เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1035 สตรีฉลาดกลับกลายเป็นโง่ได้อย่างไร?

ตอนที่ 1035 สตรีฉลาดกลับกลายเป็นโง่ได้อย่างไร?

ตอนที่ 1035 สตรีฉลาดกลับกลายเป็นโง่ได้อย่างไร?


เมืองไป๋เหอไม่มีอะไรผิดปกติ

ภาพวงเวทรูนขนาดใหญ่ผู้คนได้พบเห็นแน่นอน แต่สถานการณ์ในเมืองนั้นไม่มั่นคงและความกลัวกองทัพโบราณมนุษย์เงือกกลายพันธุ์ในเมืองไป๋เหอดูเหมือนไม่มีการกระทำที่ผิดปกติ  แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่เปิดเผยความลับ เย่ว์หยางไม่เคยรู้สึกว่ามนุษย์เงือกกลายพันธุ์เหล่านี้สามารถเชื่อถือได้ นอกจากนี้มนุษย์เงือกกลายพันธุ์ในเมืองไป๋เหอ มีกี่คนที่สอดแนมให้กับตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์หรืออาจเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักก็ได้

อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางได้หลอมรวมกับแกนพลังงานของวงเวทรูนยักษ์ทั้งได้เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของชีวิตจากมิติขุมทรัพย์โบราณและรู้สึกพึงพอใจ

นอกจากนี้หลิวเย่ได้รับสมบัติชั้นเทพคุณภาพสูงสร้อยคอจันทร์เสี้ยว

ครั้งนี้ผลเก็บเกี่ยวก็คือวงเวทรูนยักษ์บนท้องฟ้าหายไปและทางเข้าโบราณก็หายไปได้ ต่อให้นักรบของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เข้ามาที่นี่น่ากลัวว่าคงยากจะหาเบาะแสร่องรอยใดๆ ได้พวกเขาถูกกำหนดแล้วว่าจะต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง

“ฮ่าฮ่า ดู มาช้ากว่าเราก้าวหนึ่ง  เราก้าวไปก่อนแล้ว” เย่ว์หยางนึกถึงภาพซึมเศร้าผิดผวังของผู้ที่เข้ามาล่าขุมทรัพย์ในอนาคตและเขารู้สึกอารมณ์ดีทันที

เขาไม่ได้พักอยู่ที่นี่นานนัก

เพียงแต่เข้ามาทักทายมารสัมฤทธิ์ฟ้าและกลับไปยังเมืองลู่หลิวบึงหยุดลม

หลังจากกลับมาอยู่พร้อมกับราชันย์ปีศาจใต้และนางเซียนหงส์ฟ้าในยามค่ำคืน เย่ว์หยางตัดสินใจกลับหอทงเทียนเพื่อพบกับจักรพรรดิหัวซิ่วรี่จักรพรรดินีราตรีและแม่สี่ เพราะภูมิภาคสวนสวรรค์มีเรื่องราวหลายอย่างมากเกินไปจึงมีผลกระทบต่อการเข้ามิติดินแดนฝึกฝนเพื่อผ่านด่านต่อไป  แม้จะรู้ว่าจีอู๋ลี่คงไม่อาจผ่านด่านได้ง่ายๆ   แต่เขาจะไม่มองดูอยู่เฉยๆ แต่ก่อนอื่นนั้นเย่ว์หยางหาเวลาเข้าไปยังผนึกมิติหลุมดำเพื่อบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้แก่นางพญาเฟ่ยเหวินหลี

เมื่อนางพญาเฟ่ยเหวินหลีได้ยินว่าอัญมณีสร้างโลกของเย่ว์หยางเลื่อนระดับเป็นมุกสร้างโลกระดับเทพ  คัมภีร์อัญเชิญกลายเป็นคัมภีร์ชั้นศักดิ์สิทธิ์และยังผสานเข้ากับแกนพลังของอักขระรูนโบราณนางอดยินดีกับวาสนาของเย่ว์หยางมิได้

พอเย่ว์หยางเรียกคัมภีร์ชั้นศักดิ์สิทธิ์ออกมาดู  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีถึงกับตะลึง

“คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าประหลาดแตกต่างจากของข้าจริงๆ นี่คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ หรือ? ข้ารู้สึกว่าเหมือนกับเป็นคัมภีร์เทพมากกว่าได้ยังไง?”  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีหยอกเย่ว์หยาง ความจริงคัมภีร์อัญเชิญของเย่ว์หยางแตกต่างจากคัมภีร์อัญเชิญของคนทั่วไปอยู่แล้ว  หลังจากเลื่อนชั้นเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์  ย่อมดีกว่าคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปมาก

“ไม่มีทางเป็นคัมภีร์เทพแน่!” เย่ว์หยางหลั่งเหงื่อเยียบเย็น เขารู้ว่าคัมภีร์เทพมีพลังที่ร้ายกาจมากมายเพียงไหน เป็นไปไม่ได้ที่จะเลื่อนชั้นเป็นคัมภีร์เทพ

“ถ้าไม่ใช่เพราะคัมภีร์เทพถูกสร้างโดยเทพโบราณและไม่อาจสร้างโดยการยกระดับได้ ข้าสงสัยจริงๆ ว่านี่คงเป็นคัมภีร์เทพ  เอาล่ะ,ข้าไม่หยอกเย้าเจ้าหนุ่มน้อยผู้โชคดีอีกแล้วคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าก็คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แน่นอน แต่ในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ร้อยเล่มไม่ใช่ว่าจะทรงฤทธานุภาพเท่ากัน  ข้าว่าคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าอย่างน้อยคงอยู่ในห้าอันดับแรก หรือสามอันดับแรกของยอดคัมภีร์ ถึงแม้ไม่อาจพูดได้เต็มปากนัก แต่ข้ายังไม่เคยพบเจอคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของผู้ใดดีกว่าของเจ้า..ศักยภาพของมันยังไม่ถูกผลักดันเต็มที่ ถ้าพลังของมันถูกใช้เต็มที่ อย่างนั้นนี่ก็เหมือนคัมภีร์เทพเล่มหนึ่งได้”  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีหยุดเล็กน้อยและยิ้มพลางกล่าวเสริม “คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดต่อทักษะแฝงเร้นและความสามารถของเจ้าของแต่ละคน และทักษะแฝงเร้นกับพลังของเจ้าเป็นส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนให้คัมภีร์อัญเชิญของเจ้ากลายเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์  ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าจะทรงพลังเป็นพิเศษเพราะเจ้าผิดคนธรรมดาอยู่บ้าง”

“นี่ก็ชมเกินไป!”  เย่ว์หยางหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

นางพญาเฟ่ยเหวินหลีมองดูมุกเทพสร้างโลกของเย่ว์อดถอนหายใจไม่ได้  “ถ้าข้ามีของวิเศษชั้นเทพอย่างนี้ข้ายังจะกลัวว่าสร้างโลกล้มเหลวอีกหรือ? สวรรค์ช่างอยุติธรรมจริงๆ?”

เย่ว์หยางอยากจะช่วยนางพญาเฟ่ยเหวินหลี  แต่มุกเทพสร้างโลกมีแต่เขาใช้ได้คนเดียว  ไม่มีทางให้นางยืมใช้ได้

นอกจากนี้ด้วยพลังปัจจุบันของเขา เขายังไม่กล้าก่อกวนมุกเทพสร้างโลกของพลังงานปั่นป่วนนี้

เพื่อเป็นการปลอบประโลมนาง เย่ว์หยางหยิบขวดบรรจุเลือดเทพออกมาอย่างไม่เห็นแก่ตัวบอกว่าเขาจะให้สิ่งนี้กับนาง  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีกอดเย่ว์หยางและจูบเขาอย่างมีความสุขแต่ไม่รับของขวัญจากเย่ว์หยาง  “ใจข้านั้นยอมรับว่าเลือดเทพโบราณเป็นสมบัติที่ดีเลิศจริงๆแล้วช่วยข้าได้มาก แต่ข้าคือนางพญาผู้พิชิตที่มีความหยิ่งภูมิใจ หากเจ้าพึ่งพาพลังภายนอกเพื่อพิชิตแดนสวรรค์  นั่นจะไม่สมศักดิ์ศรีกับการพิชิตแดนสวรรค์ ข้าจะใช้กำลังของข้าเพื่อให้ทุกคนสยบอยู่ต่อหน้าข้า!”

เย่ว์หยางรู้สึกว่าถ้าเขาส่งเลือดเทพโบราณให้กับจื้อจุนคาดว่านางคงพูดอย่างเดียวกัน

ทำไมสตรีถึงได้หยิ่งภูมิใจตนเองนัก?

พวกนางจะยอมให้บุรุษที่ตามตื๊อนางได้เลี้ยงของขบเคี้ยวบ้างไม่ได้เชียวหรือ?

แน่นอนว่าเขามิอาจพูดคำเหล่านี้ออกมาได้มิฉะนั้นนางพญาเฟ่ยเหวินหลีจะต้องหัวเราะเยาะว่าเป็นบุรุษที่โตแต่กล้าม  จะคุยกับนางพญาผู้พิชิตโดยไม่มีหลักการเลยนั่นคงเป็นเรื่องที่แปลก

“เลือดเทพโบราณถือว่าเป็นสมบัติชั้นดี  แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้ในตอนนี้  บางทีเราอาจจะได้ใช้สักวัน  แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งเอามาใช้ง่ายๆ”  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีมองโลกในแง่ดี ทั้งยังบอกให้เย่ว์หยางเก็บเลือดเทพไว้  “โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรายังมีเจ้าที่ยังมีศักยภาพไม่ถึงขีดจำกัด และเจ้ายังพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทำไมเจ้ายังจะต้องใช้เลือดเทพโบราณด้วย เมื่อเราถึงขีดจำกัดแล้วไม่มีทางรุดหน้าไปได้อีก  ถึงตอนนั้นเราค่อยใช้เลือดเทพโบราณก็ได้  และแน่นอนข้าคิดว่าด้วยความสามารถและศักยภาพของเราโดยผ่านการฝึกฝนอย่างหนักการรู้แจ้งเองในระดับเทพอาจสร้างประกายเทพได้เองอย่างมิต้องสงสัย  อนาคตของเจ้าไม่มีขีดจำกัดโดยมิต้องสงสัย  ดังนั้นอนาคตของเราขึ้นอยู่กับเจ้า  เลือดเทพโบราณเป็นแหล่งทรัพยากรที่เตรียมไว้ก่อนเป็นดีที่สุด!

“ก็ได้!” เย่ว์หยางยังคงรู้สึกว่าสิ่งที่เขาสร้างเองย่อมดีที่สุด  การใช้ปัจจัยภายนอกเพื่อสร้างพัฒนาก้าวหน้ายังด้อยกว่าความพยายามบรรลุผลสำเร็จด้วยตัวเขาเอง

“ด้วยพลังความแข็งแกร่งของเจ้า ด่านที่หกหุบเขาปีศาจไม่น่าจะยากเกินไปแต่เจ้าต้องระวังจอมปีศาจไคเทียนในด่านที่หกเอาไว้”  นางพญาเฟ่ยเหวินหลีทราบรายละเอียดจากเย่ว์หยางนานแล้วเมื่อเย่ว์หหยางกำลังจะออกไป นางคล้ายนึกอะไรขึ้นได้จึงรีบเตือนเขา

“จอมปีศาจไคเทียน...”เย่ว์หยางได้ยินแล้วเขาอดระมัดระวังตัวไม่ได้ แต่เขารู้สึกว่าเขามีพลังปราณราชันย์ระดับห้า แต่ก็ต้องระมัดระวังตัว

ต้องมีพลังระดับไหนจึงจะผนึกจอมปีศาจไคเทียนไว้ในวิหารปีศาจฟ้าได้?

คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างนางพญาเฟ่ยเหวินหลียังเตือนเย่ว์หยางเป็นพิเศษแสดงว่าจอมปีศาจผู้นี้ก็ทำให้นางตื่นตัวได้เช่นกัน

ปีศาจเฒ่าที่ถูกผนึกมาเป็นเวลาเกินหมื่นปีไม่ว่าจะเป็นจ้าวปีศาจโบราณ หรือจักรพรรดิไร้เทียมทานจิ๋วซื่อ จอมปีศาจไคเทียนยากที่ใครจะเอาชนะได้ ถ้าเขาไม่ต้องเอาชนะไคเทียน เขาก็ยังเข้าไปสำรวจวิหารปีศาจฟ้าสำรวจหาสมบัติ เย่ว์หยางไม่ต้องการตอแยศัตรูผู้แข็งแกร่งนั้น

เมื่อกลับไปที่หอทงเทียน

เย่ว์หยางกลับไปที่ปราสาทตระกูลเย่ว์ก่อนเข้าพบกับจุนอู๋โหย่ว,อาจารย์จิ้งจอกและผู้เฒ่าเย่ว์ไห่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในแดนสวรรค์และอธิบายเรื่องที่เขาเตรียจะเข้ามิติฝึกฝีมือเพื่อผ่านด่าน หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนของการขนส่งสิ่งของและผู้คนไม่ว่าจะเป็นเมืองอู๋เย่แคว้นมรกต เมืองลู่หลิวริมบึงหยุดลม หรือหอทงเทียนทั้งสามประสานช่วยให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทั้งสามแห่ง เหตุการณ์วุ่นวายในภูมิภาคสวนสวรรค์ได้รับการคลี่คลายไม่จำเป็นที่เย่ว์หยางต้องอยู่เป็นแรงงานช่วยรับขนส่งคนและสิ่งของอีกต่อไป

จุนอู๋โหย่วเห็นว่าการที่เย่ว์หยางต้องเสียเวลาไปไม่ใช่เรื่องดี ที่สำคัญความเติบโตก้าวหน้าของเจ้าเด็กน้อยนี้สำคัญที่สุด

ที่สถานการณ์ของหอทงเทียนดีขึ้นได้เนื่องมาจากความเติบโตก้าวหน้าของเย่ว์หยางเป็นหลัก

ยิ่งเย่ว์หยางเติบโตก้าวหน้าระดับสูงสถานะของหอทงเทียนก็ยิ่งมั่นคงสูงขึ้น นี่คือเรื่องแน่นอน

“เรื่องงานแต่งงานยังไม่ต้องพูดถึงก่อน  แต่เจ้าต้องพาเชี่ยนเชี่ยนร่วมทางไปด้วยเพื่อแบ่งเบาความกังวลของเจ้า”  จุนอู๋โหย่วเน้นที่จุดนี้

“ในมิติฝึกปรือ ระดับความยากในการผ่านด่านจะยากขึ้นมาอีกสองสามระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีนี้พาพวกนางหลายๆ คนไปด้วย  แม้ว่าพวกนางจะไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมดแต่ในบางจุดก็อาจช่วยเจ้าได้บ้าง!” อาจารย์จิ้งจอกเฒ่ากังวลห่วงใยเย่ว์หยางมากที่สุด  เขาไม่เคยไปมิติฝึกฝีมือ  แต่สามารถนึกออกได้ว่า เบื้องหลังความยากลำบากถ้าไม่มีความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่โดยรอบเย่ว์หยางอาจพ่ายแพ้ต่อจีอู๋ลี่ผู้มีร่างระดับกึ่งเทพได้แน่นอน

“ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดเราน้ำหนักเบาเกินไป  เราอยากบอกให้จื้อจุนจักรพรรดินีราตรีและหัวซิ่วรี่ช่วยให้เจ้าพาเจ้าผ่านด่านทดสอบไปให้ได้!” จุนอู๋โหย่วเข้ามาใกล้เย่ว์หยางในพริบตา

“อะแฮ่ม..!” ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่รีบแกล้งกระแอมเพื่อเปิดหัวข้อสนทนา

หากวังเทียนหลัวรู้ว่าจุนอู๋โหย่วไม่ใช่คนที่ฝึกฝนให้กับเย่ว์หยางคาดว่าเขาคงบุกวังต้าเซี่ยด้วยความกริ้วโกรธแม้จุนอู๋โหย่วจะไปซ่อนตัวที่ขอบโลกก็ไร้ประโยชน์

แม้ว่าไม่มีใครบอกเย่ว์หยาง แต่ญาติผู้ใหญ่ของเขาก็พักอยู่ในมิติกระจกวังเทียนหลัว หลังจากขึ้นครองบัลลังก์ก็แทบไม่มีใครได้พบเจอกับจักรพรรดิ  สถานะจักรพรรดิคืออะไรแต่เย่ว์หยางรู้ว่าสถานะของจักรพรรดิเทียนหลัวไม่ง่ายขนาดนั้น  ถ้าจุนอู๋โหย่วถูกดุด่า ฟงขวง อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าและเย่ว์ไห่คนในประเทศนี้ก็คงโกรธเหมือนกัน  แต่คงไม่ถึงกับเหมือนสือจินโหวที่แสดงอาการไม่เคารพจักรพรรดิหัวซิ่วรี่ตอแยจนจักรพรรดินีราตรีโกรธและลงมือสั่งสอนสือจินโหวด้วยตนเองถ้าไม่ใช่เพราะจักรพรรดิหัวซิ่วรี่ยังให้ความเมตตาเขา  ที่ไหนเลยสือจินโหวจะเก็บชีวิตเหลือพอต่อสู้กับเย่ว์หยางได้?

สือจินโหวต้านรับจักรพรรดินีราตรีได้สองท่าเท่านั้นหรือ?

เขาต้านรับได้ถึงสองท่าจริงๆ หรือ

น่าขัน

ต่อให้สือจินโหวฝึกฝนเป็นพันปีเขาก็ไม่มีทางต้านจักรพรรดินีราตรีได้ถึงสองกระบวนท่าเป็นแน่  จักรพรรดินีราตรีลงโทษเขาสองครั้งติดต่อกันจนสือจินโหวบาดเจ็บสาหัสแสดงให้เห็นว่านางโกรธแค่ไหน นั่นเป็นผลจากการไม่ให้เกียรตินับถือนาง..ทั้งโลกเห็นจะมีอยู่เพียงคนเดียวที่กล้าจะไม่แสดงความเคารพจักรพรรดิเทียนหลัวนั่นคือเย่ว์หยาง

เขาจะถือวิสาสะลอบเข้าวังตอนเที่ยงคืนก็คงจะเป็นการเสียมารยาทไปบ้าง

หลังจากพบเจอผู้เฒ่าหลายคน

เย่ว์หยางเข้าใจว่าพวกท่านหมายถึงอะไร  แต่ก็ยากจะคิดอย่างนั้น  จักรพรรดินีราตรียังไม่เท่าไหร่ทั้งแนะนำให้เขาไปฝึกต่อเพื่อเอาชนะด้วยตนเอง จื้อจุนยิ่งยากกว่าถ้าเขาไม่มีปัญญาขึ้นบันไดสวรรค์ล้านขั้นนางคงไม่ไปร่วมฝ่าด่านกับเขา  น้ำเสียงอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องพูดตรงๆ ก็ได้

เขากลับไปวังเทียนหลัวพบแม่สี่และพูดบอกเล่านางในทุกเรื่อง

เย่ว์หยางลอบจับตาดูนางหวังว่านางจะช่วยขจัดความสงสัยแม่สี่หัวเราะบอกว่าไม่มีอะไรและกลับไปเตรียมอาหารค่ำให้เย่ว์หยาง

ช่างเถอะหรือจะไปกวนใจฝ่าบาท  กลยุทธ์ก่อกวนไม่จำเป็นต้องใช้เย่ว์หยางอุ้มหนูน้อยเย่ว์ซวงที่ไม่ยินยอมปล่อยอ้อมแขนเธอ  เย่ว์หยางไปขอเข้าเฝ้าจักรพรรดิ  หญิงสาวเจ้าหน้าที่เฝ้าตำหนักตาเบิกกว้างนึกว่าฝันร้ายพาเด็กมาเข้าเฝ้าฝ่าบาท นี่แผนการอะไรของเขา? คิดว่าใช้เด็กน้อยแล้วจะเบิกทางผ่านประตูไปได้สำเร็จหรือ?

“ฝ่าบาทพักผ่อนแล้ว!” หญิงสาวเจ้าหน้าที่รีบห้ามเย่ว์หยาง

“หา,ฝ่าบาทของเจ้าทรงงานหนักข้าไม่ตื๊อก็ได้ ข้าแค่พาน้องสาวมาทักทาย  ถ้าฝ่าบาทกำลังพักผ่อนอยู่เราสัญญาว่าจะออกไปจากประตูก็ได้!” ถ้าเย่ว์หยางเรียบร้อย เขาคงไม่ใช่เด็กที่มาจากมิติอื่น

“เจ้าสุภาพเรียบร้อยในเวลากลางค่ำกลางคืนอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เข้ามาก่อกวนในเวลากลางคืนอย่างนี้สมกับเป็นเจ้าแล้ว!” เสียงของจักรพรรดินีราตรีดังมาจากข้างใน และดูเหมือนนางพยายามจะทำหน้าดุ พยายามจะไม่ยิ้มแต่ทำไม่สำเร็จ จักรพรรดินีราตรีไม่รอให้เย่ว์หยางพูด นางหัวเราะเสียงดังไพเราะ  “คุณชายสาม ทำไมเจ้าถึงมาวันนี้เล่า?  ไม่มีทางที่ไม่มีเหตุผลเพียงพอ ให้ข้าเดาถ้าไม่ใช่เพราะได้สมบัติลับโบราณก็คงเป็นเรื่องบรรลุระดับพลังใหม่  เมื่อเห็นคุณชายสามอารมณ์ดีสดชื่นอย่างนี้แล้วคาดว่าคงจะเป็นทั้งสองอย่าง  ขอแสดงความยินดีด้วย!”

“......” เย่ว์หยางคิดทันทีว่า บางครั้งสตรีฉลาดเกินไปย่อมไม่ใช่เรื่องดี

น่าเสียดายซูอิงสาวนักร้องผู้ฉลาดเป็นเลิศ แต่กลับกลายเป็นคนโง่ไปได้หลังจากแต่งงานแล้ว?????

++++ บางทีผู้แต่งก็ยกอ้างดารา, หรือคนจากในนิยายหรือละครเรื่องอื่นขึ้นมาอ้างอิงบางทีผมไม่ได้ค้นตรงนี้เพิ่ม เพราะฉะนั้นผมไม่หาเพิ่มเติมแล้วนะครับ+++

…………

จบบทที่ ตอนที่ 1035 สตรีฉลาดกลับกลายเป็นโง่ได้อย่างไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว