เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1077 กลิ่นคุ้นเคย?

ตอนที่ 1077 กลิ่นคุ้นเคย?

ตอนที่ 1077 กลิ่นคุ้นเคย?


การประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนในเมืองใบทองเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

แม้ว่าชื่อจะเป็นการประชุมสัมมนาสำหรับผู้พเนจรแดนฟ้า  เป็นโอกาสสำหรับกองกำลังหลักในการแข่งขันหรือสื่อสารกันอย่างลับๆ  เต็นท์กระโจมจำนวนมากถูกสร้างขึ้นชั่วคราวในสถานที่ด้านนอก สิ่งเหล่านี้เป็นจุดแสดงนิทรรศการของสามัญชนและทหารรับจ้างนักธุรกิจขนาดเล็ก พวกเขาไม่มีคุณสมบัติเข้าสู่สถานที่จัดงาน นอกจากนี้ยังมีห้องโถงศูนย์แลกเปลี่ยนที่ซึ่งขุนนางชนชั้นสูงเท่านั้นที่เข้ามาได้

ในแวดวงชนชั้นสูงไม่สนใจสินค้าทุกอย่างที่ขายในพื้นที่สามัญชน

อย่างไรก็ตามไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสามัญชนเหล่านี้จะนำมาซึ่งความมีชีวิตชีวารายได้และทางเลือกในการแลกเปลี่ยนมากขึ้น ในสถานที่ใดๆ ที่มีการจัดการประชุมสัมมนาแล้วประสบความสำเร็จจะเพิ่มความมั่งคั่งในเชิงพาณิชย์จำนวนมาก

ไม่มีใครคิดมากเกินไปเกี่ยวกับการค้าขายและรายได้จากภาษี

“ไตตันน้อย!สองวันมานี้เจ้าได้ผลรับอะไรมาบ้าง?” อาจารย์ใหญ่พาเย่ว์หยางไปที่โถงกลางเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสัมมนาเมื่อเดินไปครึ่งทางเหมือนเขานึกได้จึงถามอย่างไม่เป็นทางการ

“อ่า..ไม่เลวเลย ข้าใช้จ่ายไปถึง 400ผลึกสวรรค์แล้ว” เย่ว์หยางตอบคำถามในลักษณะนี้ ฟ่านอี้ซื่อที่อยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังจะเยาะเย้ยเกือบทรุดลงกับพื้น  นี่เขาใช้จ่ายอะไรรวดเร็วขนาดนั้น?  นี่เขาใช้เงินมากเกินตัวหรือเปล่า?   ในเวลาไม่ถึงสองวันใช้เงินไปถึง 400ผลึกสวรรค์ นี่เขาไม่เรียกว่าใช้เงินแล้ว เขาเรียกว่าโยนเงินลงทะเล! โชคดีที่เงินผลึกสวรรค์ที่เย่ว์หยางใช้ไปไม่ใช่ส่วนแบ่งของฟ่านอี้ซื่อมิฉะนั้นฟ่านอี้ซื่อคงจะอกแตกตาย

“.....” ชายชราเคราดำสูดหายใจหนาวเหน็บ  400ผลึกสวรรค์ เขาซื้อของอะไรกันแน่?

“ดีมาก เงินผลึกสวรรค์ นำมาเพื่อใช้จ่ายไม่ใช่เอามาเก็บ” อาจารย์ใหญ่พยักหน้า และเขาเกรงว่าศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจของเขาจะไม่เต็มใจใช้เงิน!

ในความคิดของเขาเย่ว์หยางเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในโลก เป็นเด็กกตัญญูที่สุดในโลก

อะไรก็ตามที่เขาใช้จ่ายไปย่อมทำให้เขาสบายใจที่สุด

กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือเขาเกรงว่าเด็กคนนี้จะไม่ยอมใช้เงิน

อาจารย์ใหญ่ไม่ได้ถามเย่ว์หยางเกี่ยวกับราคาของที่เย่ว์หยางซื้อ  เขารู้สึกว่าย่อมมีประโยชน์อย่างแน่นอน  นั่นต้องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการศึกษาหรือวิจัยไม่ใช่ความฟุ่มเฟือยที่น่าเบื่อ

เพราะเป็นคนโปรดปรานของอาจารย์ใหญ่ฟ่านซื่ออี้ซื่อรู้สึกอิจฉามากจนเลือดแทบหยาดหยด

เมื่อตอนที่เขาอยู่ในโรงเรียนทำไมครูใหญ่ไม่เห็นคุณค่าของเขามากเท่าใดนัก?

น่าคลั่งใจแทบตายจริงๆ!

ห้องโถงกลางมีพื้นที่ใหญ่ขนาดเท่าสนามฟุตบอล น่าจะใหญ่กว่าเล็กน้อยด้านล่างเป็นพื้นที่โถงกว้างใหญ่หรูหรา ไม่มีหลังคาการตกแต่งเป็นรูปปราสาทมีหอหลังคาแหลมเล็กๆ สามเสาขุนนางที่มีชื่อเสียงที่สุดเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าปราสาทด้านบน  กงสุลอย่างฟ่านซื่ออี้อาจมองว่ามีตำแหน่งฐานะแต่เขาไม่มีคุณสมบัตินี้หากต้องการเข้าในกลุ่มขุนนางชั้นสูง  ในบรรดาผู้มีชื่อเสียงอย่างเป็นทางการจำนวนมากที่มาเยือนเมืองใบทองมีเพียงคนเดียวเท่านั้นคือระดับอาจารย์ใหญ่จึงจะเข้าไปได้

“เจ้าไปจับจ่ายซื้อของข้างล่างก่อน  ข้าจะไปพบสหายเก่าสักสองสามคน  ถ้าเป็นไปได้ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักพวกเขาสักหน่อย” อาจารย์ใหญ่ต้องการนำเย่ว์หยางไปที่ชั้นบนสุดของห้องโถงกลาง แต่เย่ว์หยางยังไม่เต็มใจจะเปิดเผยตัวตนของเจ้าของปราสาทไดมอนด์สตาร์และพยายามบ่ายเบี่ยง

อาจารย์ใหญ่คิดว่าเขาต้องการศึกษาหุ่นบินในลักษณะไม่เป็นบุคคลสำคัญแต่เขาเกรงว่าคนอื่นจะแย่งศิษย์รักที่เขาภูมิใจไป หลังจากที่เขาพบความจริง

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ยืนยัน

สำหรับเย่ว์หยางนั้นเขาต้องการฟังความปรารถนาของบัณฑิตพันปีเพื่อสอนบทเรียน   อาจารย์ใหญ่ก็พยายามอย่างดีที่สุด และถ้าเป็นไปได้เขาอยากขอให้บัณฑิตพันปีมาสอนเย่ว์หยาง...เจ้าเมืองใบทองอยู่กับผู้มีอำนาจหลายคน

เขาเป็นประธานในพิธีเปิดประชุมสัมมนา

ก็เหมือนกับการกล่าวเปิดงานตามปกติแรงบันดาลใจที่น่าหลงใหล คำพูดระลึกถึงอดีตและมองไปถึงอนาคตข้างหน้า ดูเหมือนว่าเย่ว์หยางจะง่วงนอนกับคำพูดเหล่านี้ในการสัมมนาอย่างเป็นทางการของโลกเก่าของเขา  แน่นอนว่าทุกอย่างเป็นแบบแผนทางการ  เย่ว์หยางบางครั้งก็ดีใจเขาเป็นเด็กหมกมุ่นเก็บตัวก่อนจะข้ามโลกมาที่นี่ คนที่ไม่ใช่ข้าราชการได้ยินได้ฟังคำพูดที่ว่างเปล่าคงรู้สึกรำคาญ  แต่ก็เป็นจริงนั่นเป็นชีวิตที่ทรมานที่สุด หลังจากข้ามโลกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจุนอู๋โหย่วจักรพรรดิต้าเซี่ยผู้มีความสุขุมรอบคอบก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ในกิจการของเขาหรือจักรพรรดิเทียนหลัวผู้เอาแต่เก็บตัวอย่างเกียจคร้านก็ไม่ใช่ผู้อาวุโสที่พูดจาไร้สาระ..เมื่อคำพูดจบลงก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นอย่างอบอุ่น

ถัดจากนั้นเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้นำ  หลายๆ คนตั้งใจฟังด้วยความสนใจเมื่อดูหน้าแต่ละคน เย่ว์หยางเบื่อจนหาวแล้วหาวอีก

ต่อมาเป็นคำกล่าวของตัวแทนบางคนเช่นตัวแทนนักเรียนยอดเยี่ยมผู้พเนจรแดนฟ้า คุณชายจินฉี บุตรคนที่สี่ของเจ้าเมืองใบทอง

ผู้เกิดใหม่ที่กล่าวขานกันว่าได้คิดค้นหุ่นรบแม่เหล็ก

เย่ว์หยางเริ่มคิดว่าจินฉีผู้นี้นับว่าไม่เลวสามารถคิดค้นหุ่นรบแม่เหล็ก ใช้พลังในสนามรบได้ประมาณว่าไม่ด้อยไปกว่าหุ่นรบล่องหนที่จอมปีศาจไคเทียนพัฒนา ตอนกลางเย่ว์หยางถามเกี่ยวกับหุ่นรบแม่เหล็กซึ่งอาจารย์ใหญ่กลับดูถูกอย่างคาดไม่ถึง  อย่างไรก็ตามผู้สร้างหุ่นรบแม่เหล็กที่แท้จริงเป็นคนอื่นไม่ใช่จินฉีบุตรคนที่สี่ของเจ้าเมืองใบทอง

เมื่อได้ยินเรื่องภายในแล้วเย่ว์หยางรู้สึกทันทีว่าเขาไม่ต้องเสียเวลากับจินฉีผู้นี้มากแล้ว

มิน่าเล่าอาจารย์ใหญ่ถึงได้ดูถูกดูแคลนคนหลอกลวงผู้นี้

อย่างไรก็ตาม เขายังคิดถึงมัน

คนงี่เง่าอย่างจอมปีศาจไคเทียนสะสมความรู้มาเป็นหมื่นปีได้พัฒนาหุ่นรบล่องหนใครกันที่พัฒนาหุ่นรบแม่เหล็ก? จินฉีจะเทียบได้กับจอมปีศาจไคเทียนและจีอู๋ลี่ได้ไหม  แม้แต่จงหัวผู้เป็นเจ้าตำหนักแสงและกัปตันคุ้กผู้เป็นจักรพรรดิแดนดินของแดนสวรรค์ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงมากจะพัฒนาหุ่นรบที่ไม่แคยมีมาก่อนในหุบเขามนุษย์  อัจฉริยะผู้ร้ายกาจไม่ธรรมดาเดินทางมาถึงแล้วและมีอยู่คนเดียวผู้ได้รับมรดกความรู้และอักขระรูนผ่านด่านสิบสองนักษัตร เข้าถึงโลกพฤกษาในบันไดสวรรค์ ได้รับแกนพลังงานอักขระรูนโบราณขนาดใหญ่เต็มไปด้วยภูมิปัญญานับไม่ถ้วน เย่ว์หยางได้มาถึงแล้ว

ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นก็คงไม่สามารถทำได้อย่างเด็กหนุ่มจากโลกอื่นแน่

นอกจากนี้เย่ว์หยางยังได้รับประสบการณ์สองเท่าจากนางพญาเฟ่ยเหวินหลีและพี่สาวของแม่สี่ผู้ประสบความสำเร็จในหุบเขามนุษย์!

“ทำไมเจ้าหยาบคายเสียมารยาทจริงๆ?  เมื่อคนสำคัญกำลังพูด เจ้าไม่มีความเคารพ เจ้าละเมิดข้อปฏิบัติพื้นฐานที่มิอาจยกโทษให้ได้ จงใจทำพฤติกรรมที่ไม่ดีทำให้คนอื่นเสียสมาธิ  ข้าไม่รู้จริงๆว่าเจ้าเป็นขุนนางได้อย่างไร บางทีเจ้าอาจเป็นนักต้มตุ๋นที่ฝีมือต่ำได้แต่ลอกเลียนแบบขุนนาง!”นักเรียนชั้นยอดที่ยืนอยู่ข้างเย่ว์หยางเป็นนักเรียนชั้นยอดของเมืองเปลวอาทิตย์คาดว่าเป็นสหายสนิทกับจินฉีแห่งเมืองใบทองเมื่อเห็นเย่ว์หยางหาวเรื่อยๆ เขารู้สึกรำคาญมากถ้าไม่คำนึงถึงสถานภาพอันสูงส่งของตนเองเขาจะจับเย่ว์หยางโยนออกไปข้างนอก

“นักเรียนสอบตก?”  เย่ว์หยางแค่ใช้หางตามอง

เย่ว์หยางพูดว่านักเรียนสอบตกก็คือผู้ที่ไม่สามารถเข้าสู่สิบอันดับแรกในพิธีประเมินคะแนนชีวิตของผู้มาใหม่

ถ้ามาตรฐานนี้นำไปใช้กับทหารรับจ้างพวกเขาคงไม่สนใจ

สามารถสำเร็จการศึกษาได้เร็วขึ้นสิบอันดับแรกที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้เมื่อเทียบกับแรงกดดันในชีวิตจริงพวกนี้เลื่อนลอยเหมือนเมฆ

ขุนนางชนชั้นสูงไม่สามารถทำได้โดยเฉพาะผู้มีสถานะสูงส่ง พวกเขาไม่สามารถทำได้ดีหลังจากเข้าร่วมพิธีประเมินชีวิต  พวกเขาจะไม่ลาออก ไม่มีแรงกดดันต่อการเอาชีวิตรอดไม่ว่ากรณีใดก็ตาม แค่อยู่แต่ในโรงเรียน เหมือนหนอนข้าวห้องของเย่ว์หยางมีพวกซ้ำชั้นครั้งแล้วครั้งเล่าและได้ติดสิบอันดับยอดเยี่ยมโดยตรงก็มี

หากเป็นผู้เกิดใหม่จะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าเป็นลูกหลานรุ่นหลังของผู้เกิดใหม่ในหุบเขามนุษย์  พวกเขาจะไม่มีทางคิดเรื่องออกไป บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเกียรติยศศักดิ์ศรีและสถานะในสังคมในอนาคต

เย่ว์หยางรังเกียจฝ่ายตรงข้ามที่สอบตก เหมือนกับอีกฝ่ายมีบาดแผลแล้วเอาเกลือทาบาดแผลอีกฝ่าย

เป็นการโจมตีทางจิตใจประเภทหนึ่งทำให้คนรู้สึกเจ็บปวดได้!

ขุนนางอย่างเจ้าเป็นตัวอะไร

ใครกันที่ควรแสดงความหยิ่งยโสเช่นนั้น?

ไม่มีปัญญาติดสิบอันดับแรกจะต่างอะไรกับคนสามัญ?

“วิเศษมาก เจ้าคนเกิดใหม่, เจ้าไก่อ่อนเจ้าถนัดทักษะอะไร! ถ้าเจ้าไม่สามารถชนะการแข่งขันประเมินชีวิตใหม่เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติอยู่ในวงการขุนนางชนชั้นสูง  ไม่เช่นนั้นเจ้าไม่มีสิทธิ์หัวเราะเยาะการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่องซึ่งต้องอดทนต่อการเยาะเย้ยที่ร้ายกาจจากจอมวายร้ายทั้งหลาย”  ตัวแทนเมืองเปลวอาทิตย์เถียงกลับ

“ไม่ว่าจะพูดสวยหรูขนาดไหนก็มิอาจปิดบังความจริงที่ว่าเจ้าสอบตกในพิธีประเมินคะแนนชีวิตและจบการศึกษาไม่ได้” เย่ว์หยางย้อนอีกฝ่ายหนึ่ง

“เจ้ากำลังจงใจหาเรื่องทะเลาะใช่หรือไม่?”  นักเรียนซ้ำชั้นของเมืองเปลวอาทิตย์โกรธ

“ข้าแค่อยากจะบอกว่าในเมื่อเจ้าเป็นคนดังอย่าทำตัวเหมือนสุนัขบ้าเที่ยวกัดคนอื่นโดยไม่ยั้งคิด”  เย่ว์หยางไม่ได้ชายตามองด้วยซ้ำ  “ไม่ฉลาดเลยนะ ยั่วโมโหคนที่ไม่ควรยั่วหวังว่าเจ้าจะมีความรู้พอไม่กลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะ”

“ข้าคร้านจะเถียงกับเจ้าที่เหมือนกับคนโกหก” ตัวแทนนักเรียนเมืองเปลวอาทิตย์พยายามอดกลั้นความโกรธ

“นอกเหนือจากการแสดงไอคิวที่ต่ำเตี้ยติดดินแล้วเจ้ายังทำอะไรอื่นได้อีก?” คิดจะหาเรื่องเย่ว์หยางหรือ? จะลองดีเด็กที่มาจากโลกอื่น?นั่นเท่ากับหาที่ตาย เจ้าเด็กจากโลกอื่นมีประสบการณ์ความรู้จากอินเตอร์เน็ตมากมายแค่นี้เขายังไม่จริงจัง เพราะคู่ต่อสู้อ่อนหัดเกินไป  ถ้าเอาจริงคาดว่าอีกฝ่ายคงเลือดออกจากทวารทั้งเจ็ด

“เฮอะๆ! ตัวแทนนักเรียนจากเมืองเปลวอาทิตย์รู้สึกเหมือนอยากกระอักโลหิต

“นักเรียนท่านนี้ข้าไม่รู้ว่าเป็นผู้เกิดใหม่มาจากไหน? ข้าฉีมู่จากเมืองจันทร์เงิน ขอทำความรู้จักกันได้ไหม?” ในกลุ่มคนมีเด็กหนุ่มชุดไหมที่ให้ความรู้สึกไม่ธรรมดาก้าวออกมาทักทายเย่ว์หยาง เขามีสีหน้าปรารถนาดีและดูเหมือนให้ความสนใจเย่ว์หยางต้องการคบเป็นสหาย

“อะแฮ่ม,คุณชายโปรดอย่าทำอะไรที่รบกวนเราได้ไหม?” นักเรียนตัวแทนเมืองเปลวอาทิตย์มีคนรูปร่างสันทัดอยู่คนหนึ่งแต่เป็นคู่หูที่ไม่กระตือรือร้นเสียเลยเขาพยายามเตือนฉีมู่แห่งเมืองจันทร์เงินอย่าเป็นสหายกับเย่ว์หยาง  โดยเฉพาะเย่ว์หยางกับเขาเข้ากันไม่ได้  ต่อไปจะกลายเป็นใกล้ชิดสหายผู้ทรยศไป

“ข้าฉีมู่เป็นผู้ใหญ่แล้วและข้าตัดสินใจทำเรื่องราวต่างๆ ได้ ไม่ต้องรอคำแนะนำจากคนอื่นอีกต่อไป”  บุรุษชุดไหมส่ายหน้าเขาหัวเราะยักไหล่อย่างมีเลศนัย

“อย่างน้อยจะไม่คำนึงถึงมิตรภาพเก่าพันธมิตรสี่คุณชายแห่งแสงจริงๆหรือ?” นักเรียนตัวแทนของเมืองเปลวอาทิตย์มีสีหน้าโกรธอยู่บ้าง

“ทุกคนต่างก็เป็นมิตรกัน!” บุรุษหนุ่มชุดไหมฉีมู่ยังคงยิ้ม

“ก็ได้! ข้าหยางผิงจะเลิกคบกับเจ้าทุกคนต่างไปทางใครทางมัน” นักเรียนตัวแทนเมืองเปลวอาทิตย์โกรธ เขาแยกกับสหายอีกคนหนึ่งขณะเดินออกไปเขาหันกลับมามองเย่ว์หยางเหมือนกับว่าต้องการจดจำคนที่ทำให้เขาพบสถานการณ์ร้ายเอาไว้

เมื่อเห็นสหายโกรธเคืองบุรุษหนุ่มฉีมู่ได้แต่ยิ้ม

มีสหายที่ดูคล้ายสตรีอยู่ข้างหลังเขาเขากระซิบถาม  “เสี่ยวมู่!  ทำอย่างนี้จะดีหรือ?”

ฉีมู่บุรุษหนุ่มชุดไหมส่ายหน้า “สี่คุณชายพันธมิตรแสงสว่างไม่ใช่ของหยางผิง  ถ้าพี่ชายของเขาหยางฉวนพูดอย่างนั้นก็คงเป็นเรื่องดี เขาเป็นแค่ลูกชายรอง” เขาหันหน้าไปทักทายเย่ว์หยาง และแนะนำสหายของเขาให้เย่ว์หยางรู้จักราวกับเป็นสหายเก่า “นี่คือคุณชายหมิงจูจากหุบเขามณีแห่งเมืองมณี  แม้จะดูเรียบร้อยเหมือนสตรีแต่พอลงสนามต่อสู้เป็นคนน่ากลัวเหมือนกับคนบ้า เขาเป็นผู้ชนะเลิศใหม่ที่น่าภูมิใจ  เขาเป็นบุตรของผู้ชนะเลิศในรายการศึกแข่งขัน108 หุ่นรบที่ใหญ่ที่สุด เขาสร้างสถิติที่เร็วที่สุดในการแข่งขันแม้ว่าข้าจะมีชื่อเสียงอยู่เล็กน้อยในหุบเขามนุษย์  แต่ไม่ใช่คู่ต่อสู้คุณชายหมิงจูในการดวลตัวต่อตัว”

หลังจากได้ฟังแล้วเย่ว์หยางเงยหน้ามองบุรุษหนุ่มที่ดูเหมือนสตรีขึ้นๆลงๆ จากนั้นยิ้ม “ถ้าเจ้าสวมชุดสตรีจะไม่มีใครจำเจ้าได้เลยว่าเจ้าเป็นบุรุษ”

ใบหน้าของบุรุษหนุ่มรูปงามแดงก่ำ  หน้าของเขาเหมือนหยกที่ย้อมสีแดงเขากำหมัดแน่นจากนั้นก็คลายหมัด ดวงตาที่งดงามเหมือนสตรีมองดูเย่ว์หยาง “ไปกันเถอะ, เจ้าไร้มารยาทมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าเจ้าเป็นคนใหม่ หยิ่งยโสเกินไป ข้าจะท้าเจ้าสู้แน่!”

เย่ว์หยางรีบยกมือทันที  “ก็ได้ ข้าขอโทษ!”

บุรุษหนุ่มรูปงามนามหมิงจูได้ยินแล้วยังคงโกรธมาก  “คำขอโทษของเจ้าไม่มีความจริงใจ!”

“ไม่มีคำขอโทษที่จริงใจแต่ยังไงก็ยังเป็นคำขอโทษ” เย่ว์หยางเล่นปากเล่นคำ

“เจ้า เจ้า....”บุรุษหนุ่มหมิงจูโกรธจัดจนพูดไม่ออก

“น่าสนใจ เจ้าโง่หยางผิงไม่เป็นปัญหา แต่ข้าไม่เคยเห็นใครกล้าเสียมารยาทกับคุณชายหมิงจูข้าต้องบอกว่าความกล้าของเจ้านั้นไม่เบาเลย นักเรียนใหม่ที่น่าสนใจ เจ้าชื่ออะไร? มาจากไหน? อาจารย์ของเจ้าเป็นใคร?ข้าอยากรู้ว่าอาจารย์แบบไหนที่สามารถสอนศิษย์ให้กล้าหาญและอารมณ์ขันได้  คุณชายฉีมู่ยังหัวเราะต่อ

“ตอนนี้ข้าขอเก็บเป็นความลับชั่วคราวก่อน!” เย่ว์หยางโบกมือลาทั้งสอง “ในโลกนี้ มีบางเรื่องพูดไปแล้วคงไม่สนุก ต่อให้เจ้าไม่พูดก็ตามเจ้าจะรู้เมื่อถึงเวลาที่ควรรู้”

“เฮ้ เจ้าลึกลับมากนักหรือ?แค่ชื่อก็บอกไม่ได้หรือยังไง?” ฉีมู่จ้องมองเขา

“เขาไม่มีความจริงใจแม้แต่น้อย!” หมิงจูบุรุษหนุ่มรูปงามตัดสินใจสะบั้นสัมพันธ์กับเย่ว์หยางโดยตรง

หลังจากเย่ว์หยางเดินออกไปทั้งสองคนมองหน้ากันเองอีกครั้ง

บุรุษหนุ่มหมิงจูขมวดคิ้ว

ถ้าบุรุษทั่วไปขมวดคิ้วอย่างนั้นคาดได้ว่าจะกลายเป็นสีหน้าที่น่าอายทันที มันน่าเกลียดเท่าที่เป็นไปได้ แต่คุณชายหมิงจูผู้นี้ไม่ใช่ การขมวดคิ้วของเขาไม่น่าเกลียดแม้แต่น้อย ที่น่าแปลกก็คือเขาขมวดคิ้วได้งามกว่าสตรีเสียอีก

ฉีมู่ก็ขมวดคิ้วทำหน้าเหมือนอมบอระเพ็ดเป็นเวลานานทันใดนั้นเขาปรบมือ  “คิดว่าเจ้าเด็กนี่เราเคยพบเห็นมาก่อนไหม?”

หมิงจูปฏิเสธทันที  “เป็นไปไม่ได้ เราไม่เคยพบเจอเขามาก่อน!”

ฉีมู่ถาม“ถ้าอย่างนั้นทำไมข้ารู้สึกว่าคุ้นๆ?”

หมิงจูแค่นเสียงทันที “คุ้นหรือ?เจ้าแน่ใจหรือ? เจ้าแน่ใจว่ากลิ่นโง่ จะไม่เหมือนกันใช่ไหม?”

จบบทที่ ตอนที่ 1077 กลิ่นคุ้นเคย?

คัดลอกลิงก์แล้ว