- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 400 - หนึ่งจิตปิติยินดี
บทที่ 400 - หนึ่งจิตปิติยินดี
บทที่ 400 - หนึ่งจิตปิติยินดี
บทที่ 400 - หนึ่งจิตปิติยินดี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ใช่ นี่คือพี่สะใภ้ของพวกเธอ"
ฮวาเป่าอวี้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ในดวงตาเต็มไปด้วยความสุขที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เซี่ยหลิงซินจู่ๆ ก็นึกถึงบทพูดในละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่ง
ล้นแล้ว ล้นจนจะทะลักออกมาแล้ว...
"พี่รอง พี่มาทำอะไร..."
ฮวาเป่าเจียพูดพลางมองเจ้าสาว "ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วจู่ๆ ก็จะแต่งงาน?"
ฮวาเป่าอวี้สายตาไม่ละจากเจ้าสาวข้างกาย สายตาหวานหยดย้อย ล้นทะลักออกมาเรื่อยๆ...
"ไม่ใช่จู่ๆ หรอก พี่รอวันนี้มานานแล้ว นึกว่าชาตินี้จะไม่มีโอกาสซะอีก คิดไม่ถึงว่าสวรรค์จะประทานโอกาสนี้ให้ พี่จะไม่ยอมพลาดอีกแล้ว"
"นานแล้ว...?"
ฮวาเป่าเจียทำหน้างง
เซี่ยหลิงซินสังเกตเห็นว่าลูกหลานตระกูลฮวาที่เข้ามาที่นี่ก่อนหน้านี้ ต่างก็ทำหน้ายิ้มแย้ม เหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง แต่แกล้งทำเป็นอุบเงียบ
ฮวาเป่ารุ่ยเป็นคนหัวไว สังเกตเห็นเช่นกัน
พอลองคิดดูดีๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที "พี่รอง ท่าน... ท่านนี้... หรือว่าจะเป็น..."
ฮวาเป่าอวี้ยิ้มบางๆ "น้องสามยังหัวไวเหมือนเดิม ถูกต้อง พี่สะใภ้ของนายมีแค่คนเดียวตลอดกาล ไม่เปลี่ยนหรอก"
"นี่..."
ฮวาเป่ารุ่ยรู้สึกเหลือเชื่อ อ้าปากค้าง พูดไม่ออก
"หา?!"
ฮวาเป่าเจียตอนนี้ก็ตั้งสติได้ "พี่รอง! เธอไม่ใช่..."
ฮวาเป่าอวี้ขัดจังหวะเธอ "น้องเป่าเจีย พวกเธอนั่งไปก่อนนะ กินดื่มกันให้เต็มที่ ฤกษ์ดีใกล้จะมาถึงแล้ว พี่กับเหยาเหยาต้องไปกราบไหว้ฟ้าดินกันก่อน"
"นี่เป็นพิธีแต่งงานแบบโบราณ พี่เคยสัญญากับเหยาเหยาไว้ว่าจะจัดงานแต่งงานแบบโบราณให้เธออย่างสมเกียรติ"
พูดจบ ก็ทักทายลูกหลานตระกูลฮวาอีกไม่กี่คำ แล้วประคองเจ้าสาวเดินจากไป
ห้องโถงพิธีอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ มองเห็นได้ชัดเจน
คู่บ่าวสาวอยู่ในห้องโถง ทำตามคำบอกของนายพิธี
"หนึ่งกราบฟ้าดิน ขอบคุณบุพเพสันนิวาส สวรรค์สร้างคู่แท้!"
"สองกราบพ่อแม่ ขอบคุณพระคุณเลี้ยงดู จดจำไว้ในใจ!"
เซี่ยหลิงซินทนไม่ไหว ขยับเข้าไปถาม "เหล่าฮวา นี่มันเรื่องอะไรกัน? พวกคุณบอกว่าจะมาช่วยเขาไม่ใช่เหรอ? ไหงกลายมาเป็นแต่งงานอยู่ที่นี่ซะงั้น?"
"พี่สะใภ้พวกคุณเป็นใครเหรอ? ผมเห็นพวกคุณเหมือนจะรู้จักกันทุกคน?"
เขาอยากกินเผือกจนคอแห้งผากไปหมดแล้ว ต้องขุดคุ้ยให้รู้เรื่องให้ได้
ฮวาเป่ารุ่ยสีหน้าซับซ้อน "พี่เซี่ยเคยถามไม่ใช่เหรอครับ ว่าพี่รองของผมเป็นคนยังไง?"
"เขาเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลฮวาในรอบหลายร้อยปี ในเส้นทางการฝึกตน เขาโดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก เรียนอะไรก็เป็นเร็ว เรียนอะไรก็เก่ง"
"ต่อให้เทียบกับพี่เซี่ย ก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย อายุไม่ถึงสี่สิบ ก็ก้าวเข้าสู่ระดับธรรมจารย์แล้ว! พลังกายเนื้อก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เป็นนักสู้ระดับฉายามานานแล้ว"
ซู้ด~
คุณยกยอผมเกินไปแล้ว
เซี่ยหลิงซินเดาะลิ้นในใจ ถึงเขาจะฝึกตนได้เร็วมาก แต่เขาก็รู้ซึ้งแล้วว่าการฝึกตนเหนือระดับฉายาขึ้นไปมันยากแค่ไหน
ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย เขาก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะก้าวเข้าสู่ระดับธรรมจารย์ได้ก่อนอายุสี่สิบ แถมยังเป็นนักสู้ระดับฉายาไปพร้อมกันด้วย
สมกับที่เป็นอัจฉริยะจากตระกูลขุนนาง
แม้จะถูกเรียกว่าอัจฉริยะเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่าง
เซี่ยหลิงซินไม่ได้รู้สึกท้อแท้
เงื่อนไขมันต่างกัน รากฐานเขาสู้ไม่ได้ ทรัพยากรและพื้นเพก็เทียบตระกูลขุนนางไม่ได้
แต่วันหน้าก็ไม่แน่
เขาเชื่อว่าตัวเองสะสมความรู้ความสามารถมาเรื่อยๆ สักวันต้องแซงหน้าคนพวกนี้ได้แน่
"แต่ว่า พี่รองของผมคนนี้..."
ฮวาเป่ารุ่ยลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "กลับเป็นคนมากรักเกินไป"
หืม? มากรัก?
เซี่ยหลิงซินได้กลิ่นดราม่า รีบคว้าถั่วลิสงทอดบนโต๊ะมากำหนึ่ง
เร่งเร้าว่า "เล่ามา เล่ามา เล่าให้ละเอียดเลย!"
โยนถั่วเข้าปากเม็ดหนึ่ง ก็ขมวดคิ้ว "จิ๊ ถั่วนี่ทำไมจืดชืดจัง?"
"..."
ฮวาเป่ารุ่ยหน้ากระตุก แต่ก็ยังเล่าต่อ:
"ตอนที่พี่รองไปฝึกฝนในแดนตำนานที่ดาวกลาง ได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นก็เก่งเหมือนพี่รอง"
"อายุแค่ยี่สิบกว่าปี ก็เป็นจอมเวทระดับฉายาแล้ว แถมยังเป็นนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงด้วย"
"เดิมที สองคนนี้ก็นับว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก เป็นคู่ที่สวรรค์สร้างมา"
"น่าเสียดาย ที่ผู้หญิงคนนั้นชาติกำเนิดต่ำต้อยเกินไป เธอมาจากตระกูลสาขาที่ห่างไกลของตระกูลเนี่ยนแห่งดาวชิงซาง ไม่นับเป็นตระกูลขุนนางแล้ว อย่างมากก็นับเป็นตระกูลใหญ่"
เซี่ยหลิงซิน: "..."
เขารู้สึกเหมือนโดนด่าแบบงงๆ
ตระกูลสาขาของตระกูลขุนนาง มาจากตระกูลใหญ่ ก็ยังเรียกว่าชาติกำเนิดต่ำต้อย...
แล้วพี่เซี่ยคนนี้จะนับเป็นตัวอะไร?
"ผู้ใหญ่ในตระกูลต่างคัดค้านที่พวกเขาคบกัน พี่เซี่ยอาจจะไม่เข้าใจ เกิดในตระกูลขุนนาง ได้รับสิทธิพิเศษมากมายก็จริง"
"แต่ก็มีกฎระเบียบมากมายนับไม่ถ้วน และหน้าที่ความรับผิดชอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง"
ฮวาเป่ารุ่ยถอนหายใจ "พี่รองอาจจะไม่สนกฎระเบียบ แต่เขาไม่อาจละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบได้"
"การขัดขวางของทางบ้าน ทำให้เขาจำต้องตัดใจจากผู้หญิงคนนั้น แต่..."
"ผมมารู้ทีหลังว่า พี่รองแค่ตัดใจในที่แจ้ง แต่ในที่ลับ เขากลับแอบหมั้นหมายกับผู้หญิงคนนั้น"
"เรื่องหลังจากนั้น ผมไม่ค่อยรู้ละเอียด รู้แค่ว่าพวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ฝึกวิชา เที่ยวเล่น สำรวจแดนตำนานด้วยกัน"
"ในการสำรวจแดนตำนานครั้งหนึ่ง เนี่ยนเหยา... ก็คือคนรักของพี่รองผม ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น... เธอตาย น่าจะตายในอ้อมกอดของพี่รองด้วย"
"พี่รองผมตั้งแต่นั้นมาก็หมดอาลัยตายอยาก ทางบ้านถึงเพิ่งรู้ในตอนนั้นว่าเขาไม่เคยเลิกกับเนี่ยนเหยาเลย"
"แต่ไม่ว่าจะโกรธแค้นหรือเสียใจ ทุกอย่างก็สายไปแล้ว"
"จนกระทั่ง... พี่รองไม่รู้ไปหาคัมภีร์ครึ่งเล่มนั้นมาจากไหน เขาฝึกวิชาอย่างบ้าคลั่ง ศึกษาค้นคว้าคัมภีร์โบราณ"
"ทางบ้านนึกว่าเขาทำใจได้แล้ว ก็ดีใจกันใหญ่ ยอมทุ่มไม่อั้น เชิญปรมาจารย์คัมภีร์จากทั่วสารทิศมาช่วยถอดรหัสคัมภีร์ครึ่งเล่มนั้น"
"เรื่องหลังจากนั้น พี่เซี่ยก็รู้แล้ว พอถอดรหัสคัมภีร์บทนี้ได้ พี่รองก็ไม่สนว่ายังมีปริศนาอีกมากมายที่ยังไขไม่ออก รีบร้อนเข้าไปข้างในทันที"
"ตอนนี้ผมถึงเข้าใจ... ที่แท้เขาก็ทำเพื่อเนี่ยนเหยา"
ฮวาเป่ารุ่ยสายตาซับซ้อนมองไปที่ห้องโถงพิธี
ผู้คนห้อมล้อมคู่บ่าวสาว ทุกคนล้วนมีสีหน้ายินดีปรีดา
"สามีภรรยาคำนับกัน ใจประสานใจ ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ไม่พรากจากกันตลอดไป!"
บ่าวสาวคำนับกัน ความสุขบนใบหน้าฮวาเป่าอวี้ แม้พวกเขาจะอยู่ไกลหน่อย ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจน
"โอ้ย พี่สาม พี่จะไปเล่าเรื่องพวกนี้ให้เขาฟังทำไม? เขาจะไปเข้าใจอะไร?"
ตอนนั้นเองฮวาเป่าเจียก็หันกลับมา "พี่รองตามพี่สะใภ้กลับมาได้มันไม่ดีตรงไหน?"
"ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมตอนนั้นที่บ้านต้องกีดกันพวกเขา?"
เธอพูดอย่างไม่พอใจ "ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ทำให้พี่รองเสียเวลา งานชุมนุมวิจารณ์ธรรมอันดับหนึ่งในใต้หล้าครั้งนั้น พี่รองอาจจะคว้าตำแหน่ง 'อันดับหนึ่งในใต้หล้า' กลับมาให้ตระกูลฮวาเราได้แล้ว"
"ตระกูลฮวาเราก็คงสลัดตำแหน่งรั้งท้ายตระกูลขุนนางทิ้งไปได้นานแล้ว"
"ตอนนี้ก็ดีแล้ว พี่รองตามพี่สะใภ้กลับมาได้... เฮ้ย! นายนี่มันหิวตายอดตายอยากมาจากไหน?! ฉันพูดอยู่นะ!"
ฮวาเป่าเจียพูดๆ อยู่ก็ของขึ้น เพราะเธอเห็นเซี่ยหลิงซินฟุบอยู่กับโต๊ะ เอาแต่กวาดอาหารบนโต๊ะเข้าปากไม่หยุด
เหมือนคนอดข้าวมาสามวัน
เซี่ยหลิงซินเอาแต่กวาดอาหาร ยัดเข้าปาก ไม่สนใจเธอเลย
"กราบฟ้ากราบดินกราบพ่อแม่ สามีภรรยาคำนับกัน เข้าห้องหอ! เสร็จพิธี!"
ตอนนั้นเอง พิธีแต่งงานในห้องโถงก็เสร็จสิ้น
ฮวาเป่าเจียไม่มีเวลามาหาเรื่องเขา ลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น
"นี่ พวกคุณรู้ไหมว่า 'พ่อแม่' ที่เขากราบไหว้นั่นเป็นใคร?"
เซี่ยหลิงซินเคี้ยวอาหารเต็มปาก ถามฮวาเป่ารุ่ยเสียงอู้อี้
ฮวาเป่ารุ่ยมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วส่ายหน้า "ไม่รู้จักครับ"
ฮวาเป่าอวี้มาจากตระกูลฮวา "พ่อแม่" ที่เขากราบไหว้ตอนนี้ ย่อมไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆ ของเขา
แต่เป็นชายชราท่าทางธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ดูเหมือนตาแก่ในหมู่บ้านที่ถูกจับมานั่งเป็นประธานมากกว่า
ฮวาเป่าอวี้กับเจ้าสาวไม่ได้เข้าห้องหอ
แต่เริ่มเดินสายคารวะเหล้าตามโต๊ะ
ไม่นาน ก็วนมาถึงโต๊ะนี้
"น้องเป่าเจีย น้องสาม พี่รู้ว่าพวกเธอมาที่นี่ทำไม"
ฮวาเป่าอวี้ถือแก้วเหล้า ใบหน้าเปี่ยมสุข "ขอบใจพวกเธอนะ แต่พี่อยู่ที่นี่มีความสุขดี คืนนี้พวกเธอกินดื่มให้เต็มที่ พรุ่งนี้ก็กลับไปเถอะ"
ลูกหลานตระกูลฮวาทุกคนตกใจ
ฮวาเป่าเจียยิ่งไม่อยากจะเชื่อ "พี่รอง! พี่จะไม่กลับไปกับพวกเราเหรอ?!"
ฮวาเป่าอวี้หันไปมองเจ้าสาว สายตาหวานเยิ้ม "พี่จะอยู่ที่นี่อยู่กับเหยาเหยา... ชั่วชีวิต ไม่ไปไหนทั้งนั้น"
ฮวาเป่าเจียร้อนใจ หันไปพูดกับเจ้าสาว "พี่สะใภ้! พี่ช่วยพูดกับพี่ชายฉันหน่อยสิ!"
เจ้าสาวยิ้มบางๆ เสียงไพเราะจับใจ "ชีวิตคนเราแสนสั้น ขอเพียงหนึ่งจิตปิติยินดีก็เพียงพอ"
"ฉันกับเป่าอวี้รักใคร่ชอบพอกัน มีความสุขไร้กังวล ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"
"เขาอยู่ที่ไหน ฉันก็อยู่ที่นั่น"
"เธอ... พวกเธอ... โอ๊ย!"
ฮวาเป่าเจียร้อนใจจนกระทืบเท้า มองคนนั้นทีคนนี้ที
แต่สายตาของฮวาเป่าอวี้ไม่เคยละไปจากเนี่ยนเหยาเลย เต็มตื้นไปด้วยความรัก ล้นทะลักออกมาจริงๆ
เนี่ยนเหยาแม้จะมีผ้าคลุมหน้าปิดอยู่ แต่ก็ทำให้คนรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนดุจสายน้ำ ที่พันผูกอยู่รอบกายฮวาเป่าอวี้
"นาย!"
ฮวาเป่าเจียจู่ๆ ก็คว้าตัวเซี่ยหลิงซินที่กำลังกวาดกับข้าวบนโต๊ะอยู่ "นายเลิกกินได้แล้ว! นายปากเก่งไม่ใช่เหรอ? นายรีบช่วยฉันพูดหน่อยสิ!"
เธอก็เข้าตาจนแล้ว คว้าฟางเส้นสุดท้ายได้ก็ไม่ยอมปล่อย
ถ้าฮวาเป่าอวี้อยู่ที่นี่ตลอดไป อย่าพูดถึงว่าตระกูลฮวาจะเสียหายแค่ไหน ตัวเธอเองก็ทำใจไม่ได้เด็ดขาด
"โอ้ย! ยังจะกินอีก! ขอนายช่วยเกลี้ยกล่อมพี่ชายฉัน ต่อไป... ต่อไป... ฉันจะไม่ด่านาย จะไม่หาเรื่องนายแล้ว นายให้ฉันทำอะไรฉันก็ยอม!"
ฮวาเป่าอวี้ส่ายหน้า ยิ้มว่า "น้องเป่าเจีย ไม่ต้องเกลี้ยกล่อมแล้ว และไม่ต้องไปลำบากเพื่อนคนนี้ด้วย พี่ตัดสินใจแล้ว"
พูดจบ ก็ชูแก้วให้เซี่ยหลิงซิน "สหายท่านนี้ แม้เราจะไม่รู้จักกัน แต่ก็ต้องขอบคุณที่มาร่วมงานแต่งงานของผม เป่าอวี้ขอดื่มให้คุณ"
เซี่ยหลิงซินปัดมือเช็ดปาก หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาอย่างทุลักทุเล
แต่ไม่ได้ดื่ม
เขามองไปที่เจ้าสาวข้างๆ "เจ้าบ่าว ผมขอคุยกับเจ้าสาวสักสองคำได้ไหม?"
ฮวาเป่าอวี้ยิ้ม "ย่อมได้"
เซี่ยหลิงซินยิ้มมองเนี่ยนเหยา "สรรพสิ่งที่มีรูป ล้วนเหมือนความฝันมายา ฟองคลื่น เงาภาพ ความปิติยินดีเดิมทีไม่ยั่งยืน เหมือนน้ำค้างยามเช้าที่เหือดแห้งง่าย เหมือนเมฆยามเย็นที่สลายตัวเร็ว"
"เจ้าสาวครับ ที่คุณบอกว่าหนึ่งจิตปิติยินดี ก็ไม่ต้องการอะไรอีก ผมก็ไม่คัดค้านหรอกนะ"
"แต่คุณจะเอาของปลอมจืดชืดพวกนี้มาหลอกคนไม่ได้นะ?"
เขากระดกเหล้าในแก้วรวดเดียวหมด ทำหน้าขยะแขยง "น้ำเปล่ายังอร่อยกว่านี้อีก คุณจะให้คนเขาปิติยินดีลงได้ยังไง?"
[จบแล้ว]