เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1009 มีอะไรจะแสดงอีกไหม...

ตอนที่ 1009 มีอะไรจะแสดงอีกไหม...

ตอนที่ 1009 มีอะไรจะแสดงอีกไหม...


“ประลองกับข้าน่ะหรือ?  เจ้าเลือกข้าจริงๆ นะ!” เย่ว์หยางหลั่งเหงื่อเล็กน้อย เขาไม่ต้องการทำตัวโดดเด่น  เขานั่งอยู่ในเกี้ยวแดงพร้อมกับสาวผีผาหยกแต่เมื่อราชินีบอกว่านางนั่งบัลลังก์แล้ว จำเป็นต้องใส่ใจกับภาพลักษณ์นางจึงผลักไสเขาออกมา

เพราะนางต้องการให้หนุ่มคนรักออกมาจากเกี้ยวและกลัวว่าเขาจะมือบอนอยู่ไม่สุข

เกี้ยวสั่นสะเทือนเพราะเรื่องอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องนี้?

ประลองแบบลับก็ยังไม่ดี  และประลองต่อหน้าธารกำนัลยิ่งไม่ดี  โดยเฉพาะอย่างวันแรกที่ขึ้นครองบัลลังก์ซึ่งมีผลต่อภาพพจน์!

ซานเย่าพร้อมจะประลองกับเย่ว์หยางหัวหน้าองครักษ์  ไม่มีใครโง่ แน่นอนเขาเข้าใจความในใจของซานเย่า  เข้าใจความเยือกเย็นของเขา เขาไม่กลัวตายทำเป็นลุกขึ้นยืนท้าทายหัวหน้าองครักษ์ที่ดูอ่อนแอที่สุด!  ขวงลี่หน้าซีด เขารู้สึกอายเพราะถือซานเย่าเหมือนเป็นน้องชาย แต่ในทันทีนั้นเขากลับทำลายมิตรภาพได้ลงคอ

“ฮึ่ม!”  ตอนนี้ขวงลี่ไม่ได้เกลียดราชินีเว่ยฟงแล้ว  แต่มีความรู้สึกขอบคุณนางอยู่ในใจ ถ้าไม่มีนางปรากฏตัวออกมาคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ซานเย่าผู้ไร้ยางอายแสดงธาตุแท้ออกมา

เขาแทบจะอดใจรอฉีกกระชากซานเย่ามิได้

แต่ที่สำคัญขวงลี่เป็นนักสู้ระดับราชาเขายังควบคุมตนเองได้

ขวงลี่กำหมัดแน่น  เขาโกรธแค้นหรี่ตามองซานเย่า  จากนั้นก้าวเท้าออกมาคุกเข่าข้างหนึ่ง  “ขวงลี่ก้าวร้าวพูดเสียมารยาทไปก่อนนั้นโปรดอภัยในความผิดที่ข้าก่อขึ้นก่อนนั้น ราชินีเว่ยฟงขึ้นครองบัลลังก์ด้วยความสง่างามทุกอย่าง ขวงลี่ยินดีรับการลงอาญาและขอใช้เลือดร่วมแสดงความยินดี ก่อนที่ราชินีเว่ยฟงจะขึ้นครองบัลลังก์นักสู้ในภูมิภาคสวนสวรรค์ ขวงลี่ไม่ประมาณตนเองบังอาจท้าสู้บริวารยอดฝีระดับสูงของราชินีเว่ยฟง...  ถ้าข้าขวงลี่โชคดีรอดชีวิตข้ายินสนับสนุนราชินีเว่ยฟงและจักรพรรดินีเทียนฟาให้พิชิตภูมิภาคสวนสวรรค์”

เหล่านักสู้ปราณฟ้าผู้มาดูพิธีพอได้ยินเท่านั้นเกิดความโกลาหลในหมู่พวกเขา

อย่ามองว่าขวงลี่เป็นคนเถื่อนที่เหมือนมีแต่กล้ามเนื้อแต่ไร้สมอง  แต่ความจริงคนผู้นี้ฉลาดมาก ทั้งยังฉลาดกว่าซานเย่าผู้เจ้าเล่ห์

ขวงลี่คุกเข่าขมาโทษต่อหน้าราชินีเว่ยฟงและแสดงท่าทีสนับสนุนนางราชินีเว่ยฟงย่อมไม่ให้คนของนางฆ่าเขาแน่นอน

ทั้งจะปล่อยให้ขวงลี่มีชีวิตต่อไป

ผลก็คือขวงลี่ผู้นี้ปลอดภัยที่สุด

ขณะเดียวกันก็เป็นการขัดขวางไม่ให้ซานเย่าได้ยอมแพ้  ที่สำคัญวิธีเดียวกันนี้ย่อมใช้ไม่ได้ผลเป็นครั้งที่สอง

ซานเย่าหน้าซีดในทันที  จากนั้นเขามองตาขวงลี่  เป็นแววตาที่แค้นยิ่งกว่าบิดาถูกฆ่าและฉุดคร่าภรรยาเขาออกไป เขาเกลียดจนอยากจะกลืนกินขวงลี่และออกไปต่อสู้กับเจ้าเด็กหน้าขาวเป็นการระบายอารมณ์

“แม่มันเถอะ พอเจ้าขวงลี่บอกว่ายอมแพ้  เจ้าบอกว่าจะดูอีกครั้ง  ข้าไม่ใช่คนในคนนอกรู้จักกันแท้ๆ  แต่เจ้ากลับคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างน่าสงสาร  นั่นหมายความว่าอะไร?  หมายความว่าข้าเป็นกบฏ เจ้าคิดจะเป็นคนดี?  แม่มันเถอะ อย่านึกว่าอาศัยราชินีเว่ยฟงแล้ว เจ้าจะสามารถเอาชีวิตรอดได้คิดจะกลับไปสร้างความสำเร็จได้”

อาณาจักรของเจ้าอยู่ห่างจากบึงหยุดลมเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าราชินีเว่ยฟงจะคุ้มหัวเจ้าได้?

ซานเย่าลอบตัดสินใจว่าทันทีที่เขากลับไปเขาจะบุกโจมตีอาณาจักรของขวงลี่

ไม่ยอมแพ้ใช่ไหม?

นั่นทำให้เขากลายเป็นแม่ทัพในการประลอง

สองสหายผู้เคยผนึกกำลังกันร่วมรุกและถอยด้วยกันแตกคอกันทันทีกลายเป็นคู่อริที่จ้องจะห้ำหั่นกันและกันทันที..ทุกคนให้ความสนใจกับทั้งสองคนม่อเยี่ยนอยู่ในเวทีแล้ว แต่ทุกคนแทบลืมเลือนเขา ถ้าเปลี่ยนเป็นเวลาปกติม่อเยี่ยนคงจะบุกโจมตีอย่างหนักแน่นอน  และตอนนี้เป็นเรื่องน่าขายหน้าที่ผู้คนเพิกเฉยเขา ตอนนี้ม่อเยี่ยนต้องการให้ทุกคนเลิกสนใจพวกเขา  ดีที่สุดลืมเขาไปเลย  ทุกคนให้ความสนใจซานเย่าและขวงลี่

“บึ้ม บึ้ม ปัง!”

ม่อเยี่ยนเผชิญหน้ากับภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชและยังไม่กล้าโจมตี

อย่าว่าแต่เขาไม่สามารถเอาชนะได้  แม้ว่าเขาจะเอาชนะได้  เขาไม่กล้าทำร้ายสาวใช้ของราชินีเว่ยฟง..ม่อเยี่ยนมีเปลวเพลิงดำคลุมไปทั้งร่าง ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชบุกฝ่าแนวป้องกันของเขาจากนั้นกลับหลังหมุนตัวเตะเข้าปลายคางของม่อเยี่ยน

อุกกาบาตดำพุ่งขึ้นไปถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า

ภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราชหายวับไล่ตามไปในทันทีและร่างของนางไปปรากฏรออยู่ก่อนที่ความสูงพันเมตร

นางระดมหมัดเหมือนกับค้อนคู่

พลังหมัดอัดกระแทกที่ด้านหลังของม่อเยี่ยน

ทันใดนั้นดาวตกสีดำร่วงลงมาด้วยความเร็วกว่าเดิมพร้อมกับเสียงระเบิดแหวกกำแพงเสียงร่วงลงที่กลางเวทีศิลาขนาดใหญ่จมเข้าไปในพื้นหิน

ม่อเยี่ยนรู้สึกเหมือนว่าร่างของเขาถูกแมมม็อธยักษ์หมื่นตัวเหยียบกระดูกของเขาหักอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

อวัยวะภายในเสียหายแต่ไม่ถึงทะลักออกมานอกตัว

โชคดีที่ยังรอดตาย...จุดนี้...สำคัญเหนืออื่นใด

สำหรับความอับอายที่ได้รับทันที  เพราะพลังของเขาไม่มากพอถึงเสียหน้าแต่เขาไม่ใส่ใจอะไรมากนัก เสียหน้ายังสามารถฟื้นฟูในภายหลัง มีพลังระดับราชา ต่อให้พ่ายแพ้ก็ยังเป็นนักสู้ระดับราชาต่อไป  ไม่มีกฎว่าราชาห้ามพ่ายแพ้  ตราบใดที่เขายังรอดชีวิตอยู่ได้ตราบใดที่เขาไม่เป็นศัตรูกับศัตรูที่ไร้เทียมทาน อย่างนั้นเกียรติยศทั้งหมดก็ยังเรียกคืนกลับมาได้

“ราชาม่อเยี่ยนข้าหวังว่าครั้งต่อไปเจ้าอย่าได้บุ่มบ่ามก้าวร้าว มีบางเรื่องที่เจ้าไม่ต้องสนใจ และไม่ต้องกังวลเลย”  จากในเกี้ยวแดงเสียงไพเราะของราชันย์ปีศาจใต้ดังขึ้นอีกครั้งนางตำหนิม่อเยี่ยนอย่างสุภาพ

“ขอบคุณราชินีเว่ยฟงที่สั่งสอน  ม่อเยี่ยนละอายใจนักและขออภัยราชินีไว้ที่นี่ ขอบคุณราชินีที่ไว้ชีวิต”

ม่อเยี่ยนไม่โง่  เขารู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ได้

ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่เพราะพลังของเขาเอง  แต่เป็นเพราะสาวน้อยฝ่ายตรงข้ามยั้งมือไว้

ท่าสุดท้ายของอีกฝ่ายสามารถใช้ดาบตัดศีรษะของเขาได้  แต่เด็กสาวไม่ทำแค่ต่อยใส่หลังเขาอย่างรุนแรง ถ้าไม่ใช่เพราะราชินีเว่ยฟงกระตุ้นบอกล่วงหน้า  ผลลัพธ์อาจเป็นอื่นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ถ้าเขายังไม่รู้ดีรู้ชั่ว อย่างนั้นม่อเยี่ยนนับเป็นตัวโง่งมแน่นอน

สหายของเขาบินขึ้นมาบนเวทีก่อนอื่นคำนับที่เกี้ยวสีแดงจากนั้นคำนับภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราช  พวกเขาเห็นว่าม่อเยี่ยนรอดตายก็ดีใจรีบขึ้นมาช่วยประคองม่อเยี่ยนลงไป ส่งต่อให้ซานเย่าขึ้นเวทีเป็นต่อไป  ถ้าม่อเยี่ยนตาย พวกเขาจะต้องสูญเสียผู้สนับสนุนที่ใหญ่ที่สุดไปอย่างมิต้องสงสัย  ตอนนี้ม่อเยี่ยนบาดเจ็บแต่การต้านรับสามกระบวนท่าเขาพ่ายแพ้หญิงรับใช้ของราชินีเว่ยฟง เขารู้ว่าฮิปโปขวงเลี่ยวก็เป็นระดับราชาเช่นกันแต่ก็ยังตายด้วยฝีมือของหญิงรับใช้นี้  เจ้าผู้นั้นถูกฆ่าตายทันที

“นี่....” ซานเย่ารู้สึกว่ามีความกดดันราวกับภูเขากดทับ  ม่อเยี่ยนนี้ไม่ตายแต่ก็พิสูจน์ว่าราชินีเว่ยฟงยังไม่ถึงกับหายโกรธ แต่ศักดิ์ศรีนางยังไม่เพียงพอ

สิ่งที่น่าลำบากใจที่สุดก็คือเจ้าขวงลี่ไร้ยางอายกลับคุกเข่าขอความเมตตา

ขวงลี่ไม่สมควรตายแม้จะเจ็บปวดใจยิ่งกว่าม่อเยี่ยนแต่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับชีวิต เขาไม่ตาย  ม่อเยี่ยนไม่ตายอย่างนั้นราชินีเว่ยฟงอย่างนั้นราชินีเว่ยฟงก็ต้องฆ่าเพื่อพิทักษ์ศักดิ์ศรีในที่สุดหรือ?  ถ้ามีการกล่าวพลังของเจ้าเด็กหน้าขาวหัวหน้าองครักษ์นั้น  ไม่น่าจะทำอะไรเขาได้  แต่เขาไม่สามารถจับกลอุบายที่อยู่เบื้องหลังราชินีเว่ยฟงได้ หากนางชื่นชอบเจ้าเด็กหน้าขาวนี่และลอบทำร้ายเขาในพริบตาเขาคาดว่าผู้ชมดูคงไม่เข้าใจ อย่างนั้นเขามิต้องตายอย่างว่างเปล่าหรอกหรือ?

จะไม่สู้ก็ไม่ได้เขาเพิ่งพูดออกไปแล้ว

ตอนนี้เขาควรจะทำยังไง?

“เจ้าขี้ขลาด!”  ขวงลี่แค่นเสียงเยาะเย้ย ทันใดนั้นเขาคว้าตัวซานเย่าพุ่งขึ้นเวทีราวกับประกายไฟแล้วคำนับอาหงที่อยู่ข้างเย่ว์หยางและพูดอย่างให้เกียรติ  “แม้ว่าข้าไม่รู้ชื่อและตระกูลของท่านผู้สูงส่ง ขวงลี่อยู่ที่นี่ไม่รู้จะขอคำชี้แนะอย่างไร  โปรดชี้แนะ”

ถ้าเขาไม่เห็นคนของขวงลี่  บางทีเขาอาจเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือบัณฑิตผู้ทรงภูมิใฝ่รู้

แน่นอนว่าขวงลี่ขอโทษเพื่อเอาชีวิตรอดเขาใส่ใจเรื่องคนที่ไม่โดดเด่นอีกหรือ?นอกจากนี้ผู้ที่เขาท้าทายเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งสามารถฆ่ากิ้งก่าปีศาจได้ทันที   พลังของนักสู้ผู้นี้ยังแข็งแกร่งมากกว่าสาวน้อยที่เพิ่งต่อสู้  เขาไม่กลัว เขาจึงท้าสู้นาง

อาหงเงื้อมือ

ทั่วท้องฟ้าเต็มไปด้วยขนนกเพลิงร่วงลงมา

ไม่เพียงแต่ขวงลี่ที่ตกใจเท่านั้น  แต่นักรบที่ชมดูทั้งหมดตกใจกลัวแทบตาย    สาวใช้ผู้นี้แข็งแกร่งมากมายอย่างแน่นอนนางสำเร็จพลังสำนึกเทพ  หากไม่สามารถบรรลุพลังปราณฟ้าระดับห้าขึ้นไปไม่มีทางที่จะเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งได้ ไม่ว่าจะมีราชากี่คนก็ตามเมื่อท้าทายนักสู้ที่มีพลังสำนึกเทพ(เทียบกับปณิธานราชันย์ของหอทงเทียน) ก็เท่ากับหาที่ตาย

ช่องว่างระหว่างนี้แตกต่างราวกับนักสู้ปราณฟ้าเทียบกับนักสู้ปราณดินไม่สามารถจะก้าวข้ามช่องว่างนี้ได้เลย

ขวงลี่ทรุดตัวทันที

เขาไม่กล้าต่อต้าน

เพราะต่อต้านไปก็ไร้ความหมาย

อาหงเงื้อมือขวาขึ้นช้าๆ  ราวกับเจ้าหญิงเดินชมอุทยานนางรวบรวมขนนกเพลิงในท้องฟ้าในพริบตาเดียวขนนกเพลิงหลอมรวมกันกลายเป็นแส้เพลิงเส้นหนึ่ง

เผียะ

แส้เพลิงหวดใส่ขวงลี่ขณะที่เขากัดฟันอดทน

แส้ที่สองและสามเสียงดังหวีดหวิวพร้อมกับพลังทำลายล้าง

ดวงตาของขวงลี่สิ้นหวัง

เขาหลับตารอความตาย

ในพลังโจมตีทั้งสองแส้เขารู้สึกว่าไม่เพียงแต่ร่างกายของเขาเท่านั้นที่เจ็บปวดแต่ความเจ็บปวดกินลึกถึงวิญญาณเกินจะเอ่ยคำบรรยาย!  เขาอดส่งเสียงคร่ำครวญไม่ได้ผิวเนื้อของเขากระตุกไม่หยุด เขาดิ้นรนด้วยหวังว่าจะบรรเทาความเจ็บปวดรอยเลือดรอยแส้มีเปลวไฟลุกไหม้ต่อเนื่องค่อยๆ เผาทั้งเนื้อและวิญญาณของเขา

คนนอกไม่รู้มีแต่เพียงมารสัมฤทธิ์ฟ้าและจักรพรรดิมังกรที่รู้จักนักรบหอทงเทียนนี้

นี่คือแส้อาญาของอาหง

นอกจากเย่ว์หยางมีแต่นางที่รู้วิธีโบยตีจนถึงระดับวิญญาณ

สหายของขวงลี่อยู่ในสภาพลำบากใจ  พวกเขาต้องการช่วยขวงลี่กลับมา  แต่ด้วยพลังของแส้ พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้ ด้วยพลังของแส้นี้ถ้าขวงลี่ถูกแผดเผาก็ต้องตายแน่นอน  นอกจากนี้ถ้าราชินีเว่ยฟงยังไม่ให้อภัย  พวกเขาไม่กล้าเข้าไปช่วยคน

เมื่อวิญญาณและร่างกายของขวงลี่ถูกแผดเผาจนถึงขีดจำกัดจนอยู่ในสภาพใกล้ตาย

อาหงหวดฟาดเวที

แส้อาญาที่ส่งผลต่อวิญญาณหายไปทันที

เปลวไฟที่เผาร่างและวิญญาณอย่างเจ็บปวดหายไปทันที และขวงลี่ที่เจ็บปวดแทบตายได้ชีวิตกลับคืนทันที สหายของขวงลี่ที่ใจร้อนสองสามคนขึ้นเวทีทันทีไม่มีเวลาจะทำความเคารพเกี้ยวแดงที่ราชินีเว่ยฟงอยู่อาหงแค่นเสียงและชี้นิ้วอีกครั้ง

ปรากฏว่าพวกบุรุษที่ใจร้อนถูกแสงสีขาวฉายใส่และกลายสภาพเป็นแกะ

คนรอบตัวขวงลี่ร้องสะดุ้งตกใจ

ทันใดนั้นคนที่ชมดูทั้งหมดพากันหัวเราะขำขัน

หลังจากหัวเราะแล้วนักสู้ปราณฟ้าหลายคนที่ไม่เคารพราชินีเว่ยฟงต่างทำความเคารพเพราะเกรงว่าสาวใช้ผู้เชี่ยวชาญพลังสำนึกเทพจะโกรธและเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นแกะ

“ราชาขวงลี่!  ข้าหวังว่าเจ้าจะจำไว้ว่าไม่ว่าเจ้าเป็นใคร  จงอย่าหยิ่งผยองโกรธแค้นคนที่ตั้งใจเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ข้าเชื่อว่านับจากวันนี้ไปเจ้าจะเข้าใจความหมาย มุมมองทัศนคติของเจ้าเปลี่ยนแปลงได้เร็วอย่างไม่ธรรมดา  แต่ข้าไม่เห็นความจริงใจที่สุดของเจ้า ดังนั้นจึงไม่ใช่ราชาที่เราพี่น้องสามารถไว้ใจได้  โปรดทำความเข้าใจให้ดีในอนาคต” ราชันย์ปีศาจใต้วิจารณ์ขวงลี่อย่างไม่เกรงใจ

แม้ว่านางจะวิจารณ์ไม่หยุด  แต่ทัศนคติของนางเด็ดขาด

แต่คนที่มองดูรู้สึกว่าขวงลี่โชคดีมากแล้วเขาปลอดภัย

ขวงลี่ก็เหมือนกับม่อเยี่ยนไม่ได้รับความเชื่อใจจากราชินีเว่ยฟง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวล... อย่าเชื่อถือในสิ่งที่กลัวจากนั้นใช้ความจริงใจจัดการเรื่องต่างๆ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากราชินีเว่ยฟง  นี่คือโอกาสดีที่สุด และจะให้คนอื่นทำแทนไม่ได้!

“ขอบคุณราชินีเว่ยฟงที่ยอมอดกลั้นต่อข้าขวงลี่  เวลานี้ข้าขวงลี่ละอายใจจริงๆต่อนี้ไปข้าขวงลี่ขออุทิศชีวิตความสามารถเพื่อตอบแทนคุณที่ไว้ชีวิตข้า”  ขวงลี่ไม่สนใจอาการบาดเจ็บสาหัส  เขาพยายามดิ้นรนหันไปขอบคุณทางเกี้ยวแดงในช่วงสุดท้ายถ้าการลงทัณฑ์ทอดเวลาออกไปสามวินาที เขาจะถึงขีดจำกัดความอดทนและร่างอาจระเบิดตายก็ได้

“ขวงลี่ เจ้าผู้นี้ก็เสร็จไปด้วย”

“ข้าต้องยอมรับราชินีเว่ยฟงเจ้าเมืองที่ครองเมืองที่ล่มสลายอย่างข้าไม่มีสิทธิ์แล้ว  เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะต้องต่อสู้ทุกวัน

“ถ้าข้าสามารถอยู่ในกลุ่มทหารภายใต้บัญชาการของราชินีเว่ยฟง  ข้าไม่ขอเป็นเจ้าแคว้นแล้ว มีคนรับใช้หลายคนไม่อาจเทียบกับการรับใช้เจ้านายดีๆ อย่างราชินีเว่ยฟง!”

“ฝันหวานไปเถอะ เจ้าเป็นแค่เจ้าแคว้นเล็กๆแต่ยังหวังถึงตำแหน่งนายกองทหารหรือ? ผู้อื่นระดับราชายังถูกดูแคลน ถ้าข้าผู้เป็นราชาสามารถเข้าร่วมในกองทหาร แม้จะเป็นแค่ทหารกองหนุนข้าก็รับได้  พวกเจ้าที่อยู่ใกล้ข้า ไม่มีพลังมากพออาจเอื้อมอย่าหัวเราะเยาะข้า? ตอนนี้มีคนมากกว่าหมื่นคน เจ้าคิดว่าจัดการไหวหรือ?พวกเขาต้องการเป็นนายกองทหารเร็วๆ ทั้งนั้น!”

นักรบปราณฟ้าเหล่านี้อดโห่ร้องด้วยความอิจฉามิได้

สาวใช้ของราชินีเว่ยฟงแข็งแกร่งมากขนาดนี้

อย่างนั้นราชินีเว่ยฟงเล่า?

นอกจากจากยังมีจักรพรรดินีเทียนฟาจักรพรรดิแดนดินของภูมิภาคสวนสวรรค์รุ่นใหม่ที่ตั้งใจปกครองภูมิภาคทั้งหมดยังมีพลังมากกว่าจะเป็นยังไง?

เรื่องเหล่านี้ทุกคนไม่อยากจะคิด  แต่สุดท้ายทุกคนก็เข้าใจ เหตุผลที่ราชินีเว่ยฟงขึ้นครองบัลลังก์มีการจัดพิธีการอย่างยิ่งใหญ่  มีคนเผ่าภูตบูรพาและนักสู้ปราณฟ้ามาร่วมให้เกียรติ...เหตุผลผลนั้นง่ายมาก สองสาวพี่น้องเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ  แม้ว่าราชินีเว่ยฟงจะมีพลังเป็นรองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้ที่นักสู้ระดับราชาจะท้าทายสู้ได้!

แค่สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆก็เป็นยอดนักสู้ที่มีสำนึกเทพ

หากบางคนไม่คิดว่าราชินีเว่ยฟงและจักรพรรดินีเทียนฟาไม่ได้มาจากแดนสวรรค์บน  อย่างนั้นคนผู้นั้นนับเป็นตัวโง่งมจริงๆ

แม้ว่าทุกคนจะไม่เข้าใจว่าทำไมพี่น้องคู่นี้ถึงเข้ามายึดครองภูมิภาคสวนสวรรค์  แต่พวกนางต้องมีเหตุผลอยู่แน่  บางทีพวกนางอาจรำคาญตาและรู้สึกว่าภูมิภาคสวนสวรรค์วุ่นวายมานานเกินไป ความวุ่นวายที่ไม่สามารถควบคุมได้นั้นส่งผลกระทบต่อการพัฒนาตามปกติของแดนสวรรค์ตะวันตกหรืออาจจะมีสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อตระกูลเผ่าพันธุ์ของนางหรืออาจไม่มีเหตุผลก็ได้ แค่บังเอิญผ่านมาที่นี่แล้วเกิดความคิดขึ้นฉับพลันทันด่วนว่าการเข้าควบคุมที่นี่มิใช่เป็นไปไม่ได้...เนื่องจากจักรพรรดินีเทียนฟาและราชินีเว่ยฟง เข้าควบคุมดูแลที่นี่ ใครจะว่าอะไรได้?

ถ้าไม่สนับสนุนก็ไม่จำเป็นต้องรีบ

ใครจะโง่เง่าและยืนขึ้นขัดขวางอย่างดื้อดึง?

ขวงลี่และม่อเยี่ยนเป็นตัวอย่างผู้รนหาเรื่อง  ถ้าวันนี้ไม่ใช่เพราะราชินีเว่ยฟงที่เพิ่งขึ้นครองบัลลังก์ยังมีอารมณ์ดีคาดว่าสองคนนี้คงติดตามกิ้งก่าปีศาจและขวงเลี่ยวไปแล้ว

พูดถึงเรื่องนี้ทุกคนเพิ่งจำได้ว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นไม่เพียงแค่เกิดขึ้นกับขวงลี่และม่อเยี่ยนเท่านั้น

ยังซานเย่าผู้ฉลาดอีกคนหนึ่งไม่ใช่หรือ?

อย่างนั้นมาดูว่าเขาจะพบจุดจบอย่างไร!

หลายคนคิดในแง่ร้ายว่าคนผู้นี้จะต้องกลัวจนปัสสาวะราดกระมัง?  ขวงลี่และม่อเยี่ยนยังไม่ตาย  ตอนนี้การสู้กับศัตรูจึงตกอยู่กับซานเย่า  เขาจะโชคดีเอาตัวรอดได้หรือไม่?คาดว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะความเจ้าเล่ห์ของซานเย่าอาจทำให้ราชินีเว่ยฟงโกรธได้ คนอย่างนางเกลียดแมลงที่น่ารังเกียจที่อยู่ต่อหน้านาง

อย่างขวงลี่ผู้เปลี่ยนใจอย่างรวดเร็วเขายังถูกลงโทษเกือบตาย ขณะที่ม่อเยี่ยนที่ซื่อสัตย์กว่ายังถูกลงโทษไม่จริงจังนัก

ตอนนี้เป็นซานเย่าผู้เจ้าเล่ห์ที่สุดต้องการเล่นบทฉลาดต่อหน้าราชินีเว่ยฟงหรือ?

เขาตายเรียบร้อยแล้ว

“ในที่สุดก็ถึงตาข้าจนได้  แม้ว่าข้าจะคร้านอยู่บ้าง  ข้าไม่ชอบสู้และฆ่า  ข้าแค่ชอบสายลมและหิมะ  แต่ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเลือกข้าให้มาสู้  ในฐานะหัวหน้าองครักษ์ส่วนตัวของราชินีเว่ยฟงและเป็นบุรุษระดับสูง ข้าจะไม่ถอยเหมือนกัน” เย่ว์หยางออกมาพร้อมกับพวก เท่าที่เห็นมีอาหมันอาหงและภูตน้อยตั๊กแตนมัจจุราช เขาสวมชุดเกราะงดงาม ดาบจันทร์เสี้ยวอยู่ที่เอวก่อนจะออกไปอาหงยกม่านบังและจูบเขาอย่างรวดเร็วคล้ายภรรยาผู้อ่อนโยนอวยพรให้สามีนำชัยชนะกลับมา

“....” สายตาของนักสู้ปราณฟ้ามองดู พวกเขามีปฏิกิริยาทันที

เด็กหนุ่มคนนี้ดูเหมือนวัยรุ่นหน้าตาดี  เขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

ถ้าเขาเป็นหัวหน้าองครักษ์จริงๆเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดไร้สาระขณะที่ราชินีเว่ยฟงขึ้นครองบัลลังก์ เขาต้องเท่ากับหรืออาจจะมีศักดิ์ฐานะสูงกว่า นอกจากนี้ดูวิธีที่สาวใช้สวมเกราะให้เขาอย่างคล่องแคล่วชำนาญและจูบอวยพรเขา ถ้าเจ้าเด็กนี่เป็นเด็กหน้าขาวธรรมดา สาวใช้ที่สามารถฆ่านักสู้ระดับราชาได้ยังตามดูแลเขา นั่นเป็นเรื่องแปลก

คนอื่นไม่ว่าอะไรซานเย่าต้องการท้าทายเจ้าเด็กนี่ เขาคงได้เตะใส่เกราะเหล็กแน่นอน

โอวหรือว่าอีกฝ่ายมีอะไรดีๆ จะแสดงให้ดู

จบบทที่ ตอนที่ 1009 มีอะไรจะแสดงอีกไหม...

คัดลอกลิงก์แล้ว