- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 290 - การถ่ายทอดวิชา
บทที่ 290 - การถ่ายทอดวิชา
บทที่ 290 - การถ่ายทอดวิชา
บทที่ 290 - การถ่ายทอดวิชา
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ตรงกลางศาลบรรพชนตระกูลเซี่ย เป็นที่ตั้งของป้ายวิญญาณ
หน้าป้ายวิญญาณ มีโต๊ะบูชาตั้งอยู่
ตามกฎแล้ว ตำแหน่งหน้าโต๊ะบูชา เป็นที่นั่งของหัวหน้าตระกูล
สองข้างของศาลเจ้า เป็นที่นั่งของผู้อาวุโสผู้ทรงคุณวุฒิ
ตอนนี้เซี่ยหลิงซินนั่งอยู่บนตำแหน่งหน้าโต๊ะบูชา
เดิมทีนี่เป็นที่ของเซี่ยเหล่ากวา แต่ตอนนี้ ต่อให้ตีให้ตายเขาก็ไม่กล้านั่ง
หนึ่งคือไม่กล้า สองคือไม่อยาก
เขารู้ดีว่า มีแต่เซี่ยหลิงซินนั่งตรงนี้ ตระกูลเซี่ยถึงจะมีอนาคต!
เขาอาจจะโลภ แต่เรื่องความอยู่รอดของตระกูลเซี่ย เขาทำเต็มที่
ถ้าไม่มีความพยายามของเขาตลอดหลายปีมานี้ ตระกูลเซี่ยอย่าว่าแต่ความสามัคคีเลย จะหาคนแซ่เซี่ยให้ครบยังยาก
ดังนั้น เมื่อครู่นี้ เขาจึงคะยั้นคะยอให้เซี่ยหลิงซินนั่งลงตรงนี้ให้ได้
ส่วนเขาและผู้อาวุโสคนอื่นๆ นั่งขนาบข้าง
เฉินหลิงกวน เจ้าปลาไหลเหล็ก และเด็กรุ่นหลังที่เซี่ยเหล่ากวาคัดเลือกมา
ดูไปดูมา ก็พอจะเป็นรูปเป็นร่างเหมือนตระกูลขึ้นมาบ้าง
แม้จะดูเล็กจ้อยน่าสงสาร
เซี่ยหลิงซินกวาดตามอง "เด็กรุ่นหลังผู้โดดเด่น" ไม่กี่คนนี้
ในใจอดถอนหายใจไม่ได้
มีแค่สองคนที่เคยฝึกวิชา หนึ่งคือเฉินหลิงกวน ที่ได้อานิสงส์จากตระกูลเฉิน
ตอนนี้ยืนทำหน้าบูดบึ้ง ไม่พอใจอยู่ตรงนั้น
เหตุผลเดียวที่เซี่ยหลิงซินยังยอมรับเขาได้ คือเขายังยอมฟังคำสั่ง และยังยอมคุกเข่าให้บรรพชนตระกูลเซี่ย
อีกคนคือเจ้าปลาไหลเหล็ก ความจริงเขาชื่อเซี่ยชิว
เป็นนักเลงในแก๊งท้องถิ่น พอมีพื้นฐานวรยุทธ์สายกายเนื้ออยู่บ้าง วิชาหมัดมวยงูๆ ปลาๆ
อายุยี่สิบกว่าแล้ว กายเนื้อด่านหนึ่งยังไม่ผ่าน
ที่เหลืออีกเจ็ดแปดคน เขาขี้เกียจนับ
แต่อายุน้อยที่สุดก็สิบแปดปีเข้าไปแล้ว แก่กว่าเขาอีก
ถอนหายใจเฮือกใหญ่
หัวใจที่พองโตของเซี่ยเหล่ากวาก็ฟีบลงทันที
ได้ยินเซี่ยหลิงซินถาม "เฉินหลิงกวน นายไม่ได้ฝึกวิชาสายฟ้าเมฆาเหรอ?"
เฉินหลิงกวนไม่รู้ว่าเขาถามทำไม แต่ก็อดดูถูกไม่ได้ว่าบ้านนอก "พูดง่ายจัง นายรู้ไหมว่าสายฟ้าเมฆาคืออะไร? มันฝึกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ทั้งตระกูลเฉินมีคนฝึกสำเร็จไม่กี่คน แถมต่อให้ฝึกสำเร็จ ยังต้องใช้พลังแห่งตำนานมาเปลี่ยนสภาพอีก นี่มันแผนภาพนิมิตระดับสิบทิศนะเว้ย!"
เซี่ยหลิงซินไม่พูดมาก มือแอบทำมุทราสายฟ้าทิศซุน (ลม) จิตสั่งการ
"เปรี้ยง!"
เสียงฟ้าผ่ากัมปนาท พื้นดินตรงหน้าเฉินหลิงกวนระเบิดเป็นหลุมขนาดเท่าชาม
พลังทำลายของสายฟ้าเมฆา รุนแรงกว่าสายฟ้าหยินมาก
แน่นอน หมายถึงพลังทำลายทางกายภาพ
"สายฟ้าเมฆา?!"
เฉินหลิงกวนตกใจจนเอ๋อ
เขาทำได้ยังไง? เขาเอาอะไรมาทำได้?!
เซี่ยหลิงซินก้มลงปัดฝุ่นที่แขนเสื้อ ในสายตาคนอื่น ดูลึกลับน่าเกรงขามสุดๆ
เซี่ยเหล่ากวาและคนอื่นไม่เคยเห็นอิทธิฤทธิ์แบบนี้มาก่อน ต่างตกตะลึง แล้วก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เจ้าปลาไหลเหล็กก็อึ้ง
หัวหน้าแก๊งของเขายังไม่มีปัญญาทำได้ขนาดนี้เลย!
เซี่ยหลิงซินเห็นดังนั้น ก็ถือว่าคุ้มค่าที่เขาใช้พลังแห่งตำนานระดับสิบทิศสองเส้นสุดท้ายไปกับสายฟ้าเมฆาและเพลิงกัลป์
พลังทั้งสามสายนี้ ยังไงก็ต้องเปลี่ยนสภาพอยู่แล้ว ไม่เสียดายหรอก
"นะ นาย ทำไม..."
เฉินหลิงกวนอึ้งจนพูดไม่ออก
เซี่ยหลิงซินถาม "นายคิดว่านายมีโอกาสฝึกสำเร็จไหม?"
เฉินหลิงกวนอ้าปากพะงาบๆ
ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น เฉินอวิ๋นเทาก็ถ่ายทอด 'พิธีบูชากลองสวรรค์เมฆาอัสนี' ให้เขา
แต่เขารู้ดีว่า ไม่ใช่เพราะเขาเก่งกาจอะไร
แต่เป็นเพราะเห็นแก่หน้าพ่อแท้ๆ ของเขา และ... เขาต้องยอมรับว่า เกี่ยวข้องกับเซี่ยหลิงซินที่อยู่ตรงหน้านี้ด้วย
แต่จะฝึกให้สำเร็จ มันไม่ง่าย
ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ และวาสนา
ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นปีศาจแบบเซี่ยหลิงซิน!
สายฟ้าหยินของสำนักบู๊ตึ๊งที่ไม่มีใครฝึกสำเร็จมาหลายสิบปีเขาก็ฝึกได้ ตอนนี้สายฟ้าเมฆาเขาก็ทำได้อีก!
เซี่ยหลิงซินเห็นเขาเงียบ ก็รู้คำตอบ พูดตรงประเด็น "ฉันจะถ่ายทอดวิชาวรยุทธ์ระดับสิบทิศให้อีกวิชา"
"อะไรนะ?!"
เฉินหลิงกวนสงสัยว่าหูฝาด
วิชาระดับสิบทิศ นายคิดว่าเป็นผักกาดขาวรึไง?
หรือว่า... ตอนเซี่ยหลิงซินเป็นอ๋องจิ่งในต้าโจว เขาใช้อำนาจกอบโกยของดีมาได้จริงๆ?
พอคิดถึงความเป็นไปได้นี้ หัวใจก็ร้อนรุ่มขึ้นมาทันที
"นะ นายพูดจริงเหรอ?"
เซี่ยหลิงซินตอบ "เคล็ดวิชาโลหิตร้อยสมรภูมิ นายคงเคยได้ยิน?"
"วิชาพื้นฐานของกองทัพเสินเช่อ?!"
เฉินหลิงกวนอุทาน
เขาต้องรู้อยู่แล้ว!
เซี่ยหลิงซินพยักหน้า "รู้ก็ดี วิชานี้ไม่มีเงื่อนไขยุ่งยาก ขอแค่ตั้งใจฝึก ก็สำเร็จแน่นอน ส่วนทรัพยากร..."
"นายเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลเฉินนี่นา คงไม่ขาดแคลน แต่ว่า..."
"แต่อะไร!?"
เฉินหลิงกวนรู้ว่ามันต้องไม่ง่าย!
แต่ถ้ามีโอกาสได้เรียนวิชาระดับสิบทิศ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็คุ้ม!
ขนาดตระกูลเฉินยังมีแผนภาพนิมิตระดับสิบทิศแค่วิชาเดียว!
เซี่ยหลิงซินมองไปทางเจ้าปลาไหลเหล็กและคนอื่นๆ "หลังจากนายเรียนเป็นแล้ว นายต้องรับผิดชอบสอนพวกนี้ แล้วต้องรับประกันว่าพวกเขาต้องเรียนเป็นด้วย"
วิชาของเขา ส่วนใหญ่ได้มาจากแดนตำนาน ไม่ได้อยู่ในสารบบวิชาของพันธรัฐ เอามาใช้เป็นวิชาสืบทอดในตระกูล ไม่ผิดกฎหมาย ใครก็มายุ่งไม่ได้
"เคล็ดวิชาโลหิตร้อยสมรภูมิ" เขาอยู่ในต้าโจวมานาน รู้ที่มาที่ไปของวิชานี้ดี
หนึ่งในสองสุดยอดวิชาที่ทหารกล้าแห่งตำหนักเทียนเช่อฝึกฝนในอดีต!
เลือดชโลมสมรภูมิปราณดั่งรุ้ง แสงดาบเงากระบี่เกราะเหล็กหนาว!
สองวรรคนี้ วรรคแรกหมายถึง "เคล็ดวิชาโลหิตร้อยสมรภูมิ"!
เดิมเป็นวิชาฝึกรากฐานของทหารในตำหนักเทียนเช่อ
วรรคหลังหมายถึงวิชา "ปราณเพชรแท้หลอมเหล็กไหล"
วิชาโลหิตถูกกองทัพเสินเช่อเอาไป ส่วนวิชาหลังสาบสูญไปนานแล้ว
"นายไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?"
เฉินหลิงกวนตาโต
เจ้าปลาไหลเหล็กก็ไม่อยากจะเชื่อ
เซี่ยเหล่ากวาและคนอื่นแม้จะดีใจ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าวิชาระดับสิบทิศหมายถึงอะไร
แต่เจ้าปลาไหลเหล็กเคยได้ยินในแก๊ง
นี่เป็นของที่หัวหน้าแก๊งของเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง!
ตระกูลใหญ่ในเมือง ที่ยืนหยัดอยู่ได้ ก็เพราะมีวิชาระดับสิบทิศไม่ใช่เหรอ?
ของแบบนี้ เซี่ยหลิงซินมีไว้ในครอบครองก็น่าตกใจพอแล้ว นี่จะเอามาถ่ายทอดให้คนในตระกูลอีก?
เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเซี่ยหลิงซินขี้โม้!
เฉินหลิงกวนพูดขึ้น "ต่อให้ฉันตกลง แต่การฝึกวิชาต้องใช้ทรัพยากรมากขนาดไหน นายก็รู้"
"นายคิดว่าพวกเขาจะมีปัญญาจ่ายเหรอ?"
"ฉันจ่ายเอง!"
เซี่ยเหล่ากวาลุกพรวดขึ้นมา สีหน้าเร่งร้อน
"ต้องใช้เงินเท่าไหร่ฉันจ่ายเอง!"
เฉินหลิงกวนยิ้มเยาะ "เซี่ยเหล่ากวา แกจะมีเงินสักเท่าไหร่? คิดว่าเงินที่แกเม้มมาจากโครงการเวนคืนที่ดินมันเยอะนักเหรอ? เอามาใช้ฝึกวิชา ขนหน้าแข้งยังไม่ร่วงด้วยซ้ำ!"
"ฉะ ฉันขายบ้านหมด รวมๆ แล้วก็น่าจะได้สักหลายสิบล้าน พอไหม?"
เซี่ยเหล่ากวามองอย่างคาดหวังและกังวล
เฉินหลิงกวนมองเขาอย่างแปลกใจ "แกเม้มไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"
เซี่ยหลิงซินถึงกับหน้ากระตุก
เขารู้สึกเศร้าใจนิดๆ
ตัวเองเหนื่อยแทบตาย เปิดสูตรโกงสารพัด ตอนนี้มีเงินแค่ไม่กี่สิบล้าน
ไอ้แก่เซี่ยเหล่ากวานี่ เงียบๆ ติ๋มๆ แต่สะสมเงินทองไว้เพียบ!
เซี่ยเหล่ากวายิ้มเจื่อนๆ "ไม่ใช่ของฉันคนเดียว เป็นของกองกลางตระกูลเซี่ย"
เซี่ยหลิงซินถาม "เซี่ยเหล่ากวา ทั้งชีวิตคุณคงมีเงินแค่นี้ คุณยอมเอาออกมาให้พวกนี้ใช้จริงๆ เหรอ?"
เซี่ยเหล่ากวาพยักหน้ารัวๆ "ยอมสิ ยอม! ไม่ใช่แค่ฉัน พวกเขาก็ยอม!"
เขาชี้ไปที่ผู้อาวุโสทั้งสองข้าง
"นี่เป็นลูกหลานในตระกูลเราทั้งนั้น ถ้าพวกเขาได้ดี ตระกูลเซี่ยของเราถึงจะอยู่รอดปลอดภัย!"
"เงินนี้สมควรใช้กับพวกเขา!"
เฉินหลิงกวนเบะปาก บ่นงุบงิบ "ไม่เห็นพวกแกจะใจดีแบบนี้เมื่อก่อน ทำไมไม่เอาเงินไปใช้กับพี่ฉันบ้าง? ยังจะไปรีดไถเขาอีก?"
เซี่ยเหล่ากวาและคนอื่นหน้าเจื่อน จากนั้นก็หน้าแดง ก้มหน้าหลบสายตา
เซี่ยเหล่ากวาออกหน้าพูด "หลิงซิน เมื่อก่อนฉันผิดเอง! ถ้าแกยังมีอะไรคาใจ ก็ลงที่ฉันได้เลย ถ้าฉันร้องสักแอะ ให้ไปเรียกหมาว่าพ่อ!"
"เพียะ!"
พูดจบ ก็ตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่
เซี่ยหลิงซินขมวดคิ้ว "คุณทำอะไรเนี่ย?"
เซี่ยเหล่ากวารีบพูด "หลิงซิน อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้เล่นละครให้ดูนะ"
"ไม่ว่าแกจะเชื่อหรือไม่ ถ้าตอนนั้นฉันรู้ว่าแกจะมีอนาคตไกลขนาดนี้ ให้ตายฉันก็ต้องทุ่มเทเลี้ยงดูแกอย่างดี!"
เซี่ยหลิงซินไม่ตอบรับ
แต่เขาก็เชื่อคำพูดของเซี่ยเหล่ากวาอยู่บ้าง
อย่างน้อยหลายปีมานี้ เขาก็พยายามประคับประคองตระกูลเซี่ยจริงๆ
คนพวกนี้ นอกจากเจ้าปลาไหลเหล็ก คนอื่นก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอะไรกับเขามากนัก
เงินหลายสิบล้าน สำหรับตัวเองยังไม่ใช่เงินน้อยๆ เขาบอกจะควักก็ควักเลย
"พอแล้ว ผมเคยบอกแล้ว เรื่องเก่าๆ ถือว่าจบกัน"
เซี่ยหลิงซินไม่ติดใจเรื่องนี้ "ในเมื่อเป็นอย่างนี้ เฉินหลิงกวน ตั้งแต่วันนี้ไป นายรับผิดชอบสอนลูกหลานในตระกูล ทรัพยากรต่างๆ นายไปคุยกับเซี่ยเหล่ากวา"
เฉินหลิงกวนเบะปาก "เซี่ยเหล่ากวา แกอย่ามาเสียดายทีหลังนะ เงินไม่กี่สิบล้าน ใช้ได้ไม่นานหรอก"
"เปรี้ยง!"
เซี่ยหลิงซินดีดนิ้ว สายฟ้าฟาดใส่เฉินหลิงกวนจนตัวสั่นระริก
ผ่านไปวินาทีหนึ่ง ตัวชาไปหมด จ้องเขม็งใส่เซี่ยหลิงซิน
"เซี่ยหลิงซิน! นายทำบ้าอะไร?!"
เซี่ยหลิงซินพูด "นายกราบไหว้บรรพชนตระกูลเซี่ยแล้ว ชื่อเซี่ยเหล่ากวาให้นายเรียกเหรอ? ต้องเรียกว่าอะไร?"
"ฉัน..."
เฉินหลิงกวนเกือบจะหลุดคำหยาบ
พอนึกถึงความชาเมื่อกี้ ก็ต้องเบรกตัวโก่ง
ก้มหน้าพูดเสียงอ่อยอย่างไม่เต็มใจ "นายเองก็เรียกเหมือนกันไม่ใช่เรอะ?"
"ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้..."
เซี่ยเหล่ากวาจะไกล่เกลี่ย แต่พอเจอสายตาเซี่ยหลิงซิน ก็กลืนคำพูดลงไป
เฉินหลิงกวนเห็นดังนั้น รู้ว่าหนีไม่พ้น กัดฟันพูดอู้อี้ "อาสาม!"
เซี่ยเหล่ากวาทั้งดีใจทั้งตกใจ "ครับ ครับ ครับ!"
เซี่ยหลิงซินถึงพูดต่อ "ตอนนั้นฉันใช้เวลาไม่ถึงเดือน ทะลวงด่านกายเนื้อขั้นที่หนึ่ง ฉันให้เวลาพวกนายสามเดือน"
"ภายในสามเดือน ใครทะลวงด่านกายเนื้อขั้นที่หนึ่งได้ ฉันจะให้ทรัพยากร"
หันไปมองเฉินหลิงกวน "ส่วนนาย..."
เฉินหลิงกวนใจหาย "นายคงไม่คิดจะเลือกปฏิบัติหรอกนะ?!"
เขารู้ว่าหมอนี่เป็นอ๋องจิ่งตั้งหลายสิบปี ไม่รู้กอบโกยของดีมาเท่าไหร่!
เขาก็อยากได้เหมือนกัน
เซี่ยหลิงซินยิ้ม "นายยังอายุไม่ถึงสิบแปด เคล็ดวิชาโลหิตร้อยสมรภูมิ นายแค่เรียนให้รู้เรื่องแล้วสอนพวกเขาก็พอ ไม่ต้องฝึก"
เฉินหลิงกวนไม่ยอม "นายก็แก่กว่าฉันไม่เท่าไหร่!"
แม้การฝึกตนจะมีกฎว่าห้ามฝึกกายเนื้อก่อนอายุ 18 แต่ก็ไม่ใช่กฎตายตัว
เซี่ยหลิงซินก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ทำให้เขาคิดว่ากฎนี้มันผิด!
"หึ จะมาเทียบกับฉัน?"
เซี่ยหลิงซินขี้เกียจเถียง "ฉันจะสอนแผนภาพนิมิตทางจิตให้นายอีกวิชา..."
[จบแล้ว]