เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1007 เจ้าไม่คู่ควรถามชื่อข้า!

ตอนที่ 1007 เจ้าไม่คู่ควรถามชื่อข้า!

ตอนที่ 1007 เจ้าไม่คู่ควรถามชื่อข้า!


เมืองลู่หลิว

แม้ว่าในอดีตราชาจื่อฟงมักจัดงานเลี้ยงให้หญิงงามจูกวงอยู่บ่อยครั้งมีแขกเหรื่อมากมาย แต่เมืองลู่หลิวไม่เคยมีชีวิตชีวาเช่นนี้มาก่อนไม่เคยมีนักสู้ปราณฟ้ามาถึงมากมายขนาดนี้นักรบปราณฟ้า  เจ้าเมือง เจ้าแคว้นหรือราชาหรือผู้ปกครองท้องที่เกินกว่าหมื่นคนรวมทั้งหัวหน้าตระกูลที่มีชื่อเสียงรวมทั้งผู้มีอำนาจทางการทหารและทหารรับจ้าง ล้วนคึกคักมีชีวิตชีวา

ทหารรับจ้างเหล่านี้มีความแข็งแกร่งและกระตือรือร้นอยากจะสร้างชื่อ

อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัจจัยความแข็งแกร่งและปัจจัยอื่นๆ สถานะของวันนี้ไม่สามารถไล่ไขว่คว้าความสำเร็จได้ดั่งใจยังไม่อาจได้รับคำชื่นชมจากผู้บังคับบัญชา

พวกเขาหวังว่าด้วยโอกาสที่ราชินีเว่ยฟงขึ้นครองบัลลังก์ดูว่าพวกเขาจะสามารถหาเจ้านายที่มีความสามารถแท้จริงเพื่ออุทิศชีวิตรับงานในฐานะทหารรับจ้าง

ไม่สำคัญว่าจะมีเป้าหมายอะไร  การได้มาถึงเมืองลู่หลิวนับว่าดี

ราชินีเว่ยฟงตัดสินใจฉวยโอกาสขึ้นครองบัลลังก์นั่นยังกระตุ้นความไม่พอใจของนักสู้ปราณฟ้าหลายคน ไม่ว่าใครก็ถือว่าเป็นโอกาสดี

ถ้านักรบปราณฟ้าหลายหมื่นเข้ามาในเมืองลู่หลิงไม่สามารถจะอยู่ต่อไปได้  อารมณ์ของคนเหล่านี้ไม่ค่อยดีมีอยู่หลายคนที่เพิ่งกลับมาจากสมรภูมิ ส่วนใหญ่จะเป็นศัตรูกัน คาดว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่นิ่งได้เกินสิบนาทีและเมื่อพวกเขากระทบกระทั่งกันเป็นไปได้ว่าเมืองลู่หลิวอาจถูกทำลายได้

โชคดีที่จักรพรรดิมังกรและคนอื่นคิดถึงจุดนี้ไว้ก่อนแล้วจึงให้อาคันตุกะทั้งหมดอยู่ที่นอกประตูเมืองทิศตะวันออก

ใกล้กำแพงเมืองมีการตั้งเวทียักษ์

ด้านล่างเวทีมีที่นั่งเกือบสองหมื่นที่คนที่ชอบนั่งก็นั่งดู คนที่ชอบยืน จัดสรรตำแหน่งตามลำดับอิทธิพล สถานะพลังของนักสู้ปราณฟ้าผู้แข็งแกร่งอยู่แถวแรก นักสู้ปราณฟ้าผู้มีพลังน้อยกว่า ศักดิ์ฐานะน้อยกว่าก็อยู่ในแถวต่อๆไปตามลำดับ

ด้วยวิธีนี้ช่วยลดความเป็นไปได้ในการขัดแย้งกันเองระหว่างอาคันตุกะ

พวกราชาเวลาเผชิญหน้ากันแม้ว่าพวกเขาจะมีความเกลียดชังกันและกันโดยทั่วไปแล้วแต่ละคนไม่เต็มใจจะต่อสู้กันต่อหน้าธารกำนัลอย่างมากก็แค่เยาะเย้ยตีฝีปากใส่กันคนรุ่นเยาว์หรือผู้น้อยที่มาด้วยไม่ได้มาอยู่ใกล้ๆ  พวกเขาไม่เห็นว่าเจ้านายทำอะไรอย่างมากพวกเขาก็แค่ถลึงตาใส่ศัตรูหรือพูดคุยกับพวกพ้องที่เขารู้จัก  จุดสำคัญที่สุดก็คือคนเหล่านี้รู้ว่าถึงแม้ราชินีเว่ยฟงจะแสดงพลัง แต่ท้ายที่สุดแล้วนางเป็นน้องสาวของจักรพรรดินีเทียนฟาการโกรธกับราชินีเว่ยฟงนับว่าไม่มีอะไรถ้าจักรพรรดินีเทียนฟากลายเป็นเจ้าปกครองภูมิภาคสวนสวรรค์จริงๆ  ใครเล่าจะกล้าตบหน้านางหลังจากนั้นจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมใหญ่จริงๆ!

แน่นอนว่าไม่ว่าใครเสนอหน้าสู้พวกเขาก็ต้องเห็นแก่หน้า ไม่กล้าทำอะไรเมืองลู่หลิว

จักรพรรดินีเทียนฟาเป็นพวกถือศีลกินเจอย่างนั้นหรือ?

ความจริงศักดิ์ศรีนักสู้ระดับจักรพรรดิแดนดินย่อมไม่ถูกท้าทายแน่นอน  มิฉะนั้นจี้โจว เหลยเป้าและเถิงเฉอทำไมถึงได้ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังพวกเขา ซานเย่าผลักดันให้ม่อเยี่ยนและขวงลี่ท้าทายราชินีเว่ยฟงหรือ?

นั่นเป็นเพราะพวกเขากลัวว่าจักรพรรดินีเทียนฟาจะกลายเป็นจักรพรรดิแดนดินจริงๆ!

ราชินีเว่ยฟงต้องรักษาศักดิ์ศรีสองที่น้องที่ลึกลับแห่งเมืองไป๋เหอ  แน่นอนว่าพวกนางไม่สามารถอยู่พร้อมกันในเวลาเดียวกันได้  โชคดีที่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเย่ว์หยางผู้มีเข็มทิศสามภพ  ก่อนหน้านี้สองชั่วโมงที่ผ่านมาเย่ว์หยางยังคงเป็นหัวหน้าองครักษ์ร่วมทางกับสองพี่น้องลึกลับและแยกออกมาจากเฒ่าเถี่ยเหมาที่กำลังกรอกเหล้าเข้าปากและถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่น่ากลัวเล็กน้อย สหายแมงกะพรุนผู้เตรียมจะฆ่าซือจิ่วสายลับของโรงเตี๊ยมปลาวาฬถูกกำจัด

เรื่องที่ต้องสำเร็จแน่อย่างนี้กลับล้มเหลว

ไม่เพียงแต่จับคนไม่ได้  แต่เจ้าแมงกะพรุนหายไปด้วยเช่นกัน

ในเมืองไป๋เหอแมงกะพรุนเป็นยอดฝีมือที่รู้จักกันดีแต่ยังไม่มีเวลาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แม้แต่ร่องรอยการต่อสู้ก็ไม่เหลือให้เห็น และเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยเฒ่าเถี่ยเหมาไม่กังวลคงไม่แปลก เจ้าแมงกะพรุนหายไปและซือจิ่วกับเถ้าแก่กันฉวนก็หายไปราวกับว่าคนเหล่านี้ไม่เคยปรากฏตัวเฒ่าเถี่ยเหมาสงสัยเสมอว่าการหายไปของคนเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับสองพี่น้องหรือไม่?แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเฒ่าเถี่ยเหมาคิดไม่ถึง สองสาวพี่น้องลึกลับจากไปโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรดูเหมือนว่าพวกนางไม่สนใจเมืองไป๋เหอ แร่ดอกสายฟ้าเต็มนางก็จากไปทันที

สิ่งที่ทำให้ผู้เฒ่าเถี่ยเหมามึนงงที่สุดก็คือพี่น้องสองสาวผู้ลึกลับจากไปแต่ทิ้งบริวารกลุ่มใหญ่ เพื่อให้พวกเขาจัดหาซื้อแร่ดอกสายฟ้าต่อไป  แตกต่างจากศัตรูที่เขาคิดเหมือนกับตระกูลลับลอบสั่งซื้อแร่ดอกสายฟ้าเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง

หากเป็นศัตรูจริงจะไม่ทิ้งคนไว้ในเมืองไป๋เหอ

แม้แต่พวกที่อยู่ก็ไม่ใช่มือใหม่ที่เพิ่งเผชิญโลกครั้งแรก

ตามข้อมูลที่ได้จากการสืบค้น สองสาวพี่น้องลึกลับได้รับซื้อแร่ดอกสายฟ้าทั้งหมดจริง  นอกจากแร่ดอกสายฟ้าแล้วพวกเขาไม่สนใจอะไรอื่น...พวกเขาซื้อแร่ดอกสายฟ้ามากมายขนาดนั้นไปทำอะไร?

ปัญหานี้เฒ่าเถี่ยเหมาไม่เข้าใจและเขาไม่ต้องการถาม

ที่นี่เมืองไป๋เหอ  เขาแค่ต้องการทำงานตนเองให้เสร็จสมบูรณ์

พี่น้องสองสาวลึกลับไม่ใช่ศัตรู  เฒ่าเถี่ยเหมาย่อมมีความสุขเพราะไม่ต้องการตอแยศัตรูที่แข็งแกร่งทรงพลังขนาดนั้น!

เมื่อเขาเห็นพวกนางออกเรือไปแต่เช้าตรู่   เฒ่าเถี่ยเหมาค่อยคลายความคิดดั้งเดิมเขากลับไปประจำที่เก่า

เขาไม่เคยคิดว่าหลังจากออกจากเมืองไป๋เหอแล้วพี่น้องสองสาวลึกลับกลับไปยังเมืองลู่หลิวแห่งบึงหยุดลมทันทีคืนสถานะเป็นจักรพรรดินีเทียนฟาและราชินีเว่ยฟง

ตอนนี้นางเซียนหงส์ฟ้าและราชันย์ปีศาจใต้เดินทางไปพร้อมเย่ว์หยาง พ่อบ้านเย่ได้จัดเตรียมอาหารกลางวันมื้อใหญ่ด้วยความรอบคอบพอเพียงกับพวกเขาได้คืนหนึ่ง ปกติแล้วเย่ว์หยางและทั้งสองคนจะเข้าไปกินอาหารในโลกคัมภีร์  ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสาวน้อยลูกครึ่งเอลฟ์ก็คือทำให้เย่ว์หยางอิ่มท้องทุกวัน แต่บางครั้งมีคนข้างเคียงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้มากเขาต้องให้บริวารอื่นได้โอกาสแสดงฝีมือบ้างเล็กน้อย

“ปลากะรังแดงนึ่งหน่อไม้ที่นี่ทำได้ไม่เลวสดใหม่ดีมาก” เย่ว์หยางชื่นชมไม่ขาดปาก

“ขอรับ!” หัวหน้าพ่อบ้านเย่ได้ทราบข่าวและแอบจำได้ว่าคุณชายไตตันชอบปลานึ่งใหม่สดท่านผู้หญิงทั้งสองไม่ได้คัดค้านเมนูจานนี้

“แกงจืดก็ใช้ได้ของหวานชุดสุดท้ายหวานไปหน่อย” นางเซียนหงส์ฟ้ามีรสนิยมทางอาหารได้รับการประเมินเช่นนั้นนับเป็นของขวัญชิ้นใหญ่แล้ว  พ่อบ้านเย่ฟังคำวิจารณ์ของนาง เขาไม่คิดว่าวิธีนี้จะผ่านเขาต้องทุ่มเทความคิดยามกลางคืนให้มากขึ้นเสียแล้ว!

“อาหารมีหลายประเภทและรสชาติเป็นที่ยอมรับได้ จุดหนึ่งก็คือการมีเครื่องเคียงมากเกินไปทำให้ความเด่นของอาหารจานหลักลดลงไป  ทุกคนตั้งใจทำอย่างดีที่สุดเพื่อรับใช้บริการ  สมควรได้รับคำชมขอให้พยายามทำหน้าที่ให้ดีต่อไป!  คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดควรได้รับรางวัลหัวหน้าพ่อบ้านเย่! เจ้าไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ จดบันทึกลงไปเมื่อเจ้าสร้างความดีความชอบครั้งใหม่ เจ้าจะได้รางวัลสมนาคุณอีก!” คำพูดของราชันย์ปีศาจใต้ทำให้พ่อบ้านเย่รีบขอบคุณไม่ขาดปาก  เขามีเงินทองไม่ขาดมือ  แต่เขากลัวที่สุดว่าเจ้านายจะไม่จดจำตัวเขา  ตราบเท่าที่เจ้านายจดจำตัวเขาได้นั่นย่อมดีกว่าอะไรทั้งหมด

อย่างไรก็ตามประโยคต่อมาของราชันย์ปีศาจใต้ทำให้เขาหวาดกลัวหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

คุกเข่าลงทันที

เพราะราชาปีศาจใต้กล่าวต่อ  “จงเอาพ่อครัวที่ปรุงน้ำเชื่อมฟ้าให้เราไปตัดหัวประจาน  ข้าไม่รู้ว่าใครส่งเขามาและข้าไม่ต้องการจะรู้ แต่เขาบังอาจกระทำการที่น่าเบื่อหน่ายนี้ เราไม่ยกโทษให้เขา!”

พ่อบ้านเย่ตกใจและโกรธรีบหมอบคำนับขออภัยและสาบานว่าจะกวาดล้างนักฆ่าราชินีเว่ยฟงให้เขาพาพ่อครัววังหลวงไปอยู่ในที่ปลอดภัย

เย่ว์หยางโบกมืออย่างไม่จริงจัง  “ไม่จำเป็นต้องลากคนมากมายมาเกี่ยวข้องพิษในอาหารนั้นจะวางกันในทันทีที่เพิ่งทำเสร็จ มิฉะนั้นเจ้าคงตรวจไม่พบเจอ คนวางยาพิษต้องมีความสามารถในการปรุงอาหารได้เท่านั้น ตัดหัวเขาได้แต่ไม่ต้องประจานต่อสาธารณะ นั่นจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจผู้คน เจ้าย้อนกลับไปบอกทุกคนตราบใดที่ทุกคนสนองงานได้ดีราชินีจะปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเป็นธรรม  คนวางยาพิษสมควรเป็นมือสังหารที่ได้รับคำสั่งให้ลอบเร้นเข้ามา”

นางเซียนหงส์ฟ้ายิ้ม “ถ้าพวกที่คิดว่าพวกเขาสามารถวางยาพิษเราด้วยฝีมือแค่นั่น  นั่นคงเป็นเรื่องตลก  ในภูมิภาคสวนสวรรค์  คนที่เรียกตนเองว่านักสู้มีฝีมือแค่นี้เองหรือ? ช่างทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”

สิบนาทีต่อมา

หัวหน้าพ่อบ้านเย่ควบคุมตัวนักฆ่าร่างอ้วนใหญ่มัดด้วยโซ่มังกรเข้ามาเพื่อสารภาพผิด

การจับนักฆ่าครั้งนี้นอกจากจงกวนเฮยถูและไป๋หม่าทั้งสามคนแล้วยังมีกุ่ยหลางน้องชายของราชาชิงหลางที่เมื่อพี่ชายของเขาตายแล้วครอบครัวของเขาเข้ามาขอสวามิภักดิ์ราชินีใหม่ แม้ว่าพลังของเขาจะมีแค่ปราณฟ้าระดับสาม แต่เพราะมีศักยภาพไม่เลวเย่ว์หยางตัดสินใจรับไว้เป็นคนใหม่ชั่วคราว ในกรณีนี้กุ่ยหลางจะต้องต่อสู้เต็มที่เพื่อไขว่คว้าสิทธิ์ไม่ใช่หรือ?

“ประหารชีวิต!  ส่งไปประจานต่อฝูงชนที่ประตูเมืองตะวันออก  ให้พวกเขาได้เห็นหน้าคนที่สมควรถูกประหาร มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่รู้ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็นเช่นไร”ราชันย์ปีศาจใต้โบกมือตัดสินชะตากรรมของคนผู้นี้

“เจ้าจะแก้แค้นกับข้า  พวกเจ้าเหล่าสตรีในไม่ช้าจะต้องกลายเป็น...”  นักฆ่าพูดยังไม่ทันจบ กุ่ยหลางก็ตบเขาหน้าหัน“คำพูดของฆาตกรไร้ค่า ที่นี่มีที่ให้เจ้าพูดหรือ?”  จงกวนในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาพวกเขาย่อมเกลียดคนอื่นที่ต่อปากต่อคำกับเจ้านายของพวกเขา  พวกเขาลากคนผู้นี้ออกไปทุบตีทันทีจากนั้นหักกระดูกและประหารชีวิตต่อหน้าสาธารณชน  หลังจากแสดงอำนาจเล็กน้อยแล้วหลายคนเริ่มเข้าใจอำนาจของราชินีเว่ยฟงขึ้นบ้าง

มังกรไม่ดุร้ายย่อมไม่ข้ามลำน้ำ

ราชินีเว่ยฟงนางกล้าโจมตีสามราชาผู้ปกครองดินแดนรอบบึงหยุดลมโดยตรงได้ ทั้งสามอยู่ในร้อยอันดับแรกของราชาที่ปกครองรอบพื้นที่บึงหยุดลม

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งนักฆ่าเข้ามาแต่พวกเขารู้ได้ว่าราชินีเว่ยฟงจะสั่งประหารชีวิตได้ทันทีโดยไม่ลังเล

ราชินีเว่ยฟงนี้เป็นคนแกร่งกร้าวแน่นอน  เว้นแต่พวกเขาจะมีพลังมากกว่านาง  มิฉะนั้นคาดกันว่าซานเย่าม่อเยี่ยนและขวงลี่คงได้รับความอับอายแน่!

ศีรษะชุ่มเลือดถูกแขวนประจานหน้าประตูเมืองทิศตะวันออก

ทุกคนที่อยู่บนพื้นมองเห็นได้ทันที

กุ่ยหลางและนักสู้ปราณฟ้าระดับเจ้าเมืองที่ลี้ภัยเข้ามาร่วมกับราชินีใหม่องครักษ์พิทักษ์ราชินีชุดเก่ายืนอยู่ป้อมประตูเมืองทิศตะวันออกเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาขโมยศีรษะที่ถูกแขวนประจาน มิฉะนั้นจะเป็นการทำลายความสง่างามของราชินี  นอกจากพวกเขาแล้วยังมีสตรีที่เป็นองครักษ์ส่วนตัวของราชินีบินออกมาจากวังหลวงคาดว่าราชินีเว่ยฟงจัดการแต่งตั้งพวกนางเอง กุ่ยหลางแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักกันแต่พวกเขาให้เกียรติกันและไม่กล้าละเลยกัน

สตรีทั้งสองสีหน้าเฉยเมยพยักหน้ารับคำและไม่พูดอะไรต่อ

มองเห็นพลังของนางแค่เพียงผิวเผิน

พวกนางพรางพลังไว้ได้อย่างสมบูรณ์  ดูคล้ายว่ามีพลังสูงส่งบางทีก็ดูเหมือนพลังไม่พอ... แน่นอนว่าในเมื่อราชินีเว่ยฟงแต่งตั้งพวกนางเองเมื่อเทียบกับเจ้าหน้าที่ผู้มาใหม่อยู่ในช่วงทดลองงานอย่างกุ่ยหลางย่อมมีระดับที่ไม่เท่ากัน

“ข้านึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นกุ่ยหลางนี่เอง!  เอาศีรษะคนมาแขวนไว้ที่นี่ส่งผลต่อความอยากอาหารค่ำของเราจริงๆ” มีคนโง่ผอมสูงเหมือนท่อนไม้ยืนอยู่ในกลุ่มผู้คนพูดยั่วยุ คนผู้นี้มีพลังปราณฟ้าระดับสี่ที่ยืนอยู่ข้างเขามีนักสู้มากกว่าสิบคนล้วนแล้วไม่อ่อนแอ ทั้งหมดเป็นนักรบปราณฟ้าระดับสามส่งเสียงพูดพร้อมกัน

“ถ้าเจ้ามีความสามารถในการปลอมตัวและฟื้นคืนรูปลักษณ์เดิม เจ้ากล้าจะพูดอะไรด้วยโฉมหน้าจริงหรือไม่?”  กุ่ยหลางโกรธ  เขาก้าวออกมาและชี้หน้าคนที่เหมือนท่อนไม้ “ข้ากุ่ยหลางขอพูดน่าเกลียดและขอบังอาจแตะศีรษะเจ้าผู้นี้ นี่คือการท้าทายศักดิ์ศรีของราชินีเว่ยฟง จะไม่มีการให้อภัยเด็ดขาด!”

“โอว ...กลัวตายเลย!”  บุรุษผอมสูงหน้าตึงทันที  “ด้วยพลังปราณฟ้าระดับสามอย่างเจ้าเจ้าบังอาจเอาความตายมาขู่ข้าหรือ?”

“ถ้าเจ้ามีฝีมือ  เจ้าลงมาประลองฝีมือกับข้าเลย  ข้าจะต่อให้เจ้ามือเดียว”

“ดูเหมือนว่าเจ้าขี้ขลาดนี่ไม่มีน้ำยา”

“กุ่ยหลางเป็นหมันตามธรรมชาติของเขา”

“ภายใต้บัญชาของราชินีเว่ยฟงสู้ไปมีแต่ตายเท่านั้น และเขาจะต้องหนีแน่นอน ข้ากุ่ยหลางถ้าเห็นว่าใครล่วงละเมิดศักดิ์ศรีของราชินี  มีแต่ตายสถานเดียว!   ถ้าพวกเจ้าปกปิดสถานะจริง  ถ้าพวกเจ้ากล้ามาเด็ดหัวข้า ข้าก็กล้าสู้เจ้าคิดจริงๆหรือว่าเจ้านายที่หนุนหลังพวกเจ้าจะสามารถท้าทายศักดิ์ศรีของราชินีเว่ยฟงได้?  วันที่ราชินีเว่ยฟงครองบัลลังก์ก็คือวันเดียวกับที่จักรพรรดินีเทียนฟาครองภูมิภาคสวนสวรรค์ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ลองดู” กุ่ยหลางประกาศอย่างห้าวหาญ

“ใครที่จะพูดท้าทายกับจักรพรรดินีเทียนฟาก็ช่างแต่ตอนนี้ราชินีเว่ยฟงท้าทายราชาสามอาณาจักรแล้ว”

“พวกเราเป็นใคร ระดับไหนแล้ว เจ้าสุนัขนี่บังอาจ...”

“ไสหัวไป น่าเบื่อจริงๆ มัวแต่พูดเรื่องไม่ให้หมิ่นศักดิ์ศรีของราชินีเว่ยฟง  เรื่องแบบนั้นเราไม่ทำอยู่แล้ว ไม่เห็นหรือไงเราเป็นแค่ผู้ชมดู กุ่ยหลาง!  อย่าสวมหัวโขนกดหัวพวกเรานักเลย นอกจากนี้เจ้าผู้ไร้ความสามารถปรากฏตัวขึ้นระวังนะ ลมแรงจะหอบเอาเจ้าตกเวที ฮ่าฮ่าฮ่า!”

พลันมีลมกระโชกแรงในกลุ่มผู้คน

หอบเอาทรายและศิลาลอยฟุ้งขึ้นในอากาศ

ฉากภาพเหตุการณ์วุ่นวายสับสนบุรุษร่างผอมสูงเหมือนท่อนไม้ไม่รู้ว่ากระโดดขึ้นไปอยู่ซุ้มประตูเมืองตั้งแต่เมื่อใด  เขาไม่ได้หยิบเอาศีรษะมนุษย์  แต่เอื้อมมือไปที่กุ่ยหลาง  “น้องกุ่ยหลาง!  ไม่ได้พบกันนานแล้ว เราผู้พี่มาเชิญเจ้าไปดื่มอย่าปฏิเสธเลย”

กุ่ยหลางคำรามนักสู้ปราณฟ้าสิบกว่าคนที่ประจำอยู่ในตำแหน่งโจมตีใส่บุรุษผอมสูงพร้อมกัน

อย่างไรก็ตามบุรุษร่างผอมสูงปล่อยประกายแสงสีทองกุ่ยหลางและพวกร่างสั่นสะท้านถอยหลังโดยไม่คาดคิด

บุรุษร่างผอมหัวเราะลั่น  “ฮ่าฮ่าฮ่า อ่อนแอเหลือเกิน  แทบจะยังไม่ได้ทำอะไร.....”

คำพูดของเขายังไม่ทันขาดคำ

ทันใดนั้นมีเสียงดังปังจากใต้ประตูเมืองดังขึ้น แรงสั่นสะเทือนกวาดไปทั้งพื้นโลกและท้องฟ้าทำให้นักสู้ที่มีพลังระดับปราณฟ้าถูกแรงระเบิดอัดกระเด็นออกไปเป็นแนววงกลมหลายสิบเมตร  ตรงใจกลางพื้นที่วงกลมมีหญิงสาวสวมหน้ากากเงินขาเรียวยาวสวมรองเท้าเงินงดงามเหยียบอยู่บนท้องที่มีขาสี่ข้างบุรุษอ้วนที่ร่างเหมือนคางคกร่างใหญ่กระอักโลหิตไม่หยุด

บุรุษอ้วนกระอักโลหิตดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวอยู่ในสภาพหมดสติ

พื้นใต้ตัวที่เขาตกลงไปเป็นหลุมกลม

มีรอยแตกร้าวอยู่รอบหลุมเหมือนใยแมงมุมแผ่กระจายขยายไปร้อยเมตร

เนื่องจากคนอ้วนที่หมดสติกำลังจะตายจึงไม่สามารถซ่อนรูปลักษณ์เดิมของเขาได้อีกต่อไป  กล้ามเนื้อใบหน้าของเขาเปลี่ยนรูปหน้าไปเรื่อยๆค่อยๆ ฟื้นฟูรูปลักษณ์เดิมของพวกเขา เมื่อทุกคนเห็นหน้าบุรุษผู้นั้นอย่างชัดเจน พวกเขาส่งเสียอุทานทันที  “เจ้าฮิปโปขวงเลี่ยว?”  กลับกลายเป็นน้องชายของขวงลี่ นามว่าขวงเลี่ยว...”

ขวงเลี่ยวเป็นใคร?

แทบทั้งหมดไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา  เขาเป็นหนึ่งในสองพี่น้องของขวงลี่เขามีพลังปราณฟ้าระดับห้าชั้นสูง แม้ว่ายังไม่ดีเท่าพี่ชาย แต่เขาก็เป็นนักสู้ระดับราชา

คาดไม่ถึงฮิปโปขวงเลี่ยวนักสู้ระดับราชาเคลื่อนไหวไม่ได้และกำลังจะตายเพราะฝีมือของสาวน้อยฝ่ายตรงข้าม

สาวน้อยคนนี้เป็นใคร?

นางคือราชินีเว่ยฟง?

ไม่ถูกต้อง  ถ้านางเป็นราชินีเว่ยฟง  นางจะออกมาสู้ต่อหน้าสาธารณชนได้อย่างไร?  แต่ถ้านางไม่ใช่ราชินีเว่ยฟงอย่างนั้นนางมีสถานะอะไร? เป็นไปได้ไหมว่านางเป็นหญิงรับใช้ข้างตัวราชินีเว่ยฟง?   สาวใช้สามารถสังหารนักสู้ระดับราชาได้ในทันทีหรือ....ถ้าสาวใช้ยังน่าสะพรึงกลัวขนาดนั้น แล้วราชินีเว่ยฟง...

ทุกคนคิดจนหนังศีรษะชา

พระเจ้า,เด็กสาวคนผู้เงียบขรึมคนนี้เป็นสุดยอดนักสู้พันอันดับแรกแน่

กุ่ยหลางก็รู้สึกกลัวจนหลั่งเหงื่อเยียบเย็น  แต่โชคดีที่พวกเขามีทัศนคติให้เกียรตินาง  ไม่เช่นนั้นคงแย่แน่

คนผอมสูงตัวสั่นด้วยความกลัวที่นี่ไม่สมควรอยู่นาน เขาทะยานขึ้นไปในอากาศทันทีความเคลื่อนไหวของคนผู้นี้รวดเร็วปานสายฟ้า เขาพยายามหลบหนีไปจากป้อมสังเกตการณ์ประตูตะวันออก

อย่างไรก็ตามทุกคนสามารถเห็นภาพนี้ได้อย่างชัดเจน

ก่อนที่เขาจะไม่ทันเคลื่อนไหวหญิงสาวสวมหน้ากากอีกคนบนหอคอยประตูทิศตะวันออกก็ไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด  แต่เมื่อบุรุษผอมสูงทะยานขึ้นอากาศนางเร็วกว่าบุรุษผอมสูงสิบเท่าฟาดฝ่ามือใส่บุรุษผอมสูงโดยตรง  เป็นความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเกินไปเกินกว่าเขาจะตรวจพบการโจมตีได้ทัน

“หาที่ตาย!”หญิงสาวหน้ากากเงินปรากฏที่ด้านหลังเงาสองร่างที่เข้าโจมตีและกระแทกใส่ศีรษะอย่างอำมหิตต่อหน้าสายตาทุกคน

ขณะที่ร่างทั้งสองร่วงลงมาบุรุษร่างผอมสูงร่างพุ่งลงมากระแทกพื้นเหมือนดาวตก

มือทั้งของเขายันกับพื้น

มีโลหิตฉีดพุ่งออกจากปากและจมูกของเขา

คนที่สายตาดีมองเห็ฯว่าหัวใจและปอดของเขาถูกสตรีหน้ากากเงินทำลายแตกเป็นชิ้นและพลังทำลายนั้นแฝงไปด้วยปณิธานราชันย์ เป็นไปไม่ได้ที่จะฟื้นฟูสภาพกลับคืน

คนผอมสูงพยายามประคองร่างลุกขึ้นยืนแต่เหมือนกับมีภูเขากดทับร่างเขา เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยืดเอวขึ้นได้

หน้าของเขาค่อยๆเปลี่ยนไป และมนุษย์ร่างท่อนไม้ก็กลับคืนลักษณะดั้งเดิม มีเสียงอุทานตามมาอีกครั้ง

“เป็นกิ้งก่าปีศาจ!”

“กลับกลายเป็นว่าคนผู้นี้ชำนาญในการอำพรางตัวมีพลังปราณฟ้าระดับห้า แต่พรางตัวว่ามีพลังปราณฟ้าระดับสี่นับเป็นตัวเจ้าเล่ห์  มิน่าเล่ากุ่ยหลางถึงขยับตัวไม่ได้..อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเจ้าเล่ห์เพียงไหนก็ไร้ประโยชน์เมื่อพบกับดาวข่ม  กิ้งก่าปีศาจกำลังจะตาย  ราชินีเว่ยฟงแห่งเมืองลู่หลิวชนะอีกรอบดูเหมือนว่าภูมิภาคสวรรค์จะเปลี่ยนไปจริงๆ ฮ่าฮ่า!”

“ข้าไม่รู้ว่าสองคนที่กำลังจะตายนี้เป็นใคร?”

“ควรจะบอกว่าเป็นนักสู้ระดับราชาเหมือนเขา  ช่างเถอะ คนที่ตายไปแล้ว ต่อให้เป็นราชาก็ไร้ความหมาย!”

“ข้าไม่ยอมรับความพ่ายแพ้!” กิ้งก่าปีศาจร่างผอมสูงพยายามเร่งเร้าพลังของตน  เขาต้องการยืดเอว  แต่รู้สึกว่าร่างหนักยิ่งกว่าแบกภูเขาเพราะเท้าของสตรีหน้ากากเงินเหยียบอยู่บนหลังของเขา

นางเหยียบอยู่บนกระดูกสันหลังเสียงดังกร๊อบ  แต่ก็ยังไร้ประโยชน์

สตรีหน้ากากเงินเพิ่มแรงเหยียบอีก  “น่าเบื่อ!  ตายแล้วยังจะดิ้นรนทำไม!” ทั้งกระดูกสันหลังและกระดูกซี่โครงของกิ้งก่าปีศาจหักจนใกล้ตาย

กิ้งก่าปีศาจร้องโหยหวนด้วยกำลังอึดสุดท้าย  “ข้าอยากรู้ ข้าตายด้วยน้ำมือใคร..”

สตรีหน้ากากเงินแค่นเสียงเย็ฯชาและสตรีอีกคนหนึ่งดูเหมือนจะอ่อนเยาว์กว่ากล่าว “ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าคู่ควรรู้จักชื่อข้าหรือไม่!”

กิ้งก่าปีศาจได้ยินแล้วก็กระอักโลหิตตาย

เขาตายตาไม่หลับ

จบบทที่ ตอนที่ 1007 เจ้าไม่คู่ควรถามชื่อข้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว