เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1014 ข้าโกหกได้แล้ว!

ตอนที่ 1014 ข้าโกหกได้แล้ว!

ตอนที่ 1014 ข้าโกหกได้แล้ว!


เย่ว์หยางใช้เวลาอยู่ร่วมกับราชันย์ปีศาจใต้สองสามวันเพื่อเพิ่มระดับความอิ่มเอมใจให้กับภรรยาใหม่ ใบหน้านางเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลด้วยประกายแห่งความสุข

ต่อมาบางทีอาจมีคนอื่นลอบเตือนนางหรืออาจเป็นเพราะการเรียนรู้ของนาง นางติดตามเย่ว์หยางกลับไปหอทงเทียน เพื่อพบแม่สี่ตามธรรมเนียม  แม้ว่าจะไม่เป็นทางการแต่ก็ต้องถือว่านางเป็นผู้อาวุโสที่บ้าน เนื่องจากนางเลื่อนระดับพลังเป็นพลังปราณราชันย์ระดับสองผนึกสายเลือดนางได้รับการปลดปล่อยแม่สี่และจักรพรรดินีราตรีที่เพิ่งกลับมายังวังเทียนหลัวมีความรู้สึกว่านางควรจะตั้งสมาธิกับการฝึกฝนในช่วงเวลานี้  แม้ว่าราชันย์ปีศาจใต้เพิ่งจะปลดผนึกสายเลือดได้นางเองก็ตกใจคิดไม่ถึงเรื่องนี้เช่นกัน

สำหรับความรักและคำแนะนำของผู้อาวุโส ราชันย์ปีศาจใต้สาวผีผาหยกนางมีความเฉลียวฉลาดและเห็นพ้องด้วย  ไม่ว่ายังไงก็ตามนางกลายเป็นภรรยาแล้ว  จะแยกห่างจากกันบ้างไม่มีอะไรผิดปกติ

นอกจากนี้เขามีเข็มทิศสามภพ สามารถไปมาได้โดยใช้เวลาไม่ถึงสิบวันครึ่งเดือน

ราชันย์ปีศาจใต้รั้งอยู่และจักรพรรดินีราตรีจะช่วยให้นางเลื่อนระดับอีก

เย่ว์หยางเตรียมตัวจะขึ้นไปค้นคว้ากำไลอสูรที่สร้างจากผลึกมังกรฟ้าเป็นกำไลอสูรคุณภาพดีที่สุด ซึ่งไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะเห็นเป็นเช่นไร?

อย่างไรก็ตามยังไม่ทันจะเริ่มทำอย่างเป็นทางการตั่วตั่วก็รีบนำข่าวดีเข้ามาบอกเย่ว์หยาง  ภูตนำทางที่ซ่อนตัวอยู่กับนางรู้จักรูปและข้อความโบราณในคัมภีร์หุ่นรบโบราณแต่ยังมีความลับอยู่บนลายแทงลับโบราณอีกชั้นหนึ่ง

หลังจากเกลี้ยกล่อมแล้วนางสัญญาว่าจะให้เย่ว์หยางรับนางไว้ลี้ภัยชั่วคราว

แม้ว่านางจะปฏิเสธยอมรับนายใหม่แต่นางรับใช้เขาได้

เงื่อนไขก็คือนางต้องการศิลาวิญญาณขนาดยักษ์นั่นจะทำให้นางได้รับพลังงานต่อเนื่อง

เย่ว์หยางกำลังคิดจะมอบศิลาวิญญาณขนาดยักษ์ให้อาหมันหรือภูตฟ้าปั่นป่วนเพื่อเพิ่มพลังให้อาหมันและภูตฟ้าปั่นป่วนอาจสร้างร่างใหม่ได้  ถ้าเขามอบให้ภูตนำทางก็คงไม่เป็นไร  อาหมันสามารถเข้าไปยังโลกศิลาในทะเลคลั่งและซึมซับพลังงานจากที่นั่นได้

และภูตฟ้าปั่นป่วนจะมีโอกาสที่ดีในอนาคตแน่นอน

“ตราบใดที่นางช่วยแปลลายแทงขุมทรัพย์โบราณให้ศิลาวิญญาณยักษ์จะเป็นของนาง” เย่ว์หยางรู้ว่าไม่ง่ายที่จะแปลลายแทงขุมทรัพย์โบราณ  สำหรับคัมภีร์หุ่นโบราณเกี่ยวกับคำที่เขาไม่รู้ไม่ค่อยเข้าใจ เมื่อเวลาผ่านไป ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เขาจะค่อยๆ ค้นคว้าดู! นอกจากนี้ พี่หวี่ยังฝึกอยู่ที่บันไดสวรรค์  ไม่มีใครช่วยงานทดลอง  ตั่วตั่วทราบการตัดสินใจของเย่ว์หยางนางรีบกลับไปบอกข่าวให้ภูตน้อยนำทางทราบ ทั้งสองต่างเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นแบ่งงานกันทำและช่วยแปลทันที

เย่ว์หยางไม่ได้อยู่เฉย  ขณะที่พวกนางช่วยกันแปลลายแทงขุมทรัพย์โบราณ เขากลั่นศิลาวิญญาณยักษ์ด้วยเพลิงอมฤตและปราณกระบี่ธรรมชาติ

หลังจากเหนื่อยแทบตาย  มันยากจะกลั่นศิลาวิญญาณยักษ์นี้ได้  เขาแค่เห็นความบริสุทธิ์เลือนราง

ศิลาวิญญาณยักษ์ลดขนาดลงมากแต่ทำให้มันสว่างมากขึ้น

มองดูเหมือนดวงอาทิตย์น้อย

พลังงานมหาศาลไม่มีใดเทียบ

แม้ว่าภูตนำทางจะไม่กล้ามองเย่ว์หยาง  แต่เมื่อนางรับศิลาวิญญาณยักษ์จากตั่วตั่วนางปลาบปลื้มจนแทบหลั่งน้ำตา นางไม่รู้จะระบายความรู้สึกยังไงจึงได้แต่จูบหน้าตั่วตั่วสองสามครั้งด้วยความดีใจบินรอบศิลาวิญญาณและบินอยู่ในอากาศอย่างมีความสุข “แทบจะเหมือนกับที่ข้าคาดหวังเอาไว้ ตำแหน่งขุมทรัพย์ตามลายแทงอยู่ใกล้เมืองไป๋เหอจริงๆ!”  เย่ว์หยางหยิบลายแทงขุมทรัพย์โบราณที่แปลแล้วพบว่าเป้าหมายนั้นอยู่ห่างจากเมืองไป๋เหอไม่ถึง500 กิโลเมตร  ตามลายแทงหากต้องการเข้าสู่พื้นที่ลับของขุมทรัพย์จะต้องปลดผนึกที่อยู่รอบๆ แปดตำแหน่ง ประตูทางเข้าขุมทรัพย์จึงจะเปิดออก

“นี่คือเมืองไป๋เหอจริงๆ หรือ?” ตั่วตั่วพบว่าตำแหน่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่ต้องคลายผนึกใต้น้ำอยู่ห่างเมืองไป๋เหอสิบกิโลเมตร

“ทำไมผนึกทั้งแปดถึงแยกห่างจากกัน?”  เย่ว์หยางสับสนเล็กน้อย  เพราะตำแหน่งทั้งแปดห่างกันเกือบพันกิโลเมตร

“จะให้ตั่วตั่วไปร่วมสำรวจขุมทรัพย์ด้วยไหม?”  ตั่วตั่วอยากไปล่าสมบัติพร้อมกับเย่ว์หยาง

“ไม่ต้องรีบ รอให้ข้าปลดผนึกทั้งแปดให้หมดก่อน แล้วค่อยเรียกเจ้าอีกครั้ง!” เย่ว์หยางหัวเราะและแนะนำนางไม่ให้ใจร้อน

“ก็ได้อย่างนั้นหลิงหลิงกับข้าจะช่วยแปลผังหุ่นรบต่อไป” ตั่วตั่วตั้งชื่อภูตนำทางให้นางชื่อหลิงหลิงแนวทางการตั้งชื่อของนางคล้ายกับเย่ว์หยางที่คร้านจะกังวล อา..นี่ไม่เป็นปัญหาอะไร ตราบใดที่ภูตนำทางชอบก็ไม่เป็นไร

“น่าเสียดายที่อู๋เหินยังติดงานสอน  ถ้านางอยู่ด้วยเจ้าคงไม่ต้องรับงานหนัก”  เย่ว์หยางลูบศีรษะของตั่วตั่ว  เชื่อว่าสาวน้อยจะทำงานสำคัญได้สำเร็จ

เด็กหนุ่มตัวร้ายออกจากวังเทียนหลัวและกลับไปยังเมืองไป๋เหอ

หลายวันมานี้หลิวเย่ไม่ได้ออกไปข้างนอก

นางขยันฝึกฝนเป็นอย่างมาก

นางกับเย่ว์ปิงเป็นเด็กที่ขยันและว่านอนสอนง่าย  คนอื่นไม่อาจเทียบกับพวกนางได้

เนื่องจากหลิวเย่พักอยู่ที่โรงแรมกางเขนเหล็กทุกวันเพื่อฝึกฝนฝีมือไปด้วย  ชิงผิงมักไปหานางอยู่บ่อยครั้ง เพราะส่วนใหญ่นางซ่อนตัวอยู่ในโลกคัมภีร์ทุกวัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเย่ว์หยางออกไปนางไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูอย่างง่ายดาย

ตรงกันข้ามกับเจ้าอ้วนไห่เย่คงและเสวี่ยทันหลาง ที่ออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกทั้งวันไม่หยุดพักเลยสักวัน

เพื่อจับตามองและเข้าใกล้พวกเขาชิงผิงปล่อยวางไม่สนใจหลิวเย่ผู้ไม่มีอันตรายอย่างสิ้นเชิง  และร่วมกลุ่มของเจ้าอ้วนไห่และเย่คงอย่างตั้งใจและพาเขาเที่ยวทั่วเมืองไป๋เหอในฐานะมัคคุเทศก์   เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นภัยคุกคามตอนแรกผู้เฒ่าเถี่ยเหมากังวลอยู่สองสามวันและเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติจึงค่อยๆผ่อนคลาย

ถึงตอนนี้ข่าวการขึ้นครองบัลลังก์อย่างยิ่งใหญ่ของราชินีเว่ยฟงแพร่กระจายไปทั่ว

เมืองไป๋เหอตื่นตัวและหันมาให้ความสนใจเมืองลู่หลิวมากขึ้น

“น้องหลิวเย่!  เรากำลังจะไปตกปลากันตอนบ่ายเจ้าจะมาด้วยหรือไม่?” ชิงผิงมาหาหลิวเย่ทุกเช้า นางรู้ว่าแม้นางจะมาเร็ว  หลิวเย่ก็มีเหงื่อโชกทุกวัน

ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อใดก็ตามที่นางมากดกระดิ่งเรียกหลิวเย่  ซึ่งนางจะรู้สึกถึงข้างนอกได้  นางจะออกมาจากโลกคัมภีร์

ชิงผิงสงสัยว่าหลิวเย่ลอบออกไปสืบเรื่องลับๆหรือไม่?

ความจริงคือ ไม่

หลังจากสังเกตมาหลายวันชิงผิงพบว่าหลิวเย่ฝึกฝนหนักมากจริงๆ ทุกเช้าก่อนฟ้าสางหลิวเย่ก็ลุกขึ้นมาฝึกฝนแล้ว  นางออกมาทักทายชิงผิง จากนั้นก็หยุดพักสักครู่ทำอาหารกินเอง จากนั้นจะกลับไปฝึกฝนต่อไป ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนเช้านางจะฝึก  ไม่มีอะไรทำตอนบ่าย นางก็ฝึก  ไม่มีอะไรทำตอนค่ำ นางจะฝึกต่อไป...ชิงผิงไม่เคยเห็นใครขยันเป็นบ้าเป็นหลังยิ่งกว่าหลิวเย่  ในเมืองไป๋เหอถ้าเอาคนที่บ้าฝึกฝนมาเทียบกับนาง  หลิวเย่คงทำให้คนเหล่านั้นละอายใจจนฆ่าตัวตายเป็นแน่

สำหรับคำถามของชิงผิงหลิวเย่ตอบว่านางยังแข็งแกร่งไม่พอ ดังนั้นนางต้องฝึกฝนให้ทันคนอื่น

ยิ่งกว่านั้นหลิวเย่ยังบอกอีกว่านางไม่ใช่คนที่ขยันที่สุดยังมีคนที่ขยันกว่านางอีกมากมาย

ชิงผิงไม่เชื่อคำตอบนี้

แต่นางไม่เคยเห็นหลิวเย่หลับนอน ในที่สุดนางต้องถอนหายใจยอมรับว่าหลิวเย่หรือคนที่นางรู้จักเป็นพวกบ้าฝึกทั้งนั้น   ต่อมาเหตุผลที่นางเชื่อหลิวเย่เล็กน้อย นางพบว่าเจ้าอ้วนไห่คนไร้ยางอายและน่าขันเย่คง เสวี่ยทันหลาง องค์ชายเทียนหลัว พี่น้องตระกูลหลี่และพวกทุกคนบ้าฝึกฝนกันทั้งนั้น

การเอาแต่เล่นไม่รู้จักขยันทุ่มเทฝึกฝน  นั่นเป็นการทำร้ายตนเอง

ถ้าว่ากันถึงเวลาของการฝึกฝน  พวกเขามิอาจเทียบหลิวเย่ได้

แต่ในแง่ของความขยัน

พวกเขายอดเยี่ยม

ธรรมเนียมของคนพวกนี้เป็นเช่นนี้

ชิงผิงรายงานเรื่องนี้กับหัวหน้าของนางอย่างไม่เต็มใจ  การฝึกฝนหนักเป็นธรรมเนียมของคนเหล่านี้พวกเขามีนิสัยที่ว่างเมื่อไหร่เป็นฝึกฝนเมื่อนั้นอย่างนั้นหรือ?  เฒ่าเถี่ยเหมาหลังจากทราบข้อมูลถึงกับพูดไม่ออกไปครึ่งชั่วโมง

หลิวเย่อยู่หลังประตูกำลังใช้ผ้าขนหนูขาวเช็ดเหงื่อทำให้หน้าผากขาวละเอียดอ่อนเหมือนหยกของนางติดกับไรผมอ่อนเปียกโชก  นางเพิ่งล้างหน้าใหม่มองเห็นผิวของนางอมชมพู หลังจากฝึกเสร็จอกของนางยังสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจเข้าออกหยดเหงื่อที่เกาะพราวไหลกลิ้งลงไปตามลำคอ

แม้ว่านางจะใช้น้ำล้างหน้า  นางไม่สามารถหยุดความร้อนในร่างได้ร่างของนางมีไอน้ำระเหยออก

เพราะเห็นลักษณะของหลิวเย่ชิงผิงไม่รู้สึกอิจฉาแต่อย่างใด

เมื่อเทียบกับชิงผิงที่โตเต็มวัยแล้ว  หลิวเย่ยังไม่เติบโตเต็มที่  นางยังเป็นสาวบริสุทธิ์แม้ว่าในอนาคตนางจะต้องเป็นหญิงงามอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางแค่เพิ่งแตกวัยสาว นอกจากนี้ไม่ว่ารูปร่างนางจะดูบอบบางเพียงใด สาวมนุษย์เงือกกลายพันธุ์มีความมั่นใจแน่นอน

อย่างไรก็ตามนางรู้สึกอิจฉากลิ่นหอมสดชื่นเป็นธรรมชาติของหลิวเย่

กลิ่นหอมของหลิวเย่ไม่ชัดเจน

เว้นแต่นางหลั่งเหงื่อขณะฝึกฝนนางจึงจะรู้สึกได้

นั่นเป็นแค่กลิ่นสาวพรหมจรรย์ของหลิวเย่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ  ไม่ใช่กลิ่นหอมปรุงแต่งอย่างใดอย่างหนึ่ง จากกลิ่นหอมนี้ชิงผิงสามารถรู้สึกได้ว่าร่างกายของหลิวเย่กำลังเติบโตแข็งแรงเต็มไปด้วยพลัง ถ้าสุขภาพร่างกายไม่ดีเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างกลิ่นหอมอย่างนั้น  ขณะเดียวกันกลิ่นหอมจากร่างที่เป็นสาวพรหมจรรย์แตกต่างจากกลิ่นหอมปรุงแต่งโดยสิ้นเชิง

น้ำหอมอาจดึงดูดความสนใจของบุรุษ  เหมือนสุนัขตัวผู้ที่ติดตัวเมีย

แต่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะสร้างกลิ่นสาวพรหมจรรย์ขึ้นมา

ต้องเป็นกลิ่นโดยธรรมชาติ!

ชิงผิงยากจะมีกลิ่นตัวแบบนี้ได้โดยเฉพาะสาวเผ่ามนุษย์เงือกกลายพันธุ์ เพราะสาวมนุษย์เงือกกลายพันธุ์ไม่เพียงแต่ชอบน้ำหอมเท่านั้น  แต่ยังปล่อยเนื้อปล่อยตัวพวกนางเปิดกว้างไม่สนใจเรื่องความบริสุทธิ์หรือธรรมเนียมทางจริยธรรมที่ลูกผู้หญิงควรให้ความสำคัญ

โลกภายนอกไม่ค่อยรู้เรื่องของมนุษย์เงือกกลายพันธุ์มากนักและคิดเอาเองว่าพวกเขาเป็นพวกหัวอนุรักษ์

ความจริงพวกเขาไม่เคยแสดงออกมา...

หญิงสาวเผ่ามนุษย์เงือกกลายพันธุ์เพราะข้อจำกัดของบรรพบุรุษขีดเส้นให้พวกนางมีความสุขอยู่ในแวดวงของมนุษย์เงือกกลายพันธุ์ด้วยกันเท่านั้น

แน่นอนคนนอกไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาถ้าไม่ใช่คนแก่เฒ่าที่อยู่ในเมืองไป๋เหอมานาน ไม่กี่วันที่ผ่านมาเจ้าอ้วนไห่ยังคงร่ำร้องและพูดว่าสาวๆเมืองไป๋เหอกำลังมีปัญหาในการพูดคุย  ชิงผิงอดแอบขำมิได้  ถ้าบุรุษอ้วนผู้นี้เป็นมนุษย์เงือกกลายพันธุ์แม้ว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาเหมือนสุกรโง่ นางเชื่อว่ายังจะมีสาวเผ่ามนุษย์เงือกกลายพันธุ์นับไม่ถ้วนพากันแย่งชิงเขา...เทียบกับบุรุษเผ่ามนุษย์เงือกกลายพันธุ์จำนวนมากที่ดูเหมือนภูตผี  คนตาย เจ้าอ้วนบ้านี่ก็ยังดูดีกว่าเล็กน้อยไม่ใช่หรือ?

“พี่ชิงผิงมาถึงแล้วหรือ  ข้าคงไม่ไปตกปลาแน่  ข้าจะออกไปหาอะไรบางอย่างข้างนอก” หลิวเย่ไม่คิดว่าเพียงเปิดประตูออกมาขณะที่นางกำลังเช็ดหน้า หญิงสาวเผ่ามนุษย์เงือกกลายพันธุ์จะมีความคิดมากมายอยู่ในใจ

“อา..ก็ดี!” ชิงผิงชินกับการปฏิเสธของหลิวเย่แล้ว

“พี่ชิงผิง ขอให้สนุกนะ!”  หลิวเย่พยักหน้าอย่างสุภาพและเตรียมจะปิดประตู

“เดี๋ยวก่อน, เจ้าจะออกไปข้างนอกหรือ?”  ชิงผิงถามกลับทันที หลิวเย่ไม่ได้ออกไปข้างนอกตลอดเวลาไม่ใช่หรือ?  ทำไมวันนี้นางถึงออกไปเล่า?

“อาจารย์กลับมาเมื่อวานนี้ วันนี้ข้าจะไปที่สมาคมเหล็กกล้าพูดคุยธุรกิจหลายแห่ง!” หลิวเย่เผลอพูดข่าวใหญ่ ชิงผิงอยู่ต่ออีกนานก่อนจะถามขึ้น “อาจารย์เจ้า?  เจ้างี่เง่า อุ๊ย..ขอโทษ  ท่านเย่ว์หยางใช่ไหม?   เขามาเมื่อวานนี้ ทำไมข้าไม่รู้เลย?  นอกจากเขาแล้ว มีใครอื่นมาด้วยหรือไม่?”

“อาจารย์กลับมาคนเดียว และกลับมาดึก เจ้าไม่รู้นั่นเป็นเรื่องปกติ ข้าจะไปโอนเงินและรวบรวมมณีหลากสีสักสองสามกล่องก่อนเรารวบรวมแร่ได้มากขึ้นด้วย!” หลิวเย่บอกข่าวแก่ชิงผิงง่ายๆ

“หวังว่าเจ้าจะทำงานได้ราบรื่น  เจ้าต้องการให้ข้าเป็นมัคคุเทศก์ด้วยไหม?”  ชิงผิงลังเลเล็กน้อยแล้วถาม

“คงไม่,ดูเหมือนสมาคมเหล็กกล้าจะมีผู้จัดการชื่อชี่เหออยู่แล้ว”  หลิวเย่พูดถึงชื่ออย่างไม่ใส่ใจนัก  เมื่อชิงผิงได้ยินชื่อนี้นางยิ้มทันที“ช่วยไม่ได้ เสียดายจริงๆ ที่ผ่านมาข้าอยากช่วยเจ้าในเมื่อมีการเตรียมการที่ดีอยู่แล้ว นั่นก็ดีแล้ว ข้าจะเอาของขวัญมาให้เจ้าตอนกลางคืน แม้ว่าข้าจะไม่ได้ทำธุรกิจ แต่ข้าตกปลาเก่งนะ! น้องหลิวเย่! อย่างนั้นข้าไม่รบกวนเจ้าอีกแล้ว ฝากทักทายท่านเย่ว์หยางแทนข้า  ถ้ามีเวลาว่างเราค่อยไปจับจ่ายซื้อของด้วยกัน!”

“ลาก่อน” หลิวเย่ปิดประตู และนำกระดิ่งประตูกลับเข้ามานางเรียกคัมภีร์อัญเชิญและกลับเข้าไปในคัมภีร์ เย่ว์หยางรออยู่ข้างในอยู่แล้ว หลิวเย่มองดูเขาและแล่บลิ้นอย่างน่ารัก “ข้าโกหกกลับได้ดีไหม..”

“เจ้าไม่ใช่คนโกหกหลอกลวง!” เย่ว์หยางมีความสุขอย่างมาก นางผู้นี้ไม่ได้โกหก เพียงแต่นางไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดทำให้คนเข้าใจผิดไปเอง

“อย่างไรก็ตาม เราก็หลอกนางไปแล้ว”  หลิวเย่วิ่งเข้าครัวจัดเตรียมอาหารเช้าให้เย่ว์หยางจากนั้นนางกลับไปอาบน้ำอีกครั้งหลังจากเปลี่ยนเป็นชุดรบรัดกุมเรียบร้อยนางหวีผมที่หน้ากระจกมัดผมหางม้า จากนั้นรีบเดินออกมาเคียงข้างไปกับเขาด้วยเหตุนี้ผมรวบหางม้าของนางจึงแกว่งไปมา

เย่ว์หยางส่งน้ำและของว่างให้นางนางกินอย่างรวดเร็ว

บางครั้งนางลอบมองเขาผ่านขนตางอนยาว

เมื่อเขามองนางรีบหลบตาอีกครั้ง

ปกติไม่ค่อยมีโอกาสที่นางจะอยู่กับเขาตามลำพัง  ตอนนี้ไม่รู้ว่าทำไมไม่มีคนอื่นมากับเขาปล่อยให้นางกับเขาค้นหาสมบัติกันเองสองต่อสอง

หลิวเย่รู้สึกชุ่มชื่นในหัวใจแม้แต่จิบน้ำก็รู้สึกว่าน้ำพลอยหวานไปด้วย!

จบบทที่ ตอนที่ 1014 ข้าโกหกได้แล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว