นั่นคือลิงยักษ์ระดับทองสูงสิบเมตรใหญ่กว่าลิงยักษ์ทองสูงแปดเมตร แต่มีพลังรบเป็นทวีคูณ

คุณชายหมิงจูอารมณ์ดีเขาอดหัวเราะออกมามิได้

เสียงหัวเราะดังเหมือนระฆังเงินเย่ว์หยางฟังแล้วตะลึงไปชั่วขณะ

โชคดีที่คุณชายหมิงจูควบคุมตนเองได้ดีเยี่ยมเขากลับอยู่ในสภาพปกติอย่างรวดเร็วและพยักหน้าให้เย่ว์หยาง  “การสร้างอย่างลับๆ ประสบความสำเร็จอย่างมากไม่มีอุปสรรคขัดขวาง ขั้นตอนต่อไปเราควรทำตามขั้นตอนที่สองนั่นคือเคล็ดลับในการเลื่อนระดับหุ่นรบโดยวิธีการที่เจ้าคิดว่าใช้วิธีปลูกเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากกฎแห่งหุบเขามนุษย์และดึงพลังของโลกมาสร้างหุ่นรบ?”

เกี่ยวกับความสงสัยนี้ เย่ว์หยางเป็นธรรมดาที่เขาไม่ได้กีดกันไว้ก่อนและทำตามขั้นตอนในทันที

เมื่อคุณชายหมิงจูเอาค้อนทองออกมาถือเย่ว์หยางรีบถอนหายใจบอกไม่ควรใช้ความรุนแรง

เย่ว์หยางกระแอมสองครั้งเหมือนคนยุคเก่าและพูด  “ความจริงความคิดนี้มาจากลุงชาวไร่ผู้ขยันทำงานหนักบอกไม่ได้เลยว่าลุงชาวไร่ปลูกถั่วลิสงในฤดูใบไม้ผลิ  พอถึงฤดูใบไม้ร่วงลุงชาวไร่จะได้เก็บเกี่ยวถั่วลิสงมากมายหรือไม่?  ข้าคิดว่าในกรณีนี้เราน่าจะปลูกสาวน้อยที่เราหลงรักในฤดูใบไม้ผลิ ถึงตอนนั้นจะได้เก็บเกี่ยวสาวงาม....”

คุณชายหมิงจูจ้องมองดูเย่ว์หยางและถามเสียงสั่น“เจ้าทำอย่างนี้จริงๆ หรือ?”

เย่ว์หยางส่ายหัว  “ข้าแค่อยากทำ แต่น่าเสียดายไม่มีโอกาสปลูก อย่างไรก็ตามก่อนหน้าข้า มีคนกล่าวว่าสหายรักเขาทำอย่างนั้นปลูกรักกับคนรักสาวในฤดูใบไม้ผลิ ได้ผลในฤดูไม้ไม้ร่วง เขาเก็บเกี่ยวถั่วลิสง......”

“อะไร? เป็นไปไม่ได้”  คุณชายหมิงจูไม่เชื่ออย่างนั้นแน่นอนมีปลูกฝังสาวรักในฤดูใบไม้ผลิ  ได้ผลออกมาเป็นแค่กระดูกเท่านั้นจะกลายเป็นถั่วลิสงได้ยังไง?

“ข้าคิดว่าการเก็บเกี่ยวถั่วลิสงแย่เกินไป  ดังนั้นข้าจึงไม่ปลูก!”  เย่ว์หยางสงสัย “อาจจะปลูกผิดวิธี,การกำจัดวัชพืช การให้ปุ๋ยหลังจากปลูกแล้ว ข้าได้ยินมาว่าการเพาะปลูกนั้นต้องมีการร้องเพลงให้ฟังดอกไม้ถึงจะเบ่งบาน บางทีหลังจากดอกไม้เบ่งบานแล้ว บางทีหลังจากปลูกรักกับสาวคนรักและกลับปล่อยละเลยไม่ร้องเพลง ดังนั้นการเก็บเกี่ยวถั่วลิสง...”

“ร้องเพลงจะได้ประโยชน์อะไร คนโง่!” คุณชายหมิงจูอดใช้ค้อนเล็กเคาะหัวเจ้าเด็กผู้ไม่มีสามัญสำนึกนี่คือระดับการเรียนรู้ของเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือ? ไม่น่าแปลกใจที่เขามาที่ดินแดนเพาะปลูกหุ่นรบ  เป็นอัจฉริยะจอมเพี้ยนจริงๆ

แต่ทำไมต้องปลูกรักกับสาวงามเก็บเกี่ยวถั่วลิสงเล่า?

นี่เป็นเพียงจุดเดียวที่คุณชายหมิงจูมิอาจเข้าใจได้

เย่ว์หยางรีบโบกมือ “หยุดเจ้าต้องการให้ข้าเล่า ตอนนี้เจ้าไม่พอใจข้าจะไม่เปิดเผยความลับกับเจ้าต่อไปอีกแล้ว”

ทันทีที่คุณชายหมิงจูได้ยินเขารู้สึกไม่ดีจึงหยุดทันที และจัดคอเสื้อ ปัดเศษฝุ่นบนตัวเก็บหญ้าที่ติดผมและยิ้มประจบ  “เอาล่ะ,ครั้งนี้ข้าผิดเอง ข้าขอโทษเจ้า เจ้ามีความลับอะไรจะเล่าให้ข้าฟัง?”

เย่ว์หยางลูบคางคิดอยู่ชั่วขณะ  “เรื่องความลับของสาวน้อยช่วยโลกเป็นไง?  เจ้าต้องการฟังไหม?”

คุณชายหมิงจูมีสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย

เขาไม่ต้องการพูดเกี่ยวกับหัวข้อที่ว่า‘สาวน้อย’ มากเกินไป

เมื่อเห็นสีหน้าเจ้าเด็กผู้นี้ดูจริงจังมากไม่พูดภาษาหยาบคาย เขาตัดสินใจให้โอกาสเขาอีกครั้ง  อาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆที่คาดไม่ถึงเหลือเชื่อ สาวน้อยจะช่วยโลกได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้! ก็แค่ฟังเจ้าเด็กนี่พล่ามต่อ ถ้าไม่มีสาระ อย่างนั้นค่อยใช้ค้อนยักษ์ลงโทษเขา  ผลก็ค็คือคุณชายหมิงจูกัดฟันตกลงปล่อยให้เย่ว์หยางพูด

“เรื่องนี้ยาวมากถ้าให้เล่ากันสามวันสามคือรับรองฟังไม่จบ ไม่ ไม่.. ข้าต้องจิบน้ำก่อน   เจ้านั่งลงและกินอะไรบ้างก็ได้! มั่นใจได้เลย ข้าไม่ได้สนใจผู้ชายด้วยกัน ข้าสนใจแต่สาวงามเท่านั้นแล้วเจ้าล่ะ?  อ๊า..ข้าเผลอพูดไร้สาระ  ข้าพูดถึงไหนแล้ว?  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีแฟรงเกนสไตน์ผู้น่ากลัวพร้อมกับกองทหารที่ทรงอำนาจได้พิชิตโลกทั้งโลกไปแล้ว  มีเพียงสิ่งเดียวในโลกที่สามารถหยุดเขาได้นั่นก็คือมังกรศักดิ์สิทธิ์!”

“มังกรศักดิ์สิทธิ์?”

“ถูกต้อง, มังกรศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน  มังกรศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นก็สามารถเติมเต็มความปรารถนาได้!”

“ถูกต้องนี่คือมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ในตำนานที่มีตัวตนหรือ? มันสามารถหยุดแฟรงเกนสไตน์กับกองทัพของเขาได้หรือ?”

“ไม่เลยมังกรศักดิ์สิทธิ์ถูกแฟรงเกนสไตน์เรียกออกมา เจ้าไม่ได้เข้าใจผิด เพราะไม่มีใครสามารถหยุดแฟรงเกนสไตน์และกองทัพที่น่าเกรงขามของเขาได้ ดังนั้นมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่หลับไหลจึงถูกแฟรงเกนสไตน์ปลุกขึ้นมา  แต่นี่ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือแฟรงเกนสไตน์เตรียมขอตั้งความปรารถนากับมังกรศักดิ์สิทธิ์เพื่อกลายเป็นราชาปกครองโลก...”

“แฟรงเกนสไตน์ทำได้สำเร็จไหม?”

ไม่สำเร็จ

เกิดอะไรขึ้น

“ในช่วงเวลาที่สำคัญขณะที่แฟรงเกนสไตน์จะเปล่งคำว่าเป็นราชาปกครองโลกมีมนุษย์หมูคนหนึ่งตะโกนบอกมังกรศักดิ์สิทธิ์ ‘ข้าต้องการกางเกงในสาวน้อยผู้งดงาม’ ส่งผลให้มังกรศักดิ์สิทธิ์เติมเต็มความปรารถนาเนรมิตกางเกงในสาวงามที่ผ่านการใช้ยังมีกลิ่นอายสาวอบอวลอยู่และช่วยคนไว้ได้ทั้งโลก นี่จึงเป็นที่มาของเรื่องสาวน้อยช่วยโลก... โอ๊ย.. อย่าตี..”

จบบทที่ ตอนที่ 1082 ความจริงของเรื่องสาวน้อยช่วยโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว