- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 260 - ไม้เท้าจินอู๋ ป้อมปราการทองคำ ฟ้าถล่มดินทลาย!
บทที่ 260 - ไม้เท้าจินอู๋ ป้อมปราการทองคำ ฟ้าถล่มดินทลาย!
บทที่ 260 - ไม้เท้าจินอู๋ ป้อมปราการทองคำ ฟ้าถล่มดินทลาย!
บทที่ 260 - ไม้เท้าจินอู๋ ป้อมปราการทองคำ ฟ้าถล่มดินทลาย!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ฝ่ามือพระพุทธองค์สีทองนั่น... เป็นฝีมือไอ้หนูนี่จริงๆ เหรอ?
อิ่งถูยืนงงมองดูหลุมเบื้องหน้า และเซี่ยหลิงซินที่ไม่รู้โผล่มาจากไหน วิ่งลงไปในหลุมคว้าอะไรบางอย่าง
พลังแห่งตำนานเขาเห็นแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดจะแย่งชิง
ส่วนทำไมถึงเรียกว่าฝ่ามือพระพุทธองค์...
ล้อเล่นน่า ในฝ่ามือนั้นมีแสงมงคลพันสาย แสงทองหมื่นเส้น แถมยังมีภาพนิมิตแดนสุขาวดีสารพัด มองแวบเดียวก็สงสัยแล้วว่าเห็นแดนพุทธเกษตรในตำนานเข้าให้แล้ว
ผู้ฝึกตนสายพุทธพวกเขาเจอมาไม่น้อย แต่คนที่มีบารมีพุทธะอลังการงานสร้างขนาดนี้ เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
ขนาดสัตว์ประหลาดเลเวล 30 กว่า ยังต้านพลังพุทธะอันเข้มข้นนี้ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว โดนละลายหายไปเลย
นั่นมันสิ่งมีชีวิตระดับตำนานเลเวล 30... เทียบเท่ายอดฝีมือระดับฉายาเชียวนะ!
แกแน่ใจนะว่าแกไม่ใช่พระพุทธองค์กลับชาติมาเกิด?
"น้องเซี่ย... เธอ!"
เงาร่างวูบไหว เจ้าสำนักซือหม่าเหยียบแผ่นบางๆ สองแผ่นร่อนลงมา
ข้างกายยังมีอีกคน เซี่ยหลิงซินรู้สึกคุ้นหน้าอยู่บ้าง
ทั้งสองคนมองเขาด้วยสายตาตื่นตะลึง
แต่เขาตอนนี้ไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น
"เจ้าสำนักซือหม่า รอเดี๋ยวนะครับ!"
เขาใช้พลังแห่งตำนานที่เพิ่งได้มาทันที!
ระดับสิบทิศ พอดีเป๊ะ เปลี่ยนสภาพของวิเศษได้อีกชิ้น!
"เคร้ง!"
เสียงโลหะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
อิ่งถู ซือหม่า และคนอื่นๆ เบิกตากว้าง มองดูเขาที่มือหนึ่งถือธงขนนกสีเขียว อีกมือควักเอาแท่งอะไรใหญ่ๆ ออกมา!
ยาวประมาณสองเมตร สีทองอร่ามทั้งอัน ปลายด้ามเป็นลูกทรงกลมขนาดเท่าทารก ส่วนหัวเป็นรูปแตงทองขนาดเท่าศีรษะคน
ดูแล้วหนักอึ้ง แฝงความน่าเกรงขามและหรูหราสูงส่งที่ไม่อาจล่วงเกิน
ไม้เท้าจินอู๋!
เปลี่ยนสภาพของสิ่งนี้ ไม่เพื่ออะไร เพื่อแย่งมอน!
"ตึง!"
ไม้เท้าจินอู๋ที่หนักอึ้งถูกเขากระแทกลงพื้นอย่างแรง
เสียงกระแทกเหมือนระฆังผสมกลอง แฝงอำนาจน่านับถือ
ไม้เท้าจินอู๋ สมบัติลาดตระเวนแห่งวังม่วงจื่อเวย
กระแทกปฐพี กางอาณาเขตสิบลี้ ดั่งสระสวรรค์ป้อมปราการทองคำ แข็งแกร่งไม่อาจทำลาย!
ขว้างสู่เวหา ฟ้าถล่มดินทลาย ไร้สิ่งใดต้านทาน!
เหมือนกับธงขนนกกระเรียนเขียว แค่คิดก็กางอาณาเขตได้
เพียงแต่อาณาเขตนกกระเรียนดำคือสรรพวิชาไม่อาจกล้ำกราย
ส่วนอาณาเขตจินอู๋ แม้ระยะจะน้อยกว่าอาณาเขตนกกระเรียนดำมาก แต่ก็นอกจากจะแข็งแกร่งสุดยอด รุกรับได้ดั่งใจแล้ว ในรัศมีสิบลี้ ทุกอย่างจะปรากฏชัดในใจราวกับมองลายมือตัวเอง ภูตผีปีศาจชั่วร้ายไม่มีทางซ่อนเร้น!
พออาณาเขตจินอู๋กางออก เซี่ยหลิงซินก็รู้เห็นทุกอย่างในรัศมีสิบลี้ทันที
พบสัตว์ประหลาดระดับ 30 อีกตัวหนึ่ง
พร้อมกับเห็นคนสองคนกำลังพุ่งเข้าไปหามันอย่างรวดเร็ว
แย่แล้ว! มีคนแย่งมอน!
ใครฆ่าก่อนย่อมเป็นของคนนั้น ถึงจะมาเถียงกันทีหลังก็มีเหตุผลเข้าข้าง!
เซี่ยหลิงซินเงื้อแขนขว้างไม้เท้าจินอู๋ออกไป
ไม้เท้าหัวแตงทองสีทองอร่าม ลอยสูงลิบ พุ่งแหวกอากาศไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ชายหัวเรียบแปล้ใส่น้ำมันเงาวับคนหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แทบจะบินเลียดพื้น
ประธานเครือบริษัทเหมืองแร่แดนบูรพา เย่ติ่ง
แม้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ทรงผมหวีเสยของเขาก็ยังเนี้ยบไม่กระดิกสักเส้น
ที่เขายอมรับคำเชิญของศาลาว่าการเมือง มาช่วยปิดล้อมเขตมลภาวะ ก็เพราะได้ยินว่าที่นี่มีสิ่งมีชีวิตระดับตำนานเลเวล 30 ขึ้นไป
แถมทางการยังรับปากว่า ใครฆ่าได้ ของที่ดรอปก็เป็นของคนนั้น
สิ่งมีชีวิตระดับตำนานเลเวล 30 แม้จะน่ากลัว แต่สำหรับคนระดับพวกเขา มันคือขุมทรัพย์เคลื่อนที่!
เดิมทีเพราะความพิเศษของสัตว์ประหลาดพวกนี้ และสภาพแวดล้อมประหลาดที่นี่ ทำให้พวกเขาระดับฉายาหลายคนปวดหัว ไม่รู้จะเริ่มยังไง ได้แต่ดักรอปิดล้อมพื้นที่ไว้ก่อน
นึกไม่ถึงว่า จู่ๆ แสงสีเขียวมรกตที่โผล่มา จะกวาดล้างหมอกพวกนั้นจนเกลี้ยง ทำให้สัตว์ประหลาดพวกนั้นไร้ที่ซ่อน แถมยังกดพลังของพวกมันลงจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
แบบนี้จะรออะไรไหว?
แน่นอนว่าใครเร็วใครได้!
คนที่มากับเขาเป็นยอดฝีมือระดับฉายาของตระกูลท้องถิ่นในเหลยโจว ในฐานะผู้รับผิดชอบเหมืองแร่แดนบูรพาประจำเหลยโจว เขาถือตัวว่าเป็นมังกรข้ามถิ่น ย่อมดูถูกงูเจ้าถิ่นในเมืองเล็กๆ แบบนี้!
แค่นาย คิดจะมาแย่งกับฉัน?
ทิ้งห่างไปไกลลิบในพริบตา
ไม่นาน สัตว์ประหลาดก็อยู่ตรงหน้า
พวกนี้หน้าตาเหมือนกันหมด
ผอมแห้งเหมือนฟืน ท้องโตเหมือนกลอง
ที่ต่างกันคือ ยิ่งเลเวลสูงตัวยิ่งใหญ่ ท้องยิ่งโต
มีแค่สามตัวที่เลเวล 30 ขึ้นไป ที่พิเศษหน่อย คือทั้งตัวไม่มีหนัง มีแต่เนื้อแดงๆ จำง่ายมาก
"โฮก——!"
การกดดันของแสงสีเขียว ดูเหมือนจะทำให้สัตว์ประหลาดทรมานและคลุ้มคลั่ง มันแหงนหน้าคำรามไม่หยุด
"ฮ่าฮ่า!"
เย่ติ่งหัวเราะลั่น มือขยับเตรียมร่ายวิชาจับมัน
"วู้ว——!"
จู่ๆ เสียงหวีดหวิวสยองขวัญก็ดังขึ้น เย่ติ่งรู้สึกเหมือนมีภูเขาทั้งลูกกำลังจะหล่นใส่หัว แรงกดดันมหาศาลทำให้ลานจิตของเขาสั่นสะเทือนแทบพังทลาย
ขวัญหนีดีฝ่อทันที สัตว์ประหลาดอะไรไม่สนแล้ว
วิ่งหนีตายออกจากตรงนั้นสุดชีวิต
"ครืนนน——!"
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวแก้วหูแทบแตก แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
ฝุ่นควันมหาศาลฟุ้งกระจายไปทั่วทิศอย่างรวดเร็ว
"แค่กๆ!"
เย่ติ่งถูกฝุ่นกลบมิดทันที บาดเจ็บไม่มาก แต่สำลักฝุ่นจนตัวงอ
ผ่านไปนาน ฝุ่นจางลง เผยให้เห็นสภาพมอมแมม
หันกลับไปมอง หัวใจแทบหยุดเต้น ทรงผมหวีเสยแทบจะดีดตัวตั้งตรงเอาชนะเจลแต่งผม
สัตว์ประหลาดหายไปไหน? ไม่เหลือแม้แต่ซาก
มีแต่หลุมยักษ์กว้างหลายสิบเมตร ลึกหลายเมตร
แม่เจ้า! นี่มีคนโยนภูเขาลงมาจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?
ไม่นาน เขาก็เห็นไม้เท้าทองคำปักอยู่ในหลุม จะไม่เห็นก็ยาก
หัวแตงทองขนาดมหึมาที่ยอดไม้เท้ามันแยงตาเหลือเกิน
ของดี!
เย่ติ่งผู้กว้างขวางรู้ได้ทันที
ค่อยๆ ขยับเข้าไปดู อยากรู้ว่าเป็นอะไร
เขาไม่ได้คิดจะขโมย ของระดับนี้ คนที่เป็นเจ้าของต้องไม่ใช่คนที่เขาตอแยได้แน่
แค่ขอสนองความอยากรู้อยากเห็น ไม่ได้ครอบครอง ขอแค่ได้มอง... หรือถ้าเจ้าของยังไม่มา ขอจับสักทีได้ไหม?
"ไอ้หัวเรียบ! ถอยไปให้ห่างจากพลังแห่งตำนานของฉันนะ!"
เสียงตวาดดังมาจากบนหัว
พลังแห่งตำนาน?
เย่ติ่งถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า ใต้หัวแตงทองยักษ์ ยังมีไอพลังเจ็ดสี และก้อนเนื้อสีแดงเลือดขนาดใหญ่... ก้อนเนื้อ?
เหมือนก้อนเนื้อ แต่กลับมีความแวววาวเหมือนผลึกแก้ว
"ทำไมเป็นแก?!"
เซี่ยหลิงซินเหยียบแผ่นบางๆ บินลงมาเฟี้ยวฟ้าว นี่ของที่ยืมซือหม่ามา กลัวโดนแย่ง
น่าเสียดาย ยังมีสัตว์ประหลาดอีกตัว อยู่นอกรัศมีสิบลี้
กะว่าจะใช้เจ้านี่หาตัวให้ไว แต่พอหาเจอก็โดนคนชิงตัดหน้าไปแล้ว
ดูการแต่งตัว น่าจะเป็นคนของกองทัพ
งั้นก็ช่างมันเถอะ...
เย่ติ่งเห็นเซี่ยหลิงซินโผล่มา ความตกใจในใจไม่น้อยไปกว่าตอนภูเขาหล่นใส่หัวเมื่อกี้เลย
เซี่ยหลิงซินใช้กาวิเศษเก็บพลังแห่งตำนานเสร็จ ถึงค่อยวางใจ
ดึงไม้เท้าจินอู๋ขึ้นมา หันไปมองเย่ติ่งอย่างแปลกใจ "คุณรู้จักผมเหรอ?"
ดูคุ้นๆ แต่ไม่น่าจะเคยเจอนะ
"คะ... คุณไม่รู้จักผม?"
เย่ติ่งตาโต
"ผมควรรู้จักคุณเหรอ?"
"มะ... ไม่... ไม่รู้จักครับ!"
เย่ติ่งรีบส่ายหน้า มองดูธงสีเขียวในมือข้างหนึ่ง และแตงทองยักษ์ในมืออีกข้างของเขา
ไหนเลยจะไม่รู้ว่า นกกระเรียน แสงสีเขียวที่โผล่มาดื้อๆ และพลังทำลายล้างดุจขุนเขาถล่มเมื่อกี้ ล้วนมาจากของสองสิ่งนี้
ของวิเศษ...
มีแต่ของวิเศษเท่านั้นถึงจะมีพลังขนาดนี้!
ต่อหน้าเซี่ยหลิงซินที่ถือของวิเศษสองชิ้น ต่อให้เขาเป็นระดับฉายา ก็ยังกลัว
โดยเฉพาะธงนั่น มันคือดาวข่มของผู้ฝึกตนชัดๆ!
แม่เจ้า โชคดีที่ไอ้เด็กนี่ไม่เคยเจอฉัน...
ตอนนั้นไอ้ลูกชายโง่เง่าเย่หลงถัง เคยมีเรื่องกับเขานี่หว่า
เสียงฝีเท้าดังขึ้น
ตอนนั้นเอง อิ่งถู หานซานหู่ ซือหม่า และคนอื่นๆ ก็ตามมาถึง
ซือหม่าให้ยืมของบินได้ไปแล้ว ก็เลยต้องวิ่งตามมา
เห็นภาพตรงหน้า ต่างก็สูดปากด้วยความหนาวเหน็บ
พวกเขาเห็นแค่เซี่ยหลิงซินขว้างแตงทองยักษ์นั่นออกไป แต่นึกไม่ถึงว่าอานุภาพมันจะรุนแรงขนาดนี้!
นี่มันพอๆ กับการโจมตีเต็มกำลังของยอดฝีมือระดับฉายาทั่วไปแล้วมั้ง?
"อึก..."
เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นต่อเนื่อง
เนิ่นนาน
ซือหม่าทำลายความเงียบเป็นคนแรก "คืนเกราะเต่าบินมาให้ผมด้วย"
มองมือที่ยื่นมาตรงหน้า เซี่ยหลิงซินอยากจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น แต่ท่ามกลางสายตาคนเยอะแยะ ก็หน้าด้านไม่ลงจริงๆ
เลยจำใจควักออกมาจากถุงสมบัติร้อยตระกูลอย่างไม่เต็มใจ
"เกราะเต่าบิน? เจ้านี่ได้มาจากไหนครับ?"
เซี่ยหลิงซินยังไม่ตัดใจ อยากจะลองถามดู เผื่อหามาได้บ้าง
ซือหม่ามองความคิดเขาออก "อย่าหวังเลย ของสิ่งนี้ทำจากกระดองเต่าวิเศษบำเพ็ญเพียรพันปี ผมก็บังเอิญได้มาแค่สองชิ้น"
บำเพ็ญเพียรพันปี?
นั่นมันอย่างน้อยต้องเลเวล 40 ขึ้นไปไม่ใช่เหรอ?
ชิ รู้งี้แกล้งโง่ดีกว่า หน้าแตกก็ช่างมัน...
"ประธานเย่? คุณมาทำอะไรที่นี่..."
ซือหม่าหันไปมองเย่ติ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ
"อ๊ะ? ไม่มีอะไรครับ แค่ผ่านทาง ผ่านทางเฉยๆ!"
"เอ่อ... ทุกท่าน ผมมีธุระ ขอตัวก่อนนะครับ!"
เย่ติ่งพูดจบ ก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวจากไปทันที
ซือหม่ายิ้มน้อยๆ เขาย่อมรู้ว่าทำไมเย่ติ่งถึงมาอยู่ที่นี่
"ในเมื่อสัตว์ประหลาดที่นี่ถูกกำจัดหมดแล้ว ผมก็คงต้องกลับแล้วล่ะ"
ซือหม่าพูดกับเซี่ยหลิงซิน
เขาเป็นเจ้าสำนักหอเสวนาธรรม ปกติจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการในท้องถิ่น
ครั้งนี้ไต้อวี้เชิญมาได้ ก็เพราะมลภาวะที่นี่มันพิเศษจริงๆ
แต่นึกไม่ถึงว่า เรื่องที่ดูจะยุ่งยาก กลับถูกแก้ไขง่ายๆ แบบนี้
เซี่ยหลิงซินกลับรู้สึกเสียดาย "เจ้าสำนักซือหม่า จะกลับแล้วเหรอครับ? ไม่อยู่ต่ออีกหน่อยเหรอ? ไปนั่งเล่นที่บ้านผมก็ได้นะ!"
"ไม่ล่ะๆ มีธุระด่วน รั้งอยู่ไม่ได้จริงๆ มีโอกาสค่อยไปเยี่ยม!"
ซือหม่าปล่อยเกราะเต่าบินออกมา แล้วเหาะหนีไปเฟี้ยวฟ้าว
คิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคุณวางแผนอะไรอยู่?
"เฮ้อ..."
น่าเสียดาย
"เซี่ยหลิงซิน? สวัสดี ผมชื่อหลิวซื่อหยาง"
คนที่มาพร้อมกับซือหม่า เพิ่งจะหาโอกาสพูดได้
พอฟังชื่อ เซี่ยหลิงซินก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร
"คุณคือพี่ชายของหลิวเอ้อร์อวี๋กับหลิวซานเซียน?"
ดูหน้าเด็กจริงๆ ด้วย
หลิวซื่อหยางยิ้มส่ายหน้า "ผมเป็นพี่ใหญ่ของพวกเธอ อย่าดูว่าหน้าเด็กนะ ผมแก่กว่าสองคนนั้นรวมกันซะอีก เคยได้ยินซานเซียนพูดถึงคุณบ่อยๆ ชมคุณไม่ขาดปาก นึกไม่ถึงว่าคุณจะเก่งกว่าที่เธอคุยไว้อีก"
เซี่ยหลิงซินหัวเราะร่า "ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ใหญ่ชมเกินไปแล้วครับ!"
"......"
คุณนี่ไม่เกรงใจเลยนะ
[จบแล้ว]