เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1079 เจ้ากล้าบอกว่าไม่ตื่นเต้น?

ตอนที่ 1079 เจ้ากล้าบอกว่าไม่ตื่นเต้น?

ตอนที่ 1079 เจ้ากล้าบอกว่าไม่ตื่นเต้น?


เย่ว์หยางยิ้ม

เมื่อเห็นรอยยิ้มเหมือนหัวขโมยของเขาคุณชายฉีมู่ไม่ได้รู้สึกอะไร  แต่คุณชายหมิงจูมองดูเขาราวกับว่าโมโหไม่พอใจ

ยิ่งเห็นคนอื่นโกรธมากเท่าใดเย่ว์หยางยิ่งอารมณ์ดีมากเท่านั้นในเวลานี้เขาไม่เพียงแต่ข่มกลั้นอารมณ์กลับหัวเราะอย่างมีความสุขมากขึ้น  “คุณชายหมิงจูเจ้ามาที่นี่เพื่อเชิญกินอาหารค่ำหรือเปล่า? ข้าไม่ใช่คนสบายๆ หรอกนะ โดยทั่วไปข้าอยากจะเป็นคนเงียบๆ เฉยๆ   แต่เห็นท่าทางเจ้าจะร้องไห้อยู่แล้วข้ายินดีให้โอกาสเจ้าด้วยความเห็นอกเห็นใจ”

“พูดอย่างนี้ ข้าต้องขอบคุณเจ้าด้วยใช่ไหม?”  คุณชายหมิงจูรู้สึกอยากทุบเขาสักที

“ถ้าเจ้าตื่นเต้นจนไม่สามารถสงบใจได้ก็แค่แนะนำน้องสาวเจ้าให้ข้ารู้จัก!” เย่ว์หยางมองหน้าคุณชายฉีมู่ที่ทำท่าเหมือนถูกผีหลอก

“ข้าเห็นว่าคนหน้าด้านในโลกนี้ไม่มีตัวดีสักคน”  คุณชายหมิงจูถอนหายใจกล่าว

“นี่แหละหนึ่งในข้อดีของข้า” เย่ว์หยางพยักหน้าและยอมรับในเวลาเดียวกันว่าเขาบอกว่าเขามีข้อได้เปรียบมากเกินไปดังนั้นเขาจึงต้องช้าลง เมื่อเวลาผ่านไป

“ข้าไม่เข้าใจจริงๆ คนหยาบคายอย่างเจ้าพัฒนาปากกาขนนกระดับศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร   เจ้าได้รับความรักความไว้วางใจจากอาจารย์คนไหนบางครั้งข้ารู้สึกว่าหมูตัวหนึ่งยังดีกว่าเจ้า อย่างน้อยหมูก็ไม่ตะเกียกตะกายเข้ามาในศูนย์กลางงาน   ไปให้คนอื่นเยาะเย้ย” คุณชายหมิงจูดูเหมือนรู้ว่าเย่ว์หยางเป็นนักเรียนเกิดใหม่ของโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าเมืองไม้เงินทั้งยังรู้ว่าเย่ว์หยางพัฒนาปากกาขนนกระดับศักดิ์สิทธิ์ได้

“อ่า..นักเรียนไตตัน!  บอกเราหน่อยได้ไหมเจ้าคิดยังไงถึงยกระดับปากกาขนนกขึ้นไปจนถึงระดับศักดิ์สิทธิ์?”  คุณชายฉีมู่ถามด้วยความสงสัย

“มีอะไรไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือ?”  เย่ว์หยางถามโดยไม่รู้สึกว่ามีอะไรน่าเสียใจ

“ปากกาขนนกวิเศษระดับศักดิ์สิทธิ์ เป็นผลงานที่ไม่เลวแต่น่าเสียดายที่คุณค่าของมันน้อยไม่ควรแก่การพูดถึง ต้องบอกว่าเป็นผลงานที่ล้มเหลว”  คุณชายหมิงจูอดไม่ได้ที่จะพยายามโจมตีเย่ว์หยาง

“การเคารพครูบาอาจารย์เป็นมารยาทพื้นฐานของนักเรียนที่ดีทุกคน” เย่ว์หยางพยายามบอกว่าเขาเป็นนักเรียนมารยาทดีเด่น

“นักเรียนไตตัน ถ้าเจ้าเป็นนักเรียนดี อย่างนั้นข้าคงเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในโลกแล้ว!” คุณชายฉีมู่ได้ยินเช่นนั้นเขาอดรู้สึกอยากอาเจียนมิได้

“ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่ดีหรือไม่อย่างไรผู้เป็นครูย่อมพูดเองไม่ใช่หรือ? ไม่ต้องพูดถึงรางวัลหนึ่งพันผลึกสวรรค์ คงไม่มีใครยกย่องด้วยวาจาแล้วบอกว่าโปรดอย่าแกล้งทำตัวเป็นเด็กดีก็ได้หรือ?”  เย่ว์หยางเย้ยอีกฝ่ายหนึ่งคุณชายฉีมู่มีบุคลิกค่อนข้างหงุดหงิดและดื้อรั้นในเรื่องนี้เล็กน้อย  นักเรียนที่แสดงอาการอึดอัดใจให้เห็นไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ว่าสร้างความรำคาญใจให้กับอาจารย์มากที่สุดนักเรียนที่ดีอย่างคุณชายหมิงจูนั่นนับว่าเป็นศิษย์โปรดของอาจารย์

“เฮ้, ข้าก็ได้รับคำชมจากครูอาจารย์เหมือนกัน!”  ฉีมู่พยายามแย้งแม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเรียนที่ดี แต่เขาไม่ต้องการให้อีกฝ่ายดูถูก

“จริงเหรอ?”  เย่ว์หยางไม่ได้คัดค้านโดยตรงแต่สีหน้าของเขามีแววสงสัยว่า ‘หน้าอย่างเจ้าน่ะหรือที่อาจารย์ยกย่อง” ท่าทีเช่นนี้ทำเอาฉีมู่อยากเอาศีรษะโขกกำแพงตาย

“เคยมีครั้งหนึ่ง”แม้แต่คุณชายหมิงจูก็อดเถียงเรื่องฉีมู่ไม่ได้

“จำมาเพี้ยนหรือเปล่า?” เย่ว์หยางถามด้วยความสงสัย

“ข้ามั่นใจในความทรงจำของข้า”  คุณชายหมิงจูกล่าว

“อย่างนั้นข้าเชื่อก็ได้!”  เย่ว์หยางบอกว่าเขายอมเชื่อ

ฉีมู่แทบทรุดกับพื้น

ถ้าทำได้เขาจะแทรกแผ่นดินและมุดเข้าไปอยู่ในนั้นสักร้อยปี

สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือหมิงจูผู้นี้ร่วมมือกับอีกฝ่ายเหยียบเท้าของเขาโดยไม่รู้ตัว  มันน่าเศร้า แม้อยากร้องแต่ก็ไม่มีน้ำตา ขณะที่พูดคุยกันอยู่ชายชราสองสามคนเดินเข้ามาหาแต่ไกล เป็นอาจารย์ใหญ่และสหายของเขา  หนึ่งในนั้นเป็นชายชราผมขาวเคราขาวเหมือนหิมะล่องลอยบางขณะมองดูเขาเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ  ลักษณะของเขามองดูคล้ายกับมหาบัณฑิตพันปี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขามีกลิ่นอายผู้รู้กลิ่นอายตัวเขาแกร่งกร้าวเล็กน้อย

ผู้เฒ่าอาวุโสหลายคนเดินตรงมาทางเขา อาจารย์ใหญ่ก็เช่นกัน

กลุ่มชายชราหัวเราะตลอดเวลาที่เดินขึ้นหน้า

ชายชราเคราขาวมองมาที่เย่ว์หยางฉีมู่และคุณชายหมิงจูที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าห้องจัดแสดงผลิตภัณฑ์เมืองไม้งามเขายิ้มทันที “แน่นอนว่าข้าอยากจะคุยกับเจ้าผู้ยอดเยี่ยมที่สุดในที่นี้”

ฉีมู่และหมิงจูรีบทำความเคารพ และรีบทักทาย“ท่านประธานใหญ่”

ไม่จำเป็นต้องพูดเย่ว์หยางก็รู้ว่าชายชราเคราขาวนี้เป็นประธานใหญ่กลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าของหุบเขามนุษย์ทั้งหมด

ชื่อเดิมของชายชรานั้นเป็นเพราะนานเกินสองหมื่นปีแล้ว คนรุ่นหลังนอกจากญาติและสหายวัยเดียวกันไม่มีใครรู้จักแล้วอย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือหุบเขามนุษย์แห่งมิติด่านทดสอบฝีมือถูกสร้างโดยเทพเจ้าโบราณโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าก็เริ่มมีอยู่เช่นกัน ประธานกลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้ามีฉายาเรียกว่าผู้เฒ่าพเนจรแดนฟ้าและเขาเป็นประธานใหญ่กลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าเพื่อเป็นการแสดงถึงเกียรติสูงสุดของบรรพบุรุษและความตั้งใจเดิมของการก่อตั้งโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้า

“เจ้าคือนักเรียนไตตันผู้น่าสนใจใช่ไหม?  ข้าได้ยินว่าเจ้า แม้ยังอายุน้อยแต่ทำเรื่องราวที่น่าสนใจ” ประธานใหญ่กลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าจับไหล่เย่ว์หยางหัวเราะลั่น “ข้ามักคิดว่าคงจะไม่มีผู้เดินทางอื่นนอกจากมารดาเจ้าที่ทำได้  คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้ากลับทำได้ดีไม่แพ้กันเด็กน้อย”

“ข้ายังมิอาจเทียบกับท่านแม่ได้”  เย่ว์หยางดูเหมือนเป็นนักเรียนที่ฉลาดจริงๆเขาแสดงมารยาทที่สุภาพ

“เจ้าก็แค่พยายามให้หนัก!”  คุณชายหมิงจูอดเหลือกตาไม่ได้  แต่เขาไม่กล้าพูดอะไร

“ยังมีช่องว่างอยู่บ้างแต่แม่เจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ นางแสวงหาความรู้ที่สูงขึ้นไปบางทีนางอาจมาที่นี่เพื่อปูเส้นทางที่ถูกต้องให้บุตรของนางเจ้าผู้เป็นบุตรต้องการมาที่นี่เพื่อยืนยันความเข้าใจของนาง ใครจะรู้!  ไม่ว่ายังไง เจ้ามาถึงที่นี่แล้วเจ้าจะต้องพากเพียรให้มากไว้จะดีกว่าทำให้ดีกว่าความสำเร็จที่มารดาเจ้าได้สร้างไว้” ประธานใหญ่กลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าหยุดเล็กน้อยและยิ้มอีกครั้ง “ปากกาขนนกระดับศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าพัฒนาและผลิตมีแนวคิดที่ดีมากหากสามารถเปลี่ยนเป็นหุ่นอสูร หรือหุ่นรบนั่นจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

“ข้าจะพยายามให้หนัก”  เย่ว์หยางลอบดีใจเขาได้รับข้อมูลของมารดามากมาย

“ฮ่าฮ่าฮ่าข้าจะรอดูการแสดงฝีมือของเจ้าในพิธีประเมินคะแนนชีวิต   ฉีมู่, หมิงจู พวกเจ้าก็ต้องพยายามให้หนัก  แม้ว่าเจ้าไม่ใช่คนใหม่แต่การสำเร็จการศึกษาเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น! ข้าเป็นคนมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับตัวพวกเจ้า  ดังนั้นพวกเจ้าอย่าชะล่าใจ”  ประธานใหญ่กลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้ายังคงให้กำลังใจฉีมู่และหมิงจูเล็กน้อย   โชคดีที่คุณชายหมิงจูแม้ว่าจะตื่นเต้นอยู่ในใจแต่พยายามควบคุมสติ  แต่ฉีมู่ตาแดงตื่นเต้นเขาแทบจะหลั่งน้ำตาในที่นั้นเอง

เขาโค้งคำนับด้วยความเคารพ

เมื่อเขายืดตัวตรง ประธานกลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าก็เดินเข้าไปคุยกับเหล่าผู้อาวุโสในห้องจัดแสดงผลงานของเมืองไม้เงิน

เย่ว์หยางตอนนี้โชคดีที่อยู่ต่อหน้าครูบาอาจารย์เขาแสดงความเคารพดูเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แต่ทันที่ประธานกลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าและอาจารย์ใหญ่เดินออกไปพวกเขากลับคุยกันในสภาพปกติ

คุณชายหมิงจูส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้  คนผู้นี้หน้าด้านโกหกหน้าตาย!

เมื่อมองย้อนกลับไปประธานใหญ่กลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับคนโกหกมากที่สุด  หัวใจของเขาค่อนข้างหดหู่เล็กน้อย  เขาอดเอ่ยปากพูดมิได้ “นักเรียนไตตันเจ้าเคยคิดเรื่องเปลี่ยนจากค้นคว้าปากกาขนนกศักดิ์สิทธิ์ไปเป็นหุ่นรบบ้างหรือเปล่า?เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าสู่สนามต่อสู้ แต่เจ้าน่าจะเปลี่ยนไปเป็นบรรณารักษ์มากกว่า เจ้าคิดอย่างไร?”

เย่ว์หยางส่ายหน้าและโบกมือ  “ข้าจะไม่ทำงานน่าเบื่อแบบนั้นแน่นอน ปากกาขนนกศักดิ์สิทธิ์ของข้าควรจะอยู่ในมือของหญิงสาวสวยแน่นอนข้าไม่เห็นว่าหุ่นรบเย็นชืดจะใช้งานอะไรได้! ลองคิดดูถ้าหญิงสาวงามเปลือยร่างทั้งตัวนั่งอยู่ข้างหน้าแค่มีปากกาขนนกศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถคัดลอกได้ต่อเนื่องไม่หยุดโดยที่นางไม่สามารถต่อต้านได้ตราบเท่าที่งานยังไม่เสร็จแน่นอนว่าชีวิตแบบนี้มีความสุขอย่างแท้จริง หุ่นรบจะทำอะไรได้ ของเลื่อนลอยแบบนั้น”

ทันทีที่ทฤษฎีลามกถูกแสดงออกมาฉีมู่เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่ด้วยทัศนคติของคุณชายหมิงจู  เขาได้แต่แกล้งทำเป็นโง่

คุณชายหมิงจูแสดงสีหน้าดูถูกทำนองว่า ‘รู้แล้วว่าคำตอบต้องเป็นไปในทำนองนี้’

“ปราชญ์เคยมีคำพูดไว้เรื่องลามกก็เหมือนอาหารคุณชายหมิงจูเจ้ากล้าบอกว่าเห็นสาวงามจะไม่ตะลึงหวั่นไหวหรือ?”  เย่ว์หยางยืนอยู่หน้าคุณชายหมิงจูทำท่ากลัวราวกับว่ากลัวว่าคุณชายหมิงจูจะโกรธไม่ยอมรับคนบาปอย่างเขา

“ไสหัวไป!”  ไม่ว่าเก่งแค่ไหนคุณชายหมิงจูไม่สามารถระงับโทสะได้

“ร้ายกาจจริงๆ!”  นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉีมู่เห็นมีคนกล้าพูดกับคุณชายหมิงจูนี้

“บอกให้หุบปาก”  คุณชายหมิงจูโกรธจัด

“เงียบแล้ว เงียบแล้วจ้า” ฉีมู่กลัวจนเอามืออุดปาก

“ข้าเข้าใจแล้ว!” เย่ว์หยางตบต้นขาฉาดใหญ่และชี้ไปทางคุณชายหมิงจูวางมาดเหนือกว่า  “ข้าเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วเจ้ายังบริสุทธิ์ผุดผ่องยังไม่เคยขึ้นเตียงกับสาวมาก่อน จึงไม่เข้าใจความงามความอ่อนโยนอ่อนหวานของสตรี ดังนั้นจึงจินตนาการอยากรู้อยากเห็น แต่อายที่จะพูด  ดูๆ แล้วมันต้องเป็นเช่นนั้น! อันที่จริงคุณชายหมิงจูไม่เห็นต้องอายเลย ข้าก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่หลังจากกำจัดความบริสุทธิ์ตัวเองออกไป ข้าก็เกิดใหม่เป็นสามีที่ดีทันที!  ในกรณีนี้ ข้าเสียใจนิดหน่อย”

เจ้าเด็กนี่กล้าพูดกับคุณชายหมิงจูอย่างนี้เชียวหรือ?

ตายแล้ว!

ไม่รู้ว่ามือของฉีมู่มาทาบอกด้วยความตกใจตั้งแต่เมื่อใด

เขาอ้าปากค้างจนจับคางคกยัดเข้าไปได้สบายๆ

ใบหน้าที่อบอุ่นเหมือนหยกของคุณชายหมิงจูเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำเขาไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อนในชีวิต โดยเฉพาะคำหยาบคายสุดท้ายของเย่ว์หยาง เรื่อง ‘เปิดบริสุทธิ์’ เขาคำรามในใจความรู้สึกอดทนหายไปทันที

“เจ้ามีอะไรจะพูดอีกไหม?” คุณชายหมิงจูตัดสินใจให้โอกาสเจ้าเด็กนี่พูดอีกหนึ่งคำ

“เมื่อเจ้าได้ลิ้มรสชาติความรักกับสาวๆแล้วเจ้าจะเข้าใจถึงความเป็นชายแท้ แล้วเจ้าจะขอบคุณข้า!”  เย่ว์หยางกล่าวด้วยสีหน้าพอใจ ‘ไม่ต้องทำหน้าซาบซึ้งขนาดนั้นก็ได้’

“ยังมีอีกไหม?”  ตอนนี้คุณชายหมิงจูชื่นชมความอดทนของเขา

“แม้ว่าข้าจะไม่คบมิตรสหายง่ายๆ  แต่ดูเหมือนว่าเจ้าเริ่มมีความชื่นชอบข้าตัดสินใจสอนกลเม็ดให้เจ้าสองอย่าง ในฐานะที่บริสุทธิ์ผุดผ่องมีหลายอย่างที่ข้าไม่รู้ ข้าบอกได้เลยว่าหากข้าไม่นำเจ้าเจ้าคงไม่สามารถหิ้วสาวน้อยไปได้แน่ บอกกับเจ้า นั่นเป็นความรู้ที่ลึกซึ้งการลงมือปฏิบัติการต้องมีทักษะเข้มแข็งจะได้ไม่มีการผิดพลาด”  เย่ว์หยางเกือบจะเปิดเผยประสิทธิภาพการต่อสู้บนเตียงเขามากมายแล้ว

“เจ้าไม่ต้องพูดถึงเรื่องสาวน้อยบ้าบอได้ไหม?”  คุณชายหมิงจูคิดว่าเขาพูดอย่างมีความหมาย

“มีอะไรกับคำว่าสาวน้อยหรือ? เกี่ยวกับการปกป้องโลกพิทักษ์ความยุติธรรมหรือเปล่า?”   เย่ว์หยางทำมือเหมือนกับว่ารู้น้อยเกินไป

“ความจริงสาวน้อยจะช่วยโลกและพิทักษ์ความยุติธรรมได้อย่างไร?”ฉีมู่อดถามไม่ได้เพราะความอยากรู้

“เรื่องนี้มันยาว มีตำนานอย่างน้อยสิบตำนานจากยุคต่างๆเคยบันทึกไว้”  เย่ว์หยางพูดอย่างสุภาพ

“รีบเล่าต่อ...”  ฉีมู่ไม่สนใจสายตาอำมหิตของคุณชายหมิงจู

“ข้าหิวแล้ว” เย่ว์หยางบอกว่าท้องเขากำลังร้อง

“แล้วจะรออะไรอีก? ไปหาอะไรกินกัน!” ฉีมู่อยากฟังเรื่องสาวน้อยช่วยโลก

“ข้าไม่มีตังค์”  เย่ว์หยางควักกระเป๋ายากจนมากขนาดเหลือติดกระเป๋าอยู่หนึ่งผลึกแตก อย่าว่าแต่เงินผลึกสวรรค์

“นี่จะไปยากอะไร, ข้าเลี้ยงเอง!” ฉีมู่เพราะอยากฟังเรื่องสาวน้อยช่วยโลกตัดสินใจสั่งอาหารดีที่สุดให้เย่ว์หยาง  เรื่องเงินไม่เป็นปัญหาแม้แต่น้อยขอให้ได้ฟังเรื่องราว เขายินดีเลี้ยงสิบมื้อ

“ข้าไม่ชินกับการถูกเชิญกินข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทัศนคติของอีกฝ่ายขาดความจริงใจ”  เย่ว์หยางกระแอมเล็กน้อย

“ได้โปรดให้โอกาสข้าเถอะ!”  ฉีมู่คำนับทักทายอย่างสุภาพมารยาทดูสุภาพยิ่งกว่าตอนทักทายประธานกลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้า

“ก็ได้!” เย่ว์หยางรู้สึกว่านักเรียนฉีมู่ไม่ใช่รับมือง่ายๆจึงรับปากอย่างไม่เต็มใจนัก

“อย่าทำเป็นเหมือนว่าไม่มีข้าอยู่...” คุณชายหมิงจูพูดไม่ทันขาดคำไม่รู้ได้ค้อนมาจากไหนเขาเงื้อค้อนใหญ่และทุบใส่เย่ว์หยางกับพื้นด้วยความโกรธ คุณชายฉีมู่พยายามหลบหนีคาดไม่ถึงว่าค้อนกวาดใส่ตามแนวราบ ฉีมู่เหมือนแมลงวันที่โดนตบไปกระแทกผนังเป็นรูปตัวคน

พื้นห้องจัดแสดงสั่นสะเทือนอยู่ชั่วขณะ

ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ชั้นบนชะเง้อหน้าออกมาดู

พบว่าคุณชายหมิงจูแบกค้อนมือข้างหนึ่งลากเย่ว์หยางเหมือนกำลังจะลากขยะไปทิ้ง อีกคนหนึ่งที่ทรุดตัวอยู่ที่ริมผนังท่าทางเหมือนตายไปแล้ว 90%ฉีมู่ทำท่าหายใจอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะมีอสูรหุ่นแมวงับที่ขากางเกงเขาลากตามคุณชายหมิงจูที่ไปไกลแล้ว  “เป็นหนุ่มเป็นสาวนี่ดีจริงๆ!”  ประธานกลุ่มโรงเรียนผู้พเนจรแดนฟ้าหัวเราะลั่นโบกมือ  “เราไปยุ่งเรื่องเด็กๆ ไม่ได้หรอกไปดื่มต่อเถอะ  ข้าเพิ่งได้เหล้าฉีหลานที่ยอดเยี่ยมมาหนึ่งขวด”

จบบทที่ ตอนที่ 1079 เจ้ากล้าบอกว่าไม่ตื่นเต้น?

คัดลอกลิงก์แล้ว