- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 330 - โกหกมันไม่ดี
บทที่ 330 - โกหกมันไม่ดี
บทที่ 330 - โกหกมันไม่ดี
บทที่ 330 - โกหกมันไม่ดี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เซี่ยหลิงซินไม่สนใจเสียงโหยหวนของเขา
ก็แค่เสียงเห่าหอนของหมาขี้แพ้
"ทัณฑ์ทรมานแม่น้ำเลือด คุณได้ลิ้มรสแล้ว"
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ ผมถามอะไร คุณก็ตอบมาให้ดีที่สุด"
"อ๊ากกกกก!"
เสียงร้องโหยหวนของจินชื่อป้อไห่ไม่เคยหยุดลงเลย
แต่พอเซี่ยหลิงซินพูดประโยคนี้จบ เสียงกลับเงียบกริบ
"ฮือ... ฮือ..."
ในลำคอยังคงส่งเสียงดังฟืดฟาดเหมือนเครื่องเป่าลม
เห็นได้ชัดว่าความเจ็บปวดในแม่น้ำเลือดยังคงกัดกินเขาอยู่ทุกวินาที
"เซี่ยหลิงซิน..."
"ข้ารู้ว่าแกอยากถามอะไร..."
"หึหึหึ... ฮือๆ..."
"แกตัดใจซะเถอะ หลายคนรู้เรื่อง 'สละกายเป็นไอธรรม' แต่ไม่มีใครยอมบอกแกหรอก และไม่กล้าบอกด้วย!"
"ต่อให้เป็นคนที่แกคิดว่าสนิทชิดเชื้อ ก็ไม่มีทางบอกแกเด็ดขาด!"
"แกรู้ไหมว่าทำไม เพราะทุกคนย่อมเลือกทางที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองที่สุด!"
"ชะตากรรมของพ่อแกถูกกำหนดไว้แล้ว! ส่วนแก ทางที่ดีที่สุดคือไม่รู้อะไรเลย!"
"มีแค่แบบนี้ พวกเขาถึงจะสวมบทบาทเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นเพื่อน อยู่ข้างกายแกได้อย่างสบายใจ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
"เซี่ยหลิงซิน แกมันน่าสมเพชจริงๆ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ฮือ—ฮือ! อ๊าก...!"
จินชื่อป้อไห่หัวเราะไป พลางคำรามด้วยความเจ็บปวดไป
สีหน้าของเซี่ยหลิงซินเรียบเฉย
ถ้าจะบอกว่าคำพูดของจินชื่อป้อไห่ไม่กระทบกระเทือนใจเขาเลย ก็คงเป็นไปไม่ได้
แต่เขาก็ไม่ใช่คนหูเบา ฟังความข้างเดียว ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด
ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง เขาต้องรู้ให้ได้ก่อนถึงจะตัดสินใจได้
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นคุณก็จงเสวยสุขอยู่ที่นี่ให้เต็มที่เถอะ"
เซี่ยหลิงซินพูดเสียงเรียบ "ในพระสูตรกล่าวว่า พญานกครุฑปีกทอง ใช้ปีกซ้ายขวาตีน้ำทะเล แหวกออกเพื่อจิกกินพญามังกรเป็นอาหารได้ตามใจชอบ"
"ชื่อของคุณ คงมาจากตำนานนี้สินะ"
"คุณเรียกตัวเองว่าพระดูท่าจะรู้เรื่องพุทธธรรมอยู่บ้าง งั้นไม่ทราบว่าเคยได้ยินเรื่องนรกไหม"
"ที่นี่ คือที่ที่จำลองมาจากนรกบ่อเลือดในตำนาน"
"เลือดบาปไร้ขอบเขตหลอมรวมกัน ยิ่งบาปหนา กรรมหนัก ระดับน้ำในแม่น้ำเลือดก็ยิ่งสูง วิญญาณจะต้องแช่อยู่ในน้ำเลือดชั่วกัลปาวสาน"
"จะเหมือนกับกายเนื้อ เน่าเปื่อย เป็นหนอง วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีวันสิ้นสุด รับความเจ็บปวดทรมานไม่รู้จบ แต่คุณจะไม่ตาย ไม่มีวันตาย"
"ตบะของคุณ จะถูกลอกออกไปทีละน้อย กลายเป็นภูตผีปีศาจในที่แห่งนี้ คอยโบยตีทรมานคุณทั้งวันทั้งคืน ไม่หยุดหย่อน"
"คุณจะได้รับรู้รสชาติของคำว่า 'กรรมตามสนอง' อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ทุกวินาที ตลอดไปชั่วกัลป์"
"อีกสักพักผมจะมาเยี่ยมใหม่ หวังว่ากระดูกคุณจะแข็งพอนะ"
"อ๊ากกกกกก! เซี่ยหลิงซิน! ไอ้เด็กนรก! แกจะต้องเสียใจ!"
"แกจะต้องตายไม่ดีแน่!"
ท่ามกลางเสียงคำรามสาปแช่งของจินชื่อป้อไห่ เซี่ยหลิงซินได้ออกจากที่นั่นมาแล้ว
เขาไม่มีเจตนาจะตอแยต่อ ไม่มีประโยชน์
คนอย่างจินชื่อป้อไห่ ไม่ยอมจำนนหรือหวาดกลัวง่ายๆ หรอก
ไม่อย่างนั้นคงฝึกฝนมาไม่ถึงระดับนี้
คำถามสองข้อที่เขาตั้งใจจะถาม ข้อหนึ่งคือ "สละกายเป็นไอธรรม" อีกข้อคือเรื่องเกี่ยวกับ "เหลยโจว"
จากคำพูดก่อนหน้านี้ของจินชื่อป้อไห่ เหลยโจวจะต้องกำลังเผชิญ หรือกำลังจะเผชิญกับวิกฤตบางอย่างแน่นอน
ตอนนี้ถามได้แค่ข้อเดียว แถมยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน
ลืมตาขึ้น
ก็เห็นอิ่งถูและหานซานหู่กลับมาแล้ว กำลังยืนพิงประตูรออยู่ด้านนอก
พอเห็นเขาลืมตา ก็รีบเดินเข้ามา
"โฮก~!"
ยังมีวั่งไฉ กระโดดแผล็บขึ้นมาบนโต๊ะข้างๆ เซี่ยหลิงซิน
เงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจเพื่อขอความดีความชอบ
"โฮก โฮก!"
เจ้านาย เรียบร้อยแล้ว!
อิ่งถูรายงาน "เขี้ยวเล็บของตระกูลจินในเหลยโจว ทั้งหมดสามร้อยหกสิบเจ็ดคน ถูกกำจัดหมดแล้วครับ ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว!"
ใบหน้าเขายังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ "โชคดีที่คุณคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ให้ตัว... ท่านนี้ตามไปด้วย"
เขามองไปทางวั่งไฉ แล้วพูดต่อ "ตระกูลจินสมกับเป็นตระกูลขุนนาง นอกจากจินชื่อป้อไห่แล้ว ในที่ลับยังมีระดับฉายาอยู่อีกตั้งสี่คน!"
"ถ้าไม่มีท่านนี้กับนักพรตชิงอวิ๋นแห่งบู๊ตึ๊งช่วย พวกเราคงทำงานพลาดแน่"
เซี่ยหลิงซินคว้าคอวั่งไฉขึ้นมา แล้วขยี้ขนเล่น
"ทำได้ดีมาก"
"โฮก!"
วั่งไฉเอียงคออย่างภาคภูมิใจและเพลิดเพลิน
"รางวัลของแก"
เซี่ยหลิงซินโยนพุทราหยกให้เม็ดหนึ่ง
วั่งไฉไม่มีภูมิต้านทานของสิ่งนี้เลย ร้องโฮกกระโดดงับ แล้วคาบวิ่งไปนอนแทะย่อยอาหารที่มุมหนึ่ง
ทุกคนเห็นดังนั้น แววตาก็เป็นประกาย
ของวิเศษที่ไม่เคยเห็นอีกแล้ว
"พี่อิ่งถู พี่หาน พวกพี่ก็ลำบากแล้ว"
เขาหยิบแจกันทิพย์ออกมาอีกครั้ง เอาขวดเก็บวิญญาณที่เตรียมไว้ออกมา แบ่งน้ำทิพย์ให้คนละหยด
ทั้งสองลังเลเล็กน้อย
ลินอู๋อีกล่าวว่า "รับไว้เถอะ พวกนายสมควรได้"
ความล้ำค่าของของสิ่งนี้พวกเขาลองมาแล้วเมื่อครู่
ไม่ใช่แค่ยาศักดิ์สิทธิ์รักษาอาการบาดเจ็บ แต่ยังช่วยเพิ่มพลังกายเนื้อได้อย่างมหาศาล
ขนาดพวกเขาระดับฉายายังได้ผลขนาดนี้ นับประสาอะไรกับสองคนนี้
ทั้งสองถึงได้รับไว้
แม้พวกเขาจะไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน แต่การกระทำของเซี่ยหลิงซินก็ทำให้พวกเขารู้สึกดีมาก
เซี่ยหลิงซินถึงถามว่า "พี่อิ่งถู ศพของจินชื่อป้อไห่ล่ะครับ"
เขาฆ่าแค่กายเนรมิต (ร่างเจตภูต) ของจินชื่อป้อไห่ สิ่งที่จับมามีแค่วิญญาณ
อิ่งถูตอบ "วางใจเถอะครับ จัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่เหลือร่องรอย"
เซี่ยหลิงซินถอนหายใจ "ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่นัดเขาไปในถ้ำสวรรค์ได้"
"ถ้าไม่ใช่กายเนรมิต แต่เป็นกายเนื้อของเขามาเอง พวกเราอาจทำไม่สำเร็จ"
ความแข็งแกร่งของว่าที่ปรมาจารย์ เกินความคาดหมายของเขา
ถ้าจินชื่อป้อไห่มาด้วยร่างจริง เกรงว่าต่อให้พวกเขาทำสำเร็จ ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม
ลินอู๋อีส่ายหน้า "เรียกว่าโชคช่วยไม่ได้หรอก ทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของเธอ"
"การลงมือในแดนตำนาน ก็เป็นแผนของเธอ"
"การคำนวณของเธอ ความหยิ่งยโสของเขา ความแข็งแกร่งของพวกเรา ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็ไม่มีทางสำเร็จ"
เซี่ยหลิงซินไม่ติดใจเรื่องนี้ต่อ "พี่ลิน พวกคุณจะเอายังไงต่อครับ"
ทั้งสี่คนมองหน้ากัน
ลินอู๋อีตอบ "ธุระที่นี่จบแล้ว พวกเราก็คงต้องไปแล้ว"
เซี่ยหลิงซินถาม "ทางฝั่งพี่สาวผมมีเรื่องอะไรรึเปล่า"
ซางหลีหลียิ้มหวาน "เธอไม่ต้องห่วงหรอก ระดับท่านแม่ทัพ ใครจะไปทำอะไรท่านได้"
"ก็ได้ครับ แต่ว่า..."
เซี่ยหลิงซินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบไม้เท้าจินอู๋ออกมา
"พวกคุณช่วยเอาเจ้านี่ไปให้พี่สาวผมหน่อย"
ความจริงอานุภาพของไม้เท้าจินอู๋ยังมีมากกว่านี้ ด้วยระดับพลังของเขา ดึงออกมาใช้ได้ไม่หมด
ครั้งนี้ที่สู้กับจินชื่อป้อไห่ไม่ได้ใช้ เพราะมันไร้ประโยชน์จริงๆ
ของสิ่งนี้ทางที่ดีควรให้นักสู้ใช้
หรือกระทั่งนักสู้ระดับปรมาจารย์ถึงจะแสดงอานุภาพได้เต็มที่
กับจินซู เขาเป็นฝ่ายรับมาตลอด รวมถึงครั้งนี้ด้วย
ตอนนี้ในที่สุดก็มีความสามารถ และมีโอกาสแล้ว
เขาย่อมอยากจะตอบแทนบ้าง
คนอื่นไม่เคยเห็นของสิ่งนี้ แต่อิ่งถูและหานซานหู่เคยเห็นอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของไม้เท้าจินอู๋มาแล้วตอนจัดการมลภาวะเขตตะวันตก
อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อสายตา
ของแบบนี้นายก็ยังตัดใจให้ได้เหรอ?!
เซี่ยหลิงซินกลับทำหน้าเสียดาย "ความจริงยังมีของวิเศษที่เหมาะกับพี่สาวมากกว่านี้ แต่เวลาไม่พอ เลยต้องเอาอันนี้แก้ขัดไปก่อน"
"..."
นายมีความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับ "ของวิเศษ" รึเปล่า
คนมีความสามารถนี่มันจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้จริงๆ เหรอ
ลินอู๋อีรับไม้เท้าจินอู๋ไปเงียบๆ "พวกเราจะส่งต่อให้ แต่ท่านแม่ทัพจะรับไหม นั่นก็ไม่รู้แล้วนะ"
"ไม่เป็นไรๆ คุณก็บอกพี่สาวไปว่า ถ้าไม่เอาก็ทิ้งไปซะ"
"...ได้ งั้นพวกเราไม่รบกวนแล้ว"
"นี่ ไอ้คนน่ารำคาญ พวกเราไปล่ะนะ เจอกันคราวหน้า ฉันจะไม่ยอมให้นายตบหน้าได้อีกแน่! เชอะ!"
อวี้เสียยังคงผูกใจเจ็บกับเรื่องที่โดนตบหน้าสองฉาด
สะบัดหน้าหนี เดินจากไปทันที
หลินหลางพยักหน้าให้เขาอย่างอ่อนโยนเอียงอาย แล้วพูดเสียงเบา "รักษาตัวด้วย"
ซางหลีหลียิ้มหวาน "น้องชาย หวังว่าเจอกันคราวหน้า จะเป็นในสนามรบนะ"
หมายความว่าไง
เซี่ยหลิงซินงงเต็ก
"ลาล่ะ!"
อิ่งถูและหานซานหู่ก็ขอตัวลา
ไม่นาน บ้านเดี่ยวหลังเล็กที่คึกคักมานานกว่าหนึ่งเดือนก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบดังเดิม
เซี่ยหลิงซินมองไปรอบๆ เดาะลิ้นเบาๆ
ทำไมรู้สึกหนาวๆ พิกล
หรือนี่คือความหนาวเหน็บของความว่างเปล่าเหงาหงอย?
"โฮก~~!"
ตอนนั้นเอง วั่งไฉก็เห่าหอนขึ้นมา
เสียงดัดจริตมาก
เจ้านาย! ข้าเก่งขึ้นอีกแล้ว!
วั่งไฉกระโดดโลดเต้นวิ่งเข้ามา
"โฮก?"
คนล่ะ?
"ไปหมดแล้ว"
"งื้ด..."
วั่งไฉดูหงอยลงทันที มันค่อนข้างชอบความคึกคัก
เซี่ยหลิงซินโยนระฆังอาญายมโลกแม่น้ำเลือดไปให้
"เอานี่ไปห้อยคอซะ"
"โฮก!"
ของวิเศษ?!
วั่งไฉดีใจสุดขีด
เซี่ยหลิงซินกลับกำลังครุ่นคิด
ตอนแรกที่เขาคิดจะทำระฆังใบนี้ ก็เพราะอยากทำกระดิ่งห้อยคอให้มันนั่นแหละ
เทพเจ้าดูแลงานยมโลก ถือเป็นเรื่องถูกต้องตามครรลอง
แต่ว่า วั่งไฉเป็นเทพเจ้าที่เขาแต่งตั้งตอนเพิ่งเริ่มบำเพ็ญเพียร ตำแหน่งเทพต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
ตอนนี้เขาอยู่ระดับฉายาแล้ว
บางทีอาจจะลองศึกษาดูว่า จะเลื่อนตำแหน่งเทพให้วั่งไฉได้ไหม...
เขาไม่โลภมากหรอก ให้กลับไปเป็นตำแหน่งเดิม "เจ้าพ่อเขา" ก็ได้ ไม่รังเกียจ
ถ้าได้เป็นท่านเจ้าพ่อหลักเมืองก็ยิ่งดี ไม่เกี่ยงว่าตำแหน่งใหญ่เกินไปหรอก!
...
กลางดึก
ยานอวกาศลำหนึ่งบินออกจากดาวแดนบูรพา
"พี่ลิน ร่องรอยที่คุณให้พวกเราทิ้งไว้ อีกไม่กี่วันคนของตระกูลจินคง 'ตามสืบ' มาเจอแล้ว"
อิ่งถูพูดขึ้น
ลินอู๋อีพยักหน้า "ดี"
หานซานหู่ที่เงียบมาตลอดจู่ๆ ก็พูดขึ้น "โกหกคน... มันไม่ดี"
"..."
ทุกคนเงียบกริบเพราะคำพูดเขา
อิ่งถูด่า "แกหุบปากไปเลย!"
ซางหลีหลีพูดอย่างกังวล "ท่านแม่ทัพให้พวกเราชักนำความสนใจของตระกูลจินไปที่กองทัพวิหคทมิฬ เกรงว่าวันข้างหน้าคงวุ่นวายไม่จบสิ้น"
"ท่านแม่ทัพล่วงเกินตระกูลขุนนางไปไม่น้อยอยู่แล้ว ตอนนี้เพิ่มตระกูลจินเข้าไปอีก ฉันกลัวว่า..."
อวี้เสียแค่นเสียง "กลัวอะไร กองทัพวิหคทมิฬเราเคยกลัวใครที่ไหน ตระกูลขุนนางสายทหารในดาวหนานหลีตั้งเยอะแยะ ยังโดนท่านแม่ทัพเล่นงานจนหน้ามอมแมม ไม่กล้าตดสักแอะ?"
ซางหลีหลีส่ายหน้า ไม่พูดต่อ
มันไม่เหมือนกัน
ตระกูลขุนนางสายทหารในดาวหนานหลีติดหนี้บุญคุณท่านแม่ทัพ
พวกตระกูลขุนนาง อย่างน้อยก็ต้องรักษาหน้าตาบ้าง
แต่ตระกูลจินกับกองทัพวิหคทมิฬมีแต่ความบาดหมาง ไม่มีบุญคุณ
ความแค้นเก่าบวกความแค้นใหม่...
ช่างเถอะ มาทัพก็รับ มาศึกก็รบ!
...
วันรุ่งขึ้น
ประตูป้อมห้องผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
ลู่หวานเดินดุ่มๆ เข้ามา "เซี่ยงจ้งหยวน จินชื่อป้อไห่ตายแล้ว!"
เซี่ยงจ้งหยวนสายตาคมกริบ ลุกขึ้นยืน
"คุณว่าไงนะ"
[จบแล้ว]