เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1037 หักคะแนน? นี่ไร้ยางอายเกินไป!

ตอนที่ 1037 หักคะแนน? นี่ไร้ยางอายเกินไป!

ตอนที่ 1037 หักคะแนน? นี่ไร้ยางอายเกินไป!


เมื่อเลือกฝ่ายเทพแล้วเย่ว์หยางและอิคคาเดินไปทางซ้าย

ในเวลานี้ทุกคนที่เขาพบเจอในค่ายมารในอนาคตจะเป็นศัตรูทั้งหมด ต่อให้พวกเขาเคยเป็นสหายสนิทหรือญาติพี่น้องกันก็ตาม  แน่นอนว่าเย่ว์หยางไม่มีความลำบากใจเช่นนั้น  เพราะเขาไม่มีสหายในมิติดินแดนสอบฝีมือ  ขณะที่คนรักของเขา  เขาให้พวกนางมาอยู่ในโลกคัมภีร์ทั้งหมดศัตรูใดๆ ที่เขาพบต่อให้เขาฆ่าก็ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ .....นอกจากนี้ทางเข้าของหุบเขาปีศาจยังเป็นสนามรบใหญ่ของทั้งสองค่าย

สนามรบนี้กว้างขวางใหญ่โตกว่าทวีปมังกรทะยาน

มีการแบ่งเขตกึ่งกลาง

บนแนวแบ่งเขตมีป้อมปราการสิบแห่ง  ฝ่ายเทพและฝ่ายมารมีฝ่ายละห้าป้อมปราการ

ป้อมปราการสามารถป้องกันไม่ให้ผู้อยู่ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองฝ่ายต่อสู้ข้ามเขตแดนมาได้  ผู้แข่งขันผ่านด่านแท้จริงไม่สามารถหยุดได้  ถ้ามีพลังแข็งแกร่งเพียงพอผู้แข่งขันสามารถบุกฝ่ายค่ายตรงข้ามและเริ่มเข่นฆ่าได้เหมือนกับจีอู๋ลี่กลายเป็นเพชฌฆาตคลั่งฆ่าคนทำให้ผู้อาศัยดั้งเดิมมีความรู้สึกเปลี่ยนไป

“เจ้าแน่ใจนะว่าต้องการเข้าร่วมฝ่ายเทพของเรา?” ที่ท้ายทางเข้าด้านซ้ายมีชายชราใจดียืนอยู่ใต้รูปปั้นเทวทูตยักษ์ถามพร้อมกับยิ้ม

“หากเปลี่ยนให้สาวสวยคนอื่นมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อแนะนำผู้มาถึงใหม่ ข้าเชื่อว่าจำนวนคนเข้าร่วมฝ่ายเทพจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”  ชายชราใจดีได้ฟังแล้วอดหัวเราะไม่ได้

“มีเหตุผลข้าน่าจะนึกเรื่องนี้ออกมานานแล้ว” ชายชราหัวเราะลั่น  “ข้าบอกได้เลยว่าคนมากมายชอบจะเข้าร่วมกับฝ่ายมารปรากฏว่าเพศ รูปร่าง หน้าตาของคนนำทางก็มีความสำคัญ ฮ่าฮ่า  สหายน้อย ขอบคุณที่เจ้าแสดงความคิดเห็น  แต่เวลานี้เจ้าเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว  เจ้าต้องเลือกข้า ตาแก่คนนำทางฝ่ายเทพจริงไหม?”

“ข้ามีทางเลือกที่สองหรือ?”  เย่ว์หยางถอนหายใจยาว ค่ายมารก็เลือกไม่ได้ไม่อย่างนั้นเขาจะวิ่งเข้ามาทำอะไรที่นี่...

“แม้ว่าข้าไม่สามารถตัดสินใจให้เจ้าได้  แต่ต่อหน้าเจ้าผู้เข้าร่วมท้าทายบางคนก็ทำเช่นนั้น ตัวอย่างเช่นเขาไม่มีทางเลือกกลุ่มได้เองดั่งใจ เขาก็ต้องส่งคนผู้หนึ่งไปร่วมกับฝ่ายตรงข้ามเพื่อไม่ให้คนมากเกินไป  เมื่อจำนวนคนทั้งสองฝ่ายมีความสมดุลกันอย่างนั้นจึงจะมีสิทธิ์เลือกได้อย่างอิสระ” ชายชราบอกเล่าถึงวิธีเลือกฝ่าย

“ท่านต้องการคนกี่คน?”  เย่ว์หยางถามด้วยความสงสัย

“นักรบผู้เข้าร่วมผ่านด่านต้องการเข้าร่วมกับค่ายเทพที่แข็งแกร่งมากในเวลานั้นจึงต้องส่งคน 108 คนไปที่ค่ายมารเพื่อให้จำนวนคนมีความสมดุลกัน”  ชายชราเล่าให้ฟังเย่ว์หยางถึงกับหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

นี่คือเรื่องของการย่ำผ่านศพที่อยู่ในเงื้อมมือเจ้านั่นเอง

แม้ว่ากฎโบราณจะถูกกำหนดขึ้นมาและไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้  แต่คนฉลาดย่อมข้ามกำแพงกฎนี้ได้แค่เพียงมองหาช่องโหว่ของกฎ

เพื่อให้ผ่านด่านได้อย่างราบรื่นคนเกือบร้อยคนจะปล่อยอสูรศึกของพวกเขาไว้เพื่อให้สะสมคะแนนซึ่งเป็นวิธีผ่านด่านที่เร็วที่สุด

บางทีชายชราคงเห็นแววประหลาดใจในสีหน้าของเย่ว์หยางเขาหัวเราะเบาๆ “ความจริงหุบเขาปีศาจนี้ไม่มีชาวพื้นเมืองอยู่เลยพวกเขาเป็นผู้ท้าทายเข้าสอบยุคเก่าที่บังเอิญรอดชีวิตอยู่ได้  และเพราะพวกเขาไม่สามารถออกไปจากหุบเขาปีศาจได้จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แต่งงาน มีลูกสืบเผ่าพันธุ์  และด้วยการสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อเนื่องมาอย่างนี้ลูกหลานของพวกเขาจึงกลายเป็นคนพื้นเมืองของหุบเขาปีศาจไปโดยปริยาย”

เย่ว์หยางลอบปาดเหงื่อ โชคดีที่เขาไม่ได้ปล่อยองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนออกมาฝ่าด่านด้วยกัน  มิฉะนั้นก็พวกเขาแต่ละคนคงไม่มีคะแนนเพียงพอผ่านด่านหุบเขาปีศาจได้นั่นจะเป็นเรื่องที่น่าปวดเศียรเวียนเกล้า ด่านหุบเขาปีศาจนี้ทันทีที่เข้ามาจะถูกกฎสวรรค์จดจำโดยอัตโนมัติและจะได้รับสถานะของผู้ท้าทายผ่านด่านไม่ว่าจะเป็นสุดยอดนักสู้แกร่งหรือเป็นนักสู้ผู้อ่อนแอก็ตามไม่มีการกำหนดว่าจะเป็นเจ้านายหรือคนรับใช้ ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นนางพญาเฟ่ยเหวินหลีหรือจักรพรรดิอวี้หรือนักสู้หอทงเทียนคนอื่นๆ ทุกคนจะบุกฝ่าด่านหุบเขาปีศาจด้วยกำลังของพวกเขาเอง  พวกเขา ไม่มีใครทะลวงผ่านช่องโหว่ได้ และพวกเขาไม่รู้ว่ามีช่องโหว่เช่นนั้น

“ท่านน่าจะพูดให้เร็วมากกว่านี้  ถ้าข้ารู้อย่างนั้น ข้าจะพาคนมาสักพันคน”  เย่ว์หยางปากพูดเช่นนั้นแต่ในใจคิดว่าคงไม่ทำอย่างนั้น เขามีความตั้งใจท้าทายผ่านด่านอย่างแน่วแน่

“ต้องการฟังตาแก่อย่างข้าพูดคุยรายละเอียดในหุบเขาปีศาจไหมหรือว่าจะไม่สนใจปล่อยผ่าน?” ชายชรากล่าวว่าเขาคือผู้แนะนำที่มีคุณสมบัติมากพอ

“ท่านคิดเงินค่าฟังคำอธิบายด้วยไหม?”  เย่ว์หยางตื่นตัวคลำกระเป๋าเงินตนเอง

“เหลวไหล” คำถามของเจ้าเด็กนี่ทำให้ชายชราไม่พอใจ ใครเล่าจะทำงานให้เปล่าๆ?

“ไม่สนใจของแบบนั้น!” งั้นเงินของเย่ว์หยางก็ใช้ไม่ได้ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนขี้เหนียว ขนหน้าแข้งแข็งเหมือนเหล็ก  แต่ก็ต้องการคำยืนยันให้แน่ใจ

“อัญมณีระดับหก หรือสูงกว่านั้น 100 เม็ด”  ชายชรายิ้มหน้าบานเป็นกระด้งเขายื่นมือออกมาหน้าตาเฉยนิ้วเหี่ยวแห้งของเขามองดูเหมือนกับผีตายอดตายอยากขออาหาร

“ท่านจะเอาไปทำไม?”  เย่ว์หยางปฏิเสธ

“ผิดแล้ว, รับไว้ก่อนดีกว่า  ไม่มีอัญมณี ข้าเก็บตราฝ่ายเทพไว้นี่  ถ้าเจ้าไม่มีมันไว้  ต่อให้เจ้าฆ่าอสูรไปหมื่นตัวเจ้าจะไม่ได้รับคะแนนใดๆ ท้ายที่สุดเจ้าก็ต้องกลับมาหาข้าเพื่อแลกเข็มตราเทวทูต  หากเจ้าต้องการแลกเปลี่ยนในภายหลังข้าไม่ว่าไม่รีบร้อนอยู่แล้ว แต่เจ้าต้องเอาอัญมณี 200 เม็ดมาแลก”  ชายชราหัวเราะน่ากลัว

“ข้าอยากใช้มีดฆ่าเจ้าจริงๆ เลย...”  ถ้าเย่ว์หยางไม่พบว่าชายชราหน้าเลือดผู้นี้มีพลังปราณราชันย์อย่างน้อยระดับเก้า  เขาคงโกรธไปนานแล้ว

“เฮ่ย.. ถ้าเราผู้เฒ่าอารมณ์ไม่ดี  ข้าจะขึ้นราคา”  ชายชราบอกว่าเขาไม่เห็นแก่หน้า  มิฉะนั้นใบหน้าชราของเขาคงทนอยู่ไม่ได้

“งั้นให้สิ่งนี้กับเจ้า” เย่ว์หยางล้วงอัญมณีฝนดาวตกระดับหกออกมามากกว่าห้าสิบเม็ด และส่งให้ผู้เฒ่า

“นี่นับว่าไม่เลวแต่ยังไม่มีค่าเท่ากับอัญมณีระดับหก ร้อยเม็ด” สายตาของชายชรามองดูชั่วร้าย

“เจ้าไม่ต้องการหรือ?”  เย่ว์หยางชักดาบจันทร์เสี้ยวของเขาออกมาและคว้าคอเสื้อของชายชราถ้าชายชรากล้าพูดว่าไม่มากพอ เขาจะฆ่าชายชราโลภมากผู้นี้! คุณชายสามตระกูลเย่ว์ไม่เคยถูกคนอื่นขู่กรรโชกทรัพย์    วันนี้เขาถูกฉีกกระเป๋าทำให้อารมณ์ของเขาไม่ดี ถ้าเขาอารมณ์เสียแล้ว อีกฝ่ายยังจะพูดต่ออีกหรือ?

“อย่าวู่วาม ความวู่วามทำให้เกิดจิตมาร พ่อหนุ่ม อย่าวู่วามเจ้าอารมณ์จนเกินไปนัก บางครั้งเมื่อถอยหลังกลับมาดู  เจ้าอาจแสวงหาผลประโยชน์จากภัยพิบัติได้” ชายชรารู้ว่าเย่ว์หยางไม่ใช่คนที่จะฉุดรั้งได้ง่ายแค่ยอมควักมุกฝนดาวตกระดับเจ็ดออกมาก็นับว่าเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว

เขาเก็บมุกฝนดาวตกไว้และไม่สนใจสายตาดุดันของเย่ว์หยาง

เขามองแล้วมองอีก

จากนั้นเขาถอนหายใจสองครั้ง  “ยอมแพ้เสียเถอะ ของสิ่งนี้ราคาเทียบกับอัญมณีระดับหกร้อยชิ้นจริงๆ  ช่างเถอะ ถือว่าข้าตาเฒ่าโลภไปเองก็ได้!”

เย่ว์หยางพาดดาบจันทร์เสี้ยวที่ก้านคอชายชรา  “เหลวไหล, เราคุณชายจะฆ่าแล้วเอาสมบัติสิ่งของๆ เจ้าคืน”

ตอนนี้เขายิ่งหงุดหงิดรำคาญมากขึ้น

แม้แต่ตาเฒ่าก็ยังวางก้ามเป็นเจ้านาย

ชายชราไม่ทราบว่าผ่านคลื่นผ่านลมมามากมายเพียงไหนสีหน้าของเขายังคงสงบ  เขายิ้มและป้ายตราฝ่ายเทพเปลี่ยนเป็นเทวทูตหญิงมีปีกถือดาบและโล่  แต่ที่หน้าผากของเทวทูตสตรีมีเพชรเจ็ดสีขนาดเมล็ดข้าวเปล่งประกายแสง   ดาบและโล่ของป้ายตราเทวทูตเป็นทอง

“มีของสิ่งนี้เจ้าสามารถดำเนินการฆ่าเหล่าอสูรกำจัดเหล่าอสูรได้ คะแนนสะสมของเจ้าสามารถพบได้ในรูปปั้นเทวดาในเมืองต่างๆ ที่เป็นฝ่ายเทพ  คนแก่อย่างข้ารับผิดชอบแต่ภารกิจหลักบางทีภายในนั้นอาจมีภารกิจเสริมต่างๆ ถ้าเจ้าชอบงานท้าทาย เจ้าไปต่อได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องประหยัดเวลา เมื่อคะแนนของเจ้าถึงกำหนดเกณฑ์เจ้าสามารถเข้าสู่ประตูเทเลพอร์ตภายใต้รูปปั้นเทวดาตนแรกได้”  ทัศนคติที่ชายชรามีต่อเย่ว์หยางยังนับว่าดีแม้ว่าเขาจะถูกข่มขู่แต่เขายังยิ้มอยู่ได้

“บอกข้ามาตรงๆ ดีกว่า จะผ่านไปด่านที่เจ็ดหุบเขามนุษย์ได้อย่างไร?” เย่ว์หยางถ้าเขาไม่ต้องการไปฆ่าจอมปีศาจไคเทียนในที่ลับวิหารปีศาจฟ้าในด่านที่หก  เขาไม่ต้องการมีส่วนร่วมในการฆ่าฟันสัตว์ประหลาดและปีศาจ  เวลาเป็นเงินเป็นทอง ทำไมต้องยอมเสียเวลาด้วย?

“ถ้าไม่ผ่านการทดสอบในด่านที่หก  เจ้าจะเข้าด่านที่เจ็ดไม่ได้  ต่อให้เจ้าเข้าไปได้เจ้าก็ไม่ใช่ผู้ท้าทายขอผ่านด่าน” ชายชราพูดว่าบางอย่างต้องทำอย่างรวดเร็ว แต่ต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน

“หวังว่าภารกิจของหุบเขาปีศาจจะไม่น่าเบื่อเกินไป”  เย่ว์หยางถอนหายใจ  ต่อให้น่าเบื่อ เขาก็ต้องเข้าด่านหุบเขาปีศาจ

เพราะไอ้เกมเทพเจ้าบ้าบอนี่ไม่มีหน่วยงานรับร้องเรียนไม่มีทางที่เขาจะเรียกร้องพร่ำบ่นอะไรได้เลย

นึกเสียว่าเดินทางท่องเที่ยว

เย่ว์หยางปลอบใจตัวเอง

ก่อนจะเข้าประตูเทเลพอร์ต ผู้เฒ่าจู่ๆก็พูดขึ้น  “เด็กน้อย,ที่นี่สนุกกว่าที่เจ้าคิด และจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่!”

“...เจ้าจะขู่คนอื่นให้พวกเขากลัวหรือเปล่า?”  เย่ว์หยางแทบไม่ได้ทำให้เขากลัวเลย  เพราะเขาหัวหงอกอยู่แล้ว

เขาถือป้ายตราฝ่ายเทพเข้าประตูเทเลพอร์ตที่สุดทางเดินและในไม่ช้าเขาหายตัวไปปรากฏอยู่ที่ใจกลางค่าย ค่ายนี้ดูง่ายกว่าค่ายทหารรับจ้างในทวีปมังกรทะยานเสียอีก ปราการที่ล้อมรอบสร้างขึ้นจากไม้ตอกล้อมเป็นวงกลม  เย่ว์หยางกล้าพูดได้เลยว่าฝีมือช่างอย่างนี้ถ้าเป็นช่างฝีมือห่วยที่สุดจากทวีปมังกรทะยานมาเอง  เขาเชื่อว่ายังทำได้ดูดีกว่านี้

สิ่งเดียวที่เขารู้สึกก็คือใจกลางค่ายที่สร้างขึ้นง่ายๆอย่างนี้ ด้านหลังของเขามีรูปปั้นเทวรูปที่เปล่งรัศมีเจิดจ้า

รูปปั้นเทวทูตนั้นสูงประมาณสิบเมตร  ใต้ฐานเทวรูปมีเสาแก้วผลึกสูงมากกว่าสามเมตร

มีการสลักชื่อ หมายเลขทำเครื่องหมายไว้บนเสาแก้วผลึก

ในรายชื่อเหล่านั้นชื่อจีอู๋ลี่ปรากฏเป็นสีแดงสดใสอยู่ในอันดับที่หนึ่ง โดยมีตัวเลขต่อท้าย 10,001

ลำดับที่สองคือชื่อของนางพญาเฟ่ยเหวินหลีมีตัวเลขต่อท้ายคือ 9876

ชื่อคนที่สามถึงแปดเย่ว์หยางไม่รู้จัก

คนที่เก้าชื่อจ้านฟง จักรพรรดิอวี้หมายเลขต่อท้ายของเขาคือ 3512 ขณะที่ชื่อที่สิบเป็นชื่อของเจ้าตำหนักแสงแห่งตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จงหัว  เย่ว์หยางรู้จักชื่อนี้ แต่คงไม่กล่าวทักทายเขาอย่างเป็นทางการแน่  เขาไม่คิดว่าจะเป็นคนผู้นี้  ต่อมาเขาพยายามค้นหาอยู่นานพบว่าในตำแหน่งที่97 มีชื่อคุก แคริบเบียน มีเลขต่อท้ายคือ 1946

“สิ่งที่เจ้าเห็นก็คือบันทึกและคะแนนสะสม”  บุรุษร่างใหญ่ในชุดเกราะหนังขาดรุ่งริ่งก้าวเข้ามาข้างหน้าและพูดคุยกับเย่ว์หยางในทันที  “เจ้าเป็นผู้เข้าทดสอบผ่านด่านคนใหม่ ตามหลักการสามารถเข้ามาถึงด่านนี้ได้  พลังของเจ้าผู้นี้ย่อมไม่เลว  แต่เจ้าดูเหมือนแค่เพิ่งถึงระดับปราณฟ้า...ช่างเถอะ... บางทีการมาถึงที่นี่ของเจ้าอาจไม่อยู่ในความควบคุมของเจ้า แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อมาถึงโลกที่โหดร้ายนี้ได้แล้ว  แม้ว่าจะไม่มีความหวังจากไปได้  แต่การรักษาชีวิตไว้ได้ก็เป็นเรื่องสำคัญมาก  เจ้าจะต้องเป็นผู้กุมโชคชะตาของตนเอง!  สวัสดี ข้าชื่อมาร์คและข้าเป็นผู้บังคับกองพันที่ 1385 ไม่ว่าเจ้าจะเต็มใจเข้าร่วมกับเราหรือไม่ก็ตาม ค่ายของเราจัดเตรียมสถานที่ตั้งค่ายที่ปลอดภัยให้เจ้าในช่วงเวลาที่อันตราย  ว่าแต่อสูรศึกของเจ้าเล่า?”

“นางเบื่อนิดหน่อย ก็เลยกลับไปพักผ่อน”  เย่ว์หยางชี้ไปที่หมายเลขและจำนวนต่อท้ายและถาม“บันทึกของจีอู๋ลี่นำหน้านางพญาผู้พิชิตได้อย่างไร?”

“เจ้าปีศาจนั่นสะสมคะแนนได้แล้วยังไม่ยอมจากไปกลับใช้เวลาต่ออีกสองสามเดือนกว่าจะทำลายสถิติของนางพญาผู้พิชิตและออกไปได้และคนของเขาก็ร่วมมือกันเก็บคะแนนให้แบบไร้ยางอาย ข้าไม่รู้ว่าพวกเขามาเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่...  ปีศาจร้ายจีอู๋ลี่มีพลังระดับกึ่งเทพ  แต่รั้งอยู่ในหุบเขาปีศาจเพื่อฆ่าคนอ่อนแออย่างเรา  เจ้าสุนัขนั่นสมควรถูกลงโทษ!” เมื่อบุรุษร่างใหญ่ชื่อมาร์คพูดถึงจีอู๋ลี่ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงและไม่พอใจ คาดว่าญาติและสหายของเขาหลายคนคงตายในเงื้อมมือของจีอู๋ลี่

“นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าตัวเมียจงหัวหน้าเหมือนมนุษย์แต่ใจสัตว์ร้าย ปรากฏว่าเขาอยู่ฝ่ายของจีอู๋ลี่  ฝ่ายเทพของเรา เขาทำลายฝ่ายเทพเราอย่างสนุกมือ”มีบุรุษตัวเตี้ยกว่าอีกคนลักษณะแข็งแกร่งตะโกนร้องด้วยความโมโห

“เราทุกคนถูกหลอก!”

“เป็นความอัปยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายพันปี!”

“เป็นการโจมตีทำร้ายที่หนักหน่วงที่สุดคงยากจะฟื้นตัวในอีกหลายพันปี หลังจากการเข่นฆ่าสังหารของจีอู๋ลี่ครั้งนี้ฝ่ายเทพคงยากจะฟื้นตัวในรอบพันปีนี้อีก!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะข้าไม่มีความแข็งแกร่งมากพอ...” คนที่อยู่รอบๆได้ยินการพูดคุยถึงจีอู๋ลี่ต่างรายล้อมประณามความน่ารังเกียจของผู้ผ่านด่านจากตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์

“ฟังแล้วไม่น่าพอใจเลย”  สำหรับการผ่านด่านทดสอบของหุบเขาปีศาจตอนแรกเย่ว์หยางไม่มีแรงจูงใจ แต่ตอนนี้จีอู๋ลี่ไร้ยางอายเกินไป เขาเกิดแรงบันดาลใจทันที เขารู้สึกว่าต้องทำลายสถิติสูงสุดของจีอู๋ลี่ มิฉะนั้นคงยากที่จะทำให้เขาระงับความโกรธที่จีอู๋ลี่เจตนาเก็บคะแนนเพื่อทำลายสถิติของนางพญาเฟ่ยเหวินหลี!

จบบทที่ ตอนที่ 1037 หักคะแนน? นี่ไร้ยางอายเกินไป!

คัดลอกลิงก์แล้ว