- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 420 - ฝูหลงกาน
บทที่ 420 - ฝูหลงกาน
บทที่ 420 - ฝูหลงกาน
บทที่ 420 - ฝูหลงกาน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เซี่ยหลิงซินชำเลืองมองฮวาหม่านที่ตาขวางหน้าแดงก่ำ แล้วขยับเท้าถอยห่างออกมาหน่อย
"เอ่อ... ฉันไปดูดีกว่าว่าเหลือสมุนไพรวิญญาณเท่าไหร่... เธอก็มาช่วยหาด้วยนะ!"
เขาหิ้วคอวั่งไฉแล้วรีบเดินหนีไป
ไอ้หมอนั่นมันเดรัจฉานจริงๆ ให้ตายง่ายๆ แบบนั้นถือว่าเมตตามากแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร ถึงได้สะสมศพเปลือยไว้เยอะขนาดนี้
ศพพวกนี้ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนในแดนตำนาน
แดนตำนานนี้เพิ่งถูกค้นพบได้ไม่ถึงเดือน
หญิงสาวหน้าตาดีขนาดนี้ คนทั่วไปทั้งชีวิตจะเจอสักกี่คนยังถือว่าโชคดี
ไอ้เดรัจฉานนี่กลับหามาได้เยอะขนาดนี้
เห็นชัดเลยว่ามันตั้งใจเข้ามาล่าโดยเฉพาะ
เซี่ยหลิงซินหยิบแส้ไล่ขุนเขาที่ไม่ได้ใช้มานานออกมา
โชคดีที่สวนสมุนไพรนี้ใหญ่พอสมควร
แม้จะโดนไอ้เดรัจฉานนั่นกับวั่งไฉถล่มจนเละเทะ แต่ก็ยังเหลือรอดอยู่บ้าง
เซี่ยหลิงซินถึงกับเจอแปลงสมุนไพรแปลงหนึ่งที่ลึกเข้าไปในหุบเขา
กลิ่นอายสามวิถี (ตะวัน จันทรา ดารา) เข้มข้นจนก่อตัวเป็นจุดแสงระยิบระยับอยู่เหนือแปลง
เซี่ยหลิงซินตาเป็นประกาย
รวยเละ!
เขารีบมุดเข้าไปทันที แกว่งแส้ไล่ขุนเขาไปมา
ทุกครั้งที่แตะโดนสมุนไพรสักต้น มุมปากก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด
[เห็ดบำรุงจิต : รูปร่างคล้ายต้นเมเปิ้ล กลิ่นหอมของดอกและใบขจรขจายไปไกลร้อยลี้ น้ำจากดอกใช้ทำ "ธูปตื่นจิต" มีสรรพคุณบำรุงจิตวิญญาณและรวบรวมขวัญ]
[ฝูหลงกาน (ดินมังกรหมอบ): เล่าขานกันว่าเป็นดินวิเศษที่เกิดในที่ที่มังกรจำศีล สีแดงดุจชาด กินแล้วตัวเบาหวิวเหมือนขนนก ดั่งกายเซียนกระดูกหยก]
[แตงตับมังกร : ดอกแดงใบขาว ผู้กินจะไม่กระหายน้ำไปพันปี]
[หญ้าส่องยมโลก : กลางคืนเปล่งแสงสีทอง หักกิ่งเป็นคบเพลิงได้ กินแล้วสื่อสารกับยมโลก มองเห็นภูตผี]
[หญ้าอวิ๋นฮุย : ขาวดุจเศษหยก จุดเผาเป็นกำยานช่วยป้องกันโรคระบาด]
[หญ้าจินหมิง : กลางวันม้วนตัว กลางคืนคลี่บาน กินแล้วลืมความทุกข์โศก...]
"ดี! ดีมาก!"
เซี่ยหลิงซินยิ้มจนหุบไม่ลง
แต่ต่อมาเขาก็เริ่มกลุ้มใจ
สมุนไพรวิญญาณหญ้าเซียนเยอะขนาดนี้ เขาไม่มีที่เก็บน่ะสิ
แหวนวิญญาณคงใส่ไม่หมด แถมของพวกนี้ถ้าไม่มีวิธีเก็บรักษาที่ถูกต้อง พลังวิญญาณคงรั่วไหล สรรพคุณลดลงไปเยอะ
โยนเข้าแจกันทิพย์ให้หมดเลยดีไหม?
ก็ได้อยู่หรอก แต่ของพวกนี้มีจำนวนไม่น้อย แถมสรรพคุณก็มหัศจรรย์แตกต่างกันไป
ถ้าจับหลอมรวมกันหมด เซี่ยหลิงซินก็เสียดายแย่
ไม่แน่ว่าวันหน้าเวลาจะปรุงยาอาจจะต้องใช้ก็ได้
เขาเจอสมุนไพรที่ต้องใช้ทำยาผงวิญญาณเหินในนี้ด้วย
ตอนนั้นเอง
ฮวาหม่านเดินเข้ามา สีหน้ากลับมาเป็นปกติแล้ว
"ในเมื่อเจ้านายสนใจของพวกนี้มากขนาดนี้ ทำไมไม่ยึดสวนสมุนไพรนี้ไว้ซะเลยล่ะเจ้าคะ"
ฮวาหม่านกวาดตามองแปลงสมุนไพรแล้วพูดว่า "ในสำนักราชายา มีสวนสมุนไพรแบบนี้อยู่ไม่น้อย"
"ไหนๆ เจ้านายก็จะลงมือกับสำนักราชายาอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก ปล้นสวนสมุนไพรในสำนักมาให้หมดเลยสิเจ้าคะ"
หืม?
เซี่ยหลิงซินมองเธอด้วยความประหลาดใจ
ฮวาหม่านถาม "เจ้านายไม่อยากได้เหรอเจ้าคะ?"
เซี่ยหลิงซินส่ายหัวรัวๆ "อยากได้จนเก็บไปฝันเลยล่ะ!"
"แต่เธอไม่ใช่เหรอที่บอกว่าเมืองจินกวนมียอดฝีมือเพียบ ถ้าฉันล้างบางสำนักราชายา เมืองจินกวนจะไม่ตามล่าฉันเหรอ?"
ฮวาหม่านมองเขาแล้วถามกลับ "เจ้านายกลัวเหรอเจ้าคะ?"
เซี่ยหลิงซินถอนหายใจ "ฮวาหม่าน เธอรู้ไหม คนเราถ้าฉลาดเกินไป บางทีก็ไม่ใช่เรื่องดีนะ โดยเฉพาะตอนนี้เธอเป็นคนของฉันแล้ว"
"ถ้าเธอฉลาดเกินไป ไม่เท่ากับว่าฉันไร้น้ำยางั้นสิ?"
ฮวาหม่านทำท่าทางอ่อนน้อม "ถ้าเจ้านายไร้น้ำยา แล้วจะกล้าคิดลงมือกับสำนักราชายาทั้งที่รู้ว่าเมืองจินกวนมียอดฝีมือมากมายได้ยังไงเจ้าคะ?"
เซี่ยหลิงซินตอบ "ฉันแค่มั่นใจว่าจะหนีรอดได้ ไม่ได้มีความสามารถจะไปงัดข้อกับเมืองจินกวนซึ่งหน้าซะหน่อย"
ฮวาหม่านมองเขา ในใจอดคิดไม่ได้
เดาว่าเซี่ยหลิงซินมีไม้ตายอะไร ถึงกล้าพูดว่าจะหนีรอดจากการไล่ล่าของปรมาจารย์และคนจริงนับสิบในเมืองจินกวน หรือกระทั่งอาจจะมีมหาคนจริงลงมือด้วยได้?
"ความจริง..."
เธอครุ่นคิดแล้วพูดว่า "ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีนะเจ้าคะ"
"หือ?"
ตาเซี่ยหลิงซินเป็นประกาย
ฮวาหม่านก้มหน้าลง "แต่ในเมื่อเจ้านายบอกว่าไม่ชอบคนฉลาดเกินไป ต่อไปข้าน้อยจะแกล้งโง่หน่อยก็ได้เจ้าค่ะ"
"..."
เซี่ยหลิงซินตาตก ก่อนจะระเบิดหัวเราะแก้เก้อ "อะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
"ดูเธอสิ ใจร้อนอีกแล้ว?"
"ฉันหมายถึงคนอื่น เธอไม่เหมือนกัน! ตอนนี้เธอคือคู่หูที่สนิทที่สุด เป็นเพื่อนร่วมรบของฉันเชียวนะ!"
"ต้องฉลาดอยู่แล้วสิ!"
"โฮก?"
วั่งไฉที่อยู่ข้างๆ หูตั้งผึ่ง
ยัยป้านี่สนิทที่สุด แล้วท่านปู่เจ้าเขาอย่างข้าล่ะ?
ดีล่ะ ว่าแล้วเชียว ยัยป้านี่มันมาแย่งความดีความชอบกับท่านปู่เจ้าเขาจริงๆ ด้วย!
วั่งไฉตาเป็นประกายดุร้าย
ฮวาหม่าน: "..."
เซี่ยหลิงซินทำหน้าใจดี "ฮวาหม่าน เธอรู้นี่นาว่าฉันเชื่อใจเธอที่สุด!"
"..."
ฉันกับท่านเพิ่งรู้จักกันได้นานแค่ไหนเชียว? ฉันรู้อะไรเกี่ยวกับท่านบ้าง? จะมาเชื่อใจที่สุดได้ยังไง?
แต่เธอก็แค่หงุดหงิดปากคอเราะร้ายของเซี่ยหลิงซินนิดหน่อย เลยอดสวนกลับไปไม่ได้
ติดตามเทพราชามานานปี จิตวิญญาณแห่งการเป็นข้ารับใช้มันฝังลึกในกระดูกดำไปแล้ว
เพียงแต่พอออกมาจากภาพวาด เจ้านายคนนี้แม้ภายนอกจะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ แต่ปฏิบัติตัวกับคนอื่นอย่างเป็นกันเองมาก ไม่ได้ถือดีข่มเหงดุด่าว่ากล่าวเพียงเพราะเธอหัวอ่อนยอมตาม
ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
ฮวาหม่านเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว เข้าไปในแปลงสมุนไพร หยิบดินขึ้นมากำหนึ่ง บี้เบาๆ แล้วยิ้มน้อยๆ
พอลุกขึ้นหันมา ก็เก็บรอยยิ้มนั้นไป
กลับมาทำท่าทางเรียบเฉยเจียมเนื้อเจียมตัวเหมือนเดิม "เจ้านาย นี่คือฝูหลงกาน (ดินมังกรหมอบ)"
เซี่ยหลิงซินมองดินทรายสีแดงในมือเธอ "ฉันรู้ เล่ากันว่าเป็นดินวิเศษที่เกิดในที่ที่มังกรจำศีล สีแดงดุจชาด กินแล้วตัวเบาหวิวเหมือนขนนก ดั่งกายเซียนกระดูกหยก"
แววตาฮวาหม่านฉายแววแปลกใจ ก่อนจะเข้าใจ "ที่แท้เจ้านายก็รู้อยู่แล้ว ดูท่าฮวาหม่านจะอวดฉลาดไปจริงๆ"
เซี่ยหลิงซินรีบพูด "ฉันรู้แค่นั้นแหละ เธออยากจะพูดอะไร?"
เขาฟังออกว่า วิธีการของฮวาหม่านต้องเกี่ยวกับฝูหลงกานนี่แน่
แส้ไล่ขุนเขาเป็นของที่พันธรัฐสร้างขึ้น สรรพคุณที่บอกก็จำกัดอยู่แค่ความรู้ของพันธรัฐ
ทะเลโกลาหลทางจิตกว้างใหญ่ไพศาล แดนตำนานมีนับไม่ถ้วน
พันธรัฐแม้จะยิ่งใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะรู้แจ้งแทงตลอดไปซะทุกเรื่อง
ฮวาหม่านไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ก็ไม่ได้คิดมาก
เซี่ยหลิงซินให้พูดเธอก็พูด "ฝูหลงกาน กินแล้วตัวเบา ตอนข้าน้อยติดตามเทพราชา เคยเห็นจอมยุทธ์ที่ฝึกวรยุทธ์หลายคน อาศัยดินนี้ฝึกวิชาตัวเบา"
"ร่างกายเลือดเนื้อ ปุถุชนธรรมดา กลับสามารถไต่ผนังเดินบนกำแพง เหยียบน้ำไร้รอย หรือกระทั่งเหาะเหินเดินอากาศได้ ก็เพราะดินนี้"
"แต่ น้อยคนนักจะรู้ว่า ดินนี้ยังมีสรรพคุณวิเศษอีกอย่าง คือใช้ปลูกเลี้ยงหญ้าเซียนสมุนไพรวิญญาณ"
เธอกวาดตามองแปลงสมุนไพร "ข้าน้อยดูแล้ว สมุนไพรวิญญาณหญ้าเซียนที่ปลูกที่นี่ ล้วนใช้ดินนี้ปลูกทั้งสิ้น"
"ถ้าเจ้านายไม่อยากเฝ้าอยู่ที่นี่ ก็แค่เอาฝูหลงกานที่นี่ไปให้หมด"
"ที่ใดมีฝูหลงกาน ที่นั่นก็คือแดนวิญญาณ ก็ย่อมมีนาวิญญาณ"
เซี่ยหลิงซินดีใจมาก "จริงเหรอ?"
"แน่นอนเจ้าค่ะ"
ฮวาหม่านพูดต่อว่า "ฝูหลงกานไม่ใช่ของวิเศษหายากระดับตำนาน แม้จะหายาก แต่ก็พอหาได้ แต่ฝูหลงกานที่มีจำนวนมหาศาลขนาดนี้ เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก"
แววตาเธอไหววูบ "ในสายตาข้าน้อย สำนักราชายานี้น่าจะมีเคล็ดวิชาลับในการเพาะเลี้ยงฝูหลงกาน"
"เพาะเลี้ยงฝูหลงกาน? เพาะยังไง?"
เซี่ยหลิงซินสงสัย "คงไม่ใช่ว่าเลี้ยงมังกรเทพไว้ตัวหนึ่งหรอกนะ?"
เขานึกถึงข้อมูลจากแส้ไล่ขุนเขา —— "ดินวิเศษที่เกิดในที่ที่มังกรจำศีล"
นั่นไม่ใช่เลี้ยงมังกรเทพแล้วจะเรียกว่าอะไร?
ฮวาหม่านมองเขาเงียบๆ
"ไม่จริงน่า?"
เซี่ยหลิงซินตกใจ "ถ้าสำนักราชายามีปัญญาขนาดนั้น..."
เขาพูดไปได้ครึ่งเดียวก็หยุด
นั่นสิ ทำไมสำนักราชายาจะมีปัญญาไม่ได้?
สำนักที่มีคนจริงแค่คนเดียว กลับเป็นสำนักอันดับหนึ่งของเมืองจินกวนได้
ถึงจะบอกว่าเก่งเรื่องปรุงยาก็เถอะ แต่คิดดูดีๆ มันก็ฟังดูแปลกๆ
ถ้าไม่มีไพ่ตายที่แข็งแกร่งจริงๆ แบบนี้ไม่กลายเป็นคนมีสมบัติแต่ไม่มีปัญญาปกป้องหรอกเหรอ?
ต่อให้พวกเขามีเส้นสายในราชสำนัก แต่นั่นก็ต้องมีศักยภาพพอถึงจะเกาะเกี่ยวกันได้
แต่มังกรเทพ...
เคยเห็นอานุภาพของราชามังกรในแดนมรณะวังมังกรมาแล้ว เขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่
อย่าว่าแต่ราชามังกรเลย แค่พยัคฆ์มังกรที่เฝ้าเหวมังกรบรรพกาล ก็เก่งจนน่ากลัวแล้ว
ฮวาหม่านพูดว่า "มังกรเทพ... คงเป็นไปไม่ได้ แต่ฝูหลงกานก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากที่ที่มังกรเทพนอนเสมอไป"
"สายพันธุ์มังกรที่มีเลือดมังกร ก็สามารถบ่มเพาะฝูหลงกานได้เหมือนกัน"
"อืม..."
เซี่ยหลิงซินถูนิ้วไปมา "อันนี้เป็นไปได้..."
"ถ้าอย่างนั้น รอบนี้พวกเราอาจจะต้องเจอกับสายพันธุ์มังกรด้วยงั้นสิ? ท่าจะตึงมือแฮะ..."
มีวั่งไฉกับฮวาหม่านอยู่ ถ้าต้องรับมือกับขอบเขตธรรมจารย์สักคน เขายังพอไหว
แต่สายพันธุ์มังกร...
อะไรที่มีคำว่ามังกร เขาไม่กล้าประมาททั้งนั้น
ฮวาหม่านส่ายหน้า "อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ การบ่มเพาะฝูหลงกาน จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่ต้องใช้เลือดบริสุทธิ์ของสายพันธุ์มังกรจำนวนมากแน่นอน"
"สำนักราชายามีสวนสมุนไพรมากมายขนาดนี้ ต้องใช้ฝูหลงกานไปเท่าไหร่?"
"คนอื่นข้าน้อยไม่รู้ แต่ถ้ามีใครทำกับข้าน้อยแบบนี้ สูบเลือดสูบเนื้อไม่จบไม่สิ้น ข้าน้อยต้องขอสู้ตายกับมันชนิดไม่เผาผีกันไปข้างนึงแน่"
"มีเหตุผล!"
เซี่ยหลิงซินพยักหน้า
จากนั้นก็เผยรอยยิ้มเจิดจ้า เอื้อมมือไปตบไหล่เธอป้าบๆ
"ป้าบ! ป้าบ! ป้าบ!"
"ฮวาหม่านเอ๊ย! เห็นไหมๆ ฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ!"
"เมื่อกี้ฉันแค่ลองใจเธอดู ความจริงฉันรู้หมดแหละ ตอนนี้ เธอผ่านการทดสอบแล้ว!"
"อะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
"..."
มองดูเซี่ยหลิงซินที่หันหลังเดินเข้าแปลงสมุนไพร แล้วเริ่มขุดดินอย่างบ้าคลั่งเหมือนตัวตุ่น ฮวาหม่านพูดไม่ออก
ฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ คนคนนี้ไร้ยางอายสิ้นดี...
เธอยกมือขึ้นแตะไหล่ที่โดนเซี่ยหลิงซินตบโดยไม่รู้ตัว กัดริมฝีปากเบาๆ
"โฮก~!"
พูดจบสักที! ยัยป้าตัวดี! ถึงกับกล่อมเจ้านายจนเคลิ้มได้ขนาดนี้!
วั่งไฉลับเล็บกับพื้น
ไม่ได้การ!
จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!
"โฮก!"
เจ้านาย! วั่งไฉมาช่วยแล้ววว!
ร้องเสียงหวานจ๋อยแล้วกระโดดลงไป สี่เท้าตะกุยดินกระจายว่อน
"เชี่ย! ไอ้หมาเวร! สมุนไพรของอั๊ว!"
แถมยังขุดเอาสมุนไพรติดขึ้นมาด้วยทีละต้น
ทำเอาเซี่ยหลิงซินโกรธจนควันออกหู
"โฮก~"
เสียงร้องโหยหวนของวั่งไฉดังลั่นหุบเขา
ฮวาหม่านส่ายหน้ามองดูหนึ่งคนหนึ่งสัตว์วิ่งไล่ตีกัน แล้วเดินเข้าไปในแปลงสมุนไพร หยิบกล่องหยกออกมา เก็บสมุนไพรทีละต้นใส่ลงไป
กล่องหยกขนาดเท่าฝ่ามือ แต่กลับใส่ของได้ไม่เต็มสักที
พอเซี่ยหลิงซินกลับมา ก็เห็นว่าสมุนไพรในแปลงหายไปเกือบครึ่งแล้ว
"?"
[จบแล้ว]